ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
hacehace
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 280
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2014, 01:26
Tel: 025701078
team: HACE
Bike: trek

ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย hacehace »

น้าๆๆ ท่านไหนว่างลบกวนชี้แนะมือใหม่ด้วยครับ 101,202,303,404,808 งัดกับฮาฟ. ไม่ต้องตอบทุกรุ่นนะครับ เอาเฉพาะ ที่น้าๆๆใช้ ครับ. หลักๆๆอยากทราบความเร็วเริ่มต้นที่เหมาะสม ของแต่ละรุ่นครับ
OSK 97
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13629
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
team: ทุ่งสง
Bike: focus max. neilpride bora

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย OSK 97 »

ผมใช้ 404 ยางงัดปีเก่า ขอบอ้วน ซี่ ดุมสีเงิน ผมว่ามันลื่นตั้งแต่ออกตัวเลยนะครับ เคยเห็นมีคนเทียบกับพวกล้อตืดรถ ความเห็นผมคนละเรื่องเลยครับ ซิบ เบา ลื่น ไหล ขี่แล้วสบายขา ขี่ช้าหรือเร็วมันก็ดีนะครับ เทียบกับ โบร่า ทู ยางฮาฟที่ผมใช้อีกคู่ ซิบหนืดกว่านิดเดียวเอง :o
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย giro »

เพิ่งอธิบายไปอีกกระทู้ฮะ.....ลองหาดูนะครับ
แต่หลักการง่ายๆครับ
1.ความเร็วเฉยๆบอกไม่ได้ ที่บอกว่า เร็วเท่านี้ ล้อสูงเทา่นั้น ล้อสูงเท่านั้นต้องเร็วเท่านี้ เดาและเอาเทียนมานั่งครับเพราะมัน"ความรู้สึก" ล้วนๆ
2.ปัจจัย 3 อย่างจริงๆแล้วคือ
-น้ำหนักล้อทั้งชุด
-น้ำหนักชอบล้อ
-ความสูงขอบล้อ
3.พระเอก(หรือดาวร้าย)ตัวดีของรายการนี้คือ "ความเร่ง" และการรักษาการเคลื่อนที่หรือ"ความเฉื่อย"

ล้อ A สูง 56 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
ล้อ B สูง 24 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
คู๋นี้อัตราเร่งพอๆกัน ความเร็วต่ำๆก็รู็สึกพอๆกัน แต่ยิ่งเร็วเท่าไหร่ A ยิ่งรู้สึกได้เปรียบเพราะมันแอโร่กว่า

ล้อ C สูง 80 หนักทั้งชุด 1600g ขอบ 550g
ล้อ D สูง 30 หนักทั้งชุด 1900g ขอบ 700g
ล้อ C จะดีกว่าทั้งตีนต้นความเร็วต่ำและตีนปลายความเร็วสูง

ที่สำคัญ .... กระแสลมมีผลครับ ลมยิ่งแรงล้อแอโร่ยิ่งได้เปรียบมากชัดเจน
ย้ำนะครับ ภาษาไอ้หรั่งมันเรียกว่า "ล้อแอโร่" หรือ aero wheels ไม่ได้เรียก "ล้อเหวี่ยง" "ล้อถ่วง" ดังนั้นหัวใจมันคือ การได้เปรียบเรื่องอากาศพลศาสตร์ไม่ใช่น้ำหนักเหวี่ยงๆถ่วงๆหมุนๆไป น้ำหนักขอบเป็นปัจจัยตรงเรื่องการเร่งความเร็วสู้กับความเฉื่อย ซึ่งก็เช่นเดียวกันเมื่อลมประทะก็จะไหลไปได้มากกว่าล้อน้ำหนักเบาๆ ดังนั้น"น้ำหนัก" คือปัจจัยสำคัญ
และต้องแยกน้ำหนักขอบ น้ำหนักทั้งวงเพราะมันมีผลเรื่องตำแหน่งของน้ำหนักครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
hacehace
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 280
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2014, 01:26
Tel: 025701078
team: HACE
Bike: trek

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย hacehace »

ออครับ ที่สงสัยเพรา เห็นหลายท่าน ขาย 404 ด้วยเหตุผลว่า ขาไม่ถึงบ้าง ขาอ่อนบ้าง ส่วนตัวใช้404 ผมปั่น25-30 ผมก็ว่ามันลื่นดี แต่ถ้าลมข้างแรงๆๆ ก็มีสบัด เล็กน้อยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
punya467
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2200
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
team: Rayong road bike, On/Off cycling
Bike: NICH LTD

