ผมก็อยู่หาดใหญ่ครับ...
ขอร่วมแชร์ความคิดเห็นด้วยนะครับ
เห็นด้วยนะครับ ที่มีจะช่วยกันรณรงค์ให้ใช้จักรยาน
ผมจะช่วยบอกถึงประโยชน์ของจักรยานต่อๆ กันไปแก่คนที่รู้จักนะครับ...
(แต่เขาจะกล้าปั่นหรือเปล่าไม่รู้...

)
ผมว่าถ้าใช้จักรยานในชีวิตประจำวันได้ก็ดีมากๆ
เพราะส่วนมากผมคิดว่าชาวหาดใหญ่เราจะใช้จักรยานในการออกกำลังกายซะมากกว่า...
ผมว่าการใช้จักรยานในการดำรงชีวิต ของพวกเรา เอาเป็นว่าคนไทยเลยนะครับ
ผมคิดว่าลำบากครับ เพราะรัฐช่วยเหลือเราน้อยมากๆๆๆ
สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับจักรยานน้อยมากๆๆๆ
เมื่อเทียบกับประเทศแถบยุโรป (ตามที่เห็นภาพบ้านเมืองของเขาตามกะทู้ต่างๆ)
ที่เห็นคือ สองแถวที่เด็กนักเรียนห้อยท้าย ยืนขาเดียวจับมือเดียว ห้อยมาท้ายรถกระบะสองแถว
รถเมล์ ที่มีมลภาวะควันดำปิ๊ดปี๋ และเสียงดัง และเริ่มมีการปาดหน้ากัน (ชักคล้ายๆกรุงเทพฯเข้าไปทุกที)
และ ค่านิยม อะไร ที่จะช่วยปลูกฝัง ให้พวกเรารักในสิ่งแวดล้อมอย่างจริงใจ จริงจัง
อะไรที่ทำให้ เด็ก ม.ต้น ตามโรงเรียน ต้องการขับ ฟีโน่ ฮอนด้าคลิ๊ก ฯลฯ แทนการปั่นจักรยานไปโรงเรียน
และร้องขอให้พ่อแม่ซื้อมอเตอร์ไซต์มากกว่าซื้อจักรยาน
ซึ่งเห็นว่าเดี๋ยวนี้ในโรงเรียนจะมีรถมอเตอร์ไซจอดเต็มไปหมด จนจอดไม่พอ
ผมยังงงว่า เด็กเอาเงินที่ไหนมาผ่อน มอเตอร์ไซต์คันละประมาณ 50,000 บาท (บางคันแต่งซิ่ง ท่อดังอีกต่างหาก)
ทั้งที่เราซื้อจักรยานคันละ 40,000 นี้ก็ แทบจะกินแกลบแล้วครับ...
นิสัยมันจะติดไปถึงวัยผู้ใหญ่ครับ อยากซื้อรถที่เกินความจำเป็น เพิ่อเป็นการแสดงถึงฐานะ
จำนวนรถยนต์ต่อสัดส่วนประชากรคนไทย สูงมากกว่าหลายประเทศมากๆครับ
แต่ผมคิดว่าสาเหตุมันก็เกิดจากที่ว่า รัฐ ไม่ได้ช่วยประชาชนในสาธารณูปโภคด้านการเดินทางนี่แหละครับ
มันไม่ปลอดภัย ไม่ตรงเวลา ถ้ามีรถเมล์ รถไฟ ที่ครอบคลุมไปทั่ว ทันสมัยปลอดภัย อย่างต่างประเทศสิครับ (ของเรายังรางเดี่ยวอยู่เลยครับ)
เราก็อาจจะปั่นจักรยานไปจุดจอด ที่รัฐทำให้ แล้วก็ต่อรถไฟ หรือรถเมล์ไปทำงานได้สะดวก
นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ...
ผมคิดว่าผิดที่ รัฐ ครับ ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย
ทุกวันนี้มีแต่การเมืองเน่าๆ ครับ ในทุกระดับชั้น (จะเห็นว่ารุนแรงขนาดต้องถล่มยิงกันตายเป็นประจำ)
พวกเราชาวบ้านตาดำๆ ต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน เอาชีวิตรอดกันเอาเองครับ
ไม่รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข หรือเมื่อคนตกงานรัฐช่วยเหลือครับ(หมายถึงประเทศที่เจริญแล้ว)
บ่น(ยาว)ไปก็เท่านั้น คงขึ้นอยู่กับตัวเราที่ต้องยึดมั่นในความเป็นจริงกันให้มาก ๆ
แล้วหาวิธีแก้ไขให้ตัวเรามีความสุขในการปั่นจักรยานอย่างพอเพียงในแต่ละคน
(ถ้าความเห็นผมไม่ถูกใจใคร ก็ขอรับผิดนะครับ เจตนาดีครับผม...
