เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย Paxxa »

ถ้าอยากเพิ่มความเร็วทันทีทันใดให้แก่นักปั่นขาอ่อนคนเดิม(แต่มีเงิน) แต่มีเงินพอแค่อย่างเดียว จะอัพอะไรดีครับ ระหว่าง เฟรมแอโร่ หรือ ล้อคาร์บอน
เสือกินปลาทู
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1469
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:24
Tel: 0887544460
team: ซับซ้อนทีม
Bike: pinarello

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย เสือกินปลาทู »

เฟรมแอโร่กะล้อขอบสูงคาบอน.ผมว่าเป็นของคู่กันนะ แต่ถ้าต้องเลือก ลงล้อก่อนเลยเห็นผลชัดเจน..แต่ถ้าซ้อมน้อยขาไม่แข็งแรง.เฟรมเรือนแสนล้อคู่แพงก็ไม่ดีไปกว่าเฟรมและล้อราคาธรรมดาๆดูหล่อกว่าอันนี้ยอมรับ..แต่รับรองช้าเป็นเต่าเหมือนเดิม :mrgreen:
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา.จัดไป!
แก้ไขล่าสุดโดย เสือกินปลาทู เมื่อ 20 ต.ค. 2014, 17:24, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
ArtZ
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 82
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2014, 06:49
Bike: MAID BIKE,BIANCHI

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย ArtZ »

ใช้เฟรมกับล้อเดิมอะไรครับ อยากทราบก่อนครับ ต้องดูว่าของเดิมที่มีอยู่ประสิทธิภาพขนาดไหน
แต่ถ้าเปลี่ยนไม่ยุ่งยากก็ล้อครับ เพราะเปลี่ยนเฟรมนี้ย้ายของกันวุ่นเลยครับ

แต่ล้อคาร์บอนขอบสูงถ้าไม่ได้ปั่นเร็วหรือกลุ่ม บางทีได้มาอาจจะไม่ตรงกับสไตลล์การปั่น
เพราะหลายๆท่านในก็ติดใจล้ออลูเทพๆกระชากเป็นมา
Design Change Everything
luciana
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 262
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 15:04
Bike: รถเขียว 903

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย luciana »

อยากประสุดแนะนำลองเปลี่ยนท่าปั่นครับ

ถ้าปั่นทางตรงยาวใช้แอโร่บาร์ หรือไม่ใช้ก้ได้
ออกแรงเท่าเดิมแต่เร็วขึ้นนะครับ :mrgreen: :mrgreen:
tarin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 194
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2014, 17:50
Bike: Nich Sign Fuji Palette
ติดต่อ:

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย tarin »

ใช้คลีทหรือยังครับ ถ้ายัง ใช้แล้วจะเร็วขึ้นทันที
รูปประจำตัวสมาชิก
Ride Decorrate
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 453
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2014, 15:02
team: 222 Cycling Team
Bike: Merida Reacto 400

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย Ride Decorrate »

เสือกินปลาทู เขียน:เฟรมแอโร่กะล้อขอบสูงคาบอน.ผมว่าเป็นของคู่กันนะ แต่ถ้าต้องเลือก ลงล้อก่อนเลยเห็นผลชัดเจน..แต่ถ้าซ้อมน้อยขาไม่แข็งแรง.เฟรมเรือนแสนล้อคู่แพงก็ไม่ดีไปกว่าเฟรมและล้อราคาธรรมดาๆดูหล่อกว่าอันนี้ยอมรับ..แต่รับรองช้าเป็นเต่าเหมือนเดิม :mrgreen:
ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา.จัดไป!
เห็นด้วยครับ แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ล้อครับ เห็นผลชัดสุด อย่าลืมอัพแรงด้วยนะครับ เด่วไปได้ล้อที่ "ต้องมีแรง" แล้วปั่นไม่ดีอย่างที่หวัง จะไปโทษล้อ
...รวมแว่น Oakey งาน AAA !!!... :lol: :lol: :lol:
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =1&theater
รูปประจำตัวสมาชิก
peep_bmw
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1783
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
Bike: Trek 4900

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย peep_bmw »

ถ้าเงินไม่ใช่ปัญหา ก็อัพมันทั้งคันไปเลยครับ

แต่ถ้าแรงยังไม่ถึงล้อขอบสูงก็พยามหาขอบต่ำ ล้อเบาๆมาใช้ก่อน ออกตัว เร่งแซงจี๊ดจ๊าด
รูปประจำตัวสมาชิก
iN2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2441
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
Bike: Trek

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย iN2 »

อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย Acyclist »

ถ้าให้เลือกจากสองอย่าง เฟรมแอโร่จะมีผลมากกว่าล้อขอบสูง 40-60 มม. แต่ต้องเลือกเฟรมที่แอโร่มาดหน่อย ดูจากพวกรีวิวต่างๆว่าเร็วจริงไหม เพราะเฟรมแอโร่เล็กๆน้อยๆก็มีเยอะ

ถ้างบน้อย ต้องการแอโร่มากขึ้น ปรับรถให้ก้มเพิ่ม, ติดแอโร่บาร์, โกนขนขา หรือใส่ปลอกขา, ใส่เสื้อผ้ารัดรูป แทนเสื้อผ้าหลวมๆ, หมวกแอโร่ ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ส่วนมากต้องทำหลายอย่างรวมๆกันเพื่อจะให้ได้ผลเต็มที่
รูปประจำตัวสมาชิก
neen8124
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 912
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 17:04
Tel: 0896688872
team: เต่าทองผยองเดชแห่งสยามประเทศ
Bike: Focus Izalco Discbreak

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย neen8124 »

งบไม่ใช่ปัญหา ก็เปลี่ยนทั้งคันเลยสิครับ
No pain No gain
รูปประจำตัวสมาชิก
FinalB
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 542
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2014, 14:02

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย FinalB »

จุดหมุนคือคำตอบครับ ถ้าอยากเพิ่มความเร็ว
สำหรับขาอ่อนเฟรมสำหรับผมมีผลแค่ 1%
รูปประจำตัวสมาชิก
civil200
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 89
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.พ. 2012, 21:32
Tel: 0819855031

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย civil200 »

iN2 เขียน:อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
แต่ Ducati นี่ ผลงานแข่งรายการใหญ่ห่วยมาหลายปีมากแล้วนะครับ เชียร์ไม่ขึ้นเลย
นับตั้งแต่ Bayliss กะ Stoner :cry:
(โต้ดก๊าบ ไม่เกี่ยวกะจักรยาน :roll: )
รูปประจำตัวสมาชิก
iN2
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2441
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
Bike: Trek

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย iN2 »

civil200 เขียน:
iN2 เขียน:อัพเป็น Ducati เลยคับทั้งคัน แรงแน่นอน ^^
แต่ Ducati นี่ ผลงานแข่งรายการใหญ่ห่วยมาหลายปีมากแล้วนะครับ เชียร์ไม่ขึ้นเลย
นับตั้งแต่ Bayliss กะ Stoner :cry:
(โต้ดก๊าบ ไม่เกี่ยวกะจักรยาน :roll: )
ฮ่าาาา อันนี้คนขับ กับทีมงานก็มีส่วน คล้ายๆจักรยานแหละ รถส่วนนึง คนปั่นเป็นหลัก+ทีมงานที่ดี
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
รูปประจำตัวสมาชิก
Yoe
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 251
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2013, 09:41
Bike: Columbus Zona,Campagnolo, HED, Selle italia

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย Yoe »

ไปผ่าตัดเอาขาและหัวใจนักกีฬาโปรทัวร์มาดีกว่าครับ :mrgreen: :mrgreen:
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: เฟรมทรงแอร์โร่ฯ vs ล้อคาร์บอน

โพสต์ โดย giro »

งบไม่ใช่ปัญหางั้นผมเรียงตามตัวที่ได้ผลชัดเจนที่สุดนะครับ
1.power meter ครับ ไปหามาใช้ซะ เริ่มต้นก็ 30k ไปจน 150k แล้วแต่จะหาได้ แล้วเอาเงินไปจ้างคนมาช่วยเคลียร์งานเพิ่มอีกคน ให้ 12 สัปดาห์ครับ มาแน่นอน รับรองเพื่อนจะตามไม่ทัน
2.ถ้ากลัวยังไม่ทันใจหรือยังไม่สะใจ อีกซัก 50k ครับ จ้างโค้ชส่วนตัวออกแบบตารางการซ้อมให้เหมาะกับเวลาที่มีและเป้าหมาย มีทั้งไทยและเทศ ราคาไล่ไปยันเป็นแสนต่อคอร์สครับ รับรองได้ผลแน่นอน ที่เหลืออยู๋ที่ใจคุณครับ

