ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- ฤชา ขวัญตา
- ขาประจำ
- โพสต์: 1344
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2010, 22:58
- Tel: 0816399334
- team: เสือ..กลิ้ง โตโยต้าสุวินทวงศ์
- Bike: PRINCIPIA Msle Pro ,BIANCHI nirone หางคาร์บอน แล้วมาเป็น SEMPRE
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ก็แต่งตัวไม่ค่อยภูมิฐานมั้งครับ...
คงต้องขับเบนซ์ บีเอ็ม ไปจอดหน้าร้านเลยเพ่ แล้วจะรู้ซึ้งครับ
..คือ..ประชดอ่ะครับ
ไม่ได้ว่าใคร.. แต่เจอกับตัวเองอ่ะ ก็ดีครับ ตัดสินใจอยู่ที่เรา ไม่เอาก็เดินออก..แค่นั้น ร้านอื่นมีครับท่าน อย่าไปคิดมากเลยยยย.. ไม่ใช่คนขายหวย จะได้เดินมาง้อเราถึงที่

-
bird8850
- ขาประจำ
- โพสต์: 2631
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2010, 09:05
- Tel: 0833040497
- team: ไร้สังกัด
- Bike: รถพับและMTB
- ตำแหน่ง: ดินแดงโบสแม่พระ
- ติดต่อ:
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ผมอธิบายจนลูกค้าหลับ ไม่ซื้อไม่ว่า ได้คุยก็ สุขใจ 
ตัวแทนจำหน่าย DAHON,JAVA,GIOS จำหน่าย จักรยานและ อุปกรณ์ซ่อม จักรยานโดย วิศวกร
[BIRD BIKE SHOP]ปากซอยสุทธิสารอินทรามระ29 ติดธนาคารกรุงศรี
เวลาทำการ จันทร์ถึงเสาร์13.30นถึง20.30น. โทรนัด083-3040497ล่วงหน้าก่อนมาที่ร้าน
http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=454 <<ดูของทั้งหมดคลิ้กเลยรถพับDAHON,JAVAและอื่นๆอีกมากมาย
[BIRD BIKE SHOP]ปากซอยสุทธิสารอินทรามระ29 ติดธนาคารกรุงศรี
เวลาทำการ จันทร์ถึงเสาร์13.30นถึง20.30น. โทรนัด083-3040497ล่วงหน้าก่อนมาที่ร้าน
http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=454 <<ดูของทั้งหมดคลิ้กเลยรถพับDAHON,JAVAและอื่นๆอีกมากมาย
-
JDPN
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2014, 11:24
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
เคยมีร้านก๋วยเตี๋ยวแถวบ้าน ขายดีมากแต่พูดจาไม่ดี ตอนหลังโดนไม่ให้ขายที่เดิม ย้ายไปที่ใหม่ทำเลไม่ดี ผมตามไปเจอเห็นนั่งหงอยอยู่ในร้าน พอเห็นผมแทบจะอุ้มเข้าร้าน สงสารแกแต่ก็ไปทีเดียวเพราะอยู่ไกล กระแสจักรยานก็ไม่รู้ว่าจะอยู่นานขนาดไหนกับคนไทย ดูจากกระแสต่างๆที่มาไว ไปไว หาแฟนพันธุ์แท้ของร้านให้เยอะๆไว้เถอะครับ คุณรู้ได้ไงว่าคนที่มาถามคุณแล้วไม่ซื้อในตอนแรก ถ้าเค้าประทับใจในการบริการของคุณ เค้าอาจจะเป็นลูกค้าคนสำคัญของคุณในอนาคตก็ได้ ถึงแม้ร้านคุณไม่ใช่ร้านที่ขายถูกที่สุด
