เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- komsan
- ขาประจำ
- โพสต์: 796
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 07:16
- Tel: 087-3048319
- team: Soitan sometime
- Bike: New tarmac
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
เบื่อก็ทำสี ง่ายดี ล้มก็ safe
Friendship often ends in love; but love in friendship – never.
-
เต่าคลานภูเวียง
- สมาชิก
- โพสต์: 66
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ธ.ค. 2013, 09:28
- Tel: 0802282321
- team: ภูเวียง
- Bike: S-WORKS
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
- Pajingo
- ขาประจำ
- โพสต์: 689
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2011, 13:45
- Tel: 0866166688
- team: โอ๊ยจาน จักรยาน by Pajingo Bike Cleaning
- Bike: Rock Hopper M4, Cannondale Caad 10 + Flash F26 Lefty, Giant Propel Advanced SL
- ตำแหน่ง: แถวๆ Work Point
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ถ้าคิดว่าเหมือนหรือเทียบเท่า แนะนำให้ลองไปหาคาร์บอนรุ่นท็อปๆ มาใช้ดูนะครับ...ถ้าวางใจให้เป็นกลาง อาจจะพอวิเคราะห์และแยกแยะได้ว่ามันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะเท่าที่เคยลอง ถ้าไม่เอาเรื่องราคามาเป็นตัวเปรียบเทียบ...ผมว่ามันต่างนะMachonut เขียน:อลูเทพ(caad10 TCRSLR) หนักกว่า คาร์บอนทอป ราวๆ0.5กก แต่ประสิทธิภาพเทียบเท่าคาร์บอนทอป
นานาจิตตัง คาร์บอนทอป หรือแม้แต่อลูก็เถอะ ก็แพงเพราะมูลค่าแบรนด์ดังชื่อเสียงเก่าก็มี
เฟรมคาร์บอนที่สั่งผลิตกำหนดสเปคเองดีๆก็มี ในราคาสูสี อลูเทพ
ปล.อย่างที่ทราบ...ผมขี่คาร์บอนท็อปของอลูท็อปทั้ง 2 ค่าย ที่ยกตัวอย่างมาแล้วทั้งสิ้น เลยพอให้คำตอบได้บ้างในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการจินตนาการไปเอง
ปล.2 คนที่ลงทุนซื้อเฟรมคาร์บอนท็อปมาใช้ คงไม่ได้ต้องการที่จะเพิ่มเงินจำนวนมหาศาล เพื่อให้แลกมาซึ่งน้ำหนักเพียงเท่านั่นหรอกครับ เรื่องน้ำหนัก...มันก็แค่ผลพลอยได้ แต่ประสิทธิภาพ คือ สิ่งที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องการจะได้รับ
Pajingo Bike Clean & Service
บริการ...ประกอบ เซอร์วิส ถอดล้างจักรยาน ทุกซอกหลืบ
Line ID : pajingo_bike_clean
Facebook Fanpage : Pajingo Bike Clean
สนใจ...Pls Call.086-616-6688
บริการ...ประกอบ เซอร์วิส ถอดล้างจักรยาน ทุกซอกหลืบ
Line ID : pajingo_bike_clean
Facebook Fanpage : Pajingo Bike Clean
สนใจ...Pls Call.086-616-6688
- MPK
- ขาประจำ
- โพสต์: 2758
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 19:37
- team: BPMTB,Bikeloves
- Bike: Tokyobike CS, Brompton M6R, Axman Broncos SL3, Klein Attitude
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
เฟรมอลู ถ้าเล่นหนักๆร้าวตรงรอยเชื่อมได้นะครับOpikza เขียน:เล่นอลูเพราะ อนาคต ไกล ไม่เสื่อมสภาพ เฟรมคาร์บอน กาวฟร๊อกซี่ อายุประมาณ7ปี ตอนนี้ไม่ทราบพัฒนาอายุตีวกาวหรือยัง
จัด อลูท๊อปมา ชอบครีบนุ่มนวล จะกดก็พุ่ง
เป็นรถคันแรกก้อขอจัดเต็มๆแบบกลางๆ ไม่สุดโต่ง 60K พอละครับ ปั่นไปจนไม่มีแรงปั่น
ถ้าเทียบอนาคตจริงๆ ประสิทธิภาพรถจริงๆ คาร์บอนสามารถออกแบบให้ได้รถที่มีสมรรถนะต่างๆได้ง่าย ดี และได้กำไรมากกว่าอลูครับ
ปล. ผมปั่นรถเหล็ก
ถ้าฝนตก ต้องงดออก ถ้าไม่เชื่อกัน เกี่ยวล้มกันเดี๋ยวรถถลอก
ถ้าฝนตก ต้องงดออก ถ้าซ่าออกไป เป็นไรไปเดี๋ยวงานจะงอก....
เช็คWeather หน่อย Baby
ถ้าRainy นะ Honey
Cancle Trip เลย Baby
ถ้าฝนตก ต้องงดออก ถ้าซ่าออกไป เป็นไรไปเดี๋ยวงานจะงอก....
เช็คWeather หน่อย Baby
ถ้าRainy นะ Honey
Cancle Trip เลย Baby
-
betacam
- สมาชิก
- โพสต์: 69
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มี.ค. 2014, 23:54
- Tel: 0894492494
- Bike: VITUS 979 ไซค์59
- ตำแหน่ง: ฟอร์จูน รัชดา
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ผมเป็นคนนึงที่ไม่เคยคิดอยากไปคาร์บอน เพราะผมชี่ไม่บ่อยมาก เอาคาร์บอนมาก็ไม่คุ้ม
เพราะมันมีอายุการใช้งาน ออกจากโรงงานมาอายุการใช้งานก็เสื่อมเรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะขี่รึไม่
ยังไม่พูดถึงราคามือ2ที่ตกไวตามอายุการใช้งานที่เสื่อมไวถ้าเทียบกับโลหะ
และเฟรมจักรยานโลหะยี่ห้อดีๆเผลอๆเก็บรักษาดีราคาไม่ตกสังเกตุจากราคารถวินเทจดูครับ
สีถลอกก็ทำสีใหม่ได้ง่ายกว่า ใช้กันได้ยาวๆ
ป.ล.รถผมเองครับ สภาพปัจจุบันทำไปอีกเยอะเปลี่ยนเบาะกับเกียร์ใหม่
เฟรมVITUS อายุราวๆ30ปีแล้วครับ
เพราะมันมีอายุการใช้งาน ออกจากโรงงานมาอายุการใช้งานก็เสื่อมเรื่อยๆ ไม่ว่าคุณจะขี่รึไม่
ยังไม่พูดถึงราคามือ2ที่ตกไวตามอายุการใช้งานที่เสื่อมไวถ้าเทียบกับโลหะ
และเฟรมจักรยานโลหะยี่ห้อดีๆเผลอๆเก็บรักษาดีราคาไม่ตกสังเกตุจากราคารถวินเทจดูครับ
สีถลอกก็ทำสีใหม่ได้ง่ายกว่า ใช้กันได้ยาวๆ
ป.ล.รถผมเองครับ สภาพปัจจุบันทำไปอีกเยอะเปลี่ยนเบาะกับเกียร์ใหม่
เฟรมVITUS อายุราวๆ30ปีแล้วครับ
- ไฟล์แนบ
-
- vi0001.jpg (81.79 KiB) เข้าดูแล้ว 844 ครั้ง
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ตอนนี้ใช้ท็อปอลูฯอยู่ครับ เหตุผลง่ายๆคือมันเหลือเฟือแล้วกับแรงขาอย่างผม
ไว้วันไหนกดให้เฟรมย้วยได้แล้วค่อยขยับไปหาท็อปคาร์บอนมั่ง
.-_-.