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย punya467 »

giro เขียน:เพิ่งอธิบายไปอีกกระทู้ฮะ.....ลองหาดูนะครับ
แต่หลักการง่ายๆครับ
1.ความเร็วเฉยๆบอกไม่ได้ ที่บอกว่า เร็วเท่านี้ ล้อสูงเทา่นั้น ล้อสูงเท่านั้นต้องเร็วเท่านี้ เดาและเอาเทียนมานั่งครับเพราะมัน"ความรู้สึก" ล้วนๆ
2.ปัจจัย 3 อย่างจริงๆแล้วคือ
-น้ำหนักล้อทั้งชุด
-น้ำหนักชอบล้อ
-ความสูงขอบล้อ
3.พระเอก(หรือดาวร้าย)ตัวดีของรายการนี้คือ "ความเร่ง" และการรักษาการเคลื่อนที่หรือ"ความเฉื่อย"

ล้อ A สูง 56 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
ล้อ B สูง 24 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
คู๋นี้อัตราเร่งพอๆกัน ความเร็วต่ำๆก็รู็สึกพอๆกัน แต่ยิ่งเร็วเท่าไหร่ A ยิ่งรู้สึกได้เปรียบเพราะมันแอโร่กว่า

ล้อ C สูง 80 หนักทั้งชุด 1600g ขอบ 550g
ล้อ D สูง 30 หนักทั้งชุด 1900g ขอบ 700g
ล้อ C จะดีกว่าทั้งตีนต้นความเร็วต่ำและตีนปลายความเร็วสูง

ที่สำคัญ .... กระแสลมมีผลครับ ลมยิ่งแรงล้อแอโร่ยิ่งได้เปรียบมากชัดเจน
ย้ำนะครับ ภาษาไอ้หรั่งมันเรียกว่า "ล้อแอโร่" หรือ aero wheels ไม่ได้เรียก "ล้อเหวี่ยง" "ล้อถ่วง" ดังนั้นหัวใจมันคือ การได้เปรียบเรื่องอากาศพลศาสตร์ไม่ใช่น้ำหนักเหวี่ยงๆถ่วงๆหมุนๆไป น้ำหนักขอบเป็นปัจจัยตรงเรื่องการเร่งความเร็วสู้กับความเฉื่อย ซึ่งก็เช่นเดียวกันเมื่อลมประทะก็จะไหลไปได้มากกว่าล้อน้ำหนักเบาๆ ดังนั้น"น้ำหนัก" คือปัจจัยสำคัญ
และต้องแยกน้ำหนักขอบ น้ำหนักทั้งวงเพราะมันมีผลเรื่องตำแหน่งของน้ำหนักครับ
ขอบคุณครับ เห็นภาพชัดเลย ขอถามต่ออีกนิด

ถ้า ล้อ E ขอบสูง 56 ทั้งชุดหนัก 1300 แต่ขอบหนัก 300 กรัม
ล้อ F ขอบสูง 56 ทั้งชุดหนัก 1500 ขอบหนัก 400 กรัม
ทั้ง 2 ล้อ เทียบกับล้อ A แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย giro »

punya467 เขียน:
giro เขียน:เพิ่งอธิบายไปอีกกระทู้ฮะ.....ลองหาดูนะครับ
แต่หลักการง่ายๆครับ
1.ความเร็วเฉยๆบอกไม่ได้ ที่บอกว่า เร็วเท่านี้ ล้อสูงเทา่นั้น ล้อสูงเท่านั้นต้องเร็วเท่านี้ เดาและเอาเทียนมานั่งครับเพราะมัน"ความรู้สึก" ล้วนๆ
2.ปัจจัย 3 อย่างจริงๆแล้วคือ
-น้ำหนักล้อทั้งชุด
-น้ำหนักชอบล้อ
-ความสูงขอบล้อ
3.พระเอก(หรือดาวร้าย)ตัวดีของรายการนี้คือ "ความเร่ง" และการรักษาการเคลื่อนที่หรือ"ความเฉื่อย"

