ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- kwanbkk
- ขาประจำ
- โพสต์: 394
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2012, 19:13
- team: BMC
- Bike: BMC SLR01 , Giant XTC 27.5
ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
จะได้ความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ถ้า ถ้าเพิ่มwatt ให้เท่าเดิม
-
Lange
- ขาประจำ
- โพสต์: 2672
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
- team: The_Lange
- Bike: Sprint SL
- ติดต่อ:
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ประหยัดเยอะเลยถ้าวัจตเฉลี่ย แต่อาจมองว่าไม่กี่นาทีไม่กี่วินาที
แต่โปรเขา1วิมีค่ามากมาย
แต่โปรเขา1วิมีค่ามากมาย
Spin up
-
OSK 97
- ขาประจำ
- โพสต์: 13629
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
- team: ทุ่งสง
- Bike: focus max. neilpride bora
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
อยากทราบวิธีประหยัด อดออมครับ 
- irat
- ขาประจำ
- โพสต์: 875
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2013, 11:57
- team: 18+
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ประหยัด 8 W หมายถึง คุณขี่ av 40 km/h (ระยะทาง 40 km ภายใน 1 ชั่วโมง นั่นแหล่ะ)
ถ้าคุณขี่เร็วกว่านั้นคุณก็ประหยัดได้มากขึ้น ขี่ช้ากว่านั้นก็ประหยัดไม่ถึง
ทีนี้ประหยัด 1 W ก็ประหยัดเวลาไปประมาณ 4.8 วินาที = 38.4 วินาที
av ก็เพิ่มเป็น 40.431 km/h
ประมาณนี้แหล่ะครับ
ถ้าคุณขี่เร็วกว่านั้นคุณก็ประหยัดได้มากขึ้น ขี่ช้ากว่านั้นก็ประหยัดไม่ถึง
ทีนี้ประหยัด 1 W ก็ประหยัดเวลาไปประมาณ 4.8 วินาที = 38.4 วินาที
av ก็เพิ่มเป็น 40.431 km/h
ประมาณนี้แหล่ะครับ
สายแฟชั่น ปั่นเรื่อยเปื่อย
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
- JabaWack
- ขาประจำ
- โพสต์: 580
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:40
- team: Individual
- Bike: Fuji Roubaix 1.3C/Boardman Elite Air 9.8(2013)/Giant Propel Advance SL ISP+Fouriers
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
งงครับ ไม่ทราบว่าได้ตัวเลขมาจากไหน ในเมื่อไม่ทราบน้ำหนักirat เขียน:ประหยัด 8 W หมายถึง คุณขี่ av 40 km/h (ระยะทาง 40 km ภายใน 1 ชั่วโมง นั่นแหล่ะ)
ถ้าคุณขี่เร็วกว่านั้นคุณก็ประหยัดได้มากขึ้น ขี่ช้ากว่านั้นก็ประหยัดไม่ถึง
ทีนี้ประหยัด 1 W ก็ประหยัดเวลาไปประมาณ 4.8 วินาที = 38.4 วินาที
av ก็เพิ่มเป็น 40.431 km/h
ประมาณนี้แหล่ะครับ
การเคลื่อนที่ 1มิติ
P= Fv = maV = อินทริเกรทของ งานด้วยเวลา
ยังไม่คิดด้านการหมุนอีก
'Mors Certa, Hora Incerta'
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
-
OSK 97
- ขาประจำ
- โพสต์: 13629
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
- team: ทุ่งสง
- Bike: focus max. neilpride bora
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปไม่ขี่สี่สิบแล้ว เปลืองแรงBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ความเร็วเท่าๆกัน ผมใช้วัตต์น้อยกว่าเพื่อนผมอยู่บ่อยๆ
######################################
อย่าไปคิดถึงที่มาที่ไปต่างๆนานาเลยครับ ปวดตับกันป่าวๆ
ค่าวัตต์ที่พูดกันในวงการจักรยาน มีค่าเท่ากับ แรงบิด ( แรงที่กระทำกับบันไดxความยาวขาจาน ) แล้วคูณ กับ รอบขา