- ifinxz
- ขาประจำ
- โพสต์: 449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2012, 14:13
- Bike: Giant TCR SCR
- ติดต่อ:
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
มันก็แล้วแต่กรณี
ถ้ามองต่างมุมแล้วคิดให้ลึกซึ้ง ในบางจังหวะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราถูกชะตาหรือเปล่า
เพราะในจังหวะเดียวกัน เค้าพูดมาคำหนึ่ง ถ้าเราอยู่ในอารมณ์คนละแบบ บางทีเราก็ชอบ บางทีเราก็เกลียดได้
ก็เหมือนกัน เราเข้าไปร้านเค้า บางทีเค้ายุ่ง แต่ยังอารมณ์ดี เค้าก็อาจบริการเราได้ดีกว่าตอนที่เค้าว่าง แต่ใจเค้ากำลังมีปัญหาเรื่องร้านก็ได้
บางครั้งเจ้าของกับลูกจ้าง ก็มีความเป็นนักธุรกิจและศิลปินต่างกัน
เจ้าของอยากขายแพง แต่ลูกน้องขายถูกไปหน่อยกลับโดนด่า
พอเพื่อนเจ้าของร้านมา เจ้าของขายไม่เอากำไรซะงั้น
บางทีเจ้าของอยากให้ลูกน้องทำงานไวๆ ประกอบรถไม่ต้องพิถีพิถันก็ได้ ไม่ได้ง้อลูกค้า
แต่พอรถเพื่อนจะซื้อมา ให้ประกอบให้เนี้ยบที่สุด
เพราะบางทีเจ้าของไม่รู้ว่าลูกค้าคนนี้คือลูกค้าประจำของลูกน้อง คิดว่าเป็นขาจร
ลูกน้องจับทางไม่ถูกก็เป๋กันไป ลูกค้ากลายเป็นผู้รับเคราะห์ได้ง่ายๆ
บางทีร้านใหญ่แต่ปล่อยให้เดินดูของได้เต็มที่ อยากลองก็ลอง ไม่ว่าอะไรก็มี ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกพนักงานได้
พนักงานเค้าก็ไปจัดสินค้าตามชั้นโชว์หรือทำงานอื่นได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องรำคาญกันทั้งสองฝ่าย
แต่ลูกค้าบางคนทำการบ้านมาน้อย ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะซื้อ
อยากได้คำปรึกษาแต่ปากหนัก ไม่กล้าเอ่ยถาม ก็กลายเป็นว่าทางร้านไม่ใส่ใจ
ขุ่นเคืองกันไปเฉย
ร้านที่ผมเคยแอนตี้ คิดว่าจะไม่กลับมาอีกถ้าไม่จำเป็น พอระยะหลังมีการปรับเปลี่ยนการวางของ ปรับพื้นที่บริการ รับพนักงานเพิ่ม
ก็กลายเป็นร้านที่เราเต็มใจเข้าไปอุดหนุนได้ เพราะรู้สึกสะดวกใจขึ้น จะยืนเลือกของก็ไม่มีใครกวนใจ แค่ยืนดูห่างๆ
อันนี้ก็ต้องเข้าใจเค้า เพราะเค้าก็ต้องกลัวของหาย มันจะใช้วิธีวัดใจกันตลอดทุกคนก็ไม่ได้ เพราะขี้ขโมยมันก็มี
ใจเขา ใจเราครับ โตแล้ว อดทนได้ก็อดทน
ถ้ามีเงินเยอะๆ มันไม่ต้องบ่นไม่ต้องง้อใครหรอก บินไปเที่ยว+ซื้อเองถึงที่ตัวแทนต่างประเทศเลยก็ได้