ล้อ A สูง 56 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
ล้อ B สูง 24 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
คู๋นี้อัตราเร่งพอๆกัน ความเร็วต่ำๆก็รู็สึกพอๆกัน แต่ยิ่งเร็วเท่าไหร่ A ยิ่งรู้สึกได้เปรียบเพราะมันแอโร่กว่า

ล้อ C สูง 80 หนักทั้งชุด 1600g ขอบ 550g
ล้อ D สูง 30 หนักทั้งชุด 1900g ขอบ 700g
ล้อ C จะดีกว่าทั้งตีนต้นความเร็วต่ำและตีนปลายความเร็วสูง

ที่สำคัญ .... กระแสลมมีผลครับ ลมยิ่งแรงล้อแอโร่ยิ่งได้เปรียบมากชัดเจน
ย้ำนะครับ ภาษาไอ้หรั่งมันเรียกว่า "ล้อแอโร่" หรือ aero wheels ไม่ได้เรียก "ล้อเหวี่ยง" "ล้อถ่วง" ดังนั้นหัวใจมันคือ การได้เปรียบเรื่องอากาศพลศาสตร์ไม่ใช่น้ำหนักเหวี่ยงๆถ่วงๆหมุนๆไป น้ำหนักขอบเป็นปัจจัยตรงเรื่องการเร่งความเร็วสู้กับความเฉื่อย ซึ่งก็เช่นเดียวกันเมื่อลมประทะก็จะไหลไปได้มากกว่าล้อน้ำหนักเบาๆ ดังนั้น"น้ำหนัก" คือปัจจัยสำคัญ
และต้องแยกน้ำหนักขอบ น้ำหนักทั้งวงเพราะมันมีผลเรื่องตำแหน่งของน้ำหนักครับ
ขอบคุณครับ เห็นภาพชัดเลย ขอถามต่ออีกนิด

ถ้า ล้อ E ขอบสูง 56 ทั้งชุดหนัก 1300 แต่ขอบหนัก 300 กรัม
ล้อ F ขอบสูง 56 ทั้งชุดหนัก 1500 ขอบหนัก 400 กรัม
ทั้ง 2 ล้อ เทียบกับล้อ A แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ

ล้อ A สูง 56 หนักทั้งชุด 1300g ขอบ 400g
ล้อ E สูง 56 ทั้งชุดหนัก 1300g ขอบ 300g
ล้อ F สูง 56 ทั้งชุดหนัก 1500g ขอบ 400g

กรณีล้อ E หนักเท่ากันแต่ขอบเบากว่า ล้อ E ก็จะมีอัตราเร่งตีต้นดีกว่าแบบรู้สึกได้ครับ เพราะไอ้ที่หนักกว่า มันอาจจะอยู่ที่ดุมหน้า 30 กรัม ดุมหลัง 70 กรัม ซึ่งไม่ได้หมุนไปด้วยดังนั้นมันก็ไม่ได้ส่งผลเชิงหมุน แค่เพิ่มน้ำหนักรวมของรถ ...ซึ่งน้ำหนักรถเพิ่มมาหนึ่งขีด คนปั่นไม่รู้ตัวหรอกครับ จอดเยี่ยวก็หายไปมากกว่านั้นแล้วครับ :mrgreen: อาการไหลจะใกล้ๆกันแต่ล้อที่ขอบเบาก็จะมีการรักษาความเฉื่อยต่ำกว่าเป็นธรรมชาติ แต่ .... ขีดเดียว หน้า 50 กรัม หลัง 50 กรัม .....ไม่รู็สึกหรอกครับ
ส่วนล้อ F ขอบหนักเท่าๆกันแต่ทั้งชุดหนักกว่า ตามทฤษฏีก็คืออัตราเร่งจะพอๆกัน ไหล พอๆกัน แต่ในทางปฏิบัติ มันก็คือการเพิ่มน้ำหนักรถทั้งคัน และซี่ล้อเองก็มีผลบ้างในการต้องออกแรงหมุนมัน ดังนั้นล้อที่หนักเกินไปแม้ขอบจะเบาเทพๆ ก็ไม่ได้แปลว่าจะดีครับ