อย่าเอาฟิสิกส์มาคำนวณให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะค่าวัตต์ที่ได้จาก power meter นั้น เป็น power ที่เราออกแรงกระทำกับจักรยาน เป็นค่าที่วัดออกมา
อย่าเอาความเร็วไปเทียบกับวัตต์ครับ เพราะความเร็วมีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระแสอากาศ ความหนาแน่นของอากาศ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องฝ่าอากาศ แรงต้านการหมุนของล้ออันมาจากพื้นทางและหน้ายาง
สิ่งที่พอจะเอามาเทียบเคียงกับวัตต์ได้บ้าง ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งพอจะสอดคล้องกับค่าpower ได้บ้าง ( เคยเอา powercal มาใช้งานอยู่พักหนึ่ง และดูความสัมพันธ์กับ HR) มันมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แค่คร่าวๆ แต่ไม่ถึงกับละเอียดนัก และมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- teetrek
- ขาประจำ
- โพสต์: 2050
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2011, 22:47
- Tel: 093-4084517
- Bike: MOSSO
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับlucifer เขียน:ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ความเร็วเท่าๆกัน ผมใช้วัตต์น้อยกว่าเพื่อนผมอยู่บ่อยๆ
######################################
อย่าไปคิดถึงที่มาที่ไปต่างๆนานาเลยครับ ปวดตับกันป่าวๆ
ค่าวัตต์ที่พูดกันในวงการจักรยาน มีค่าเท่ากับ แรงบิด ( แรงที่กระทำกับบันไดxความยาวขาจาน ) แล้วคูณ กับ รอบขา
อย่าเอาฟิสิกส์มาคำนวณให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะค่าวัตต์ที่ได้จาก power meter นั้น เป็น power ที่เราออกแรงกระทำกับจักรยาน เป็นค่าที่วัดออกมา
อย่าเอาความเร็วไปเทียบกับวัตต์ครับ เพราะความเร็วมีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระแสอากาศ ความหนาแน่นของอากาศ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องฝ่าอากาศ แรงต้านการหมุนของล้ออันมาจากพื้นทางและหน้ายาง
สิ่งที่พอจะเอามาเทียบเคียงกับวัตต์ได้บ้าง ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งพอจะสอดคล้องกับค่าpower ได้บ้าง ( เคยเอา powercal มาใช้งานอยู่พักหนึ่ง และดูความสัมพันธ์กับ HR) มันมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แค่คร่าวๆ แต่ไม่ถึงกับละเอียดนัก และมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ผมว่าคุณ Lucifer น่าจะเข้าใจความหมายที่ผมถ่ายทอดคลาดเคลื่อนไปหน่อยlucifer เขียน:ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ อยู่ที่ท่าปั่น รถ ถนน ยาง เสื้อผ้า และที่สำคัญเลยคือ วิธีการออกแรงของคนปั่นBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt
ความเร็วเท่าๆกัน ผมใช้วัตต์น้อยกว่าเพื่อนผมอยู่บ่อยๆ
######################################
อย่าไปคิดถึงที่มาที่ไปต่างๆนานาเลยครับ ปวดตับกันป่าวๆ
ค่าวัตต์ที่พูดกันในวงการจักรยาน มีค่าเท่ากับ แรงบิด ( แรงที่กระทำกับบันไดxความยาวขาจาน ) แล้วคูณ กับ รอบขา
อย่าเอาฟิสิกส์มาคำนวณให้ยุ่งยากเลยครับ เพราะค่าวัตต์ที่ได้จาก power meter นั้น เป็น power ที่เราออกแรงกระทำกับจักรยาน เป็นค่าที่วัดออกมา
อย่าเอาความเร็วไปเทียบกับวัตต์ครับ เพราะความเร็วมีปัจจัยมากมายมาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่กระแสอากาศ ความหนาแน่นของอากาศ พื้นที่หน้าตัดที่ต้องฝ่าอากาศ แรงต้านการหมุนของล้ออันมาจากพื้นทางและหน้ายาง
