สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Machonut
- ขาประจำ
- โพสต์: 1772
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2012, 03:31
- Tel: 0845355858
- team: Bike Thailand & Novice Bkk
- Bike: Phaesant ,Radac ,Ecciti
- ตำแหน่ง: เสนานิคม1
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ขึ้นเขาผมนั่งรอบขา70-80เอง
เมื่อก่อน45-55
เมื่อก่อน45-55
TS57.3 CS35± AV28 LT240
- gemini4013
- ขาประจำ
- โพสต์: 286
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2009, 14:13
- Tel: 089-2239744
- team: ปั่น ชายเดี่ยว
- Bike: Infinite Spad PRO
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
อยากรู้จริง 2 คน นั้นต้องฝึกหนักแค่ไหน มีใตรรู้ตารางฝึงมืออาชีพขอความรู้หน่อยครับ(ไม่คิดจะทำตามหรอก)
เราคนขี่จักรยานเข้าใจความเหนื่อ อารมณ์ ที่ขึ้นเขาแสนเหนื่อยแต่เชื่องช้า มีเพื่อนมาดูถ่ายทอดกับผมบอกว่าน่าเบื่อช้าไม่เห็นเท่าไรเลย แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
อยากจะไล่ไปขี่จักรยานกัน แต่เสียดายรถกลัวมันทำล้ม จะเจ็บใจเปล่าๆ
เราคนขี่จักรยานเข้าใจความเหนื่อ อารมณ์ ที่ขึ้นเขาแสนเหนื่อยแต่เชื่องช้า มีเพื่อนมาดูถ่ายทอดกับผมบอกว่าน่าเบื่อช้าไม่เห็นเท่าไรเลย แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
อยากจะไล่ไปขี่จักรยานกัน แต่เสียดายรถกลัวมันทำล้ม จะเจ็บใจเปล่าๆ
30กม.แรกอย่าคิดหนี เลยจากนี่แล้วแต่พี่จะพาไป เสือระยะสั้น
Line ID: 0892239744
Line ID: 0892239744
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
มืออาชีพ ... ก็แปลว่า เราๆท่านๆ ทำอะไรเป็นอาชีพ ใช้เวลาวันละเท่าไหร่ พวกนั้นก็ทำแบบนั้นแหละครับ
เวลาแข่งแกรนด์ทัวร์ก็เหมือนทำงานวันละ 6-7 ชม.ในสำนักงาน เพียงแต่สำนักงานมันอยู่บนเบาะ มีสองล้อปั่นไปเรื่อย
ผมว่าเรื่องว่าโปรกินอยู๋อย่างไรให้ลึกคงต้องให้พี่ตั้ม สปินไบค์มาเล่าละครับ แต่ตารางซ้อมคร่าวๆ เอาแบบเบาะๆบอกเล่าเก้าสิบมีดังนี้ครับ
Base Period ช่วงพื้นฐาน หลังจากหยุดหน้าหนาว (หิมะตก พักฤดูกาล) โปรบางคนหันไปแข่งไซโครครอส บางคนพักยาว บางคนปั่นในร่มนิดๆหน่อยๆ แต่พอจะเริ่มฤดูกาลใหม่จะกลับมาปั่น base กัน ส่วนมากจะลากยาว 5-8 ชม. ปั่นสบายๆ สร้างความทนทาน บางทีมอาจเรียกรวมเก็บตัว เคยเห็นมั้ยครับ ที่ใส่ชุดทีมปั่นกัน 20 กว่าคัน ใส่ถุงแขงถุงขาหน้าๆ ใส่หมวกไหมพรมด้านในหมวกกันน็อค ช่วงนั้นล่ะครับ ระยะเวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ แล้วแต่แผนการพีคของแต่ละคน ใครอยากพีครายการแรกๆเช่น Tour Down Under ก็ต้องเริ่มกันเนิ่นๆหน่อย ไม่แปลกใขครับที่ชื่อดังๆสนามรายการแรกๆจะเงียบๆกันเพราะยังไม่เข้าที่
