๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
- Karen Nkk
- ขาประจำ
- โพสต์: 1016
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2012, 16:38
- team: ไม่มี
- Bike: Thorn Red Karen NKK, Surly Long Necked Karen
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอติดตามด้วยคนค่ะ

- sanbua43
- สมาชิก
- โพสต์: 17
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2013, 07:36
- Tel: 0814436626
- Bike: Marin
- ตำแหน่ง: 60/277 ม.6 หมู่บ้านพัทธรินทร์ ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
มือใหม่ หัดทัวร์ ขอติดตามด้วยครับ

- สิงห์-บ้านบึงพระ
- ขาประจำ
- โพสต์: 139
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2010, 11:56
- Tel: 081xxxxxxx
- team: มากับพระ
- Bike: เหล็ก+อลูมิเนียม
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๑๒ (วันพฤหัสฯ ที่ ๐๑ พฤษภาคม)
กรุงโซล - กังหนึ่ง
พาหนะ รถไฟ
วันนี้จะลองปั่นไปสถานีรถไฟ ตั้งแต่ออกจากประเทศไทย ยังไม่ได้ปั่นเลย ออกจากที่พักประมาณเจ็ดโมงเช้า เผื่อเวลาไว้หน่อย กันหลงทางปรากฎว่าไม่หลงครับถึงสถานีรถไฟตั้งแต่เจ็ดโมงยังไม่ครึ่ง

เวลาเหลือเฟือ เลยเข็นจักรยานไปถ่ายรูป ตามมุมที่เค้าจัดไว้ให้ ประมาณแปดโมงกว่าก็เอาจักรยานลงลิฟท์ไปยังชานชาลา


ถ่ายรูปคู่รถไฟ รูปนี้ไม่ใช่ขบวนที่จะเดินทางแต่สภาพเดียวกัน

จขกท. ได้นั่งข้างซ้ายไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่ด้านขวามือวิวสวยครับ ทางรถไฟน่าจะค่อนข้างอ้อม เพราะต้องวิ่งวกวนไปตามแนวเขา Taebaek รถไฟวิ่งลอดอุโมงค์ เยอะมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งวิ่งอยู่ในอุโมง์ประมาณยี่สิบนาทด้วยความเร็วประมาณ ๙๐ ก.ม./ช.ม. อุโมงค์น่าจะยาวพอสมควร รถไฟเข้าเทียบชานชาลาสถานี กังหนึ่งตรงเวลาเป๊ะ ๑๔:๔๒ น.
นี่เป็นสถานีรถไฟระหว่างทาง ไม่ใช่วัดครับ

จากสถานีรถไฟก็ปั่นจักรยานไปโฮสเต็ลซึ่งอยู่แถวชายหาด ระยะทางประมาณ ๕ ก.ม. หาทางไปไม่เจอครับ บังเอิญเจอสาวนักปั่นชาวเกาหลีคนหนึ่งเค้ากำลังจะไปที่ชายหาดเค้าปั่นนำทางให้ ไปเสียเวลาหาโฮสเต็ลประมาณ ๑ ช.ม. ปั่นวนไปวนมา ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ต้องค่อยๆ ไล่ดูบ้านเลขที่ตามถนนเอาถึงเจอ จองห้องรวม ๘ เตียงไว้ มีเพื่อนร่วมห้องคนเดียวเป็นชาวตุรกี เพิ่งมาวันนี้เหมือนกัน เก็บของแล้วก็เอาจักรยานปั่นไปเที่ยวชายหาด เกียงโป (Gyeongpo) ตามถนนเลียบชายหาดจะมีร้านอาหารทะเลเรียงรายไปตลอดทาง อากาศค่อนข้างเย็น


วันที่ ๑๓ (วันศุกร์ที่ ๐๒ พฤษภาคม)
กังหนึ่ง - จองตองจิน
พาหนะ จักรยาน
ตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด แต่ตื่นสายตื่นมาตีห้าครึ่งพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้ว เลยเปลี่ยนแผนว่าจะไปนั่งรถไฟขบวน Sea Train ที่เค้าโฆษณาว่าเป็นทางรถไฟที่ติดทะเลมากที่สุดและโด่งดังจากซีรี่ย์ Sandglass ว่าแล้วก็ปั่นจักรยานจากกังหนึ่งไปสถานี Jeongdongjin ไปถึงยังไม่ถึงเวลารถไฟออก