สิ่งที่พอจะเอามาเทียบเคียงกับวัตต์ได้บ้าง ก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งพอจะสอดคล้องกับค่าpower ได้บ้าง ( เคยเอา powercal มาใช้งานอยู่พักหนึ่ง และดูความสัมพันธ์กับ HR) มันมีความเป็นไปได้ระดับหนึ่ง แค่คร่าวๆ แต่ไม่ถึงกับละเอียดนัก และมีข้อจำกัดในการใช้พอสมควร
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
จริงครับ ว่าค่าดังกล่าวเป็นการคำนวณทางฟิสิกส์ ผมก็แค่เปรียบเทียบให้คนที่ไม่มี Power meter เห็นภาพว่าไอ้แต่ละวัตต์เนี่ยมันสะท้อนอะไรออกมา
วงการจักรยานแบบจริงจังไม่นับจักรยานใช้งานทั่วไป ทั้งบ้านเรา หรือทั้งโลก คนที่มีความสามารถในการหา Power Meter มาครอบครองผมว่าไม่น่าจะถึง 1% นะครับ
ในเมื่อไม่มีมันก็ต้องอาศัยทฤษฎีทางฟิสิกส์คำนวณออกมาให้ชาวบ้านอย่างผมหรือคนอื่นเห็นภาพนี่ล่ะ ถึงมันจะไม่ได้ถูกต้องแม่นยำ แต่มันคงไม่คลาดเคลื่อนไปเป็นเท่าตัวหรอกครับ
ไอ้ภาษามนุษย์ต่างดาวที่ว่า ล้อตัวนั้น ยางตัวนี้ เซฟแรงกว่า บลาบาลบาล วัตต์ ชาวบ้านอย่างผมไม่รู้หรอกว่ามันเท่ากับเท่าไหร่ แต่พอเอาความเร็วมาเปรียบ เออมันเข้าใจได้ง่ายขึ้น
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ยิ่งความเร็วสูงยิ่งกินแรงมากเป็นทวีคูณครับ ยิ่งความเร็วสูงแรงต้านอากาศยิ่งมาก เวลาพวกสปินเตอร์จะแข่งกันยิงเข้าเส้นถึงต้องหมกมาใกล้เส้น อาศัยคนหน้าลดแรงต้านอากาศOSK 97 เขียน:ขอบคุณครับ ต่อไปไม่ขี่สี่สิบแล้ว เปลืองแรงBkkbikelove เขียน:ลองพิจ่ารณาดู
ที่สภาวะไม่มีลม ทางราบเรียบ
ความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ความเร็ว 40 km/hr ต้องการ 358watt
ความเร็ว 41 km/hr ต้องการ 381watt![]()
ดังนั้นท่าปั่นแอโร่ช่วยได้มาก เพราะตัวนักปั่นมีผลประมาณ 70% ของความต้านทานอากาศรวม
ปอลิง เจ้าแมวน่าจะแรงโครตเยอะ เพราะไม่เห็นพี่แกจะใช้ท่าแอโร่เหมือนเจ๊เลย
มีคนทำเวป อาศัยการคำนวณทางฟิสิกส์เปรียบเทียบให้ดู
http://bikecalculator.com/wattsMetric.html
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ปัญหามันมาจาก 2 บรรทัดนี้มากกว่าครับ
ผมมีคอร์สฝึกอยู่คอร์สหนึ่ง ผมเรียกว่า 2 x 20 min interval ผมปั่นเส้นนครปฐม-บ้านแพ้ว ในช่วงเดือนมีค.ที่ผ่านมา ขาไปทวนลม ขากลับตามลม โดยปั่นที่ประมาณ 150-160 วัตต์ เกลี่ยเอาให้ได้แถวๆนี้ ฝึกจริงบนpowermeter ตัวเลขพวกนี้มันจะวิ่งวุ่นวายไปหมด ไม่ได้ง่ายเหมือนมองเข็มวัดความเร็วบนรถยนต์เลยจริงๆ ผมเลยปัดเป็น %FTP แล้วเอาตามนั้น บางครั้งก็นึกว่าได้แล้ว แต่ก็ต่ำกว่าที่คิด บางครั้งก็มากกว่าที่คิด
คอร์สแรก
ขาไปทวนลม 20นาทีชุดแรก วัตต์เฉลี่ย 152watt , ความเร็วเฉลี่ย 30.2 กม/ชม , หัวใจเฉลี่ย 154 ครั้ง/นาที
ปั่นเบาๆ 10 นาที กลับรถ แล้วเริ่มคอร์สที่สอง
คอร์สสอง
ขากลับตามลม 20 นาทีชุดที่สอง วัตต์เฉลี่ย 160 watt , ความเร็วเฉลี่ย 37.3 กม/ชม , หัวใจเฉลี่ย 163 ครั้ง/นาที
ปกติผมจะปั่นคนเดียว แต่บังเอิญขากลับมีแรงฮึกเหิมมากไปนิด ก็เลยทำวัตต์เฉลียได้มากกว่าชุดแรก หัวใจก็เลยเต้นเร็วกว่าครั้งแรก เพราะเป็นเรื่องของการสะสมความล้า ความเหนื่อย ของเสียต่างๆ
เฉลี่ย 2 ขา ไปทวนลม กลับ ตามลม เอามารวมกัน หาร2 ก็น่าจะหักล้างผลของแรงลมได้บ้างนะ ครับ
เฉลี่ยวัตต์ : 156 วัตต์
เฉลี่ยความเร็ว : 33.75 กม/ชม.