ถ้ามองต่างมุมแล้วคิดให้ลึกซึ้ง ในบางจังหวะ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราถูกชะตาหรือเปล่า
เพราะในจังหวะเดียวกัน เค้าพูดมาคำหนึ่ง ถ้าเราอยู่ในอารมณ์คนละแบบ บางทีเราก็ชอบ บางทีเราก็เกลียดได้
ก็เหมือนกัน เราเข้าไปร้านเค้า บางทีเค้ายุ่ง แต่ยังอารมณ์ดี เค้าก็อาจบริการเราได้ดีกว่าตอนที่เค้าว่าง แต่ใจเค้ากำลังมีปัญหาเรื่องร้านก็ได้
บางครั้งเจ้าของกับลูกจ้าง ก็มีความเป็นนักธุรกิจและศิลปินต่างกัน
เจ้าของอยากขายแพง แต่ลูกน้องขายถูกไปหน่อยกลับโดนด่า
พอเพื่อนเจ้าของร้านมา เจ้าของขายไม่เอากำไรซะงั้น
บางทีเจ้าของอยากให้ลูกน้องทำงานไวๆ ประกอบรถไม่ต้องพิถีพิถันก็ได้ ไม่ได้ง้อลูกค้า
แต่พอรถเพื่อนจะซื้อมา ให้ประกอบให้เนี้ยบที่สุด
เพราะบางทีเจ้าของไม่รู้ว่าลูกค้าคนนี้คือลูกค้าประจำของลูกน้อง คิดว่าเป็นขาจร
ลูกน้องจับทางไม่ถูกก็เป๋กันไป ลูกค้ากลายเป็นผู้รับเคราะห์ได้ง่ายๆ
บางทีร้านใหญ่แต่ปล่อยให้เดินดูของได้เต็มที่ อยากลองก็ลอง ไม่ว่าอะไรก็มี ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกพนักงานได้
พนักงานเค้าก็ไปจัดสินค้าตามชั้นโชว์หรือทำงานอื่นได้ เพื่อจะได้ไม่ต้องรำคาญกันทั้งสองฝ่าย
แต่ลูกค้าบางคนทำการบ้านมาน้อย ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะซื้อ
อยากได้คำปรึกษาแต่ปากหนัก ไม่กล้าเอ่ยถาม ก็กลายเป็นว่าทางร้านไม่ใส่ใจ
ขุ่นเคืองกันไปเฉย
ร้านที่ผมเคยแอนตี้ คิดว่าจะไม่กลับมาอีกถ้าไม่จำเป็น พอระยะหลังมีการปรับเปลี่ยนการวางของ ปรับพื้นที่บริการ รับพนักงานเพิ่ม
ก็กลายเป็นร้านที่เราเต็มใจเข้าไปอุดหนุนได้ เพราะรู้สึกสะดวกใจขึ้น จะยืนเลือกของก็ไม่มีใครกวนใจ แค่ยืนดูห่างๆ
อันนี้ก็ต้องเข้าใจเค้า เพราะเค้าก็ต้องกลัวของหาย มันจะใช้วิธีวัดใจกันตลอดทุกคนก็ไม่ได้ เพราะขี้ขโมยมันก็มี
ใจเขา ใจเราครับ โตแล้ว อดทนได้ก็อดทน
ถ้ามีเงินเยอะๆ มันไม่ต้องบ่นไม่ต้องง้อใครหรอก บินไปเที่ยว+ซื้อเองถึงที่ตัวแทนต่างประเทศเลยก็ได้
ผิดพลาดขออภัย มือใหม่หัดหมอบ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ร้านใหญ่ๆที่ท่านว่า มีต้นทุนสูงกว่าร้านเล็กๆมาก
รุ่นน้องผมเพิ่งปั่นจักรยาน สงสัยทำไมถุงมือบางร้อนหน้าตาเหมือนกันแพงกว่ากันเป็นร้อย บางร้านถูกๆ
เพราะร้านเล็กๆ บางร้านไม่มีช่าง"แท้ๆ" บางร้านแชร์ช่างกับร้านอื่นๆ สถานที่ก็เล็กๆ ไม่สต็อคของมาก ไม่มีพนักงาน