...ปั่นพื้นฐานช่วงนี้นานจริงแต่ไม่หนักครับ เบาจนบางคนอาจรู้สึกว่าไม่ได้อะไรเลยด้วยซ้ำ เวลาผมชวนเพื่อนๆปั่นเบส คนที่ไม่ได้ดูวัตต์จะปั่นเร็วเกินโซนกันทั้งนั้น
บางคนปั่นเบสบนรถไทม์ไทรอัล ก็มีครับ ฟาเบียงเคยมีปั่นเบสบนไทม์ไทรฯ 5 ชม. โหดร้ายมากๆ ไม่ได้เซ็ทแบบไตรด้วยนะครับ แค่คิดก็เมื่อยแล้ว
จากนั้นก็จะไปเข้าเรื่องต่างๆ ตารางซ้อมยาวนานหนักเบาไม่เท่ากันแต่โดยมากจะซ้อมกันทุกวัน วันไหนเบาก็จะเป็น recovery pace อาจมีหยุดพักไปยกเวท ไปเล่น muscle exercise บ้าง ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้มีผู้ฝึกสอนออกแบบตารางให้เฉพาะตัว บางทีมสั่งตารางฝึกและติดตามผลนักกีฬาจากระยะไกลบ้าง เรียกตัวเข้าค่ายเพื่อฝึกเข้มข้นและติดตามผลบ้าง นักกีฬาหลายคนจ้างผู้ฝึกสอนส่วนตัวพิเศษเพิ่มเติม
ผมเคยอ่านเจอว่าโปรบางช่วง มีตารางซ้อมเช้าปั่น 3-4 ชม. แล้วนอน เย็นปั่นเบาๆอีก 2 ชม.
หรือ youtube บางช่องพาไปติดตามชีวิตโปร 1 วัน
...เช้ามันตื่นมา ปั่นจักรยาน เป็นคนอเมริกันแต่ย้ายบ้านไปอยู๋สเปนเพราะปั่นจักรยานได้เต็มที่กว่า เบาๆ 3 ชม. กลับมานวด พักผ่อน ออกไปสัมภาษณ์หนังสือ บ่ายพักผ่อน เย็นออกไปปั่นหนักๆถึงค่ำตามโปรแกรมซ้อมอีก 3-4 ชม. กลับมากิน นวด นอน ตื่นมาไม่ปั่น กิน พักเก็บของ ไปค่ายเก็บตัวบนเขาสูงร่วมกับทีม ไปถึงค่ายก็ทักทายกัน เย็นนั้นทีมปั่นกันเบาๆ 3 ชม. ปั่นไปชั่วโมงกว่าไปกินกาแฟน แล้วปั่นกลับ ดูไม่เห็นมีอะไร
อีกช่องนึงมันพาไปซ้อมร่วมกับทีม Saxo ที่ไปเก็บตัวออสเตรเลียเตรียม Tour Down Under เช้าๆแดดออกฟ้าใส ทั้งทีมตื่นมากินอาหาร เตรียมของสบายๆออกปั่นซ้อม เป็นโปรแกรมซ้อมอินเทอร์วัลทุกคนเซ็ทมาเหมือนกัน ปั่นรวมกันไปก่อนราวชั่วโมงกว่าๆ แล้วเริ่มเซ็ท เร่งกันกระหน่ำ 20-30 นาทีแล้วผ่อน สลับไปเรื่อยๆ กลุ่มแตกออกเป็นเดี่ยวบ้างคู่บ้าง แล้วเร่งอีก ใครเห็นคนหน้าต้องไล่ให้เข้าคนหน้า ใครเห็นคนหลังจะเข้าต้องหนีคนหลัง เหมือนเล่นวิ่งไล่จับต่อกันไปเรื่อยๆ ซัดแบบนี้จนสาย หยุดพักกินน้ำแล้วปั่นกลับพร้อมกัน เป็นอันจบภารกิจ กลับมากิน นวด นอน
วันแข่งมีวันพัก ตื่นมากิน นอน ตื่นมาก็กินอีกแล้วก็นอน ใครมีสัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์ เย็นๆเอาจักรยานออกไปปั่นเบาๆยกทีม กลับมากิน นวด นอน
จะกินอะไรตามใจไม่ได้ อาหารทีมเตรียมให้หมด มีคนทำอาหารประจำทีม คิดคำนวนเสร็จสรรพว่าวันไหนกินอะไร พรุ่งนี้แข่งอะไร ต้องมีพลังงานเท่าไหร่ มื้อเช้าตื่นมากินอะไร เที่ยงกินอะไร ตอนแข่งกินอะไร แข่งเสร็จคืนนี้กินอะไร
ที่แน่ๆคือโปรจักรยาน นอนเร็ว .... ไม่กี่ทุ่มนอนแล้ว ไม่มีปาร์ตี้ ไม่ขี้เมา ตื่นเช้า คุมแอลกอฮอล์เพราะมีผลกับร่างกาย ดื่มได้แ่นิดหน่อย ช่วงไหนต้องคุมน้ำหนักเบียร์ เหล้าห้ามแตะเพราะพลังงานมาก
.....มีบางช็อตของสารคดีนักปั่นบางคนที่ผมฟังแล้วปักคาใจ
ฟรูม ....."เพื่อนผมที่บ้านเกิดสมัยผมเรียน อาจจำผมไม่ได้หรอกถึงผมจะเป็นแชมป์ตูร์เดอฟร็องซ์ เพราะผมไม่มีเพื่อน ผมเลิกเรียนก็มาปั่นจักรยาน เช้าก็ปั่นจักรยาน คนที่จำผมได้คงเป็นคนที่อยู๋ละแวกบ้านที่เห็นผมปั่นจักรยานบ่อยๆมากกว่า"
แลนซ์....."ผมเคยเกือบตายเพราะปั่นจักรยานบนถนนมานับครั้งไม่ถ้วน รถยนต์บ้าง รถบรรทุกบ้าง แต่แม้จะบาดเจ็บโดนชนหลายครั้งก็ยังออกไปซ้อมเพราะหลงใหล ถ้าเลือกได้ การตายบนจักรยานขณะปั่นอยู่ก็มีความสุขเพราะตายไปพร้อมกับสิ่งที่รัก"
โปรอเมริกันทีม UHC ชื่อไรจำไม่ได้สัมภาษณ์รายการวิทยุ ..... "บ้านผมอยู๋ซานฟรานซิสโก ผมขับรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่เวลาไปธุระ แต่ผมกลัวอุบัติเหตุมากกว่าเวลาผมขี่จักรยาน เวลาผมซ้อมหรือแข่ง ผมล้้ม ผมชน แต่ไม่เคยกลัว ผมเทิร์นโปรตอนอายุ 27 หลังจากที่ทำานและแข่งสมัครเล่นมาตลอด เป็นมืออาชีพแล้วหลายอย่างเปลี่ยนไป ต้องดูแลตัวเอง ตารางซ้อมต่างๆ มีหน้าที่ในทีมชัดเจน ไม่ใช่วันนี้อยากปั่นอะไรก็ปั่น เบื่อบ้าง แต่พอได้อยู๋บนจักรยานตั้งสมาธิเริ่มต้นทำงาน ทุกอย่างมันก็ไปตามระบบเอง"
เกร็ก เลอม็องด์ .... "ตอนนั้นผมอายุ 19 ขอแฟนสาวผมแต่งงาน พร้อมกับบอกว่าเราจะย้ายไปอยู๋ฝรั่งเศส เพราะที่นั่นผมจะสามารถปั่นจักรยานเป็นอาชีพมีเงินเลี้ยงดูเธอได้ เธอมองหน้าผมและตอบตกลง เราย้ายไปพจญชีวิตกันหลายปีกว่าผมจะได้สัญญาแข่งเต็มตัว นานกว่าจะเป็นที่ยอมรับ มันยิ่งกว่าแค่ปั่นจักรยานเพื่อหารายได้ แต่มันคือการแบกภาระของคนอเมริกันมาสร้างการยอมรับ และสุดท้ายผมก็ทำได้ หากวันนั้นเธอไม่ตกลง อาจไม่เป็นอย่างวันนี้" (เกร็ก เลอม็อง เป็นคนอเมริกันคนแรกที่ชนะตูร์เดอฟร็องซ์ และเป็นคนเดียวที่ชนะตามพฤตินัยจนถึงทุกวันนี้ คนยุโรปยอมรับในตัวเค้ามากกว่าแลนซ์ เพราะปู่เกร็กแกไปคลุกตัวสู้ยิบตา พูดฝรั่งเศส สเปน อิตาลีคล่องปรื๋อ)