เฉลี่ยหัวใจ : 158.5 ครั้งต่อนาที
ลองเอาไปคำนวณดูไหมหละครับ เผื่อจะสอดคล้องอะไรกับทฤษฎีบ้าง
ข้อมูลส่วนตัว น้ำหนักตัว 60 กก. น้ำหนักรถ 7.2 กก. น้ำ 1 กระติก เฉลี่ยไม่น่าเกิน 300ml , เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า หมวก รวมๆกันไม่น่าจะเกิน 2 กก.
ถ้าจะสังเกตให้ดี ระยะหลัง ผมพยายามจะเลิกพูดเรื่องทฤษฎี เลิกพูดเรื่องสูตรคำนวณ เพราะจริงๆแล้วมันก็ไม่ต่างจากภาษามนุษย์ต่างดาวในสายตาของคนอ่าน
และถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผมตั้งใจตอบ ผมจะไม่พิมพ์เกิน 7 บรรทัดเด็ดขาด
อธิบายทฤษฎีทางฟิสิกส์ไปก็แค่นั้นแหละครับ จริงๆนะ ผมเองเรียนPhysics ครั้งสุดท้ายก็คงจะเป็นปี 2523 กระมัง สุดท้ายกลายเป็นว่า เรียนไปเพื่อเพิ่มรอยหยักบนสมองซะมากกว่าจะได้เอาไปต่อยอดจริงๆ หลายๆสิ่งที่อ้างทฤษฎีจึงเป็นเพียงสิ่งที่ต้องควบคุมปัจจัยต่างๆมากมาย ทั้งๆที่เป็นปัจจัยที่เราไม่เคยควบคุมได้ซะที
และผมไม่คิดหรอกว่า ภาษามนุษย์ต่างดาวที่เรากำลังคุยกันนี้ จะได้ประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือเปล่า
สุดท้ายจากการคบกับ power meter มา ร่วมๆ 2 ปี ปั่นจริงๆจังๆบ้าง ปั่นฟรุ้งฟริ้งนิ๊งหน่องสายแฟชั่นบ้าง เมื่อเทียบกับสมัยที่ใช้ HRM เมื่อ 10 ปีก่อนโน้น มันพัฒนาได้แตกต่างกันจริง ทั้งที่ตอนนี้อายุก็จะเลยดอนเมืองไปแล้ว ฮ่า ฮ่า
ค่า FTP/น้ำหนักของผมเองก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ผมใช้power meter ในการเกลี่ยแรงขึ้นทับเบิกแบบไม่ต้องจูง ไม่ต้องเข็นมาแล้วแบบไม่ลำบากอะไร แม้แต่ตอนที่เริ่มใช้ power meter ใหม่ๆ มี FTP นิดเดียวเท่านั้น ผมก็ยังเกลี่ยแรงขึ้นอีเหรอแบบรวดเดียวจบไม่ต้องพัก ไม่ต้องหยุด ไม่ต้องจูง ในขณะที่คนที่หนุ่มกว่าผม แข็งแรงกว่าผมอีกหลายคนลงไปจูงกัน
ของแบบนี้ มันต้องใช้เองครับ มันเหมือนกับมีคนมาถามว่า มีเซ็กซ์มันเป็นยังไง เสียเวลาตอบครับ แนะนำให้ไปลองเองดีกว่า แล้วก็จะรู้เองว่า มันเป็นยังไง
เรื่องหลายๆเรื่องในโลกนี้ เป็นเช่นนี้เสมอครับ
อยากเข้าใจเรื่องวัตต์เป็นอย่างไร อ่านหนังสือไปก็ยังไม่เข้าใจ ครับ ต้องลองเอง เหมือนมีเซ็กส์นั่นแหละ

ผมทราบครับว่า power มันแปรผันตามความเร็วยกกำลังสาม แต่ความเร็ว 30 กม/ชม.นี่ ทำไมใช้วัตต์ได้มากมายแบบนี้ครับ ตามทฤษฎีก็อาจจะคำนวณกันง่ายๆจาก มวล ความเร็ว มวลแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