ไว้วันไหนกดให้เฟรมย้วยได้แล้วค่อยขยับไปหาท็อปคาร์บอนมั่ง
.-_-.
-
Lovelyglass
- สมาชิก
- โพสต์: 2
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2014, 22:15
- Bike: Tyrell FSX
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
กะเก็บยาวๆไม่ดูแล แก่ๆจะใส่ตะกร้าจ่ายกับข้าวเลยครับ
รอS work Alles E5 2015จนเหงือกแห้งแล้ว ถ้าช้ามากๆจะแวะไทเทเนี่ยมแล้วครับ
รอS work Alles E5 2015จนเหงือกแห้งแล้ว ถ้าช้ามากๆจะแวะไทเทเนี่ยมแล้วครับ
- supman
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 เม.ย. 2009, 00:50
- team: -
- Bike: CAAD 10
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ส่วนตัวใช่ caad 10 มาสักสองปี...ทีแรกแค่ว่าจะซื้อมาลองเฉย..... 
จากที่เคยขี่ MTB โคโมลี,อลู,ฟลูซัส กะ หมอบ อลูล้วนๆ,อลูหางคารบอน, คารบอนล้วนๆ(ไม่ใช้ตัวท็อบ)
caad 10 มีความนุ่มเป็นพิเศษในแบบที่ไม่เคยรู้สึกในรถอลูมาก่อน (แต่ไม่เท่าคารบอน)......ให้อารมณ์สนุกในจังหวะกระตุกหรือเร่งความเร็วในแบบธรรมชาติของรถอลู (หายากในรถคารบอนถ้าไม่เทพจริงๆ)
น้ำหนักเบา.......ไม่แพ้เฟรมคารบอนกลางๆ (ประมาณ 1.2 กก.)
แค่นี้ก็หาเหตุผลในการเปลี่ยนเฟรมไม่ได้ล่ะ.........
จากที่เคยขี่ MTB โคโมลี,อลู,ฟลูซัส กะ หมอบ อลูล้วนๆ,อลูหางคารบอน, คารบอนล้วนๆ(ไม่ใช้ตัวท็อบ)
caad 10 มีความนุ่มเป็นพิเศษในแบบที่ไม่เคยรู้สึกในรถอลูมาก่อน (แต่ไม่เท่าคารบอน)......ให้อารมณ์สนุกในจังหวะกระตุกหรือเร่งความเร็วในแบบธรรมชาติของรถอลู (หายากในรถคารบอนถ้าไม่เทพจริงๆ)
น้ำหนักเบา.......ไม่แพ้เฟรมคารบอนกลางๆ (ประมาณ 1.2 กก.)
แค่นี้ก็หาเหตุผลในการเปลี่ยนเฟรมไม่ได้ล่ะ.........
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เฟรมอลูมิเนียมมีราคาถูกกว่าเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ บ้างก็คิดว่า ต้นทุนของเฟรมอลูมิเนียมคงจะถูกกว่ากระมัง
อันที่จริงแล้ว คำว่า"ต้นทุน"นั้น มันมีอยู่หลายอย่างนะครับ
1. ต้นทุนด้านวัสดุ ถ้าดูกันที่ตรงนี้อย่างเดียว ใช่ครับ ต้นทุนเรื่องวัสดุของอลูมิเนียมต่ำกว่าคาร์บอนไฟเบอร์อย่างแน่นอน หลายคนก็คงจะคิดเหมือนกัน
2. ต้นทุนในด้านการผลิต เครื่องจักร หรือ hardware ตรงนี้แหละครับเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกไปถึง
- ต้นทุนการผลิตของเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์นั้นจะหมดไปกับการขึ้น Mold ครับ ขึ้น Mold เสร็จ ก็ใช้wrapเส้นใยขึ้นเฟรม ขึ้นท่อต่างๆจนกลายเป็นจักรยานทั้งคันได้ ก็ไม่สงสัยกันบ้างหรือครับว่า ทำไมเฟรมคาร์บอนสำเนาทั้งหลายจึงผลิตออกมากันได้ง่ายแสนง่ายจริง
- ต้นทุนในการผลิตของเฟรมอลูมิเนียมหละเป็นยังไง ถ้าเริ่มต้นจากศูนย์ นั่นหมายถึงว่าจะต้องจัดหาเครื่องมือหนักกันเลยนะครับ ต้องหาเครื่องตัดท่อ เครื่องเจียรท่อ เครื่องกลึง เครื่องเชื่อม จิ๊กสำหรับขึ้นเฟรม แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันต้องลงทุนมากไปอีกก็คือ เตาอบ สำหรับอบเฟรม ซึ่งเตาจะต้องใหญ่พอที่จะอบได้หลายๆเฟรม เพื่อจะคุ้มค่าพลังงานที่ใช้ เตาอบนั้นเปลืองพื้นที่ เปลืองพลังงาน และเปลืองเวลา เฟรมอลูมิเนียมต้องผ่านการอบร้อน( Heat treat ) เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อมซึ่งเป็นจุดอ่อนของเฟรม ยังต้องมีขั้นตอน ระยะเวลา ระหว่างนั้นก็ต้องเอามา realignment กันใหม่บนจิ๊ก แล้วเข้าไปอบต่อใน process ต่อไป กว่าจะออกมาเป็นเฟรม 1 คัน จะต้องใช้แรงงาน เครื่องจักร ขั้นตอนต่างๆมากมาย ลำพังต้นทุนในการสร้างโรงงานนั้น มันมากมายกว่าการลงทุนขึ้น Mold มากเลย เพราะผู้ผลิตเฟรมสำเนา สามารถเอาเฟรมที่ต้องการจะทำสำเนามาทำเป็นต้นแบบสำหรับการเริ่มต้นได้ และที่สำคัญเครื่องมือเครื่องใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบอะไรพวกนี้ก็สามารถจัดหามาได้โดยง่าย
