เท่าที่เคยเรียนมา เรื่อง Risk Management การพิจารณาที่จะจัดการความเสี่ยงหรือไม่/อย่างไร ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักๆ
1. โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์
2. ความรุนแรงหรือผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์
เคสการปั่นใกล้ๆ แม้ โอกาสจะเกิดอุบัติเหตุอาจจะต่ำ แต่เมื่อพิจารณาความรุนแรงหรือผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ถือว่าสูงเสมอ โดยเฉพาะกรณีเมื่อไหร่ที่ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีผลต่อชีวิต (Risk to Life) แล้ว ตามตำราให้จัดอยู่ในขั้นอนันต์หรือประเมินค่าไม่ได้
ผมจึงใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งที่ออกปั่นไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และรณรงค์ให้นักปั่นทุกคนในกลุ่มสวมหมวกตลอดเวลาที่ปั่น เพราะอุบัติเหตุมันคาดการล่วงหน้าไม่ได้
ยกตัวอย่างแค่บางเหตุการณ์ที่เกิดกับตัวเอง และคนใกล้ตัวที่สุด หากไม่สวมหมวกคงจะต้องมีใครบางคนลำบากและมีใครบางคนต้องเสียใจ
1) ภรรยาผมเอง เกือบ 2 ปีมาแล้ว เป็นลม (Heat Stroke) ขณะลงยืนประคองรถ ไม่ได้ปั่น ล้มหงายหลังโค่นทั้งยืน ท้ายทอยฟาดพื้น โชคดีที่สววมหมวก ไม่เป็นอะไรเลย แค่คอเคล็ด
2) สดๆ ร้อนๆ ตัวผมเองปั่นจักรยานมาเกือบ 2 ปี นับระยะทางสะสมได้กว่า 20,000 กม. สิ่งที่ผมระวังมากที่สุดคืออุบัติเหตุ ที่ผ่านมาเคยลื่นล้ม ช้าๆ เบาๆ 1 ครั้ง ไม่เจ็บตัวมาก แค่ถลอก
แต่แล้วเมื่อวันที่ 23/9/2557 หลังจากไปทริปข้ามจังหวัด 60 กม.เศษ ขากลับ อีก 300 เมตรจะถึงบ้าน ผมก็พลาดแบบไม่น่าจะพลาด รถล้มหน้าบ้าน ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กม/ชม. เป็นการล้มที่ค่อนข้างรุนแรง แบบไม่ได้ตั้งตัวชนิดว่าที่ล้มแล้วงงว่าล้มไปได้ไง ต้องมาหาสาเหตุทีหลัง.... สรุปการบาดเจ็บ แผลถลอกเล็กน้อย และไหปลาร้าหัก (ไหปลาร้าหัก ตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพิ่งมารู้ตอนเจอเองว่าธรรมดาๆ หักได้ง่ายแต่ก็รักษาหายได้เร็วมาก) สำคัญที่สุดผมไม่ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะแม้แต่น้อย ทั้งที่สภาพหมวกเป็นอย่างในรูป
