(23ส.ค57)หลังจากกลุ่มเราทำกิจกรรม " ปั่น ปลูก เพิ่ม "
ในโครงการของ ม.เทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตขอนแก่น ตามลิ้งค์
https://www.facebook.com/chong009/media ... 606&type=1 ////
กลุ่มเราส่วนหนึ่ง ก็ไปปั่นท่องเที่ยวกันต่อ ณ สถานที่ท่องเที่ยว 2 แห่ง (พระธาตุขามแก่น / กู่ประภาชัย) พร้อมกันนี้
ก็ได้แลกเปลี่ยนพูดคุย ทานข้าวเทียงที่แสนอร่อย...
โดยวันนี้เราได้ระยะทางรวมโดยประมาณ 75 ก.ม (เป็นอีกวันที่ปั่นสนุก ฟ้าเป็นใจไม่มีแดด...)
.................
พระธาตุขามแก่น
วัดเจติยภูมิ บ้านขาม ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
พระธาตุขามแก่นเป็นเจดีย์ที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น องค์พระธาตุขามแก่น ประดิษฐานอยู่ที่วัดเจติยภูมิ บ้านขาม ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่นไปตามถนนขอนแก่น – ยางตลาด เลี้ยวซ้ายบ้านพรหมนิมิตร อ.เมืองขอนแก่นประมาณ 15 กม. เป็นเจดีย์ที่รู้จักกันดีในภาคอีสาน ไม่ปรากฏอายุการสร้างที่แน่นอน
พระธาตุขามแก่นมีประวัติความเป็นมาเป็นเรื่องเล่าสืบขานกันมาช้านาน ว่ามีกษัตริย์แห่งโมริยวงศ์ได้ทรงทราบข่าวการสร้างเจดีย์ที่เมืองนครพนม ซึ่งพระอรหันต์ พระเถระ และชาวเมืองนครพนม พร้อมด้วยพระอรหันต์ 9 องค์ ในระหว่างเดินทางได้พากันค้างคืน ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีตอมะขามใหญ่ตายซากตอหนึ่งผุเหลือแต่แก่น และได้อันเชิญพระอังคารธาตุวางไว้ที่บนตามะขามผุนั้น เมื่อรุ่งเช้าจึงออกเดินทางต่อไปยังเมืองนครพนม ครั้นเมื่อถึงเมืองนครพนมกลับปรากฏว่าพระธาตุได้เสร็จสมบูรณ์และได้บรรลุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในองค์พระธาตุเรียบร้อย จะนำสิ่งใดบรรจุภายในมิได้อีกแล้ว ดังนั้นโมริกษัตริย์และคณะจึงได้ออกเดินทางกลับตามเส้นทางเดิมด้วยความผิดหวัง เมื่อเดินผ่านตอมะขามใหญ่ซึ่งเคยพักค้างแรมต่างก็ประหลาดใจเมื่อปรากฏว่าตอมะขามผุนั้นได้เจริญงอกงามตอเขียวขจี โมริกษัตริย์เห็นเป็นอัศจรรย์ในบุญญาธิการแห่งพระอังคารธาตุประดิษฐานไว้ในองค์พระธาตุนั้น และได้บรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ 9 บท ไว้ในเจดีย์องค์เล็กทางด้านทิศตะวันตกของพระธาตุ เรียกว่า "พระเจ้าเก้าองค์”
ต่อมาบริเวณนั้นได้มีชาวบ้านมาอยู่อาศัยมากขึ้นกลายเป็นหมู่บ้านมีชื่อว่า "บ้านขาม” ตามชื่อตอมะขามอันเป็นที่ประดิษฐานพระอังคารธาตุ ต่อมาได้ย้ายเมืองต่อ ๆ มาหลายแห่ง จนลุมาพ.ศ.2340 ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เพี้ยเมืองแพน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเจ้าเมืองแพน ยกบ้านบึงบอนเป็น "เมืองขอนแก่น” จึงนับเอา ปี พ .ศ. 2340 เป็นปีแห่งการตั้งเมืองขอนก่น
การบูรณองค์พระธาตุขามแก่น จังหวัดได้จัดทำยอดฉัตรทองคำประดิษฐ์ฐานบนองค์พระธาตุขามแก่นและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานเพื่อบรรจุที่ยอดองค์พระธาตุขามแก่นจำลอง ยอดฉัตรทองคำที่จัดสร้างขึ้นพร้อมยอดฉัตรเดิม และยอดฉัตรพระธาตุอรหันต์
................................................
กู่ประภาชัย..
อยู่ที่บ้านนาคำน้อย ตำบลบัวใหญ่ การเดินทาง ไปทางเดียวกับพระธาตุขามแก่น ตรงไปก่อนถึงสะพานข้ามคลองส่งน้ำจากลำน้ำพอง เลี้ยวซ้ายตามถนนเลียบคลองส่งน้ำแล้วเลี้ยวขวาข้ามสะพานเข้าหมู่บ้านนาคำน้อย กู่จะอยู่ภายในวัดกู่บ้านนาคำน้อย หรือจะขับรถข้ามสะพานข้ามคลองส่งน้ำ ตรงไปตามถนนลาดยางประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายผ่านหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงกู่ประภาชัย
กู่ประภาชัย คือกลุ่มโบราณสถานที่มีลักษณะแผนผังอย่างเดียวกันกับโบราณสถานที่พบหลักฐานแสดงอโรคยาศาลหรือสถานพยาบาลที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมรโบราณโปรดฯให้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 1720-1780) คือประกอบด้วยปรางค์ประธานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีมุขยื่นทางด้านหน้า ด้านขวามือเยื้องไปข้างหน้าเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมที่เรียกว่า บรรณาลัย อาคารทั้งสองล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วโดยมีโคปุระหรือซุ้มประตูทางเข้าออกด้านหน้าหรือทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว นอกกำแพงที่มุมซ้ายมีสระน้ำ 1 สระทั้งหมดสร้างด้วยศิลาแลง โดยมีเสาประดับประตู ทับหลังเป็นหินทราย ปัจจุบันหักพังแต่ได้รับการดูแลรักษาจากทางวัดเป็นอย่างดี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478
...............................