เราจึงพบว่า ณ ปัจจุบัน ไม่มีใครที่คิดจะเริ่มต้นสร้างโรงงานเพื่อผลิตเฟรมอลูมิเนียมกันอีกแล้ว ทั้งนี้เพราะต้นทุนในการเริ่มต้นนั้นมันสูงมากครับ สู้ไปจ้างมือปืนรับจ้างในไต้หวันหรือในจีนแดงผลิตให้ดีกว่า โดยเฉพาะโรงงานในไต้หวันนั้น มีความรู้และเทคโนโลยี่ในการผลิตที่ทันสมัย นอกจากจะรับจ้างผลิตจักรยานให้ผู้จ้างรายอื่นๆแล้ว ก็ยังมีจักรยานของตัวเองในแบรนด์ตัวเองผลิตออกมาด้วยเช่นกัน เขาอยู่ในวงการนี้มานาน ผลิตเฟรมอลูมิเนียมออกมามากมายจนแทบจะบอกว่าคืนทุนเครื่องจักรอุปกรณ์เหล่านี้ไปแล้ว เฟรมอลูมิเนียมที่ผลิตในปัจจุบันจึงมีราคาไม่ได้สูงมากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป
ผู้คนจึงสรุปกันว่า เฟรมอลูมิเนียมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเฟรมคาร์บอนนั่นเอง ( ทั้งๆที่ถ้าเริ่มต้นเอง ก็ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน )
**************************************
ทำไมหลายคนเชื่อว่าเฟรมอลูมิเนียมมีอายุการใช้งานนานกว่าเฟรมคาร์บอน
ในความเป็นจริงแล้ว Aluminum alloy เป็นโลหะที่มีค่า fatigue endurance น้อยที่สุด
ผมยังไม่เคยเห็นเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ที่แตก ร้าว เองจากการใช้งานปกติ แต่ผมเคยเห็นเฟรมอลูมิเนียมแตกร้าวจากการใช้งาน บางเฟรมจอดทิ้งไว้เฉยๆยังแตกร้าวตรงรอยเชื่อมบ้าง แตกกันตรงท่อคออันเกิดจากความเครียดที่อัดถ้วยคอลงไปก็เคยเห็นมาแล้ว
ด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน อีพอกซี่เรซินมีอายุการใช้งานที่นานมาก นานจนไม่มีใครกล้ามาฟันธงว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆมันอาจจะกลายเป็นขยะรกโลกที่อยู่ได้นานแสนนานพอๆกับถุงพลาสติกเลยก็ได้
เมื่อสัก 10 กว่าปีมาแล้ว ยุคที่การผลิตเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนคอคยังไม่ได้ถูกพัฒนามากมายเหมือนกับในปัจจุบัน รถเฟรมคาร์บอนส่วนใหญ่จะใช้วิธี เสียบท่อสวมกับlug แล้วเชื่อมด้วยกาวอีพอกซี่เรซิน ในครั้งนั้นก็เคยมีคนเอาเฟรมยี่ห้อดังๆหลายยี่ห้อ รวมๆกันน่าจะสัก 20 รุ่น มาจับใส่เครื่อง Hydraulic แล้วบิดเฟรมไปมาในพิสัยที่มากกว่าการถูกใช้งานจริงๆเสียอีก กำหนดเส้นตายไว้ที่ 100,000 รอบ และ 200,000 รอบการบิด
เป็นเรื่องแปลกใจกันยุคนั้นมากๆว่า ไม่มีเฟรมคาร์บอนตัวไหนเลยที่ชิงตายไปก่อนครบ 200,000 รอบ แต่ก็สรุปยาก เพราะมันมีแค่ 2 -3 ยี่ห้อเองกระมังที่เอามาทดสอบ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ Trek series 5000 ( เทียบกับสมัยนี้ก็เทียบได้กับ Madone 5 ) ท่อ OCLV สวมlug ยึดกาว แล้วก็ฮามากตรงที่เฟรมโครโมลี่หลายตัวกับเฟรมไททาเนียม 1 ตัวชิงลาโลกไปก่อนจะครบ 100,000 รอบเท่านั้น โดยแตกแถวๆรอยเชื่อม ส่วนเฟรมไททาเนียมแตกร้าวมาจากรูร้อยขากระติก (เชื่อเลย) เฟรมอลูมิเนียมอีกหลายเฟรมก็ไม่รอด แต่ก็ยังมีเฟรมอลูมิเนียมที่รอดผ่าน 200,000 รอบ มาได้ ซึ่งมันก็คือ Cannondale ( ขอโทษนะ สมัยนั้นผมไม่ได้เป็นแฟนรถค่ายนี้ เลยจำseriesไม่ได้ ) ก็นับได้ว่าเทคโนโลยี่ในการผลิตเฟรมอลูมิเนียมของค่ายนี้ สุดยอดมากทีเดียว โดยเฉพาะในยุคก่อนนั้นที่ยังไม่ได้มีวิทยาการอะไรมากมายเท่ากับตอนนี้
**************************************
หลายคนบอกว่า เฟรมคาร์บอนล้มแล้วแตก น่ากลัว แต่หลายคนไม่เคยทราบว่า ความแรงที่ทำให้เฟรมคาร์บอนแตกหักนั้น มันมากเกินพอที่จะทำให้เฟรมอลูมิเนียมเสียหายจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีกเลย เพราะเป็นความแรงที่ทำให้เฟรมคดงอเสียศูนย์ ดุ้ง บิดเบี้ยว เฟรมอลูมิเนียมเมื่อเสียหายหนักจะมีข้อดีกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ก็ตรงที่ สามารถเอาไปบริจาคใช้ทำแกนของขาเทียมได้เป็นอย่างดี เพราะเฟรมนั้นทำจากอลูมิเนียมเกรดสูงที่เขาต้องการ แต่คาร์บอนไฟเบอร์นั้น อยากจะเอาไปซ่อมก็ยังมียอดฝีมือซ่อมให้ได้ ถ้าเสียหายหนักเกินว่าจะเยียวยา ก็ยังมีกระบวนการrecycle ได้ แต่เท่าที่ทราบดูเหมือนว่าจะใช้ต้นทุนสูงมาก อาจจะเหมาะสำหรับกลุ่มที่มองโลกสวย แต่ไม่เคยเหมาะสำหรับเชิงธุรกิจสักเท่าไหร่