ร้านใหญ่ๆ มีช่างมีดีๆไม่ใช่แค่คนเดียว มีพนักงานขายที่รู้เยอะรู็จริงๆ ไม่ใช่บางร้านมั่วเข้าว่า เหมือนว่าเราโง่หรือไง(วะ)
ร้านที่ใหญ่ทุนต้องมาก เงินต้องหมุนเวียนเยอะ ลูกค้าก็ต้องมากเป็นปกติ เมื่อลูกค้ามาก การดูแลลูกค้าก็้องพร่องลงไปบ้าง ลูกจ้าง อย่างไรก็ลูกจ้างจะไปใช้ใจใช้วิญญาณดูแลเอาใจใส่ลูกค้าได้เหมือนเป็นเจ้าของก็คงยาก ร้านที่มีพนักงานมากๆ ลองดูได้เลยครับ ถ้าเจ้าของไม่อยู่ ลูกจ้างก็เนือยๆกัน
แล้วเจ้าของร้านก็คนครับ วันๆมีคนเดินเข้าร้านเป็นสิบเป็นร้อย ให้ยิ้มร่าเริงคุยคนละ 15 นาทีกับทุกคน วันๆหนึ่งคงไม่ต้องทำอะไรครับ
คิดเล่นๆนะครับถ้าท่านเป็นเจ้าของร้าน ขายดี คนเดินเขาร้านท่านวันละ 30 คน ซึ่ง 10% นั้นมาแล้วออกรถ แปลว่าท่านออกรถได้วันละ 3 คัน ท่านมีช่าง 1 คน และท่านทำรถเป็นอีก 1 คน ใน 1 วันท่านสามารถประกอบรถออกไปไดงานเนี๊ยบๆ 2 คันกว่าๆ และหากท่านคุยกับลูกค้า 30 คน คุยดีดูแลดีให้เวลาคนละ 10 นาที ท่านจะต้องใช้เวลาคุยกับลูกค้า 5 ชั่วโมง .......... คุยไป ทำรถไป เดินไปหยิบของ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ แล้วร้านจักรยานจะหนาแน่นวันธรรมดาช่วง 3 โมงเป็นต้นไปถึงราวๆ 1 ทุ่ม(ร้านปิด) เพราะคนเลิกงานมา คิดดูครับว่าจะเป็นอย่างไร ธรรมดาทำงานทำการกัน ใกล้เลิกงานก็หมดแรงแล้ว นี่ใกล้เลิกงานคนิ่งมากครับ
ผมเคยเดินเข้าร้านจักรยาน ไปแบบโต๋เต๋ๆ ลากแตะใส่ขาสั้นไป ร้านดังย่านจรัลฯด้วยครับ บอกได้เลยว่าตอนนั้นกลุ้มครับ อยากใช้เงิน
แต่อนิจจาร้านนี้ไม่แยแส ไม่สนใจ ถามตอบคำสองคำ ว่าแล้วเดินออกมาซะ ไปจบที่ร้านอื่นๆ ที่ไปเวลาร้านจะปิดแล้วแท้ๆแต่คุยกันดี ดูแลดีมาก
ร้านนั้นปิดตัวไปแล้วครับ ร้านใหญ่ ระดับขายของให้ทีมแข่งด้วย
อย่างไรก็ดี ร้านจะใหญ่ จะเล็ฏ ขายแพง หรือถูก อาจไม่สำคัญ เท่ากับการดูแลที่ดี ถูกใจ ถูกคอ ผมเชื่อเสมอว่าร้านจักรยานไม่ใช่แค่ "คนขาย" กับ "คนซื้อ" ยิ่งร้านที่เจ้าของก็ขี่ พนักงานก็ขี่ เห็นหน้ากันบนถนน ของจะแพงเราก็ยินดีซื้อหากัน อะไรที่จุกจิกทำได้ก็ทำเองเสียบ้าง
ใจเขาใจเราครับ
รุ่นน้องผมเพิ่งปั่นจักรยาน สงสัยทำไมถุงมือบางร้อนหน้าตาเหมือนกันแพงกว่ากันเป็นร้อย บางร้านถูกๆ
เพราะร้านเล็กๆ บางร้านไม่มีช่าง"แท้ๆ" บางร้านแชร์ช่างกับร้านอื่นๆ สถานที่ก็เล็กๆ ไม่สต็อคของมาก ไม่มีพนักงาน