แต่ถ้าอยากได้แบบตตื่นเช้ามาแล้วได้งานได้การเลย
1.ท่าปั่นครับ แรงต้านและแรงเสียดทานหลักๆมาจากท่าปั่นของคนปั่นนั่นเอง น่าเสียดายที่บ้านเราไม่มีอุโมงค์ลมที่น่าจะใหญ่พอที่จุทดสอบนักปั่นในนั้นได้ ไม่งั้นจะให้ลองติดต่อไปดู แต่สามารถทดลองได้ง่ายๆครับ ทำอย่างไรก็ได้ ให้ตัวท่านมีพื้นที่หน้าตัดเล็กที่สุด ก้มตัว เก็บคอ งอศอก เก็บศอก หลังแบนราบ ถ้าย้อนกลับไปข้อ 1 ท่านจะรู็ทันทีว่าแค่แขนตึงกับงอศอกลงมามากๆ ที่ความเร็วสูงๆหรือลมดุๆ วัตต์ต่างกันกว่า 15% ทันที ซึ่งไอ้ 15% นี้คือความต่างที่ได้จากการออกแรงเคลื่อนที่มวลทั้งก้อนของสารร่างท่านกับจักรยานไปนะครับไม่ใช่มานั่งพูดว่าลดแรงฉุดที่ท่อหน้าได้ 22% อีแบบนั้นมันเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ก็ไม่รู้ของทั้งหมด
2.อยากเร็วขึ้นทันทีเมื่อตื่นขึ้นมา เปลี่ยนและหรือทดสอบหา pedaling efficiancy หรือการออกแรงปั่นลูกบันไดให้ราบรื่น ถ้าไม่ได้จริงๆอันนี้อาจลงทุนหาจานเบี้ยวมาช่วยได้แต่พื้นฐานมันต้องมาจากการออกแรงให้กลมก่อนครับ ถ้าท่านออกได้กลมจุดบอดน้อยๆ ท่านจะสามารถไปได้เร็วขึ้นเยอะโดยเหนื่อยเท่าเดิม ซึ่งมันจะลามไปหาข้อ 3 ครับ
3.ไปทำฟิตติ้งให้มันสมบูรณ์เสียครับ การฟิตติ้งที่ดีจริงๆ จะสามารถหาจุดศักยภาพสูงสุดได้ ซึ่งถ้าเอาแบบโปรจริงๆ จะดูระยะเวลาที่ต้องการ พิกัดความเร็วไหน นานเท่าไหร่ จะอยู่ท่าไหน เพราะท่าทางบางที่หลบลมได้ดี แอโร่มากจริงแต่อยู่ได้ไม่นาน ต้องหาจุดสมดุลย์ที่สุดของท่าปั่นที่ออกแรงได้มากและส่งผลทางด้านความสบายไปด้วยแถมได้แอโร่อีกต่างหาก เสียเวลาทำแล้วนอนครับตื่นมาแรงขึ้นแน่
4.ถ้าทำทั้งยวงแล้วยังไม่แน่ใจว่าจะตื่นมาแรงขึ้นมั้ย ไปซื้อสกินสูทมาครับ มีหลายราคาให้เลือกสรร พันกว่าไปยันค่อนๆหมื่น ไปทะลุหมื่นก็มีครับ เสื้อผ้าที่แนบตัวไม่มีรอยย่นยับ ไม่มีกระเป๋าหลัง ไม่เปิดซิป มือที่เกลี้ยงเกลาหรือถุงมือที่รัดแน่นเรียบไม่ยับย่นมีสายคาด รวมไปถึงรองเท้าที่คุมด้วย shoes cover ดึงยาวขึ้นมา ถ้าท่านไม่ได้แข่ง uci ไม่แคร์กติกา ใส่แบบยาวยันเข่าหรือสกินสูทขายาวไปเลยครับ ว่ากันว่าได้มาอีกไม่น้อย
5.ถ้ายังไม่พอใจ นอนยังไม่หลับ ก่อนนอนไปหยิบหมวกมาแล้วเอาพลาสติคใสห่ออาหารจัดการห่อมันให้ดีครับอย่าให้มันมีรอยปุ่มป่ำ พวกแข่ง TT สมัครเล่นเมืองนอกนิยมทำแบบนี้แหละครับก่อนจะมียุคหมวกเสือหมอบแอโร่ ซึ่งพบว่าได้ผลเกินครึ่งของหมวกแอโร่แบบไทม์ไทรในราคาไม่กี่เศษเงิน แต่ถ้าเตรียมพร้อมอยากแรงจริงๆก็ไปจัดหมวกไทม์ไทรมาครับ ถ้านิ่งๆได้ก็จัดแบบยาวๆ ถ้าเป็นคนหลุกหลิกก้มๆเงยๆบ่อยๆก็พวกหางสั้นๆ ใบละค่อนหมื่นยันหมื่นกว่า แต่ได้ผลมากกว่าที่คิดนะครับ อย่าลืมว่าหัวเราเนี่ยอยู่ซะสูงสุดและแทบจะหน้าสุดเลย เจอลมจะๆครับ
6.ถ้าสนใจสายนี้จรีิงๆ สุดท้ายจะหนีไม่พ้นแอโร่บาร์ครับ ไอ้สองก้านมันไม่ทำให้รถท่านเร็วชขึ้นหรือทำให้ท่านออกแรงได้มากขึ้นหรอกครับ แต่มันบังคับให้ท่านต้องเก็บร่างกายอยู่ท่านั้น แหวกอากาศออกไป ทว่าจะได้ผลดีเลวคุ้มหรือไม่ก็อยู๋ที่การปรับระยะฟิตติ้งกันด้วยครับ แต่ถ้านับว่าเป็นการลงทุนไม่กี่พันบาทแล้วทำให้รถท่านสามารถแทบจะกลายเป็นรถแอโร่ได้ก็นับว่าคุ้มมากๆ