...ทั้งนี้เรื่องซี่ล้อมันมาพร้อมกับความแข็งแรงในการรับน้ำหนัก ถ้าเป็นคนน้ำหนักตัวมาก จะห่วงล้อต้องเบาเอาหน้า 18 หลัง 20 ซี่ แต่หนัก 120 กิโล แบบนี้คงต้องเอาเหล็กข้ออ้อยมาทำครับ :D ไปมองหาล้อประกอบจัดชุดหน้าซัก 24 หลัง 32 ซี่ดีมั้ย?? แต่(อีกแล้ว) ซี่ยิ่งมาก ก็ยิ่งสร้าง drag มาก ไอ้ความแอโร่ก็หายหดไปด้วย สรุปคือ หนักขึ้นเพราะซี่มากขึ้นแล้วยังแอโร่น้อยลง
ด้วยเหตุนี้ ล้อยี่ห้อแพงๆ จึงออกแบบการขึ้นซี่แปลกๆมาใหมันแกร่ง แข็ง ให้มันไม่ฉุด หรือออกแบบขอบมาให้มันมีโครงสร้างภายในกระจายแรงได้ไม่ต้องพึ่งซี่มากๆ อย่าง Zipp ที่ว่าย้วยๆ ใช่ครับมันย้วยให้ตัวได้จริง แต่มันรองรับน้ำหนักคนได้ไม่น้อยเพราะมันให้ตัวแล้วกระจายแรงได้ ปั่นแล้วรู้สึกยวบๆเวลาโยกหนักๆรถเอียงๆ แต่ดีกว่าพวกล้อขอบแข็งๆที่ถ้าเกิดตัวใหญ่ๆมาขี่แล้วไปเจอหลุมเจอตอเข้า ลวดไม่ขาดยางไม่แตก แต่ขอบกระจุยเพราะไม่กระจายแรง


ถ้าปั่น 25 แล้วยืนยาวไปเรื่อยๆ รักษาความเร็วเอาไว้เรื่อยๆ ล้อมันก็ไหลเองไปเรื่อยๆครับ แต่ถ้าปั่น เฉลี่ย 25 แต่ความเร็วจริงๆวิ่ง 20-30 เร่งบ้างผ่อนบ้าง แบบนี้เหนื่อยแน่ครับเพราะต้งออกแรงดันมวลขอบมันไปตลอด
จากภาพปั่นสนามเขียว เส้นทางนี้ถือว่าความเร็วค่อนข้างคงที่ครับ มีเลี้ยวที่ต้องลดความเร็วแค่ 2 ที่ แถมถ้าว่างๆหน่อย เข้าโค้งบานๆก็แทบจะไม่ช้าลงเลยด้วย เนินก็ไม่มี อุปสรรคมีแค่ลม ปั่น 25 Zipp 404 ก็ปั่นได้ครับแต่ต้องปั่นให้มันเหมาะควรกะล้อ
...ถ้าปั่น 25-30 ในกลุ่มแล้วปล่อยยืดๆหดๆ พอหดก็ฟรีขา พอหน้าเร่งก็ปล่อยยืด แล้วอัดตามกลัวหลุด แบบนี้ 404 เป็นภาระแน่ๆ
แต่ถ้าใช้ให้เป็นปั่นให้นิ่งๆ หน้าเบาก็ฟรีขาหน่อยพอหน้าเร่งก็อย่าไปยกกระชากตามแล้วไปฟรีขารอ ก็แค่ เพิ่มแรงนิดหน่อย มองไกลๆเอาไว้ว่าหัวเค้าเบาหรือยัง พอหัวเบาลงหรือความเร็วคงทีก็เติมนิดๆเดี๋ยวก็เข้าไปได้เอง ไม่เห็นต้องคอยยกเร่ง ยกเร่ง