ก็เลยปั่นไป Hourglass Park บังเอิญเจอกลุ่มนักปั่นชาวเกาหลี พูดคุยกันสองคำ เลยขอให้เค้าช่วยถ่ายรูปให้


Hourglass Park

จากป้ายข้อมูลบอกว่านี่เป็น Sandglass ที่ใหญ่ที่สุดในโลก The world largest sandglass built in the park ทรายในส่วนบนแสดงถึงชั่วโมงแห่งอนาคตทรายที่ร่วงลงมาคือเวลาปัจจุบัน วงกลมสีทองคือพระอาทิตย์ที่ขึ้นที่ทะเลตะในออกที่ Jeongdongjin และรางรถไฟคือเส้นขนาน คือเวลาที่ไม่สิ้นสุด ทรายทั้งหมดจากส่วนบนจะร่วงลงมาส่วนล่างในเวลา ๑ ปี พอดีและวงล้อก็จะหมุนกลับด้านเริ่มปีใหม่
ที่ Hourglass Park จะมี พิพิธภัณฑ์เวลาที่เอาตู้รถไฟเก่ามาทำ ข้างในจะแสดงเครื่องบอกเวลาและนาฬิกาโบราณ




จากนั้นก็ปั่นไต่เขาเพื่อจะไปปั่นถนนเลียบชายทะเล Heohwa-ro


เส้นสีฟ้าที่เห็นคือเขตทางจักรยานครับ
ถนนเลียบชายทะเล Heohwa-ro


วิวชายทะเล

ถนนเส้นนี้มีความยาวประมาณ ๖ ก.ม. พื้นที่ตรงนี้น่าจะเป็น Sensitive area เพราะตลอดเส้นทางยังมีป้อมทหารตั้งเรียงราย ตอนแรกดูผ่านๆ คิดว่าเป็นป้อมร้าง แต่ขากลับเห็นมีทหารประจำการอยู่

สุดถนนก็ปั่นย้อนกลับทางเดิม ระหว่าทางกลับกังหนึ่ง ก็แวะที่ Tongil Park จะมีเรือรบตั้งแสดงอยู่ ๑ ลำ และเรือดำน้ำเกาหลีเหนือตั้งอยู่ด้วยกัน เนื่องจากเป็นจุดที่เรือดำน้ำเกาหลีเหนือแทรกซึมเข้ามาพร้อมทหาร ๒๕ นายแต่ถูกจับได้

Picture credit: 강릉통일공원 전북함 Panoramio

Picture credit: Trip Advisor
สองรูปล่างเอามาจากอินเตอร์เน็ตครับ รูปจากในกล้องไม่รู้หายไปไหน
จากนั้นก็ปั่นยาวกลับ Gangneung
กรุงโซล - กังหนึ่ง
พาหนะ รถไฟ
วันนี้จะลองปั่นไปสถานีรถไฟ ตั้งแต่ออกจากประเทศไทย ยังไม่ได้ปั่นเลย ออกจากที่พักประมาณเจ็ดโมงเช้า เผื่อเวลาไว้หน่อย กันหลงทางปรากฎว่าไม่หลงครับถึงสถานีรถไฟตั้งแต่เจ็ดโมงยังไม่ครึ่ง

เวลาเหลือเฟือ เลยเข็นจักรยานไปถ่ายรูป ตามมุมที่เค้าจัดไว้ให้ ประมาณแปดโมงกว่าก็เอาจักรยานลงลิฟท์ไปยังชานชาลา


ถ่ายรูปคู่รถไฟ รูปนี้ไม่ใช่ขบวนที่จะเดินทางแต่สภาพเดียวกัน

จขกท. ได้นั่งข้างซ้ายไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แต่ด้านขวามือวิวสวยครับ ทางรถไฟน่าจะค่อนข้างอ้อม เพราะต้องวิ่งวกวนไปตามแนวเขา Taebaek รถไฟวิ่งลอดอุโมงค์ เยอะมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งวิ่งอยู่ในอุโมง์ประมาณยี่สิบนาทด้วยความเร็วประมาณ ๙๐ ก.ม./ช.ม. อุโมงค์น่าจะยาวพอสมควร รถไฟเข้าเทียบชานชาลาสถานี กังหนึ่งตรงเวลาเป๊ะ ๑๔:๔๒ น.
นี่เป็นสถานีรถไฟระหว่างทาง ไม่ใช่วัดครับ