แอนดี้ เชล็ค มีวลีทองอยู๋บนจักรยานของตนเอง "I never dream my life, I live my dream" ...."ข้าพเจ้าไม่เคยฝันถึงชีวิตของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าใช้ชีวิตแบบที่ข้าพเจ้าฝัน"
บ้านเราจักรยานยังไม่เป็นที่ยอมรับ นำพาไปสู่ความมั่งคั่งไม่ได้ แต่นักปั่นระดับชาติหลายท่านก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับโปร มีวินัย มีนิสัย มีใจไม่แพ้โปรเมืองนอกแน่นอน
แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัว นักกีฬาใดๆ เมื่อสู่จุดของความเป็นเลิศก็ต้องมีวินัย ใจรัก และลูกบู๊กันทั้งนั้น ผมมีเพื่อนเป็นนักกอล์ฟระดับเยาวชน นักเทนนิสระดับเยาวชน มีรุ่นพี่เป็นนักสนุกเกอร์ระดับแชมป์โลกสมัครเล่นเพิ่มเทิร์นโปรไปอังกฤษไม่นานมานี้ เหล่านี้ล้วนมีวินัย มีใจสู้ มีเป้าหมาย ความเก่งไม่ต้องพูดถึงครับ แค่ฟังว่าวันนึงตีลูกขาวให้ตรงเป็นพันๆลูก หยุดให้เป๊ะ เช้ายันเย็นก็ล้าแล้ว
เวลาแข่งแกรนด์ทัวร์ก็เหมือนทำงานวันละ 6-7 ชม.ในสำนักงาน เพียงแต่สำนักงานมันอยู่บนเบาะ มีสองล้อปั่นไปเรื่อย
ผมว่าเรื่องว่าโปรกินอยู๋อย่างไรให้ลึกคงต้องให้พี่ตั้ม สปินไบค์มาเล่าละครับ แต่ตารางซ้อมคร่าวๆ เอาแบบเบาะๆบอกเล่าเก้าสิบมีดังนี้ครับ
Base Period ช่วงพื้นฐาน หลังจากหยุดหน้าหนาว (หิมะตก พักฤดูกาล) โปรบางคนหันไปแข่งไซโครครอส บางคนพักยาว บางคนปั่นในร่มนิดๆหน่อยๆ แต่พอจะเริ่มฤดูกาลใหม่จะกลับมาปั่น base กัน ส่วนมากจะลากยาว 5-8 ชม. ปั่นสบายๆ สร้างความทนทาน บางทีมอาจเรียกรวมเก็บตัว เคยเห็นมั้ยครับ ที่ใส่ชุดทีมปั่นกัน 20 กว่าคัน ใส่ถุงแขงถุงขาหน้าๆ ใส่หมวกไหมพรมด้านในหมวกกันน็อค ช่วงนั้นล่ะครับ ระยะเวลาประมาณ 10-12 สัปดาห์ แล้วแต่แผนการพีคของแต่ละคน ใครอยากพีครายการแรกๆเช่น Tour Down Under ก็ต้องเริ่มกันเนิ่นๆหน่อย ไม่แปลกใขครับที่ชื่อดังๆสนามรายการแรกๆจะเงียบๆกันเพราะยังไม่เข้าที่
...ปั่นพื้นฐานช่วงนี้นานจริงแต่ไม่หนักครับ เบาจนบางคนอาจรู้สึกว่าไม่ได้อะไรเลยด้วยซ้ำ เวลาผมชวนเพื่อนๆปั่นเบส คนที่ไม่ได้ดูวัตต์จะปั่นเร็วเกินโซนกันทั้งนั้น
บางคนปั่นเบสบนรถไทม์ไทรอัล ก็มีครับ ฟาเบียงเคยมีปั่นเบสบนไทม์ไทรฯ 5 ชม. โหดร้ายมากๆ ไม่ได้เซ็ทแบบไตรด้วยนะครับ แค่คิดก็เมื่อยแล้ว