สมัยก่อน เพื่อนผมเคยใช้เฟรมเสือภูเขา ยี่ห้อ DBR ลืมรุ่นไปแล้ว ท่อบน ท่อล่าง ท่อนั่ง ขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนท่อคอ และหางหลังทำจากโครโมลี่ ไปแข่งที่จอมบึง แล้วรถสไลด์เอาท่อบนฟาดกับต้นไม้อย่างแรง เสียงดังจนเจ้าของคิดว่าเฟรมแตกไปแล้ว แต่ก็ไม่พบว่าแตกแต่อย่างใด แค่สีเป็นรอยเท่านั้น กลับมาก็พยายามหาร่องรอยความเสียหายก็ยังไม่พบ แล้วก็ยังใช้งานอยู่อีกพักหนึ่งจนเบื่อแล้วขายไป แต่ถ้าเป็นเฟรมอลูมิเนียม ก็อาจจะบุบจนท่อคดไปแล้วก็ได้
**************************************
สุดท้าย ถ้าคุณอายุมากขึ้น มากขึ้น คุณจะไม่ทนคบกับเฟรมอลูมิเนียมหรอกครับ ถึง CAAD10 จะนุ่มแค่ไหน สังขารคุณก็ไม่อยากจะรับมัน , เฟรมคาร์บอนที่แสนกระด้างก็ยังนุ่มกว่าโลหะ และด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน เฟรมคาร์บอนสามารถสร้างความstiff ได้อย่างมากมาย ไม่ย้วย ไม่ยวบ แต่ก็ไม่กระด้าง ไม่สะเทือนซางแบบเฟรมอลูมิเนียม ย่ำพุ่งติดเท้า
ในโปรทัวร์นั้น ยุคปัจจุบันแทบจะไม่มีเฟรมอลูมิเนียมให้เห็นกันสักเท่าไหร่แล้ว เพราะผู้ผลิตต้องการสปอนเซอร์ด้วยเฟรมดีๆ แพงๆ เพื่อหวังผลในการตลาด กระตุ้นยอดขาย
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็นหรอกนะครับ แต่มัน Rare item ไปแล้วเท่านั้นเอง
อันที่จริงแล้ว คำว่า"ต้นทุน"นั้น มันมีอยู่หลายอย่างนะครับ
1. ต้นทุนด้านวัสดุ ถ้าดูกันที่ตรงนี้อย่างเดียว ใช่ครับ ต้นทุนเรื่องวัสดุของอลูมิเนียมต่ำกว่าคาร์บอนไฟเบอร์อย่างแน่นอน หลายคนก็คงจะคิดเหมือนกัน
2. ต้นทุนในด้านการผลิต เครื่องจักร หรือ hardware ตรงนี้แหละครับเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกไปถึง
- ต้นทุนการผลิตของเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์นั้นจะหมดไปกับการขึ้น Mold ครับ ขึ้น Mold เสร็จ ก็ใช้wrapเส้นใยขึ้นเฟรม ขึ้นท่อต่างๆจนกลายเป็นจักรยานทั้งคันได้ ก็ไม่สงสัยกันบ้างหรือครับว่า ทำไมเฟรมคาร์บอนสำเนาทั้งหลายจึงผลิตออกมากันได้ง่ายแสนง่ายจริง
- ต้นทุนในการผลิตของเฟรมอลูมิเนียมหละเป็นยังไง ถ้าเริ่มต้นจากศูนย์ นั่นหมายถึงว่าจะต้องจัดหาเครื่องมือหนักกันเลยนะครับ ต้องหาเครื่องตัดท่อ เครื่องเจียรท่อ เครื่องกลึง เครื่องเชื่อม จิ๊กสำหรับขึ้นเฟรม แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันต้องลงทุนมากไปอีกก็คือ เตาอบ สำหรับอบเฟรม ซึ่งเตาจะต้องใหญ่พอที่จะอบได้หลายๆเฟรม เพื่อจะคุ้มค่าพลังงานที่ใช้ เตาอบนั้นเปลืองพื้นที่ เปลืองพลังงาน และเปลืองเวลา เฟรมอลูมิเนียมต้องผ่านการอบร้อน( Heat treat ) เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อมซึ่งเป็นจุดอ่อนของเฟรม ยังต้องมีขั้นตอน ระยะเวลา ระหว่างนั้นก็ต้องเอามา realignment กันใหม่บนจิ๊ก แล้วเข้าไปอบต่อใน process ต่อไป กว่าจะออกมาเป็นเฟรม 1 คัน จะต้องใช้แรงงาน เครื่องจักร ขั้นตอนต่างๆมากมาย ลำพังต้นทุนในการสร้างโรงงานนั้น มันมากมายกว่าการลงทุนขึ้น Mold มากเลย เพราะผู้ผลิตเฟรมสำเนา สามารถเอาเฟรมที่ต้องการจะทำสำเนามาทำเป็นต้นแบบสำหรับการเริ่มต้นได้ และที่สำคัญเครื่องมือเครื่องใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบอะไรพวกนี้ก็สามารถจัดหามาได้โดยง่าย
เราจึงพบว่า ณ ปัจจุบัน ไม่มีใครที่คิดจะเริ่มต้นสร้างโรงงานเพื่อผลิตเฟรมอลูมิเนียมกันอีกแล้ว ทั้งนี้เพราะต้นทุนในการเริ่มต้นนั้นมันสูงมากครับ สู้ไปจ้างมือปืนรับจ้างในไต้หวันหรือในจีนแดงผลิตให้ดีกว่า โดยเฉพาะโรงงานในไต้หวันนั้น มีความรู้และเทคโนโลยี่ในการผลิตที่ทันสมัย นอกจากจะรับจ้างผลิตจักรยานให้ผู้จ้างรายอื่นๆแล้ว ก็ยังมีจักรยานของตัวเองในแบรนด์ตัวเองผลิตออกมาด้วยเช่นกัน เขาอยู่ในวงการนี้มานาน ผลิตเฟรมอลูมิเนียมออกมามากมายจนแทบจะบอกว่าคืนทุนเครื่องจักรอุปกรณ์เหล่านี้ไปแล้ว เฟรมอลูมิเนียมที่ผลิตในปัจจุบันจึงมีราคาไม่ได้สูงมากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป
ผู้คนจึงสรุปกันว่า เฟรมอลูมิเนียมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเฟรมคาร์บอนนั่นเอง ( ทั้งๆที่ถ้าเริ่มต้นเอง ก็ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน )
**************************************
ทำไมหลายคนเชื่อว่าเฟรมอลูมิเนียมมีอายุการใช้งานนานกว่าเฟรมคาร์บอน
ในความเป็นจริงแล้ว Aluminum alloy เป็นโลหะที่มีค่า fatigue endurance น้อยที่สุด
ผมยังไม่เคยเห็นเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ที่แตก ร้าว เองจากการใช้งานปกติ แต่ผมเคยเห็นเฟรมอลูมิเนียมแตกร้าวจากการใช้งาน บางเฟรมจอดทิ้งไว้เฉยๆยังแตกร้าวตรงรอยเชื่อมบ้าง แตกกันตรงท่อคออันเกิดจากความเครียดที่อัดถ้วยคอลงไปก็เคยเห็นมาแล้ว
ด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน อีพอกซี่เรซินมีอายุการใช้งานที่นานมาก นานจนไม่มีใครกล้ามาฟันธงว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆมันอาจจะกลายเป็นขยะรกโลกที่อยู่ได้นานแสนนานพอๆกับถุงพลาสติกเลยก็ได้
เมื่อสัก 10 กว่าปีมาแล้ว ยุคที่การผลิตเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนคอคยังไม่ได้ถูกพัฒนามากมายเหมือนกับในปัจจุบัน รถเฟรมคาร์บอนส่วนใหญ่จะใช้วิธี เสียบท่อสวมกับlug แล้วเชื่อมด้วยกาวอีพอกซี่เรซิน ในครั้งนั้นก็เคยมีคนเอาเฟรมยี่ห้อดังๆหลายยี่ห้อ รวมๆกันน่าจะสัก 20 รุ่น มาจับใส่เครื่อง Hydraulic แล้วบิดเฟรมไปมาในพิสัยที่มากกว่าการถูกใช้งานจริงๆเสียอีก กำหนดเส้นตายไว้ที่ 100,000 รอบ และ 200,000 รอบการบิด
เป็นเรื่องแปลกใจกันยุคนั้นมากๆว่า ไม่มีเฟรมคาร์บอนตัวไหนเลยที่ชิงตายไปก่อนครบ 200,000 รอบ แต่ก็สรุปยาก เพราะมันมีแค่ 2 -3 ยี่ห้อเองกระมังที่เอามาทดสอบ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ Trek series 5000 ( เทียบกับสมัยนี้ก็เทียบได้กับ Madone 5 ) ท่อ OCLV สวมlug ยึดกาว แล้วก็ฮามากตรงที่เฟรมโครโมลี่หลายตัวกับเฟรมไททาเนียม 1 ตัวชิงลาโลกไปก่อนจะครบ 100,000 รอบเท่านั้น โดยแตกแถวๆรอยเชื่อม ส่วนเฟรมไททาเนียมแตกร้าวมาจากรูร้อยขากระติก (เชื่อเลย) เฟรมอลูมิเนียมอีกหลายเฟรมก็ไม่รอด แต่ก็ยังมีเฟรมอลูมิเนียมที่รอดผ่าน 200,000 รอบ มาได้ ซึ่งมันก็คือ Cannondale ( ขอโทษนะ สมัยนั้นผมไม่ได้เป็นแฟนรถค่ายนี้ เลยจำseriesไม่ได้ ) ก็นับได้ว่าเทคโนโลยี่ในการผลิตเฟรมอลูมิเนียมของค่ายนี้ สุดยอดมากทีเดียว โดยเฉพาะในยุคก่อนนั้นที่ยังไม่ได้มีวิทยาการอะไรมากมายเท่ากับตอนนี้
**************************************
หลายคนบอกว่า เฟรมคาร์บอนล้มแล้วแตก น่ากลัว แต่หลายคนไม่เคยทราบว่า ความแรงที่ทำให้เฟรมคาร์บอนแตกหักนั้น มันมากเกินพอที่จะทำให้เฟรมอลูมิเนียมเสียหายจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีกเลย เพราะเป็นความแรงที่ทำให้เฟรมคดงอเสียศูนย์ ดุ้ง บิดเบี้ยว เฟรมอลูมิเนียมเมื่อเสียหายหนักจะมีข้อดีกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ก็ตรงที่ สามารถเอาไปบริจาคใช้ทำแกนของขาเทียมได้เป็นอย่างดี เพราะเฟรมนั้นทำจากอลูมิเนียมเกรดสูงที่เขาต้องการ แต่คาร์บอนไฟเบอร์นั้น อยากจะเอาไปซ่อมก็ยังมียอดฝีมือซ่อมให้ได้ ถ้าเสียหายหนักเกินว่าจะเยียวยา ก็ยังมีกระบวนการrecycle ได้ แต่เท่าที่ทราบดูเหมือนว่าจะใช้ต้นทุนสูงมาก อาจจะเหมาะสำหรับกลุ่มที่มองโลกสวย แต่ไม่เคยเหมาะสำหรับเชิงธุรกิจสักเท่าไหร่
สมัยก่อน เพื่อนผมเคยใช้เฟรมเสือภูเขา ยี่ห้อ DBR ลืมรุ่นไปแล้ว ท่อบน ท่อล่าง ท่อนั่ง ขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนท่อคอ และหางหลังทำจากโครโมลี่ ไปแข่งที่จอมบึง แล้วรถสไลด์เอาท่อบนฟาดกับต้นไม้อย่างแรง เสียงดังจนเจ้าของคิดว่าเฟรมแตกไปแล้ว แต่ก็ไม่พบว่าแตกแต่อย่างใด แค่สีเป็นรอยเท่านั้น กลับมาก็พยายามหาร่องรอยความเสียหายก็ยังไม่พบ แล้วก็ยังใช้งานอยู่อีกพักหนึ่งจนเบื่อแล้วขายไป แต่ถ้าเป็นเฟรมอลูมิเนียม ก็อาจจะบุบจนท่อคดไปแล้วก็ได้
**************************************
สุดท้าย ถ้าคุณอายุมากขึ้น มากขึ้น คุณจะไม่ทนคบกับเฟรมอลูมิเนียมหรอกครับ ถึง CAAD10 จะนุ่มแค่ไหน สังขารคุณก็ไม่อยากจะรับมัน , เฟรมคาร์บอนที่แสนกระด้างก็ยังนุ่มกว่าโลหะ และด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน เฟรมคาร์บอนสามารถสร้างความstiff ได้อย่างมากมาย ไม่ย้วย ไม่ยวบ แต่ก็ไม่กระด้าง ไม่สะเทือนซางแบบเฟรมอลูมิเนียม ย่ำพุ่งติดเท้า
