Powertap แบบไหนดี
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
ludmilla
- ขาประจำ
- โพสต์: 129
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
- Bike: อ๋ายคนจน จำต้องทนปั่นรถถีบ
Powertap แบบไหนดี
เพิ่งเริ่มปั่นได้ไม่นานเวลาก็มีไม่ค่อยมากแต่อยากคบกับ powermeter สักตัวเล็งไว้น่าจะเป็น ล้อ powertap ขอบอลูเนื่องจากเหตุผลการใช้งานและการดูแลรักษา ผมควรจะ
1.ซื้อแบบประกอบเสร็จ หน้าหลังขอบอลูขอบต่ำ ราคาไม่แรงมาก.
2.ซื้อเฉพาะ ดุม powertap อันนี้ไม่ทราบว่าตัวไหนดีครับ G3หรือ sl+ ในแง่การบำรุงรักษา(เปลี่ยนแบบ, อัพลูกปืน) แล้วค่อยหาขอบขนาดที่ต้องการ(จริงๆต้องการ ขอบสูงแต่เบรคอลูมิเนียม น้ำหนักไม่ต้องเบามากก็ได้) แล้วก็ให้ช่างขึ้นล้อให้.
หรือ
3. มอง powermeter ตัวอื่นลักษณะการใช้งานคือ กับรถคันเดียวไม่สลับขี่, ดูแลรักษาไม่ยาก(เปลี่ยนแบตเอง, อัพเฟิรม์แวร์ได้เอง)
แถมอีกอันถ้าจะเทรนกับpowermeter ไมล์เริ่มต้นตัวไหนดีครับ หรือกัดฟันไป edge1000 เลยหายคันไปได้จนกว่าจะมีตัวใหม่ออกมา:P
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
1.ซื้อแบบประกอบเสร็จ หน้าหลังขอบอลูขอบต่ำ ราคาไม่แรงมาก.
2.ซื้อเฉพาะ ดุม powertap อันนี้ไม่ทราบว่าตัวไหนดีครับ G3หรือ sl+ ในแง่การบำรุงรักษา(เปลี่ยนแบบ, อัพลูกปืน) แล้วค่อยหาขอบขนาดที่ต้องการ(จริงๆต้องการ ขอบสูงแต่เบรคอลูมิเนียม น้ำหนักไม่ต้องเบามากก็ได้) แล้วก็ให้ช่างขึ้นล้อให้.
หรือ
3. มอง powermeter ตัวอื่นลักษณะการใช้งานคือ กับรถคันเดียวไม่สลับขี่, ดูแลรักษาไม่ยาก(เปลี่ยนแบตเอง, อัพเฟิรม์แวร์ได้เอง)
แถมอีกอันถ้าจะเทรนกับpowermeter ไมล์เริ่มต้นตัวไหนดีครับ หรือกัดฟันไป edge1000 เลยหายคันไปได้จนกว่าจะมีตัวใหม่ออกมา:P
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
Where the wild thing are?
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
บางส่วนจะตอบตามประสพการณ์นะครับ บางส่วนตอบจากรีวิว
1. ล้อหน้าหลัง อลูขอบต่ำ ดุม PowerTap G3 ราคาไม่แรง แต่น้ำหนักของล้อมากทีเดียว ชุดล้อใช้ซี่กลม 32ซี่ต่อล้อ ย้ำว่าเป็นซี่กลม และน้ำหนักล้อค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับเป็นล้อซ้อม เพราะทนทาน
2. ซื้อดุมเปล่า ตอนนี้มีแต่ PowerTap G3 ครับ ( SL+เลิกผลิตแล้ว ) ราคาขายที่อเมริกาตกที่ราวๆ 700$ ไม่รวมภาษีและค่าส่ง เฉลี่ยราคาในหน้า EBAY อยู่ที่ราวๆ 24,000 เทียบกับชุดล้อ Powertap ( CycleOp เดิม ) กับขอบ Reynold ซึ่งเป็นขอบคาร์บอน แบบสำเร็จรูปหน้าหลัง ดุมPowerTap G3 พร้อมผ้าเบรค ราคาจำได้ว่าอยู่ราวๆ 5หมื่นบาท ไม่รู้ว่าอะไรจะคุ้มค่ากว่ากันนะครับ
3. PowerMeter ตัวอื่นๆ ราคาก็ไม่ได้ย่อมเยาไปกว่านี้นัก เช่น Power2Max เฉพาะตัว HeadUnit ไม่รวมขาจานนะครับ ถ้าเป็นรุ่นclassic ก็น่าจะอยู่ราวๆ 3หมื่นกลางๆกระมัง (จำราคาไม่ได้นะ ผิดพลาดขออภัย ) ถ้าเป็นรุ่น S-Type ที่เบากว่า แต่ติดตั้งใบจานได้ง่ายและหลากหลายกว่ารุ่นเดิม ก็จะตกที่ 4หมื่นต้นๆ , หรือ จะเล่น Rotor Power ที่วัดกันที่ขาจานทั้ง 2 ข้าง แยกกันวัดเลย ราคาก็จะตกที่หกหมื่นกว่าๆ หรือ จะเล่น Garmin Vector วัดกันที่แกนบันได นั่นก็ไม่เบาเหมือนกัน ขายแบบpre-order คือ ต้องสั่งก่อน ถึงจะimport เข้ามา ก็ตกที่คู่ละเกือบๆ 58,000