จากนั้นก็จะไปเข้าเรื่องต่างๆ ตารางซ้อมยาวนานหนักเบาไม่เท่ากันแต่โดยมากจะซ้อมกันทุกวัน วันไหนเบาก็จะเป็น recovery pace อาจมีหยุดพักไปยกเวท ไปเล่น muscle exercise บ้าง ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้มีผู้ฝึกสอนออกแบบตารางให้เฉพาะตัว บางทีมสั่งตารางฝึกและติดตามผลนักกีฬาจากระยะไกลบ้าง เรียกตัวเข้าค่ายเพื่อฝึกเข้มข้นและติดตามผลบ้าง นักกีฬาหลายคนจ้างผู้ฝึกสอนส่วนตัวพิเศษเพิ่มเติม
ผมเคยอ่านเจอว่าโปรบางช่วง มีตารางซ้อมเช้าปั่น 3-4 ชม. แล้วนอน เย็นปั่นเบาๆอีก 2 ชม.
หรือ youtube บางช่องพาไปติดตามชีวิตโปร 1 วัน
...เช้ามันตื่นมา ปั่นจักรยาน เป็นคนอเมริกันแต่ย้ายบ้านไปอยู๋สเปนเพราะปั่นจักรยานได้เต็มที่กว่า เบาๆ 3 ชม. กลับมานวด พักผ่อน ออกไปสัมภาษณ์หนังสือ บ่ายพักผ่อน เย็นออกไปปั่นหนักๆถึงค่ำตามโปรแกรมซ้อมอีก 3-4 ชม. กลับมากิน นวด นอน ตื่นมาไม่ปั่น กิน พักเก็บของ ไปค่ายเก็บตัวบนเขาสูงร่วมกับทีม ไปถึงค่ายก็ทักทายกัน เย็นนั้นทีมปั่นกันเบาๆ 3 ชม. ปั่นไปชั่วโมงกว่าไปกินกาแฟน แล้วปั่นกลับ ดูไม่เห็นมีอะไร
อีกช่องนึงมันพาไปซ้อมร่วมกับทีม Saxo ที่ไปเก็บตัวออสเตรเลียเตรียม Tour Down Under เช้าๆแดดออกฟ้าใส ทั้งทีมตื่นมากินอาหาร เตรียมของสบายๆออกปั่นซ้อม เป็นโปรแกรมซ้อมอินเทอร์วัลทุกคนเซ็ทมาเหมือนกัน ปั่นรวมกันไปก่อนราวชั่วโมงกว่าๆ แล้วเริ่มเซ็ท เร่งกันกระหน่ำ 20-30 นาทีแล้วผ่อน สลับไปเรื่อยๆ กลุ่มแตกออกเป็นเดี่ยวบ้างคู่บ้าง แล้วเร่งอีก ใครเห็นคนหน้าต้องไล่ให้เข้าคนหน้า ใครเห็นคนหลังจะเข้าต้องหนีคนหลัง เหมือนเล่นวิ่งไล่จับต่อกันไปเรื่อยๆ ซัดแบบนี้จนสาย หยุดพักกินน้ำแล้วปั่นกลับพร้อมกัน เป็นอันจบภารกิจ กลับมากิน นวด นอน
วันแข่งมีวันพัก ตื่นมากิน นอน ตื่นมาก็กินอีกแล้วก็นอน ใครมีสัมภาษณ์ไปสัมภาษณ์ เย็นๆเอาจักรยานออกไปปั่นเบาๆยกทีม กลับมากิน นวด นอน
จะกินอะไรตามใจไม่ได้ อาหารทีมเตรียมให้หมด มีคนทำอาหารประจำทีม คิดคำนวนเสร็จสรรพว่าวันไหนกินอะไร พรุ่งนี้แข่งอะไร ต้องมีพลังงานเท่าไหร่ มื้อเช้าตื่นมากินอะไร เที่ยงกินอะไร ตอนแข่งกินอะไร แข่งเสร็จคืนนี้กินอะไร
ที่แน่ๆคือโปรจักรยาน นอนเร็ว .... ไม่กี่ทุ่มนอนแล้ว ไม่มีปาร์ตี้ ไม่ขี้เมา ตื่นเช้า คุมแอลกอฮอล์เพราะมีผลกับร่างกาย ดื่มได้แ่นิดหน่อย ช่วงไหนต้องคุมน้ำหนักเบียร์ เหล้าห้ามแตะเพราะพลังงานมาก
.....มีบางช็อตของสารคดีนักปั่นบางคนที่ผมฟังแล้วปักคาใจ
