ถ้าเคยกิน ก็น่าจะทราบนะครับว่า มันเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยาว มีผลตกค้าง ทำให้ลดทักษะความสามารถในการควบคุมยานพาหนะ ทักษะในการบังคับจักรยาน คนที่กินเป็นครั้งแรก แล้วฝืนไปออกทริป ก็อาจจะประสพอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องลงเขาเร็วๆ ในทางคดเคี้ยว
แจกเป็นวิทยาทานก็แล้วกันครับ
ปกติปัญหาของการนอนไม่หลับ จะแบ่งเป็น
1. หลับยาก แต่ถ้าหลับแล้วหลับยาวถึงเช้า พวกนี้ใช้ยาฤทธิ์สั้นๆ หมดฤทธิ์เร็วๆ ซึ่งเขาเรียกว่า Sleep starter ซึ่งถ้าหากการหลับยากนั้นเกิดจากผิดเวลา หรือมีอายุ สารmeltonin ในสมองลดลง พวกนี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆด้วยการให้ melatonin กินก่อนนอน แต่ถ้าหลับยากจากสภาวะวิตกกังวล ก็จะให้ยาในกลุ่ม minor transquilizer ซึ่งมีเยอะแยะมากมาย ฤทธิ์สั้นยาวแตกต่างกันไป แต่ถึงจะสั้นอย่างไร คุยว่าหมดฤทธิ์ใน 4 ชม.อย่างไรก็ตาม แต่พวกนี้จะลดทอนทักษะที่เรียกว่า psychomotor skill เช่น การตัดสินใจ การขับขี่ยานพาหนะอย่างน้อยก็ราวๆ 6-8 ชม.เป็นอย่างต่ำ จึงเป็นคำเตือนสำหรับผู้ป่วยทุกๆคนที่มารับการวางยาเพื่อผ่าตัดแบบไปเช้าเย็นกลับ ว่า"ห้ามขับขี่ยานพาหนะทุกอย่าง" ในช่วง 8ชม.หลังจากการฟื้นตัวจากยาสลบ ( ยาสลบในปัจจุบันหมดฤทธิ์เร็วมาก แต่ก็ยังต้องระมัดระวังในปัญหาที่อธิบายไปแล้วอยู่ดี )
2. หลับไม่ยาก แต่หลับไม่ยาว คือ ตื่นกลางดึก แล้วไม่หลับต่อ เช่น กลุ่มคนสูงอายุซึ่งอาจจะหลับไม่ยากนัก แต่ถ้าหากถูกรบกวนให้ตื่นขึ้นมากลางดึกก็จะไม่สามารถหลับต่อได้ หรือ ในกลุ่มซึมเศร้า ซึ่งจะหลับไม่ยากเช่นกัน แต่จะตื่นเองกลางดึก และไม่หลับอีกเลย หรือ ใช้เวลานานมากในการจะหลับต่อ แน่นอนครับ กลุ่มนี้จะให้ยาที่ออกฤทธ์นาน โดยอาจจะใช้เวลาในการเริ่มออกฤทธิ์มากสักนิดหนึ่ง ( onset ยาว ) ทำให้อาจจะไม่รู้สึกง่วงมากนักในช่วงแรก แต่ยาจะมีฤทธิ์อยู่นาน เพื่อคุม Sleep cycle ได้ยาวนานตลอดทั้งคืน ยาจำพวก Tricyclic Antidepressant เช่น Amitriptyline ก็เป็นยาในกลุ่มนี้เช่นกันครับ เช่นกัน ยาในกลุ่มนี้ หากใช้ในกลุ่มคนที่มีปัญหาแค่เรื่องนอนไม่หลับ แต่ไม่ได้มีปัญหาอย่างอื่น ก็จะพบว่าช่วงตื่นนอนขึ้นมาจะเป็นช่วงที่แย่มาก ตื่นไม่เคลียร์ บางครั้งทำงานต่อไม่ได้ ขับขี่ยานพาหนะลำบากเพราะตัดสินไม่ดี ปัจจุบันมีการพัฒนายาที่ใช้รักษาอาการซึมเศร้าใหม่ๆที่ให้ผลรักษาดีกว่า และผลข้างเคียงน้อยกว่าครับ เช่น พวก Selective Seratonin Reuptake Inhibitor
3. หลับยาก หลับไม่ลง ตื่นตลอดคืน วุ่นวาย พวกนี้ต้องรักษาด้วยกลุ่ม Major Transquilizer หรือยาในกลุ่ม Anti-psychotic ตัวอื่นๆ
สมัยที่ผมเป็นแพทย์ฝึกหัด ออกตรวจผู้ป่วยนอก ผมจะมียาตัวอย่างมากมายที่บรรดาเหล่าผู้แทนยาเอามาให้เป็นตัวอย่าง ซึ่งจะมีทั้งยาที่ใช้รักษากลุ่มที่ 1 และ 2 ยกเว้นกลุ่มที่ 3 ที่ไม่เคยเอามาให้ แล้วผมก็เป็นคนที่ชอบลองของ โดยเฉพาะในเมื่อเราต้องสั่งจ่ายให้คนไข้ เราเองก็ควรที่จะได้รู้ผลลัพธ์ของมันด้วย อ่านหนังสือก็เท่านั้น ลองเองง่ายกว่า ว่าแล้วผมก็ลองมันแทบจะทุกตัวที่บรรดาตัวแทนเอามาฝากให้ ตั้งแต่ฤทธิ์สั้นๆ กินแล้วตื่นขึ้นมาแบบสดชื่น ( หลังจากอยู่เวรติดต่อกัน ก็อยากจะนอนยาวๆแบบมีคุณภาพบ้าง ) หรือ แม้แต่พวกฤทธิ์ยาวๆ กินทีหลับไปแล้ว 10 ชม. ตื่นขึ้นมาก็ยังทำอะไรอีกไม่ได้ ในหัวมีแต่ความกลวงโบ๋ ไปอีก 8 ชม. ก็เจอมาแล้ว ( บรรยายสรรพคุณง่ายๆ เหมือนกับ ไปนั่งกินเบียร์ที่โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แล้วไปเจอเบียร์รสนุ่มๆ ไม่นรกเผาคอ เผาไส้เหมือนเบียร์ไทยบางยี่ห้อ นั่งดื่มนั่งกิน นั่งคุย จนเลิกรากลับบ้าน โบกแทกซี่กลับ เพราะเมาไม่ขับ ตื่นเช้ามา ก็ยังต้องมานอนเกลือกนอนกลิ้งบนที่นอนกันอยู่ถึงเย็น กว่าจะได้เรื่องได้ราว ยาตัวนี้ก็แบบนี้แหละครับ )
จริงอยู่ครับ สำหรับคนที่กินยาต่อเนื่องกันนานๆ ยาทุกตัวจะเกิดอาการต้านยา ( drug tolerance ) เช่น เดิมตื่นมาแล้วแทบจะเอาหัวไถไปกับพื้น ก็จะค่อยๆต้านอาการข้างเคียงได้ แล้วยังต้านทานผลการรักษาได้อีก ต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นตามลำดับ จนบางครั้งอาจจะลืมไปแล้วว่า "วันแรก"ที่กินยา แล้วตื่นขึ้นมารู้สึกอย่างไร
สำหรับสรรพคุณอื่นๆของ Amitriptyline ที่ใช้ป้องกันไมเกรนก็ดี , บรรเทาอาการปวดแบบ neurogenic pain , Bowel irritaion syndrome นั้น จริงๆแล้วปัจจุบันก็มียาในกลุ่มเฉพาะที่ดีกว่า ผลข้างเคียงน้อยกว่า ให้เลือกใช้ได้เช่นกัน และสรรพคุณอื่นๆของAmitripนั้น จะถูกใช้เป็นพระรอง เสริม ยาตัวอื่นที่เป็นพระเอกแทน
ความเห็นส่วนตัวของผม
ผมเป็นสมาชิกในกลุ่มบุคคลากรที่สามารถเข้าถึงยาได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ทำให้ผมเข้าใจว่ายาบางตัวนั้นสามารถใช้รักษาให้เกิดประโยชน์ หรือ มีผลข้างเคียงให้เกิดอันตราย
ผมจึงแทบจะไม่เคยเอ่ยชื่อของยาใดๆในกระดานข่าว ยกเว้นจะเป็นยาที่ปลอดภัยและได้รับการยอมรับในวงกว้าง ที่สำคัญคือ เป็นยาที่สามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา เช่น ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบ
แต่ผมจะไม่แนะนำยาในกลุ่ม"ควบคุมพิเศษ" ซึ่งจะต้องซื้อด้วยใบสั่งแพทย์เท่านั้น ยานอนหลับทุกตัว ยาในกลุ่มรักษาอาการซึมเศร้าทุกตัว ยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททุกตัว ร้านขายยาขนาดเล็กๆจะไม่มีขาย ( ยกเว้นมีใบอนุญาตเฉพาะ ) และถึงจะเป็นร้านใหญ่เพียงใดก็ตาม หากขายให้คนทั่วไปโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ด้วยแล้ว ก็จะมีความผิดตามประมวลกม.อาญา มีทั้งโทษจำ โทษปรับ
ยาทุกตัวมีผลข้างเคียงทั้งสิ้น ทั้งโดยตรง และโดยอ้อม ผมจึงไม่อยากจะเพิ่มกรรมมาเกี่ยวอีก( แค่นี้ก็มีมากพอแล้ว ) เพราะว่า หากคนที่ได้รับคำแนะนำไป หาวิธีใดๆก็ตามเพื่อให้ได้ยาดังกล่าวไปใช้ แล้วเกิดผลข้างเคียงขึ้น ไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อมก็ตาม มันก็เป็นกรรมที่เกี่ยวเนื่องมาจากตัวผมเองเช่นกัน
ผมจึงถามว่าเคยใช้ยามาแล้วหรือยัง ถ้าเคยจริงๆ แล้วตระหนักถึงผลเสียของมัน คราวหน้า อย่าแนะนำยาใดๆเลยครับ ปล่อยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นคนตัดสินและรับผิดชอบเรื่องพวกนี้ดีกว่า

เพราะบางครั้ง เราอาจจะ"ก่อกรรม"ขึ้นมาโดยคิดไม่ถึงได้