- PowerTap G3 เปลี่ยนแบตง่าย ( แต่เปลืองถ่านอยู่บ้าง ต้องเลือกยี่ห้อถ่านสักหน่อย ) UP firmwareง่าย ( จริงๆก็ไม่ง่ายนัก ยุ่งๆเหยิงๆ ไม่หมู แถมบางทีต้องทำใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ตายกลางอากาศให้น่าตื่นเต้น ) ,
- Power2Max TypeS หาแบตเปลี่ยนง่าย มีขายตามห้าง , Power2Max classic มีแบตขาย มีร้านในบ้านเราที่เอามาขายเช่นกัน ( แบตมันขนาดเดียวกับ Type S แต่มันเป็นรุ่นเฉพาะที่ผลิตออกมา หน้าตามันจึงไม่เหมือนกับรุ่นทั่วไป ) อายุใช้งานแบต อยู่ราวๆ 1 ปี Up firmware เองไม่ได้ ,
- Rotor Power เปลี่ยนแบตเองได้ แต่เปลี่ยนทีละ 2 ข้าง แบตหาไม่ยากนัก เพราะมีร้านค้านำเข้ามาขายในบ้านเรา แต่หาในห้างยากสักหน่อย เพราะมันเป็นถ่านขนาดใหญ่และไม่ค่อยมีที่ใช้ในบ้านเรานัก ) Up firmware เองได้ ไม่ยาก แต่ต้องลุ้นระทึกมากๆ และมีข้อต้องระวังมากมาย แต่ทำได้ง่ายมาก , Firmware รุ่นเก่าจะเปลืองแบตสักหน่อย เพราะมันตื่นง่ายหลับยาก พออัพแล้วก็จะตื่นยากขึ้นนิดหนึ่ง ประหยัดถ่านขึ้นอีกหน่อย
- Garmin Vector ใช้ถ่าน CR2032 ขนาดยอดนิยม หาง่าย เปลี่ยนง่าย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะทนเพราะความจุน้อยที่สุด เท่าที่อ่านผลทดสอบมา ผู้ใช้สามารถ up firmware ได้เองเช่นกัน ไม่น่ายาก แต่ต้องลุ้นระทึกเช่นกัน เพราะทำผ่าน Ant+ Stick เหมือนกับ Rotor power ( อะไรที่มันไม่ต้องเสียบสายนี่ รู้ๆกันอยู่นะ )
- SRM แพงสุด ผู้ใช้ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง เปลี่ยนแบตก็ต้องส่งไปทำที่เมืองนอก เหมาะสำหรับคนที่มีตังค์ และต้องการใช้ของที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า "ยอดเยี่ยม" เพราะโปรใช้กันทั่วโลก ( มีสปอนเซอร์นะ )
EDGE1000 เหมาะสำหรับคนมีตังค์แล้วไม่รู้ว่าจะเอาตังค์ไปซื้ออะไร เพราะมันจะได้functionเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของตำแหน่งเกียร์ Di2 ของ Shimano และจอที่ใหญ่ขึ้น น้ำหนักที่มากขึ้น
คุ้มค่าสุดก็เป็น EDGE 810 หรือ ไม่ก็ 510 ในกรณีที่ไม่ต้องการแผนที่
ประหยัดสุดๆ ก็เป็น EDGE 500
1. ล้อหน้าหลัง อลูขอบต่ำ ดุม PowerTap G3 ราคาไม่แรง แต่น้ำหนักของล้อมากทีเดียว ชุดล้อใช้ซี่กลม 32ซี่ต่อล้อ ย้ำว่าเป็นซี่กลม และน้ำหนักล้อค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับเป็นล้อซ้อม เพราะทนทาน
2. ซื้อดุมเปล่า ตอนนี้มีแต่ PowerTap G3 ครับ ( SL+เลิกผลิตแล้ว ) ราคาขายที่อเมริกาตกที่ราวๆ 700$ ไม่รวมภาษีและค่าส่ง เฉลี่ยราคาในหน้า EBAY อยู่ที่ราวๆ 24,000 เทียบกับชุดล้อ Powertap ( CycleOp เดิม ) กับขอบ Reynold ซึ่งเป็นขอบคาร์บอน แบบสำเร็จรูปหน้าหลัง ดุมPowerTap G3 พร้อมผ้าเบรค ราคาจำได้ว่าอยู่ราวๆ 5หมื่นบาท ไม่รู้ว่าอะไรจะคุ้มค่ากว่ากันนะครับ