ฟรูม ....."เพื่อนผมที่บ้านเกิดสมัยผมเรียน อาจจำผมไม่ได้หรอกถึงผมจะเป็นแชมป์ตูร์เดอฟร็องซ์ เพราะผมไม่มีเพื่อน ผมเลิกเรียนก็มาปั่นจักรยาน เช้าก็ปั่นจักรยาน คนที่จำผมได้คงเป็นคนที่อยู๋ละแวกบ้านที่เห็นผมปั่นจักรยานบ่อยๆมากกว่า"
แลนซ์....."ผมเคยเกือบตายเพราะปั่นจักรยานบนถนนมานับครั้งไม่ถ้วน รถยนต์บ้าง รถบรรทุกบ้าง แต่แม้จะบาดเจ็บโดนชนหลายครั้งก็ยังออกไปซ้อมเพราะหลงใหล ถ้าเลือกได้ การตายบนจักรยานขณะปั่นอยู่ก็มีความสุขเพราะตายไปพร้อมกับสิ่งที่รัก"
โปรอเมริกันทีม UHC ชื่อไรจำไม่ได้สัมภาษณ์รายการวิทยุ ..... "บ้านผมอยู๋ซานฟรานซิสโก ผมขับรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่เวลาไปธุระ แต่ผมกลัวอุบัติเหตุมากกว่าเวลาผมขี่จักรยาน เวลาผมซ้อมหรือแข่ง ผมล้้ม ผมชน แต่ไม่เคยกลัว ผมเทิร์นโปรตอนอายุ 27 หลังจากที่ทำานและแข่งสมัครเล่นมาตลอด เป็นมืออาชีพแล้วหลายอย่างเปลี่ยนไป ต้องดูแลตัวเอง ตารางซ้อมต่างๆ มีหน้าที่ในทีมชัดเจน ไม่ใช่วันนี้อยากปั่นอะไรก็ปั่น เบื่อบ้าง แต่พอได้อยู๋บนจักรยานตั้งสมาธิเริ่มต้นทำงาน ทุกอย่างมันก็ไปตามระบบเอง"
เกร็ก เลอม็องด์ .... "ตอนนั้นผมอายุ 19 ขอแฟนสาวผมแต่งงาน พร้อมกับบอกว่าเราจะย้ายไปอยู๋ฝรั่งเศส เพราะที่นั่นผมจะสามารถปั่นจักรยานเป็นอาชีพมีเงินเลี้ยงดูเธอได้ เธอมองหน้าผมและตอบตกลง เราย้ายไปพจญชีวิตกันหลายปีกว่าผมจะได้สัญญาแข่งเต็มตัว นานกว่าจะเป็นที่ยอมรับ มันยิ่งกว่าแค่ปั่นจักรยานเพื่อหารายได้ แต่มันคือการแบกภาระของคนอเมริกันมาสร้างการยอมรับ และสุดท้ายผมก็ทำได้ หากวันนั้นเธอไม่ตกลง อาจไม่เป็นอย่างวันนี้" (เกร็ก เลอม็อง เป็นคนอเมริกันคนแรกที่ชนะตูร์เดอฟร็องซ์ และเป็นคนเดียวที่ชนะตามพฤตินัยจนถึงทุกวันนี้ คนยุโรปยอมรับในตัวเค้ามากกว่าแลนซ์ เพราะปู่เกร็กแกไปคลุกตัวสู้ยิบตา พูดฝรั่งเศส สเปน อิตาลีคล่องปรื๋อ)
แอนดี้ เชล็ค มีวลีทองอยู๋บนจักรยานของตนเอง "I never dream my life, I live my dream" ...."ข้าพเจ้าไม่เคยฝันถึงชีวิตของข้าพเจ้า, ข้าพเจ้าใช้ชีวิตแบบที่ข้าพเจ้าฝัน"
บ้านเราจักรยานยังไม่เป็นที่ยอมรับ นำพาไปสู่ความมั่งคั่งไม่ได้ แต่นักปั่นระดับชาติหลายท่านก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับโปร มีวินัย มีนิสัย มีใจไม่แพ้โปรเมืองนอกแน่นอน
แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัว นักกีฬาใดๆ เมื่อสู่จุดของความเป็นเลิศก็ต้องมีวินัย ใจรัก และลูกบู๊กันทั้งนั้น ผมมีเพื่อนเป็นนักกอล์ฟระดับเยาวชน นักเทนนิสระดับเยาวชน มีรุ่นพี่เป็นนักสนุกเกอร์ระดับแชมป์โลกสมัครเล่นเพิ่มเทิร์นโปรไปอังกฤษไม่นานมานี้ เหล่านี้ล้วนมีวินัย มีใจสู้ มีเป้าหมาย ความเก่งไม่ต้องพูดถึงครับ แค่ฟังว่าวันนึงตีลูกขาวให้ตรงเป็นพันๆลูก หยุดให้เป๊ะ เช้ายันเย็นก็ล้าแล้ว
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
ชาละวันสองแคว
- ขาประจำ
- โพสต์: 472
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ค. 2011, 17:22
- Tel: 055396444 0897029789
- team: barista rider
- Bike: freeride xc tourring rodebike java haro cross bike
- ตำแหน่ง: ร้อยบุปผาคันทรี่โฮม พิษณุโลก
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
-
Ater
- ขาประจำ
- โพสต์: 526
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2012, 14:49
- Tel: 0891696488
- team: DCC
- Bike: Cervelo
- ติดต่อ:
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
แอบมาเก็บเกี่ยวครับ

สุข.....อยู่ที่ใจ
ID LINE : ae_merit
TEL : O8.9169.6488
ID LINE : ae_merit
TEL : O8.9169.6488
- ifinxz
- ขาประจำ
- โพสต์: 449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ค. 2012, 14:13
- Bike: Giant TCR SCR
- ติดต่อ:
- k3mountain
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 15:27
- Bike: Cervelo R3, Fuji Declaration , Khs team st , Mini java
- ตำแหน่ง: 115/2 ม.2 ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ผสมผสานก็ดีนะครับ ยืนโยกใช้เกียร์ใหญ่
ใกล้ถึงยอดเนินยอดเขา ลงจานเล็กซอยเท้ารอบสูงปีนเนินหนีไปเลย
ใกล้ถึงยอดเนินยอดเขา ลงจานเล็กซอยเท้ารอบสูงปีนเนินหนีไปเลย
- FinalB
- ขาประจำ
- โพสต์: 542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2014, 14:02
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
แรงไม่มีก็คงยืนไม่รอดละงานนี้ เห็นแล้วก็เหนื่อยถึงจะเป็นเนินสั้นๆก็เถอะ บางทียังแอบมีจูง
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=Vepam0d-zH0[/youtube]
[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=Vepam0d-zH0[/youtube]
-
noodle
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2012, 00:31
- team: คน ครยก Mr.V bike