ร้านใหญ่ๆ มีช่างมีดีๆไม่ใช่แค่คนเดียว มีพนักงานขายที่รู้เยอะรู็จริงๆ ไม่ใช่บางร้านมั่วเข้าว่า เหมือนว่าเราโง่หรือไง(วะ)
ร้านที่ใหญ่ทุนต้องมาก เงินต้องหมุนเวียนเยอะ ลูกค้าก็ต้องมากเป็นปกติ เมื่อลูกค้ามาก การดูแลลูกค้าก็้องพร่องลงไปบ้าง ลูกจ้าง อย่างไรก็ลูกจ้างจะไปใช้ใจใช้วิญญาณดูแลเอาใจใส่ลูกค้าได้เหมือนเป็นเจ้าของก็คงยาก ร้านที่มีพนักงานมากๆ ลองดูได้เลยครับ ถ้าเจ้าของไม่อยู่ ลูกจ้างก็เนือยๆกัน
แล้วเจ้าของร้านก็คนครับ วันๆมีคนเดินเข้าร้านเป็นสิบเป็นร้อย ให้ยิ้มร่าเริงคุยคนละ 15 นาทีกับทุกคน วันๆหนึ่งคงไม่ต้องทำอะไรครับ
คิดเล่นๆนะครับถ้าท่านเป็นเจ้าของร้าน ขายดี คนเดินเขาร้านท่านวันละ 30 คน ซึ่ง 10% นั้นมาแล้วออกรถ แปลว่าท่านออกรถได้วันละ 3 คัน ท่านมีช่าง 1 คน และท่านทำรถเป็นอีก 1 คน ใน 1 วันท่านสามารถประกอบรถออกไปไดงานเนี๊ยบๆ 2 คันกว่าๆ และหากท่านคุยกับลูกค้า 30 คน คุยดีดูแลดีให้เวลาคนละ 10 นาที ท่านจะต้องใช้เวลาคุยกับลูกค้า 5 ชั่วโมง .......... คุยไป ทำรถไป เดินไปหยิบของ แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ แล้วร้านจักรยานจะหนาแน่นวันธรรมดาช่วง 3 โมงเป็นต้นไปถึงราวๆ 1 ทุ่ม(ร้านปิด) เพราะคนเลิกงานมา คิดดูครับว่าจะเป็นอย่างไร ธรรมดาทำงานทำการกัน ใกล้เลิกงานก็หมดแรงแล้ว นี่ใกล้เลิกงานคนิ่งมากครับ
ผมเคยเดินเข้าร้านจักรยาน ไปแบบโต๋เต๋ๆ ลากแตะใส่ขาสั้นไป ร้านดังย่านจรัลฯด้วยครับ บอกได้เลยว่าตอนนั้นกลุ้มครับ อยากใช้เงิน
ร้านนั้นปิดตัวไปแล้วครับ ร้านใหญ่ ระดับขายของให้ทีมแข่งด้วย
อย่างไรก็ดี ร้านจะใหญ่ จะเล็ฏ ขายแพง หรือถูก อาจไม่สำคัญ เท่ากับการดูแลที่ดี ถูกใจ ถูกคอ ผมเชื่อเสมอว่าร้านจักรยานไม่ใช่แค่ "คนขาย" กับ "คนซื้อ" ยิ่งร้านที่เจ้าของก็ขี่ พนักงานก็ขี่ เห็นหน้ากันบนถนน ของจะแพงเราก็ยินดีซื้อหากัน อะไรที่จุกจิกทำได้ก็ทำเองเสียบ้าง
ใจเขาใจเราครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- Supp1954
- ขาประจำ
- โพสต์: 381
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2014, 19:46
- team: BF Team
- Bike: venge s-works 2015
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ผมซื้อขนมไม่กี่บาทเขายังเอ่ยคำขอบคุณ...ฟังแล้วชื่นใจ
ซื้อไปเกือบแสนแล้วร้านนี้...ยังไม่เคยได้รับคำขอบคุณ
ผมน่าจะเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะของเขา
ราคาดีกว่า มากกว่า ใกล้บ้านกว่า....เดินออกมาคราใด
ก็รู้สึกถึงนิสัยของหนุ่มๆสาวๆร้านนี้ทุกครั้งไป
ซื้อไปเกือบแสนแล้วร้านนี้...ยังไม่เคยได้รับคำขอบคุณ
ผมน่าจะเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะของเขา
ราคาดีกว่า มากกว่า ใกล้บ้านกว่า....เดินออกมาคราใด
ก็รู้สึกถึงนิสัยของหนุ่มๆสาวๆร้านนี้ทุกครั้งไป
- Warinui
- สมาชิก
- โพสต์: 1
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 มิ.ย. 2014, 19:41
- Bike: Wolfbike, Dahon, Nirone 7 Dama Bianca
- ตำแหน่ง: Minburi BKK
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ทำใจค่ะ เคยเจอเหมือนกัน ช่วงไปซื้อแรกๆ แอบหงุดหงิดมากมาย(มือใหม่ด้วย งงๆ มึนๆ)...หลังๆ อืม "มันเป็นสไตล์" คิดซะว่าใกล้บ้านดี(สะดวกตัวเอง) ถ้าเซอร์วิสมายด์แย่ก็ส่งผลเสียกับร้านเขาเอง
ว่าไปคิดอีกทีข้อดีเขาก็มีอย่างของให้เลือกเยอะดี ว่างก็เดินดูไปเรื่อยเปื่อยไม่มีใครกวน อีกอย่างราคามักถูกกว่าเจ้าอื่นนับว่าทำธุรกิจแบบไม่เอาเปรียบลูกค้ามากเกินไป(สวยๆ^^)
ช่วงไหนกระเป๋าแฟบนี่รักเลย ศึกษาไปก่อนดีๆ แล้วยิงลูกโดด ได้ของปั๊บออก ดีกว่าข้ามเขตไปอีกร้านที่ราคาดี บริการดี เพราะออกมาทีไรซีดแบบไม่ค่อยรู้ตัว ซ้ำร้ายบางทีมีต้องเดินออกไปเบิกทัพเสริมแล้วกลับมาจัดเพิ่มอีก TT
ว่าไปคิดอีกทีข้อดีเขาก็มีอย่างของให้เลือกเยอะดี ว่างก็เดินดูไปเรื่อยเปื่อยไม่มีใครกวน อีกอย่างราคามักถูกกว่าเจ้าอื่นนับว่าทำธุรกิจแบบไม่เอาเปรียบลูกค้ามากเกินไป(สวยๆ^^)
ช่วงไหนกระเป๋าแฟบนี่รักเลย ศึกษาไปก่อนดีๆ แล้วยิงลูกโดด ได้ของปั๊บออก ดีกว่าข้ามเขตไปอีกร้านที่ราคาดี บริการดี เพราะออกมาทีไรซีดแบบไม่ค่อยรู้ตัว ซ้ำร้ายบางทีมีต้องเดินออกไปเบิกทัพเสริมแล้วกลับมาจัดเพิ่มอีก TT
- yazz
- ขาประจำ
- โพสต์: 158
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มิ.ย. 2010, 01:52
- Bike: BMC SLR-01 / CAAD 10
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
ต่างกรรมต่างวาระครับ
บางร้านที่คนอื่นชอบผมไปกลับไม่ชอบ
บางร้านที่คนอื่นว่าไม่ดีผมไปแล้วประทับใจ
ล่าสุดโทรไปถามสินค้าบันไดเสือหมอบ จากร้านแห่งหนึ่ง (ห่างจากบ้าน30กิโลโทรก่อนไปป้องกันการไปเสียเที่ยว)
ผม: เฮียครับมีบันได105คาร์บอนไหม
คนขาย: มี
ผม: เป็นตัวใหม่5800หรือ5700 ครับ
คนขาย: ไม่ได้ดูเหมือนกัน.... คนขายมีของเยอะหลายร้อยรายการ คนซื้อดูinternet มาแล้วรู้เยอะ