3. PowerMeter ตัวอื่นๆ ราคาก็ไม่ได้ย่อมเยาไปกว่านี้นัก เช่น Power2Max เฉพาะตัว HeadUnit ไม่รวมขาจานนะครับ ถ้าเป็นรุ่นclassic ก็น่าจะอยู่ราวๆ 3หมื่นกลางๆกระมัง (จำราคาไม่ได้นะ ผิดพลาดขออภัย ) ถ้าเป็นรุ่น S-Type ที่เบากว่า แต่ติดตั้งใบจานได้ง่ายและหลากหลายกว่ารุ่นเดิม ก็จะตกที่ 4หมื่นต้นๆ , หรือ จะเล่น Rotor Power ที่วัดกันที่ขาจานทั้ง 2 ข้าง แยกกันวัดเลย ราคาก็จะตกที่หกหมื่นกว่าๆ หรือ จะเล่น Garmin Vector วัดกันที่แกนบันได นั่นก็ไม่เบาเหมือนกัน ขายแบบpre-order คือ ต้องสั่งก่อน ถึงจะimport เข้ามา ก็ตกที่คู่ละเกือบๆ 58,000
- PowerTap G3 เปลี่ยนแบตง่าย ( แต่เปลืองถ่านอยู่บ้าง ต้องเลือกยี่ห้อถ่านสักหน่อย ) UP firmwareง่าย ( จริงๆก็ไม่ง่ายนัก ยุ่งๆเหยิงๆ ไม่หมู แถมบางทีต้องทำใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ตายกลางอากาศให้น่าตื่นเต้น ) ,
- Power2Max TypeS หาแบตเปลี่ยนง่าย มีขายตามห้าง , Power2Max classic มีแบตขาย มีร้านในบ้านเราที่เอามาขายเช่นกัน ( แบตมันขนาดเดียวกับ Type S แต่มันเป็นรุ่นเฉพาะที่ผลิตออกมา หน้าตามันจึงไม่เหมือนกับรุ่นทั่วไป ) อายุใช้งานแบต อยู่ราวๆ 1 ปี Up firmware เองไม่ได้ ,
- Rotor Power เปลี่ยนแบตเองได้ แต่เปลี่ยนทีละ 2 ข้าง แบตหาไม่ยากนัก เพราะมีร้านค้านำเข้ามาขายในบ้านเรา แต่หาในห้างยากสักหน่อย เพราะมันเป็นถ่านขนาดใหญ่และไม่ค่อยมีที่ใช้ในบ้านเรานัก ) Up firmware เองได้ ไม่ยาก แต่ต้องลุ้นระทึกมากๆ และมีข้อต้องระวังมากมาย แต่ทำได้ง่ายมาก , Firmware รุ่นเก่าจะเปลืองแบตสักหน่อย เพราะมันตื่นง่ายหลับยาก พออัพแล้วก็จะตื่นยากขึ้นนิดหนึ่ง ประหยัดถ่านขึ้นอีกหน่อย
- Garmin Vector ใช้ถ่าน CR2032 ขนาดยอดนิยม หาง่าย เปลี่ยนง่าย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะทนเพราะความจุน้อยที่สุด เท่าที่อ่านผลทดสอบมา ผู้ใช้สามารถ up firmware ได้เองเช่นกัน ไม่น่ายาก แต่ต้องลุ้นระทึกเช่นกัน เพราะทำผ่าน Ant+ Stick เหมือนกับ Rotor power ( อะไรที่มันไม่ต้องเสียบสายนี่ รู้ๆกันอยู่นะ )
- SRM แพงสุด ผู้ใช้ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง เปลี่ยนแบตก็ต้องส่งไปทำที่เมืองนอก เหมาะสำหรับคนที่มีตังค์ และต้องการใช้ของที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า "ยอดเยี่ยม" เพราะโปรใช้กันทั่วโลก ( มีสปอนเซอร์นะ )
EDGE1000 เหมาะสำหรับคนมีตังค์แล้วไม่รู้ว่าจะเอาตังค์ไปซื้ออะไร เพราะมันจะได้functionเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของตำแหน่งเกียร์ Di2 ของ Shimano และจอที่ใหญ่ขึ้น น้ำหนักที่มากขึ้น
คุ้มค่าสุดก็เป็น EDGE 810 หรือ ไม่ก็ 510 ในกรณีที่ไม่ต้องการแผนที่
ประหยัดสุดๆ ก็เป็น EDGE 500
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
ludmilla
- ขาประจำ
- โพสต์: 129
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
- Bike: อ๋ายคนจน จำต้องทนปั่นรถถีบ
ชัดเจนครับ ตัว garmin vector นี้กลัวตอนมีเหตุนี้แหละ น่าจะโดนกระทบบ้างต่างจากpowertap ที่หลบในล้อเลย มีอีกสองตัวไม่ทราบว่า คุณ lucifer จะพอมีข้อมูลไหมครับ pioneer กับ iBike Newton powermeter ขอเก็บข้อมูลพร้อมระดมทุน(ขายของเก่าออก) แล้วค่อยคิดว่าไปตัวไหนที่เหมาะกับตัวเองที่สุดดี
ขอบคุณครับ.