จากสถานีรถไฟก็ปั่นจักรยานไปโฮสเต็ลซึ่งอยู่แถวชายหาด ระยะทางประมาณ ๕ ก.ม. หาทางไปไม่เจอครับ บังเอิญเจอสาวนักปั่นชาวเกาหลีคนหนึ่งเค้ากำลังจะไปที่ชายหาดเค้าปั่นนำทางให้ ไปเสียเวลาหาโฮสเต็ลประมาณ ๑ ช.ม. ปั่นวนไปวนมา ถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ต้องค่อยๆ ไล่ดูบ้านเลขที่ตามถนนเอาถึงเจอ จองห้องรวม ๘ เตียงไว้ มีเพื่อนร่วมห้องคนเดียวเป็นชาวตุรกี เพิ่งมาวันนี้เหมือนกัน เก็บของแล้วก็เอาจักรยานปั่นไปเที่ยวชายหาด เกียงโป (Gyeongpo) ตามถนนเลียบชายหาดจะมีร้านอาหารทะเลเรียงรายไปตลอดทาง อากาศค่อนข้างเย็น


วันที่ ๑๓ (วันศุกร์ที่ ๐๒ พฤษภาคม)
กังหนึ่ง - จองตองจิน
พาหนะ จักรยาน
ตั้งใจว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ชายหาด แต่ตื่นสายตื่นมาตีห้าครึ่งพระอาทิตย์พ้นขอบฟ้าแล้ว เลยเปลี่ยนแผนว่าจะไปนั่งรถไฟขบวน Sea Train ที่เค้าโฆษณาว่าเป็นทางรถไฟที่ติดทะเลมากที่สุดและโด่งดังจากซีรี่ย์ Sandglass ว่าแล้วก็ปั่นจักรยานจากกังหนึ่งไปสถานี Jeongdongjin ไปถึงยังไม่ถึงเวลารถไฟออก


ก็เลยปั่นไป Hourglass Park บังเอิญเจอกลุ่มนักปั่นชาวเกาหลี พูดคุยกันสองคำ เลยขอให้เค้าช่วยถ่ายรูปให้


Hourglass Park

จากป้ายข้อมูลบอกว่านี่เป็น Sandglass ที่ใหญ่ที่สุดในโลก The world largest sandglass built in the park ทรายในส่วนบนแสดงถึงชั่วโมงแห่งอนาคตทรายที่ร่วงลงมาคือเวลาปัจจุบัน วงกลมสีทองคือพระอาทิตย์ที่ขึ้นที่ทะเลตะในออกที่ Jeongdongjin และรางรถไฟคือเส้นขนาน คือเวลาที่ไม่สิ้นสุด ทรายทั้งหมดจากส่วนบนจะร่วงลงมาส่วนล่างในเวลา ๑ ปี พอดีและวงล้อก็จะหมุนกลับด้านเริ่มปีใหม่
ที่ Hourglass Park จะมี พิพิธภัณฑ์เวลาที่เอาตู้รถไฟเก่ามาทำ ข้างในจะแสดงเครื่องบอกเวลาและนาฬิกาโบราณ




จากนั้นก็ปั่นไต่เขาเพื่อจะไปปั่นถนนเลียบชายทะเล Heohwa-ro


เส้นสีฟ้าที่เห็นคือเขตทางจักรยานครับ
ถนนเลียบชายทะเล Heohwa-ro


วิวชายทะเล

ถนนเส้นนี้มีความยาวประมาณ ๖ ก.ม. พื้นที่ตรงนี้น่าจะเป็น Sensitive area เพราะตลอดเส้นทางยังมีป้อมทหารตั้งเรียงราย ตอนแรกดูผ่านๆ คิดว่าเป็นป้อมร้าง แต่ขากลับเห็นมีทหารประจำการอยู่

สุดถนนก็ปั่นย้อนกลับทางเดิม ระหว่าทางกลับกังหนึ่ง ก็แวะที่ Tongil Park จะมีเรือรบตั้งแสดงอยู่ ๑ ลำ และเรือดำน้ำเกาหลีเหนือตั้งอยู่ด้วยกัน เนื่องจากเป็นจุดที่เรือดำน้ำเกาหลีเหนือแทรกซึมเข้ามาพร้อมทหาร ๒๕ นายแต่ถูกจับได้