ผม: แล้วเฮียดูให้หน่อยได้ไหมครับอยากได้5800 ขี้เกียจไปเก้อ
คนขาย: ..........(เงียบ)
ผม: ตกลงเฮียไม่ดูให้ใช่ไหมครับ
คนขาย: อือ
ร้านนี้ผมคงไม่ไปอีกแล้ว
ถ้ายุ่งก็บอกให้ผมโทรกลับมาใหม่ก็ได้ ไม่ว่ากัน
บางร้านที่คนอื่นชอบผมไปกลับไม่ชอบ
บางร้านที่คนอื่นว่าไม่ดีผมไปแล้วประทับใจ
ล่าสุดโทรไปถามสินค้าบันไดเสือหมอบ จากร้านแห่งหนึ่ง (ห่างจากบ้าน30กิโลโทรก่อนไปป้องกันการไปเสียเที่ยว)
ผม: เฮียครับมีบันได105คาร์บอนไหม
คนขาย: มี
ผม: เป็นตัวใหม่5800หรือ5700 ครับ
คนขาย: ไม่ได้ดูเหมือนกัน.... คนขายมีของเยอะหลายร้อยรายการ คนซื้อดูinternet มาแล้วรู้เยอะ
ผม: แล้วเฮียดูให้หน่อยได้ไหมครับอยากได้5800 ขี้เกียจไปเก้อ
คนขาย: ..........(เงียบ)
ผม: ตกลงเฮียไม่ดูให้ใช่ไหมครับ
คนขาย: อือ
ร้านนี้ผมคงไม่ไปอีกแล้ว
ถ้ายุ่งก็บอกให้ผมโทรกลับมาใหม่ก็ได้ ไม่ว่ากัน
- hacehace
- ขาประจำ
- โพสต์: 280
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2014, 01:26
- Tel: 025701078
- team: HACE
- Bike: trek
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
จขกท. ผม ขอยืนยัน ครับ bird bike อินทมระ29 นี่ เป็นหนึ่งในร้านจักรยานที่พูดเพาะที่สุดครับ. คุณลูกครับ ทุกคำครับ รถพับต้องร้านพี่เค้าเลย แน่นอนมาก
-
pt123
- ขาประจำ
- โพสต์: 322
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2014, 12:10
Re: ทำไมรู้สึกว่าร้านจักรยานใหญ่ๆๆ ใน กทม(บางร้าน) ส่วนใหญ่ไม่ค่อยง้อลูกค้า
รถจักรแถวบ้านก็คิดว่าตัวเองขายเฟอร์รารี่ คิดว่าลูกค้าหน้าใหม่ไม่เข้าใจในนวัตกรรมที่ถูกถ่ายทอดมาจากดาวอังคาร
ชอบเห็นว่าคำถามลูกค้าเป็นคำถามแบบโง่ๆ แบบว่าคุณไม่เข้าใจเฟอร์รารี่ใช่ไหมว่ามันเร็วแรงขนาดไหน
ชอบคิดว่าลูกค้าไม่เข้าใจ และไม่พร้อมจ่ายของแพงๆกับนวัตกรรมจากดาวอังคาร ใครซื้อของแพงๆก็จะคุยดี เหมือน
เข้าใจพวกเดียวกัน ใครไม่ซื้อก็มักคิดว่า อ่อ ไอนี่มือใหม่ เด็กหัดปั่น มีแรงแค่ไหนก็ถีบไปเหอะ จะแรงได้แค่ไหนเชียว เด็กๆ
ผมก็ซื้อรถกับมันแค่คันเดียว เพราะหลังจากนั้น 1.ไปซื้อเฟือง ให้มันเปลี่ยนให้ บอกว่าให้รอคิว ทั้งๆที่ตรงนั้นไม่มีใครเลย
2.จะเปลี่ยนกระโหลก+จาน จากกระโหลกจีบเป็นกลวง มันบอกว่าของเก่าเบากว่า ทั้งๆที่เราก็ซื้อของมัน ยังบอกอีกว่า
เปลี่ยนไปเดียวก็ต้องเปลี่ยนกลับ เอาเครื่องชั่ง ชั่งให้ดูเลย เสียค่าเปลี่ยนฟรีๆนะ สุดท้ายไม่ได้เปลี่ยน ตอนหลังเหลี่ยนเอง