มาถึงตรงนี้ผมขอพักนะครับ มีการทดสอบของพวกบ้าแอโร่พบว่า
เสือหมอบธรรมดาแฮนด์ธรรมดาช้าสุด ต่อมาคือเสือหมอบแอโร่แฮนด์ธรรมดาเร็วกว่า แต่แพ้เสือหมอบธรรมดาใส่แอโร่บาร์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแพ้เสือหมอบแอโร่ใส่แอโร่บาร์
แถมเสือหมอบแอโร่ และเสือหมอบธรรมดาที่ใส่แอโร่บาร์ เร็วกว่า *รถไทม์ไทร และ รถไตรที่ไม่จับแอโร่บาร์
....ผมว่าตรงนี้คงเข้าใจแล้วล่ะครับว่า"เฟรม"ส่งผลขนาดไหน
ส่วนล้อ จริงๆความเร็วไม่เกี่ยวอะไรหรอกครับที่ว่าสูงมากจะหนืดขา จริงๆคือความเร็วครับ ถ้าเอาขอบต่ำแข็งๆลากมอไซไปถึง 50 ได้ แล้วกระชากต่อก็เบากว่าเอาขอบ 60 กระชากที่ความเร็วนั้นเหมือนกันครับ และถ้าปั่น 30 เป๊ะๆคงที่นิ่งๆสวยๆจะขอบสูงเท่าชามข้าวหรือต่ำติดยางก็ไม่ได้หนืดต่างกันครับ ในทางกลับกันถ้าปั่นได้นิ่งจริงๆจะแค่ 25 ขอบ 50 ก็จะวิ่งได้สบายกว่าขอบ 23 และขอบสูงมันช่วยนให้ถนอมแรงไว้ได้ไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเหลือแรงไว้ไอ้ที่มันหนักกระชากยากก็จะมีแรงมากระชากมันได้เองครับ
ทั้งนี้อยู่ที่"แนว"การปั่น คงหาสูตรสำเร็จให้แก่กันไม่ได้ครับ

ตอบกระทู็นี้ผมขอตอบว่า ไปทำอย่างอื่นให้หมดก่อนครับ นอกจากว่าทำได้หมดแล้ว ล้อง่ายกว่าครับ ได้ผลในระดับน่าพอใจแค่ไหนอยู่ที่แนวการปั่นครับ
เฟรม ลงทุนเยอะ ได้ผลแตกต่างกันแน่ แต่จะจับต้องได้และคุ้มกับมันแค่ไหนต้องถามตัวเองครับ ยิ่งออกแรงน้อย ยิ่งไปไม่เร็ส ไอ้เปอร์เซ็นต์ที่ต่างกันรวมแล้ว 1-2% ของเฟรม มันยิ่งส่งผลน้อยลงเรื่อยๆ
ขี่กันเป็นชั่วโมง เค้าทดสอบกันว่าเฟรมแอโร่ส่งผลได้แค่หลักสิบวินาทีครับ
คณพร้อมจะลงทุนเรือนแสนแล้วสามารถไปได้เร็วขึ้นอีก 30 วินาทีที่ระยะทาง 60 กม. มั้ยล่ะครับ??
ถ้ามันเป็นทางสุดท้ายเพราะทำมาหมดแล้วก็คุ้มครับแต่ถ้ายังมีทางออกอื่นๆผมว่าท่านเร็วขึ้นได้มากกว่า 1 นาทีโดยที่ใช้เงินน้อยกว่าค่าเฟรม
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”