Picture credit: 강릉통일공원 전북함 Panoramio

Picture credit: Trip Advisor
สองรูปล่างเอามาจากอินเตอร์เน็ตครับ รูปจากในกล้องไม่รู้หายไปไหน
จากนั้นก็ปั่นยาวกลับ Gangneung
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ไม่ยาหรอกครับ ถ้ามีเวลา ค่าใช้จ่ายไม่มาก(นัก)bluestranger เขียน:ไม่ธรรมดาเลย ทริปนี้ ลอกเลียนแบบยากมากๆ ^^
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับRwoot เขียน:กางมุ้งรอติดตามครับผม![]()
โอ้โห๋ ภาพงดงามเรื่องราวน่าติดตามสุดยอดมากครับ![]()
![]()
![]()
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
อารัมภบทเยอะไปหน่อย ใข่ไหมครับทิวากร เขียน:ตามชมครับ อ่านทีแรกนึกว่าแผนการยังไม่เดินทาง พอเลือนลงมาไปซะแล้ว
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ด้วยความยินดีครับ อาจอัพเดทช้าหน่อยนะครับ ตามประสาคนสูงวัย นึกช้า พิมพ์ช้า หารูปช้าKaren Nkk เขียน:ขอติดตามด้วยคนค่ะ
![]()
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ตามมาเลยครับ จะพยายามใส่ราบละเอียดให้มากที่สุด(เท่าที่จำได้sanbua43 เขียน:มือใหม่ หัดทัวร์ ขอติดตามด้วยครับ![]()
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ตามไปเที่ยวด้วยคนครับ ขอบคุณครับ 
- DTH_123
- สมาชิก
- โพสต์: 55
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2013, 15:24
- Tel: (0867835220ยกเลิก)095-8716081
- team: Bike for family
- Bike: DAHON,JAVA X1
- ตำแหน่ง: นนทบุรี
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
**Inspired...