มันอยู่ที่ วิธีเอาไปใช้งานครับ ถ้าอยากได้ทั้งไหลดีเหวี่ยงด้วยเบาขาน้ำหนักเทพ ปั่นอย่างไรก็ชมว่าล้อดี คู่ละแสนฝ่าๆครับ :mrgreen: :lol:
202 ล้อขึ้นเขา ที่ Zipp อ้างว่ามีความแอโร่มากที่สุดในบรรดาล้อึวามสูงนี้ แม้ว่าน้ำหนักจะไม่ได้เบาที่สุด เพราะ Zipp ให้แนวคิดว่า ขึ้นเขาได้ที่ 1 ก็ต้องลงเขาได้ที่ 1 ด้วย ดังนั้นจึงใสความแอโร่เข้าไปเต็มที่เพื่อช่วยเวลาลงเขา
303 จัดว่าเป็นล้อเอนกประสงค์ เขาก็ได้ราบก็ดี แต่ความสูงมากกว่าพวกเอนกประสงค์เจ้าอื่นนิดหน่อย เหมาะจะเป็นล้อครอบจักรวาลมีชุดเดียวเที่ยวทุกที่ แต่มองมุมกลับกัน ราบก็ไม่สุดเขาก็ไม่จี๊ด
404 ล้อยอดนิยมทางราบ ผมว่าทุกคนมีแรงปั่นคนเดียว 30 กม./ชม. นานเกิน 15 นาทีทั้งนั้นครับ ดังนั้นที่ความเร็วระดับนั้น ล้อ 404 สร้างความได้เปรียบกับล้อปกติในระดับที่รู้สึกได้แน่นอน ถ้าเป็นสายทางราบบ้านอยู่กรุงเทพ สมุทรปราการ ลพบุรี สุพรรณบุรี ชีวิตนี้ปีนึงไปนอกสถานที่ไม่เกิน 10 ครั้ง .... 404 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมอย่างยิ่งครับ 404 เป็นล้อยอดนิยมเริ่มต้นสำหรับการเล่นไตรกีฬาด้วยครับ และเมื่อแรงดีๆก็จะมองหา 808 และดิสค์กันต่อไป (แรงคน และแรงงบ)


ตอนนี้ผมมีล้อหลัง 60 มิล ล้อหน้า 50 มิล ล้อหน้าหลัง 38 มิล ก็คิดว่าครอบคลุมทุกเส้นทางในระดับที่น่าพอใจล่ะครับ ถ้าจะเอาสุดกว่านี้ต้องหา 80 มิลมาอีกชุดและหา 28 มิลยางฮาล์ฟมาอีกชุด แต่ .... ปีนึงคงขึ้นเขาที่ต้องการขนาดนั้นไม่กี่ครั้ง และ...ผมไม่ชอบขี่เหงาๆแบบลาก 80 นิ่งๆยาวๆ ....มันเบื่อครับ :mrgreen:

ปล. Mark Cavendish เคยใส่ล้อ 808 สปรินท์ ไอเดียแกคือเซฟแรงมาตลอดเสตจ พอหัวลากพาไปส่งก็ยิงออกไป
ปล2. Marcel Kittel ใช้ C75 แข่งรายการทางราบลมโหดๆและใช้ C50 แข่งเสตจที่มีเนินเขาระหว่างทาง
ขอบสูงกว่าหนักกว่า เสียอัตรากระชากไปก็จริง แต่ถ้ามันเซฟแรงเรามาได้ 5% แล้วเอามาใส่ตอนสปรินท์ก็ดีกว่ามองหาพวกขอบ 28 มิล เบาๆที่รู้สึกเบาขาขี่สบายๆแต่ไม่ได้เซฟแรงเอาไว้ ปั่น 40-50 โลอาจไม่ต่างแต่ถ้าปั่น 90-150 กิโล เซฟแรงกันได้นิดหน่อยก็เป็นตัวชี้คนชนะกับแพ้ได้
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
OSK 97
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13629
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
team: ทุ่งสง
Bike: focus max. neilpride bora

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย OSK 97 »

คุณจิโร่ เป็นอีกคนหนึ่งที่ผมชอบการตอบกระทู้จริงๆ จริงใจ ตรงไปตรงมา ข้อมูลละเอียด ที่สําคัญไม่ขี้เกียจพิมพ์ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
punya467
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2200
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
team: Rayong road bike, On/Off cycling
Bike: NICH LTD

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย punya467 »

ขอบคุณ คุณ Giro มากๆ ครับ ชัดเจนเลย :mrgreen: 8-) :D
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
aky
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 70
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2008, 16:50
Bike: F4:13 TF 2.1
ตำแหน่ง: กทม ตรัง
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย aky »

คุณ Giro รีวิวดีมาก Love เลย
รูปประจำตัวสมาชิก
teeyai555
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 427
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2011, 17:32
Tel: 087-7977468
team: แก๊ง คปอ.
Bike: bianchi nerone 7 / bianchi kuma
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย teeyai555 »

เห็นภาพชัดมากเลยครับ เอาอีกครับกระทู้แบบนี้สนุกดี
"ความฝันไม่มีวันหมดอายุ....แต่อายุผมอาจจะหมดก่อนได้...." ^_^
ทริปทางไกลแรกของผมในชีวิตปั่นจักรยานคนเดียว กทม-เชียงใหม่ 3 วันครับ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=866796
มาพูดคุยกันได้ครับที่ https://www.facebook.com/yannapat.manthazouht
รูปประจำตัวสมาชิก
cloudcruiser
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 53
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2014, 08:04
Bike: BMC TMR01 CMYK
ตำแหน่ง: BKK!!!