ผมมีคอร์สฝึกอยู่คอร์สหนึ่ง ผมเรียกว่า 2 x 20 min interval ผมปั่นเส้นนครปฐม-บ้านแพ้ว ในช่วงเดือนมีค.ที่ผ่านมา ขาไปทวนลม ขากลับตามลม โดยปั่นที่ประมาณ 150-160 วัตต์ เกลี่ยเอาให้ได้แถวๆนี้ ฝึกจริงบนpowermeter ตัวเลขพวกนี้มันจะวิ่งวุ่นวายไปหมด ไม่ได้ง่ายเหมือนมองเข็มวัดความเร็วบนรถยนต์เลยจริงๆ ผมเลยปัดเป็น %FTP แล้วเอาตามนั้น บางครั้งก็นึกว่าได้แล้ว แต่ก็ต่ำกว่าที่คิด บางครั้งก็มากกว่าที่คิด
คอร์สแรก
ขาไปทวนลม 20นาทีชุดแรก วัตต์เฉลี่ย 152watt , ความเร็วเฉลี่ย 30.2 กม/ชม , หัวใจเฉลี่ย 154 ครั้ง/นาที
ปั่นเบาๆ 10 นาที กลับรถ แล้วเริ่มคอร์สที่สอง
คอร์สสอง
ขากลับตามลม 20 นาทีชุดที่สอง วัตต์เฉลี่ย 160 watt , ความเร็วเฉลี่ย 37.3 กม/ชม , หัวใจเฉลี่ย 163 ครั้ง/นาที
ปกติผมจะปั่นคนเดียว แต่บังเอิญขากลับมีแรงฮึกเหิมมากไปนิด ก็เลยทำวัตต์เฉลียได้มากกว่าชุดแรก หัวใจก็เลยเต้นเร็วกว่าครั้งแรก เพราะเป็นเรื่องของการสะสมความล้า ความเหนื่อย ของเสียต่างๆ
เฉลี่ย 2 ขา ไปทวนลม กลับ ตามลม เอามารวมกัน หาร2 ก็น่าจะหักล้างผลของแรงลมได้บ้างนะ ครับ
เฉลี่ยวัตต์ : 156 วัตต์
เฉลี่ยความเร็ว : 33.75 กม/ชม.
เฉลี่ยหัวใจ : 158.5 ครั้งต่อนาที
ลองเอาไปคำนวณดูไหมหละครับ เผื่อจะสอดคล้องอะไรกับทฤษฎีบ้าง
ข้อมูลส่วนตัว น้ำหนักตัว 60 กก. น้ำหนักรถ 7.2 กก. น้ำ 1 กระติก เฉลี่ยไม่น่าเกิน 300ml , เสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า หมวก รวมๆกันไม่น่าจะเกิน 2 กก.
ถ้าจะสังเกตให้ดี ระยะหลัง ผมพยายามจะเลิกพูดเรื่องทฤษฎี เลิกพูดเรื่องสูตรคำนวณ เพราะจริงๆแล้วมันก็ไม่ต่างจากภาษามนุษย์ต่างดาวในสายตาของคนอ่าน
และถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผมตั้งใจตอบ ผมจะไม่พิมพ์เกิน 7 บรรทัดเด็ดขาด
อธิบายทฤษฎีทางฟิสิกส์ไปก็แค่นั้นแหละครับ จริงๆนะ ผมเองเรียนPhysics ครั้งสุดท้ายก็คงจะเป็นปี 2523 กระมัง สุดท้ายกลายเป็นว่า เรียนไปเพื่อเพิ่มรอยหยักบนสมองซะมากกว่าจะได้เอาไปต่อยอดจริงๆ หลายๆสิ่งที่อ้างทฤษฎีจึงเป็นเพียงสิ่งที่ต้องควบคุมปัจจัยต่างๆมากมาย ทั้งๆที่เป็นปัจจัยที่เราไม่เคยควบคุมได้ซะที
และผมไม่คิดหรอกว่า ภาษามนุษย์ต่างดาวที่เรากำลังคุยกันนี้ จะได้ประโยชน์กับคนส่วนใหญ่หรือเปล่า