- ไฟล์แนบ
-
- DSC_29322.JPG (93.08 KiB) เข้าดูแล้ว 690 ครั้ง
- นงลักษณ์
- ขาประจำ
- โพสต์: 240
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2008, 22:47
-
cli87
- สมาชิก
- โพสต์: 3
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2010, 20:40
- Bike: giant
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
กำลังศึกษาเส้นทาง Eurovelo15อยู่ ดีใจที่เจอกระทู้นี้
ขอติดตามและเป็นกำลังใจให้อีกคนครับ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๑๔ (วันเสาร์ที่ ๓ พฤษภาคม)
เกียงโป
พาหนะ จักรยาน
เช้าเดินออกไปชายหาดด้านหลังโฮสเต็ล ดูพระอาทิตย์ยามเช้า แล้วกลับเข้าที่พักกินอาหารเช้า ซื้อมาทำกินเเองโฮสเต็ลส่วนมากจะมีครัวให้ประกอบอาหารได้ ช่วยประหยัดค่ากินไปได้พอสมควร แต่เวลาซื้อต้องกะให้ดี อย่าให้เหลือจะได้ไม่เปลืองเงิน อาหารที่ใช้ไม่หมดก็ทิ้งไว้ที่โฮสเต็ลเป็น Free food สำหรับคนอื่นจะนำไปใช้ประโยชน์
พอสายหน่อยก็เอาจักรยานปั่นไปดูสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเกียงโป
วันที่ ๑๕ (วันอาทิตย์ ๔ พฤษภาคม)
กังหนึ่ง - ดองแฮ - วลาดิวอสตอก(รัสเซีย)
พาหนะ จักรยาน เรือเฟอร์รี่
เช้าเก็บของ ปั่นออกจากโฮสเต็ลไปดองแฮ เพิ่มเติมหน่อยโฮสเต็ลตั้งอยู่ชายหาดเกียงโป ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกังหนึ่งไปประมาณ ๕ ก.ม. แหะ แหะ พอเข้าเมืองก็หลงทางอีกแล้วครับ ชีวิตเป็นลำบากเพราะความชาตินิยมของชาวเกาหลี ทางแยกส่วนมากจะมีป้ายบอกเป็นภาษาเกาหลี ส่วนน้อยที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ไม่ได้บอกชื่อถนน แต่บอกเป็นชื่อย่าน(ตำบลมั๊ง) แล้วคนต่างถิ่นแบบ จขกท. ก็ไม่รู้จัก เป็นสาเหตุของการหลง
หลายท่านอาจสงสัยว่า อ้าวเมื่อวานยังไม่หลง ทำไมมาหลงวันนี้ เมื่อวานปั่นตอนกลางวัน ส่วนวันนี้รีบออกเดินทางตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเลยจำเสันทางไม่ได้ กว่าจะมาเจอทางหลวงได้ก็ตีห้ากว่าแล้ว มาถึง Jeongdongjin ประมาณ ๖ โมงเช้า
จากเมืองนี้จะมีถนนสามสายที่ไปดองแฮได้ สายแรกคือถนนเลียบชายทะเลที่ไปปั่นมาแล้ว มีเนินสองเนินความชัน ๗ และ ๑๐ องศา วันนี้ไม่อยากเข็นขอไม่เลือก อีกเส้นน่าจะเป็นทางด่วนมองขึ้นไปเห็นวิ่งข้ามหุบเขาอยู่ เลยขอเลือกเส้นที่สามคือทางหมายเลข ๗ ปรากฏว่าเลือกถูกเพราะเป็นทางลัดเลาะไปตามหุบเขา อาจจะอ้อมหน่อยแต่ปั่นสบายแทบไม่มีรถวิ่งเลย มีเนินแค่เนินเดียวยาวประมาณ ๑ ก.ม. แต่ขาลงยาว ๗ ก.ม.