ในโปรทัวร์นั้น ยุคปัจจุบันแทบจะไม่มีเฟรมอลูมิเนียมให้เห็นกันสักเท่าไหร่แล้ว เพราะผู้ผลิตต้องการสปอนเซอร์ด้วยเฟรมดีๆ แพงๆ เพื่อหวังผลในการตลาด กระตุ้นยอดขาย
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็นหรอกนะครับ แต่มัน Rare item ไปแล้วเท่านั้นเอง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
lucifer เขียน:หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เฟรมอลูมิเนียมมีราคาถูกกว่าเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ บ้างก็คิดว่า ต้นทุนของเฟรมอลูมิเนียมคงจะถูกกว่ากระมัง
อันที่จริงแล้ว คำว่า"ต้นทุน"นั้น มันมีอยู่หลายอย่างนะครับ
1. ต้นทุนด้านวัสดุ ถ้าดูกันที่ตรงนี้อย่างเดียว ใช่ครับ ต้นทุนเรื่องวัสดุของอลูมิเนียมต่ำกว่าคาร์บอนไฟเบอร์อย่างแน่นอน หลายคนก็คงจะคิดเหมือนกัน
2. ต้นทุนในด้านการผลิต เครื่องจักร หรือ hardware ตรงนี้แหละครับเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่ได้นึกไปถึง
- ต้นทุนการผลิตของเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์นั้นจะหมดไปกับการขึ้น Mold ครับ ขึ้น Mold เสร็จ ก็ใช้wrapเส้นใยขึ้นเฟรม ขึ้นท่อต่างๆจนกลายเป็นจักรยานทั้งคันได้ ก็ไม่สงสัยกันบ้างหรือครับว่า ทำไมเฟรมคาร์บอนสำเนาทั้งหลายจึงผลิตออกมากันได้ง่ายแสนง่ายจริง
- ต้นทุนในการผลิตของเฟรมอลูมิเนียมหละเป็นยังไง ถ้าเริ่มต้นจากศูนย์ นั่นหมายถึงว่าจะต้องจัดหาเครื่องมือหนักกันเลยนะครับ ต้องหาเครื่องตัดท่อ เครื่องเจียรท่อ เครื่องกลึง เครื่องเชื่อม จิ๊กสำหรับขึ้นเฟรม แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันต้องลงทุนมากไปอีกก็คือ เตาอบ สำหรับอบเฟรม ซึ่งเตาจะต้องใหญ่พอที่จะอบได้หลายๆเฟรม เพื่อจะคุ้มค่าพลังงานที่ใช้ เตาอบนั้นเปลืองพื้นที่ เปลืองพลังงาน และเปลืองเวลา เฟรมอลูมิเนียมต้องผ่านการอบร้อน( Heat treat ) เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้อโลหะ โดยเฉพาะบริเวณรอยเชื่อมซึ่งเป็นจุดอ่อนของเฟรม ยังต้องมีขั้นตอน ระยะเวลา ระหว่างนั้นก็ต้องเอามา realignment กันใหม่บนจิ๊ก แล้วเข้าไปอบต่อใน process ต่อไป กว่าจะออกมาเป็นเฟรม 1 คัน จะต้องใช้แรงงาน เครื่องจักร ขั้นตอนต่างๆมากมาย ลำพังต้นทุนในการสร้างโรงงานนั้น มันมากมายกว่าการลงทุนขึ้น Mold มากเลย เพราะผู้ผลิตเฟรมสำเนา สามารถเอาเฟรมที่ต้องการจะทำสำเนามาทำเป็นต้นแบบสำหรับการเริ่มต้นได้ และที่สำคัญเครื่องมือเครื่องใช้ คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบอะไรพวกนี้ก็สามารถจัดหามาได้โดยง่าย
เราจึงพบว่า ณ ปัจจุบัน ไม่มีใครที่คิดจะเริ่มต้นสร้างโรงงานเพื่อผลิตเฟรมอลูมิเนียมกันอีกแล้ว ทั้งนี้เพราะต้นทุนในการเริ่มต้นนั้นมันสูงมากครับ สู้ไปจ้างมือปืนรับจ้างในไต้หวันหรือในจีนแดงผลิตให้ดีกว่า โดยเฉพาะโรงงานในไต้หวันนั้น มีความรู้และเทคโนโลยี่ในการผลิตที่ทันสมัย นอกจากจะรับจ้างผลิตจักรยานให้ผู้จ้างรายอื่นๆแล้ว ก็ยังมีจักรยานของตัวเองในแบรนด์ตัวเองผลิตออกมาด้วยเช่นกัน เขาอยู่ในวงการนี้มานาน ผลิตเฟรมอลูมิเนียมออกมามากมายจนแทบจะบอกว่าคืนทุนเครื่องจักรอุปกรณ์เหล่านี้ไปแล้ว เฟรมอลูมิเนียมที่ผลิตในปัจจุบันจึงมีราคาไม่ได้สูงมากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป
ผู้คนจึงสรุปกันว่า เฟรมอลูมิเนียมมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเฟรมคาร์บอนนั่นเอง ( ทั้งๆที่ถ้าเริ่มต้นเอง ก็ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน )
**************************************
ทำไมหลายคนเชื่อว่าเฟรมอลูมิเนียมมีอายุการใช้งานนานกว่าเฟรมคาร์บอน
ในความเป็นจริงแล้ว Aluminum alloy เป็นโลหะที่มีค่า fatigue endurance น้อยที่สุด