- Bike: s work sl2 roubaix trek madone6.9ssl parlee z3
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ชอบที่คุณจิโร่เขียนครับ อ่านแล้วเพลินดี ได้ความรู้
-
ton_59
- ขาประจำ
- โพสต์: 1825
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2009, 16:12
- Tel: 0866652400
- team: แก๊ง ขวานซิ่ง
- Bike: GT & RADAC
- ติดต่อ:
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ผมก็มาฮาตรงแลนซ์ นี่แหละอยากรู้เช็คIPจิอิอิ เขียน:(ยกเว้นแลนซ์ พัฒนาตัวมาจากโด้ปเลือด![]()
![]()
![]()
)
ประโยคนี้ กาแฟผมออกจมูกเลยครับน้าจิโร่ 555+![]()
![]()
ถ้าไม่แข็งแรง หรือฝึกฝนจริงๆ
ถ้ายืนโยก โยก-โยก-โยก จนหมด บนเนินระดับ 8-10% ขึ้นไป
แล้วมันยังชันอยู่ พอกลับมานั่งปั่น มันจะปั่นไม่ออกครับ 55+
สรุปล้มครับ
สำหรับผมนะถ้ายืนโยก ต้องชันจริงๆระยะเวลาที่สามารถยืนโยกได้ก็ ไม่เกินครึ่งนาที
จักรยานไม้ไผ่ ไทยประดิษฐ์ (ของน้องชายผม)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
- nirhead
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 เม.ย. 2014, 19:40
- นคร บริการ
- ขาประจำ
- โพสต์: 116
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 08:47
- Tel: 093-8969419
- team: bowin
- Bike: มีอยู่ 2-3คัน
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
ผมชอบวลีนี้มากครับ "I never dream my life, I live my dream" ขอบคุณครับสำหรับแรงบรรดาลใจ
LIFE IS BEAUTIFUL 
- kolasz
- ขาประจำ
- โพสต์: 140
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:20
- team: มีแต่ไม่ประจำ ปั่นตามใจฉันซะเป็นส่วนมาก
- Bike: ทัวริ่งโครโม / SCR2010
- ตำแหน่ง: รามคำแหง กทม
- top_krup
- ขาประจำ
- โพสต์: 165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2012, 10:35
- Bike: เหลืออยู่คันเดียว
- ตำแหน่ง: สนามบินน้ำ
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
- insuphan
- ขาประจำ
- โพสต์: 163
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2012, 01:29
- Tel: 0917787791
- team: Danchang Cyclist
- Bike: Giant XTC Advance SL
- ตำแหน่ง: 334 ม.5 ต.หนองมะค่าโมง จ.สุพรรณบุรี 72180
Re: สไตน์การไต่เขาแบบไหนประหยัดแรงกว่ากันครับ
เก็บข้อมูล ได้แรงบันดาลใจเยอะเลยครับ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
ขาอ่อนครับ