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย cloudcruiser »

ถามเล่นๆนะครับ แล้วถ้าใส่ zipp หน้า303 หลัง404 ผลมันจะออกมาประมาณไหนครับ :D
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย giro »

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ

ตอบจริงๆครับ :mrgreen:
เป็นปกติครับเรียกว่า "Zipp 304" เป็นส่วนผสมคอมโบยอดนิยมครับ
หน้า 303 น้ำหนักเบา รับมือลมตีข้างได้ดีคุมรถง่าย
หลัง 404 แอโร่กว่า ให้ตัวได้น้อยกว่าเวลายืนโยกหรือสปรินท์
ไม่เฉพาะ Zipp ครับยี่ห้ออื่นๆและโปรก็นิยมใช้แบบนี้ในหลายๆสถานการณ์
Marcel Kittel บางรายการบางเส้นทางใช้หน้า C50 หลัง C75
รถหน่อมๆของผมก็หน้า 50 หลัง 60 หรือ หน้า 38 หลัง 60 :D
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
Sympho
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 953
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 23:06
Bike: Fuji Tahoe , Bianchi 1885
ตำแหน่ง: CMU

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย Sympho »

สมัยเข้าวงการใหม่ๆ เรื่องล้อขอบต่ำ ขอบสูง

เห็นส่วนใหญ่ดูกันแต่ขอบ ไม่ดูน้ำหนัก

ขึ้นเขาต้องขอบต่ำเท่านั้น!!!!

แต่ขอบต่ำที่ผมมีหนักเกือบ 2 โล :lol:


ควรจะแนะนำกันว่า ถ้าไม่ต้องการแอร์โร่ที่ความเร็วสูงๆ ขอบต่ำมันก็เบาๆดี แต่ โมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of inertia) มันน้อย รักษาความเร็งไม่ดี

แต่ถ้าต้องการปั่นแช่ยาวๆๆๆ ไม่ต้องการ "ความเร่ง"มาก ก็เลือกขอบที่มีมวลเยอะหน่อยก็ดี เพราะ โมเมนต์ความเฉื่อย มันเยอะ มันรักษาความเร็วได้ ( นึกถึง Fly wheel รถยนต์ )

และถ้าต้องการให้มันแหวกอากาศได้ดีขึ้น ลด Drag ที่หลังขอบล้อเวลามันแหวกอากาศ ก็เอาขอบสูงๆ เรียวๆ ลวดแบนๆ

ปล. ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก กลศาสตร์ ฟิสิกส์ ม.5 ไปจนถึง วิศวกรรมเครื่องกล :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
hacehace
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 280
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2014, 01:26
Tel: 025701078
team: HACE
Bike: trek

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย hacehace »

ตอนนี้ใช้202fc แล้วครับ ส่วนตัวไม่รู้สึกต่างกับ404 เท่าไหร่ แต่ เจอลมข้างหน้านิ่งกว่าเยอะครับ
tumtabang
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 838
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 21:00
ติดต่อ:

Re: ลักษณะคุณสมบัติ และระยะทำการ การทำงานของ ล้อ zipp 101-808 แต่ละรุ่น ขอผู้มีประสบการณ์ร่วมให้ข้อมูลครับ

โพสต์ โดย tumtabang »

คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าเหวี่ยง แต่จริงๆผมให้ความสำคัญของเรื่องความแอโร่เป็นหลักนะฮะ เจอลมข้างเอียง 45 องศา จะหาขอบเตี้ยไปใส่จะสู้ได้ดี แต่ถ้าลมตรงๆใส่ขอบสูงโลด
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รับประกอบจักรยาน 24ชม. 0850222217
สนใจคลิก https://www.facebook.com/pages/TM-Bike- ... k=timeline
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”