สุดท้ายจากการคบกับ power meter มา ร่วมๆ 2 ปี ปั่นจริงๆจังๆบ้าง ปั่นฟรุ้งฟริ้งนิ๊งหน่องสายแฟชั่นบ้าง เมื่อเทียบกับสมัยที่ใช้ HRM เมื่อ 10 ปีก่อนโน้น มันพัฒนาได้แตกต่างกันจริง ทั้งที่ตอนนี้อายุก็จะเลยดอนเมืองไปแล้ว ฮ่า ฮ่า
ค่า FTP/น้ำหนักของผมเองก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ผมใช้power meter ในการเกลี่ยแรงขึ้นทับเบิกแบบไม่ต้องจูง ไม่ต้องเข็นมาแล้วแบบไม่ลำบากอะไร แม้แต่ตอนที่เริ่มใช้ power meter ใหม่ๆ มี FTP นิดเดียวเท่านั้น ผมก็ยังเกลี่ยแรงขึ้นอีเหรอแบบรวดเดียวจบไม่ต้องพัก ไม่ต้องหยุด ไม่ต้องจูง ในขณะที่คนที่หนุ่มกว่าผม แข็งแรงกว่าผมอีกหลายคนลงไปจูงกัน
ของแบบนี้ มันต้องใช้เองครับ มันเหมือนกับมีคนมาถามว่า มีเซ็กซ์มันเป็นยังไง เสียเวลาตอบครับ แนะนำให้ไปลองเองดีกว่า แล้วก็จะรู้เองว่า มันเป็นยังไง
เรื่องหลายๆเรื่องในโลกนี้ เป็นเช่นนี้เสมอครับ
อยากเข้าใจเรื่องวัตต์เป็นอย่างไร อ่านหนังสือไปก็ยังไม่เข้าใจ ครับ ต้องลองเอง เหมือนมีเซ็กส์นั่นแหละ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
ก็ผมบอกแล้วมันเป็นการคำนวณทางทฤษฎี
ทฤษฎีกับของจริงมันก็ไม่เป๊ะกันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างที่บอกว่าประหยีัดโดยเฉลี่ย 5-10 วัตต์ ส่วนใหญ่มันก็มาจาก lab ที่ควบคุมตัวแปรได้ มันก็ต่างจากถนนจริงอยู่แล้ว
ผมว่าคุณ lucifer น่าจะกำลังหลงประเด็นของจขกทนะครับ เขาแค่ถามเองว่า 5-10 วัตต์เนี่ยมันแค่ไหน ผมก็เอาตัวเลขหยาบๆให้ดู ให้เห็นภาพก็แค่นั้น
ปอลอ ถึงผมจะไม่มี powermeter แต่ก็ผ่านหูผ่านตาตำราพวกนี้มา เทส FTP นรก 20 นาทีก็เคยมาแล้ว
ทฤษฎีกับของจริงมันก็ไม่เป๊ะกันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างที่บอกว่าประหยีัดโดยเฉลี่ย 5-10 วัตต์ ส่วนใหญ่มันก็มาจาก lab ที่ควบคุมตัวแปรได้ มันก็ต่างจากถนนจริงอยู่แล้ว
ผมว่าคุณ lucifer น่าจะกำลังหลงประเด็นของจขกทนะครับ เขาแค่ถามเองว่า 5-10 วัตต์เนี่ยมันแค่ไหน ผมก็เอาตัวเลขหยาบๆให้ดู ให้เห็นภาพก็แค่นั้น
ปอลอ ถึงผมจะไม่มี powermeter แต่ก็ผ่านหูผ่านตาตำราพวกนี้มา เทส FTP นรก 20 นาทีก็เคยมาแล้ว
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
เคยใช้ กับ ใช้เป็นเรื่องเป็นราว มันก็อีกกรณีหนึ่งเช่นกันครับBkkbikelove เขียน:ก็ผมบอกแล้วมันเป็นการคำนวณทางทฤษฎี
ทฤษฎีกับของจริงมันก็ไม่เป๊ะกันอยู่แล้ว แล้วอีกอย่างที่บอกว่าประหยีัดโดยเฉลี่ย 5-10 วัตต์ ส่วนใหญ่มันก็มาจาก lab ที่ควบคุมตัวแปรได้ มันก็ต่างจากถนนจริงอยู่แล้ว