ผมยังไม่เคยเห็นเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ที่แตก ร้าว เองจากการใช้งานปกติ แต่ผมเคยเห็นเฟรมอลูมิเนียมแตกร้าวจากการใช้งาน บางเฟรมจอดทิ้งไว้เฉยๆยังแตกร้าวตรงรอยเชื่อมบ้าง แตกกันตรงท่อคออันเกิดจากความเครียดที่อัดถ้วยคอลงไปก็เคยเห็นมาแล้ว
ด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน อีพอกซี่เรซินมีอายุการใช้งานที่นานมาก นานจนไม่มีใครกล้ามาฟันธงว่ามันจะหมดอายุเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆมันอาจจะกลายเป็นขยะรกโลกที่อยู่ได้นานแสนนานพอๆกับถุงพลาสติกเลยก็ได้
เมื่อสัก 10 กว่าปีมาแล้ว ยุคที่การผลิตเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์แบบโมโนคอคยังไม่ได้ถูกพัฒนามากมายเหมือนกับในปัจจุบัน รถเฟรมคาร์บอนส่วนใหญ่จะใช้วิธี เสียบท่อสวมกับlug แล้วเชื่อมด้วยกาวอีพอกซี่เรซิน ในครั้งนั้นก็เคยมีคนเอาเฟรมยี่ห้อดังๆหลายยี่ห้อ รวมๆกันน่าจะสัก 20 รุ่น มาจับใส่เครื่อง Hydraulic แล้วบิดเฟรมไปมาในพิสัยที่มากกว่าการถูกใช้งานจริงๆเสียอีก กำหนดเส้นตายไว้ที่ 100,000 รอบ และ 200,000 รอบการบิด
เป็นเรื่องแปลกใจกันยุคนั้นมากๆว่า ไม่มีเฟรมคาร์บอนตัวไหนเลยที่ชิงตายไปก่อนครบ 200,000 รอบ แต่ก็สรุปยาก เพราะมันมีแค่ 2 -3 ยี่ห้อเองกระมังที่เอามาทดสอบ ซึ่ง 1 ในนั้นก็คือ Trek series 5000 ( เทียบกับสมัยนี้ก็เทียบได้กับ Madone 5 ) ท่อ OCLV สวมlug ยึดกาว แล้วก็ฮามากตรงที่เฟรมโครโมลี่หลายตัวกับเฟรมไททาเนียม 1 ตัวชิงลาโลกไปก่อนจะครบ 100,000 รอบเท่านั้น โดยแตกแถวๆรอยเชื่อม ส่วนเฟรมไททาเนียมแตกร้าวมาจากรูร้อยขากระติก (เชื่อเลย) เฟรมอลูมิเนียมอีกหลายเฟรมก็ไม่รอด แต่ก็ยังมีเฟรมอลูมิเนียมที่รอดผ่าน 200,000 รอบ มาได้ ซึ่งมันก็คือ Cannondale ( ขอโทษนะ สมัยนั้นผมไม่ได้เป็นแฟนรถค่ายนี้ เลยจำseriesไม่ได้ ) ก็นับได้ว่าเทคโนโลยี่ในการผลิตเฟรมอลูมิเนียมของค่ายนี้ สุดยอดมากทีเดียว โดยเฉพาะในยุคก่อนนั้นที่ยังไม่ได้มีวิทยาการอะไรมากมายเท่ากับตอนนี้
**************************************
หลายคนบอกว่า เฟรมคาร์บอนล้มแล้วแตก น่ากลัว แต่หลายคนไม่เคยทราบว่า ความแรงที่ทำให้เฟรมคาร์บอนแตกหักนั้น มันมากเกินพอที่จะทำให้เฟรมอลูมิเนียมเสียหายจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้อีกเลย เพราะเป็นความแรงที่ทำให้เฟรมคดงอเสียศูนย์ ดุ้ง บิดเบี้ยว เฟรมอลูมิเนียมเมื่อเสียหายหนักจะมีข้อดีกว่าคาร์บอนไฟเบอร์ก็ตรงที่ สามารถเอาไปบริจาคใช้ทำแกนของขาเทียมได้เป็นอย่างดี เพราะเฟรมนั้นทำจากอลูมิเนียมเกรดสูงที่เขาต้องการ แต่คาร์บอนไฟเบอร์นั้น อยากจะเอาไปซ่อมก็ยังมียอดฝีมือซ่อมให้ได้ ถ้าเสียหายหนักเกินว่าจะเยียวยา ก็ยังมีกระบวนการrecycle ได้ แต่เท่าที่ทราบดูเหมือนว่าจะใช้ต้นทุนสูงมาก อาจจะเหมาะสำหรับกลุ่มที่มองโลกสวย แต่ไม่เคยเหมาะสำหรับเชิงธุรกิจสักเท่าไหร่
สมัยก่อน เพื่อนผมเคยใช้เฟรมเสือภูเขา ยี่ห้อ DBR ลืมรุ่นไปแล้ว ท่อบน ท่อล่าง ท่อนั่ง ขึ้นรูปจากคาร์บอนไฟเบอร์ ส่วนท่อคอ และหางหลังทำจากโครโมลี่ ไปแข่งที่จอมบึง แล้วรถสไลด์เอาท่อบนฟาดกับต้นไม้อย่างแรง เสียงดังจนเจ้าของคิดว่าเฟรมแตกไปแล้ว แต่ก็ไม่พบว่าแตกแต่อย่างใด แค่สีเป็นรอยเท่านั้น กลับมาก็พยายามหาร่องรอยความเสียหายก็ยังไม่พบ แล้วก็ยังใช้งานอยู่อีกพักหนึ่งจนเบื่อแล้วขายไป แต่ถ้าเป็นเฟรมอลูมิเนียม ก็อาจจะบุบจนท่อคดไปแล้วก็ได้
**************************************
สุดท้าย ถ้าคุณอายุมากขึ้น มากขึ้น คุณจะไม่ทนคบกับเฟรมอลูมิเนียมหรอกครับ ถึง CAAD10 จะนุ่มแค่ไหน สังขารคุณก็ไม่อยากจะรับมัน , เฟรมคาร์บอนที่แสนกระด้างก็ยังนุ่มกว่าโลหะ และด้วยเทคโนโลยี่ในการผลิตในปัจจุบัน เฟรมคาร์บอนสามารถสร้างความstiff ได้อย่างมากมาย ไม่ย้วย ไม่ยวบ แต่ก็ไม่กระด้าง ไม่สะเทือนซางแบบเฟรมอลูมิเนียม ย่ำพุ่งติดเท้า
ในโปรทัวร์นั้น ยุคปัจจุบันแทบจะไม่มีเฟรมอลูมิเนียมให้เห็นกันสักเท่าไหร่แล้ว เพราะผู้ผลิตต้องการสปอนเซอร์ด้วยเฟรมดีๆ แพงๆ เพื่อหวังผลในการตลาด กระตุ้นยอดขาย
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีให้เห็นหรอกนะครับ แต่มัน Rare item ไปแล้วเท่านั้นเอง