แล้วก็มาถึงจุดชวนหลงอีกแล้วเป็นทางสี่แยกยังไม่เข้าเขตเมือง ไม่มีป้ายบอกทางภาษาอังกฤษ บังเอิญมีนักปั่นชาวเกาหลีจอดจักรยานคุยกันอยู่ก็เลยเข้าไปถามว่าจะไปดองแฮ ต้องไปทางไหนอันที่จริงพูดแค่คำเดียวคือ ดองแฮ พวกเค้าก็ทำหน้างงๆ ก็เลยถามย้ำอีกที เค้าก็ชี้ลงที่พื้นแล้วบอกว่า ดองแฮ อ้าวถึงแล้วเหรอปั่นยังไม่ทันได้เหงื่อเลย แล้วท่าเรือเฟอร์รี่อยู่แถวไหน
คราวนี้สื่อสารกันด้วยภาษามือล้วนๆ มือไม้พันกันวุ่นก็ไม่รู้เรื่อง เอาแผนที่มาให้ดูก็ไม่เข้าใจ ขนาดวาดรูปเรือเฟอร์รี่ให้ดูก็ไม่สำเร็จ สงสัยเรือเฟอร์รี่จะเหมือนเรืออีแปะ เค้าหันไปคุยกันแล้วก็ทำมือให้ จขกท.ตามไปเหมือนว่าพวกเค้าก็จะไปทางนั้นเหมือนกัน พอเริ่มปั่นหัวลากก็ยิงยาวที่ความเร็ว ๓๓-๓๕ ก.ม./ช.ม. ไม่เห็นใจคนที่ปั่นมากว่า ๕๐ ก.ม.
แต่เพื่อรักษาหน้าประเทศ งานนี้ยอมตาย แหะ แหะ เกือบตายจริงๆ เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนเชิงเขา ถนนก็จะเป็นเนินสูงบ้าง ต่ำบ้าง ที่ต่ำๆ จะน้อยส่วนมากจะสูงปั่นไปหอบไป จนมาถึงสถานีตำรวจก็พาเข้าไปถามตำรวจข้างใน ตำรวจก็ไม่รู้จัก พอดีมีผู้ชายคนหนึ่งแต่งชุด private เข้ามาท่าทางจะเป็นหัวหน้า พูดภาษาอังกฤษได้จัดการอธิบายเส้นทางให้ กลุ่มนักปั่นก็ปั่นนำทางด้วยความเร็วสูงอีกแล้ว คราวนี้ จขกท.รั้งท้ายเลยครับ เดือดร้อนนักปั่นคนหนึ่งต้องลงมาปิดท้ายให้ ปั่นมาอีกเกือบ ๘ ก.ม. จึงถึงท่าเรือเฟอร์รี่ก็ขอบคุณพวกเค้าแล้วก็ร่ำลากัน จากจุดที่สอบถามเส้นทางจนถึงท่าเรือระยะทางทั้งหมด ๑๓ ก.ม. ถ้าพวกเค้าต้องปั่นกลับจุดเดิมก็ ๒๖ ก.ม. ออกนอกเส้นทางไม่น้อยเลย
ถึงท่าเรือตอนเก้าโมงเช้าพอดี เคาน์เตอร์ DBS Ferry ยังไม่เปิด เริ่มเช็ค-อินตอน ๑๐:๓๐ น. ขั้นตอนก็คล้ายกับที่สนามบิน คือมีการสแกนสัมภาระ ตรวจอาวุธประทับตราหนังสือเดินทาง ในส่วนของจักรยานต้อง declare ด้วยไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้ เพราะจขกท. ไม่ได้ย้อนกลับเข้าเกาหลีอีก เสียค่าขนจักรยาน ๑๐,๐๐๐ วอน กับค่าใช้ Terminal อีก ๒,๕๐๐ วอน
ขึ้นเรือได้ก็เดินสำรวจก่อนเพราะยังไม่ค่อยมีคน ในส่วนของชั้นประหยัดจะมีที่นอนให้เลือกสองแบบ คือแบบญี่ปุ่นเปิดโล่งนอนกับพื้นซึ่งเหมาะสำหรับเดินทางเป็นคณะ ตั้งวงสังสรรค์ได้ อีกแบบหนึ่งจะเป็นเตียงสองชั้นมีม่านปิดก็จะเป็นส่วนตัวหน่อย จขกท. นอนในส่วนนี้ เก็บของเสร็จก็หลับเลยครับเมื่อคืนตื่นตั้งแต่ตีสามแถมปั่นจักรยานมาจนหมดแรง เผลอหลับยาวเลยมารู้ตัวตอนเรือเดินเครื่องและออกจากท่าตอนบ่ายสามโมง
คำแนะนำสำหรับท่านที่จะเดินทางกับเรือลำนี้ ควรเตรียมอาหารสำเร็จรูปมาด้วย พวกบะหมี่ ไข่ต้ม กาแฟซอง ไสักรอก ขนม อาหารบนเรือค่อนข้างแพง ทางเรือมีน้ำร้อนให้บริการฟรี ให้มองหา Zesta Bar หันหน้าเข้าหาบาร์ ตู้น้ำร้อนจะอยู่ในซอกด้านซ้ายมือ อ้อเตรียมน้ำดื่มไปด้วย ปลั๊กไฟสำหรับชาร์จแบตฯ มีให้ แต่ต้องแย่งกันหน่อย
ชายหาด เกียงโป ยามเช้า