ผมว่าคุณ lucifer น่าจะกำลังหลงประเด็นของจขกทนะครับ เขาแค่ถามเองว่า 5-10 วัตต์เนี่ยมันแค่ไหน ผมก็เอาตัวเลขหยาบๆให้ดู ให้เห็นภาพก็แค่นั้น
ปอลอ ถึงผมจะไม่มี powermeter แต่ก็ผ่านหูผ่านตาตำราพวกนี้มา เทส FTP นรก 20 นาทีก็เคยมาแล้ว
ผมตอบให้อีกนิดก็ได้ครับ
- แค่เปลี่ยนจากจับมือบน แขนตึงๆ หลังตั้งๆ มาก้มจับดรอป จัดท่างามๆ งอศอก ก้มหน้า ชำเลืองมองเลียดกรอบแว่น เลียดขอบหมวก ไม่ต้องเงยหน้า แค่นี้ก็ลดลงไปได้หลายวัตต์แล้วเช่นกัน หรือ ใช้วัตต์เท่าเดิม ที่ความเร็วเพิ่มขึ้นก็ยังได้
- แค่เปลี่ยนวิธีการปั่น จากการออกแรงแบบถีบๆดึงๆ กระแทกๆ มาเป็นควงบันไดแบบเนิบๆ ค่อยๆเพิ่มรอบขา ก็ลดลงไปหลายวัตต์โดยที่ความเร็วไม่เปลี่ยน
- แค่ฝึกวิธีการปั่น เพื่อให้ได้ค่า %spinscan ให้ได้สัก 80% ส่วนตัวก็ยังพบว่า สามารถ ลด Power แต่ยังคงรักษาความเร็วในการปั่นบนเทรนเนอร์ได้เกือบๆจะเท่าเดิม
- เรื่อง ล้อขอบสูง ขอบต่ำ ผมเองก็ใช้ สถิติเก่าๆที่ผมเคยเอามาให้ดู นั่นก็ใช้ Zipp404 เฉพาะล้อหลัง ผลของล้อขอบสูงส่งผลยังไงในความเร็วที่สูงขึ้น อันนี้ทำให้กระจ่างได้ด้วยpower meter เช่นกัน
- ที่ power เท่าเดิม สามารถเพิ่มความเร็วขึ้นมาได้อย่างช้าๆ โดยการปรับวิธีการปั่น ปรับท่าปั่น ย้ายน้ำหนักตัวเองไปหน้าบ้างหลังบ้าง ขึ้นอยู่กับว่าจะทำอะไร
- ที่ความเร็วเท่าเดิม สามารถลด power ลงมาได้ ด้วยการรู้จักผ่อน รู้จักเติม ความเร็วไม่ตก แต่ออกแรงลดลง ก็ยังทำได้ถ้าอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆสนับสนุน
ก็อย่างว่าแหละครับ มันก็เหมือนกับมีเซ็กส์นั่นแหละครับ ต้องปฏิบัติเท่านั้น จึงจะรู้ถึงกลเม็ดเด็ดพรายต่างๆ
ส่วนเรื่องหลง หรือ ไม่หลงประเด็นกับเจ้าของกระทู้หรือไม่ ผมคิดว่าคุณ bkkbikelove บางทีอาจจะอ่านข้ามไป เผอิญผมพิมพ์ยาวไปบ้าง
และ ซึ่งจริงๆแล้ว ผมตอบไปเรียบร้อยนานแล้วหละ เพียงแค่บางเรื่องผมก็ไม่ต้องกล่าวซ้ำ เพราะหลายๆท่านก็กล่าวไว้แล้วเช่นกัน และที่เรามาสนทนา อภิปรายกันนี้ ก็น่าจะครอบคลุมสิ่งที่จขกท. ถามไว้ได้หมดแล้วเช่นกัน เพียงแค่อ่าน แล้วคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก็จะได้คำตอบตามต้องการทุกอย่าง
เอามาให้อ่านอีกทีก็ได้
แล้วก็ซ้ำที่เดิมอีกlucifer เขียน:
คราวนี้ถามว่าเฉลี่ยแล้วลดลง 5-10 วัตต์มีผลเยอะไหม ?