จาน+กระโหลก เบากว่าเดิมเกือบครึ่งโล 3.แบกรถเอาให้มันถอดกระโหลก มันบอกให้รอคิว คิวเยอะต้องทิ้งรถไว้
มองซ้าย-ขวาไม่มีคนหรือหมาต่อคิวเลย มีมันกับผมแค่2คน เดือดจังเอารถกลับและไม่เคยไปเหยียบอีกเลย เลยซื้อเครื่องมือ
ICE TOOLS มาเปลี่ยนเอง ง่ายไม่รู้จะง่ายอย่างไร เพราจย.มันต้องใช้เครื่องมือบางชิ้นเฉพาะ เราซ่อมมอไซbigbikeได้
แต่เราไม่มือเครื่องมือจักรยาน แค่นั้นเอง แต่มันทำเหมือนวิชาชีพมันสูงส่งมาก ทำอะไรต้องรอคิวทอง
เดียวนี้อยากขี่อะไรก็ซื้อมาประกอบเอง สั่งในเวปอย่างเดียว ตอนนี้มีจย.3คัน รวมๆก็2แสนกว่า ก็รู้สึกว่ามันก็แค่จักรยาน
ซื้อหรืออัพเพราะอยากลองที่เค้าว่าดีๆๆ เราซื้อไหวเราก็ลอง ไม่ได้คิวว่ามันวิเศษ วิโสอะไรเลย มีเวลาก็ปั่น ไม่มีก็ไม่ปั่น
ชอบเห็นว่าคำถามลูกค้าเป็นคำถามแบบโง่ๆ แบบว่าคุณไม่เข้าใจเฟอร์รารี่ใช่ไหมว่ามันเร็วแรงขนาดไหน
ชอบคิดว่าลูกค้าไม่เข้าใจ และไม่พร้อมจ่ายของแพงๆกับนวัตกรรมจากดาวอังคาร ใครซื้อของแพงๆก็จะคุยดี เหมือน
เข้าใจพวกเดียวกัน ใครไม่ซื้อก็มักคิดว่า อ่อ ไอนี่มือใหม่ เด็กหัดปั่น มีแรงแค่ไหนก็ถีบไปเหอะ จะแรงได้แค่ไหนเชียว เด็กๆ
ผมก็ซื้อรถกับมันแค่คันเดียว เพราะหลังจากนั้น 1.ไปซื้อเฟือง ให้มันเปลี่ยนให้ บอกว่าให้รอคิว ทั้งๆที่ตรงนั้นไม่มีใครเลย
2.จะเปลี่ยนกระโหลก+จาน จากกระโหลกจีบเป็นกลวง มันบอกว่าของเก่าเบากว่า ทั้งๆที่เราก็ซื้อของมัน ยังบอกอีกว่า
เปลี่ยนไปเดียวก็ต้องเปลี่ยนกลับ เอาเครื่องชั่ง ชั่งให้ดูเลย เสียค่าเปลี่ยนฟรีๆนะ สุดท้ายไม่ได้เปลี่ยน ตอนหลังเหลี่ยนเอง
จาน+กระโหลก เบากว่าเดิมเกือบครึ่งโล 3.แบกรถเอาให้มันถอดกระโหลก มันบอกให้รอคิว คิวเยอะต้องทิ้งรถไว้
มองซ้าย-ขวาไม่มีคนหรือหมาต่อคิวเลย มีมันกับผมแค่2คน เดือดจังเอารถกลับและไม่เคยไปเหยียบอีกเลย เลยซื้อเครื่องมือ
ICE TOOLS มาเปลี่ยนเอง ง่ายไม่รู้จะง่ายอย่างไร เพราจย.มันต้องใช้เครื่องมือบางชิ้นเฉพาะ เราซ่อมมอไซbigbikeได้
แต่เราไม่มือเครื่องมือจักรยาน แค่นั้นเอง แต่มันทำเหมือนวิชาชีพมันสูงส่งมาก ทำอะไรต้องรอคิวทอง
เดียวนี้อยากขี่อะไรก็ซื้อมาประกอบเอง สั่งในเวปอย่างเดียว ตอนนี้มีจย.3คัน รวมๆก็2แสนกว่า ก็รู้สึกว่ามันก็แค่จักรยาน
ซื้อหรืออัพเพราะอยากลองที่เค้าว่าดีๆๆ เราซื้อไหวเราก็ลอง ไม่ได้คิวว่ามันวิเศษ วิโสอะไรเลย มีเวลาก็ปั่น ไม่มีก็ไม่ปั่น