พระอาทิตย์ยามเช้าที่หาดเกียงโป

อีกด้านของหาด

ทะเลสาป Gyeongpo

จุดชมวิวริมทะเลสาป

อีกมุมของทะเลสาป

ทางคนเดินและจักรยานเลียบทะเลสาป

Geumnanjeong Pavilion

Independence Movement Memorial

ทางหลวงยามเช้า

สภาพเส้นทาง ที่เห็นอยู่ข้างบนคือทางด่วน

พักผ่อน

จุดพักผ่อน

ท่าเรือเฟอร์รี่

บริเวณห้องโถง

ตั๋วโดยสาร

เรือเฟอร์รี่

บริเวณที่นอนแบบญี่ปุ่น

Bunk beds

ดาดฟ้า

สาวรัสเซียนอนอาบแดด

ท้ายเรือ

ฆ่าเวลาการเดินทางอันยาวนาน

เกียงโป
พาหนะ จักรยาน
เช้าเดินออกไปชายหาดด้านหลังโฮสเต็ล ดูพระอาทิตย์ยามเช้า แล้วกลับเข้าที่พักกินอาหารเช้า ซื้อมาทำกินเเองโฮสเต็ลส่วนมากจะมีครัวให้ประกอบอาหารได้ ช่วยประหยัดค่ากินไปได้พอสมควร แต่เวลาซื้อต้องกะให้ดี อย่าให้เหลือจะได้ไม่เปลืองเงิน อาหารที่ใช้ไม่หมดก็ทิ้งไว้ที่โฮสเต็ลเป็น Free food สำหรับคนอื่นจะนำไปใช้ประโยชน์
พอสายหน่อยก็เอาจักรยานปั่นไปดูสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเกียงโป
วันที่ ๑๕ (วันอาทิตย์ ๔ พฤษภาคม)
กังหนึ่ง - ดองแฮ - วลาดิวอสตอก(รัสเซีย)
พาหนะ จักรยาน เรือเฟอร์รี่
เช้าเก็บของ ปั่นออกจากโฮสเต็ลไปดองแฮ เพิ่มเติมหน่อยโฮสเต็ลตั้งอยู่ชายหาดเกียงโป ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกังหนึ่งไปประมาณ ๕ ก.ม. แหะ แหะ พอเข้าเมืองก็หลงทางอีกแล้วครับ ชีวิตเป็นลำบากเพราะความชาตินิยมของชาวเกาหลี ทางแยกส่วนมากจะมีป้ายบอกเป็นภาษาเกาหลี ส่วนน้อยที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ไม่ได้บอกชื่อถนน แต่บอกเป็นชื่อย่าน(ตำบลมั๊ง) แล้วคนต่างถิ่นแบบ จขกท. ก็ไม่รู้จัก เป็นสาเหตุของการหลง
หลายท่านอาจสงสัยว่า อ้าวเมื่อวานยังไม่หลง ทำไมมาหลงวันนี้ เมื่อวานปั่นตอนกลางวัน ส่วนวันนี้รีบออกเดินทางตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเลยจำเสันทางไม่ได้ กว่าจะมาเจอทางหลวงได้ก็ตีห้ากว่าแล้ว มาถึง Jeongdongjin ประมาณ ๖ โมงเช้า
จากเมืองนี้จะมีถนนสามสายที่ไปดองแฮได้ สายแรกคือถนนเลียบชายทะเลที่ไปปั่นมาแล้ว มีเนินสองเนินความชัน ๗ และ ๑๐ องศา วันนี้ไม่อยากเข็นขอไม่เลือก อีกเส้นน่าจะเป็นทางด่วนมองขึ้นไปเห็นวิ่งข้ามหุบเขาอยู่ เลยขอเลือกเส้นที่สามคือทางหมายเลข ๗ ปรากฏว่าเลือกถูกเพราะเป็นทางลัดเลาะไปตามหุบเขา อาจจะอ้อมหน่อยแต่ปั่นสบายแทบไม่มีรถวิ่งเลย มีเนินแค่เนินเดียวยาวประมาณ ๑ ก.ม. แต่ขาลงยาว ๗ ก.ม.
แล้วก็มาถึงจุดชวนหลงอีกแล้วเป็นทางสี่แยกยังไม่เข้าเขตเมือง ไม่มีป้ายบอกทางภาษาอังกฤษ บังเอิญมีนักปั่นชาวเกาหลีจอดจักรยานคุยกันอยู่ก็เลยเข้าไปถามว่าจะไปดองแฮ ต้องไปทางไหนอันที่จริงพูดแค่คำเดียวคือ ดองแฮ พวกเค้าก็ทำหน้างงๆ ก็เลยถามย้ำอีกที เค้าก็ชี้ลงที่พื้นแล้วบอกว่า ดองแฮ อ้าวถึงแล้วเหรอปั่นยังไม่ทันได้เหงื่อเลย แล้วท่าเรือเฟอร์รี่อยู่แถวไหน
คราวนี้สื่อสารกันด้วยภาษามือล้วนๆ มือไม้พันกันวุ่นก็ไม่รู้เรื่อง เอาแผนที่มาให้ดูก็ไม่เข้าใจ ขนาดวาดรูปเรือเฟอร์รี่ให้ดูก็ไม่สำเร็จ สงสัยเรือเฟอร์รี่จะเหมือนเรืออีแปะ เค้าหันไปคุยกันแล้วก็ทำมือให้ จขกท.ตามไปเหมือนว่าพวกเค้าก็จะไปทางนั้นเหมือนกัน พอเริ่มปั่นหัวลากก็ยิงยาวที่ความเร็ว ๓๓-๓๕ ก.ม./ช.ม. ไม่เห็นใจคนที่ปั่นมากว่า ๕๐ ก.ม.