ขึ้นกับว่า คนคนนั้นมีค่า FTP เท่าไหร่ อันนี้สำคัญมาก สมมติว่าโปรมีค่า FTP 400 W แล้ววัตต์ลดลง 5-10W ก็จะเท่ากับลดลงไป 1.25 - 2.5 % FTP ก็ดูอาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นมือสมัครเล่น FTP 200W มันจะมีค่าลดลงถึง 2.5 -5 %FTP ซึ่งเยอนะครับ เพราะเดิมถ้าออกแรงอยู่แถวๆ 95%FTP ซึ่งมันล้ำเข้าไปอยู่ในZone ของ Lactate Threshold แต่พอลดลงมาเหลือ 90%FTP มันก็จะอยู่ในเพดานสูงสุดของ Tempo ซึ่งหมายถึงว่า ยังยืดระยะเวลาในการแช่ที่powerเท่านี้ได้อีกนานกว่าครับ
การปั่นให้ประหยัดวัตต์ง่ายที่สุดคือ "หมก" บางคนหมกจนได้ KOM ฮ่า ฮ่า ( แฟน Strava คงจะคุ้นกับคำนี้ดี , ผมเรียกพวกนี้ว่า "KOM by หมก" ไม่เห็นน่าภูมิใจตรงไหน แต่ก็ชอบเอามาโม้กันจังงงงงง )
การลดวัตต์ลงมาโดยไม่ต้องเกรงขี้ปากใคร ก็คือ การจัดท่าปั่น การเลือกเสื้อผ้า หมวก โกนขนหน้าแข้ง เลือกรถAero ล้อขอบสูง เลือกยางที่มี rolling resistantต่ำๆ
ใครอยากทราบว่า แค่ลดลงมา 5-10วัตต์นี่มันมากนักหรือ? ก็ลองมาทดลองปั่นทดสอบหา FTP หรือ นรก 20 นาทีดูสักรอบ จากที่คิดว่าจะปั่นไม่ครบ 20 นาที แค่ออกแรงน้อยลงนิดให้วัตต์ลดลงมาสัก 10Watt ก็เปลี่ยนจากไม่จบ มาเป็นจบได้เช่นกัน
( นับจากปีที่แล้ว ผมยังไม่เคยวัด FTP ใหม่อีกเลย รู้สึกมันเป็นนรกที่ไม่อยากเจอเลย )
ปัญหามันมาจาก 2 บรรทัดนี้มากกว่าครับ
แปลว่าประหยัด 5-10 วัตต์โดยเฉลี่ย ก็แทบจะไม่มีผลเลยสิครับ ต้องการวัตต์อีก 15 วัตต์ถึงจะขึ้นไปแตะ 31 กม/ชม. ครับความเร็ว 30 km/hr ต้องการ 165watt
ความเร็ว 31 km/hr ต้องการ 180watt
จริงอยู่มันเป็นการคำนวณ แต่ภายใต้โลกแห่งความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นเช่นนี้เสมอไป
ตัวอย่างก็ยกมาให้อ่านแล้วนะครับ ซึ่งผมเองก็เชื่อว่า ผู้ที่ใช้ power meter แบบเป็นเรื่องเป็นราว ก็น่าจะเคยสัมผัสกับสิ่งที่ผมบอกไปแล้วเช่นกัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
Acyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07
Re: ประหยัดแรงได้ 5–10 วัตต์โดยเฉลี่ย นี่ถือว่าเยอะไหมครับ
โดยความรู้สึกส่วนตัว น้อยกว่า 5 วัตต์ คือเล็กน้อย มากกว่า 10 วัตต์ ถือว่าเริ่มเยอะ พวกโปรบางคนนี่เห็นอุปกรณ์เซฟแรงได้ 1-2 วัตต์ ก็เอาหมดนะ แม้ไม่ใช่ของสปอนเซอร์ก็ตาม ใช้หลายๆ ชิ้นรวมกันมันก็ช่วยได้มากขึ้นนะ
ข้อมูลของสเปทดสอบในร่ม (ตัดเรื่องลมออก) เทียบระหว่าง Tarmac กับ Venge พออ้างอิงได้คร่าวๆ

ข้อมูลของ Cervelo

โอกาสตัวเลขจากการปั่นจริง อาจจะไม่ใกล้เคียงกับค่านี้ก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนปั่นไม่ก้มมากนัก หรืออุปกรณ์บางอย่างกินแรงมากพิเศษ เช่น ใช้ยางที่ rolling resistance สูง, ลูกปืน+โซ่ฝืดไม่หล่อลื่น ฯลฯ
ข้อมูลของสเปทดสอบในร่ม (ตัดเรื่องลมออก) เทียบระหว่าง Tarmac กับ Venge พออ้างอิงได้คร่าวๆ
ข้อมูลของ Cervelo
โอกาสตัวเลขจากการปั่นจริง อาจจะไม่ใกล้เคียงกับค่านี้ก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคนปั่นไม่ก้มมากนัก หรืออุปกรณ์บางอย่างกินแรงมากพิเศษ เช่น ใช้ยางที่ rolling resistance สูง, ลูกปืน+โซ่ฝืดไม่หล่อลื่น ฯลฯ