โห...พี่เล่าเสียจนคนอื่นอดโม้เรย 5 5 5 5
อันที่จริงผมเองไม่ค่อยเห็นด้วยกับที่ว่าตั้งโรงงานผลิตเฟรมอลูฯ ลงทุนสูงเสียจนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครตั้งเพราะผมว่าเรื่องพวกนี้โรงงานห้องแถวแบบจีน (และแบบไทยเยอะแยะ) น่าจะลงทุนเองได้ไม่ยากนะครับ อาทิ เริ่มจากผลิตแฮนด์ผลิตหลักอานหรืออะไหล่มอเตอร์ไซค์ชิ้นที่ไม่ซับซ้อนมากเอามาขายก่อนก็ได้ เครื่องจักรมือสองก็มีให้เลือก ดูจาก alibaba ก็มีมาขายเนืองๆ บริษัทรับนำเข้าและบูรณะเครื่องจักรพวกนี้จากญี่ปุ่นหรือตะวันตกก็มีหลายแห่ง เครื่องจักรใหญ่ลงทุนสูงๆ เขาก็รับสั่ง ฯลฯ ของตะวันตกก็ทำได้แหละแต่ไม่ทำเพราะเหตุอื่นมากกว่าแพงที่เครื่องจักร แต่...ช่างมันเถอะเนอะ...ความเห็นของผมไม่มีสาระอะไรกับไร้ประโยชน์ทั้งสิ้นเลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย demolisher เมื่อ 28 ส.ค. 2014, 20:40, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Sympho
- ขาประจำ
- โพสต์: 953
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 23:06
- Bike: Fuji Tahoe , Bianchi 1885
- ตำแหน่ง: CMU
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ขี่อลู หางคาร์บอน
จะไปทางไหนดีกว่า
จะไปทางไหนดีกว่า
-
cascode
- สมาชิก
- โพสต์: 81
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2014, 17:24
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
รอให้โรงงานในจีนแข่งกันผลิตเฟรมคาร์บอนอีกซักพัก ผมว่าราคาคาร์บอนยี่ห้อดัง ๆ ร่วงแน่ครับ
- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
โอ้วขอบคุณครับคุณหมอลู น้า MPK ความรู้ใหม่
เพิ่งรู้ว่ามีการผลิตเฟรมแบบลบรอยเชื่อมเนี่ยนๆแบบนี้ได้ด้วย ของผมมันรุ่นที่ตะเกียบกับหางหลังเป็นคาร์บอนมาสวมเข้าไปอะครับ ไม่เคยรื้อถอดออกมาดูเลยว่าเป็นอย่างที่คุณหมอลูว่าไว้เปล่า
เพิ่งรู้ว่ามีการผลิตเฟรมแบบลบรอยเชื่อมเนี่ยนๆแบบนี้ได้ด้วย ของผมมันรุ่นที่ตะเกียบกับหางหลังเป็นคาร์บอนมาสวมเข้าไปอะครับ ไม่เคยรื้อถอดออกมาดูเลยว่าเป็นอย่างที่คุณหมอลูว่าไว้เปล่า
- ไฟล์แนบ
-
- 1358854191-DSC8334-o.jpg (273.26 KiB) เข้าดูแล้ว 772 ครั้ง
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
ของผม เฟรมคาร์บอนเกือบหมด ยกเว้นท่อตั้งเป็นอลู
อายุก็ 10 ปีพอดี
ปล รูปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ถึง 60 เสต็มยังยาว ตอนนี้เปลี่ยนเสต็มสั้นลง 10 มม และองศายกขึ้น เพราะแก่แล้ว (รูปที่คนปั่นในงานบางปะอิน)
อายุก็ 10 ปีพอดี
ปล รูปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นยังไม่ถึง 60 เสต็มยังยาว ตอนนี้เปลี่ยนเสต็มสั้นลง 10 มม และองศายกขึ้น เพราะแก่แล้ว (รูปที่คนปั่นในงานบางปะอิน)
- ไฟล์แนบ
-
- VBK0xK.jpg (31.71 KiB) เข้าดูแล้ว 740 ครั้ง
-
- 1.jpg (59.98 KiB) เข้าดูแล้ว 739 ครั้ง
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: เหตุผลที่คนเลือกใช้_Top อลู
DayWalker เขียน:De Rosa MERAK ครับ ตามรายชื่อจักรยานที่มีด้านใต้ profile เลยครับyaes_u เขียน:อยากรู้ครับว่าตัวไหน โชว์หน่อยDayWalker เขียน:ฟิลลิ่งในการขี่มันคนละแนวกับเฟรมคาร์บอนครับ
ผมมีอลูทรงแข่งตัวท๊อปๆในอดีต หล่อเฟรมขึ้นมาทั้งชิ้นไม่มีรอยเชื่อม เวลาขี่สนุกสะใจมากกว่าเฟรมอลูทั่วๆไปเยอะ ตอบสนองทันใจเหมือนเฟรมคาร์บอนที่ใช้อยู่ครับ
ลองหาดูรูปใน google ได้ ผมก็เพิ่งเคยเจอเฟรมอลูแบบขึ้นรูป คันนี้เป็นจักรยานครูที่ทำให้ผมชอบรถแนว racing มากกว่่า endurance เลยครับ จี๊ดจ๊าดดี
DayWalker เขียน:โอ้วขอบคุณครับคุณหมอลู น้า MPK ความรู้ใหม่
เพิ่งรู้ว่ามีการผลิตเฟรมแบบลบรอยเชื่อมเนี่ยนๆแบบนี้ได้ด้วย ของผมมันรุ่นที่ตะเกียบกับหางหลังเป็นคาร์บอนมาสวมเข้าไปอะครับ ไม่เคยรื้อถอดออกมาดูเลยว่าเป็นอย่างที่คุณหมอลูว่าไว้เปล่า
พอรู้ว่าไม่ใช่หล่อขึ้นมาทั้งคัน อารมณ์ความรู้สึกขี่สนุกสะใจมากกว่าเฟรมอลูทั่วไป-ตอบสนองทันใจเหมือนเฟรมคาร์บอนคงจะหายไปหลายเปอร์เซ็นต์