แต่เพื่อรักษาหน้าประเทศ งานนี้ยอมตาย แหะ แหะ เกือบตายจริงๆ เพราะเมืองนี้ตั้งอยู่บนเชิงเขา ถนนก็จะเป็นเนินสูงบ้าง ต่ำบ้าง ที่ต่ำๆ จะน้อยส่วนมากจะสูงปั่นไปหอบไป จนมาถึงสถานีตำรวจก็พาเข้าไปถามตำรวจข้างใน ตำรวจก็ไม่รู้จัก พอดีมีผู้ชายคนหนึ่งแต่งชุด private เข้ามาท่าทางจะเป็นหัวหน้า พูดภาษาอังกฤษได้จัดการอธิบายเส้นทางให้ กลุ่มนักปั่นก็ปั่นนำทางด้วยความเร็วสูงอีกแล้ว คราวนี้ จขกท.รั้งท้ายเลยครับ เดือดร้อนนักปั่นคนหนึ่งต้องลงมาปิดท้ายให้ ปั่นมาอีกเกือบ ๘ ก.ม. จึงถึงท่าเรือเฟอร์รี่ก็ขอบคุณพวกเค้าแล้วก็ร่ำลากัน จากจุดที่สอบถามเส้นทางจนถึงท่าเรือระยะทางทั้งหมด ๑๓ ก.ม. ถ้าพวกเค้าต้องปั่นกลับจุดเดิมก็ ๒๖ ก.ม. ออกนอกเส้นทางไม่น้อยเลย
ถึงท่าเรือตอนเก้าโมงเช้าพอดี เคาน์เตอร์ DBS Ferry ยังไม่เปิด เริ่มเช็ค-อินตอน ๑๐:๓๐ น. ขั้นตอนก็คล้ายกับที่สนามบิน คือมีการสแกนสัมภาระ ตรวจอาวุธประทับตราหนังสือเดินทาง ในส่วนของจักรยานต้อง declare ด้วยไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้ เพราะจขกท. ไม่ได้ย้อนกลับเข้าเกาหลีอีก เสียค่าขนจักรยาน ๑๐,๐๐๐ วอน กับค่าใช้ Terminal อีก ๒,๕๐๐ วอน
ขึ้นเรือได้ก็เดินสำรวจก่อนเพราะยังไม่ค่อยมีคน ในส่วนของชั้นประหยัดจะมีที่นอนให้เลือกสองแบบ คือแบบญี่ปุ่นเปิดโล่งนอนกับพื้นซึ่งเหมาะสำหรับเดินทางเป็นคณะ ตั้งวงสังสรรค์ได้ อีกแบบหนึ่งจะเป็นเตียงสองชั้นมีม่านปิดก็จะเป็นส่วนตัวหน่อย จขกท. นอนในส่วนนี้ เก็บของเสร็จก็หลับเลยครับเมื่อคืนตื่นตั้งแต่ตีสามแถมปั่นจักรยานมาจนหมดแรง เผลอหลับยาวเลยมารู้ตัวตอนเรือเดินเครื่องและออกจากท่าตอนบ่ายสามโมง
คำแนะนำสำหรับท่านที่จะเดินทางกับเรือลำนี้ ควรเตรียมอาหารสำเร็จรูปมาด้วย พวกบะหมี่ ไข่ต้ม กาแฟซอง ไสักรอก ขนม อาหารบนเรือค่อนข้างแพง ทางเรือมีน้ำร้อนให้บริการฟรี ให้มองหา Zesta Bar หันหน้าเข้าหาบาร์ ตู้น้ำร้อนจะอยู่ในซอกด้านซ้ายมือ อ้อเตรียมน้ำดื่มไปด้วย ปลั๊กไฟสำหรับชาร์จแบตฯ มีให้ แต่ต้องแย่งกันหน่อย
ชายหาด เกียงโป ยามเช้า

พระอาทิตย์ยามเช้าที่หาดเกียงโป

อีกด้านของหาด

ทะเลสาป Gyeongpo

จุดชมวิวริมทะเลสาป

อีกมุมของทะเลสาป

ทางคนเดินและจักรยานเลียบทะเลสาป

Geumnanjeong Pavilion

Independence Movement Memorial

ทางหลวงยามเช้า

สภาพเส้นทาง ที่เห็นอยู่ข้างบนคือทางด่วน

พักผ่อน

จุดพักผ่อน

ท่าเรือเฟอร์รี่

บริเวณห้องโถง

ตั๋วโดยสาร

เรือเฟอร์รี่

บริเวณที่นอนแบบญี่ปุ่น

Bunk beds

ดาดฟ้า

สาวรัสเซียนอนอาบแดด

ท้ายเรือ

ฆ่าเวลาการเดินทางอันยาวนาน

แก้ไขล่าสุดโดย oldhippie เมื่อ 24 ส.ค. 2014, 22:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
แล้วเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับcli87 เขียน:กำลังศึกษาเส้นทาง Eurovelo15อยู่ ดีใจที่เจอกระทู้นี้ขอติดตามและเป็นกำลังใจให้อีกคนครับ