ขอบคุณครับ.
Where the wild thing are?
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
2ตัว นี้ไม่สนใจครับ เลยไม่ได้ศึกษาดู
ปัจจุบันใช้ power 2max Type S ครับ พอใจมากๆในระดับหนึ่ง
ปัจจุบันใช้ power 2max Type S ครับ พอใจมากๆในระดับหนึ่ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- HH2010
- ขาประจำ
- โพสต์: 139
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2014, 10:07
Re: Powertap แบบไหนดี
พี่ lucifer ครับ ตัว power2max type s นี่มีสำหรับขาจาน Dura-ace 9000 ไหมครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
เท่าที่ทราบ ไม่มีครับ ตามนี้เลยครับ http://www.power2max.de/europe/en/produ ... pe-s-road/HH2010 เขียน:พี่ lucifer ครับ ตัว power2max type s นี่มีสำหรับขาจาน Dura-ace 9000 ไหมครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
jimmysatit
- ขาประจำ
- โพสต์: 379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2012, 00:25
- Tel: 0819085510
- team: OSK 119 / OSK Cycling Club / 347 Cycle Square
- Bike: Focus Izalco Max / Red22 / Quarq Power Meter / Vision Metron40
Re: Powertap แบบไหนดี
ผมใช้ Quarq Sram Red อยู่ก็ OK นะครับ สวย เหมาะกับ Sram ครับ แต่แบตหมดเร็วไปหน่อยครับ เพราะเป็นแบบ CR2032 เหมือนที่หมอลูบอกครับ ความจุน้อยไปนิดครับ เปลี่ยนบ่อยหน่อย วัด Balance ซ้าย ขวาได้ครับ
OSK 119
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
-
ludmilla
- ขาประจำ
- โพสต์: 129
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
- Bike: อ๋ายคนจน จำต้องทนปั่นรถถีบ
Re: Powertap แบบไหนดี
ราคาพอๆกับ garmin vector เลย 940ยูโร(ใช่ไหมครับสำหรับred22 bb30pf)ไม่รู้ค่าส่งเท่าไหร่แต่น่าจะดูมั่นใจกว่าเวลาใช้งาน หาข้อมูลต่อ.
Where the wild thing are?
- drkija
- ขาประจำ
- โพสต์: 349
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2013, 19:09
- team: no team
- Bike: boardman , haro , chevvy
Re: Powertap แบบไหนดี
ลืม quarq ไปหรือเปล่าครับพี่หมอลู
ตอนนี้ลดราคาอยู่ ราคาพร้อมจาน sram ประมาณ 40000-50000 ปลายๆแล้วแต่
ค่อนข้างแม่น เสถียร แต่ถ่านก้อนละ 900 บาทแน่ะ ไม่กินมาก สองเดือนเปลี่ยนที
มีวัดรอบขา และความเร็วในตัวเลย ไม่ต้องมีเซ็นเซอร์แบบอื่นอีก
ทนทาน สะดวกดีครับ
ตอนนี้ลดราคาอยู่ ราคาพร้อมจาน sram ประมาณ 40000-50000 ปลายๆแล้วแต่
ค่อนข้างแม่น เสถียร แต่ถ่านก้อนละ 900 บาทแน่ะ ไม่กินมาก สองเดือนเปลี่ยนที
มีวัดรอบขา และความเร็วในตัวเลย ไม่ต้องมีเซ็นเซอร์แบบอื่นอีก
ทนทาน สะดวกดีครับ
cyclocross - boardman - haro - trek - chevvy
ชุมชนคนขี่จักรยานพัทยา หน้าตาดีบนเฟสบุค แจมกันได้ครับ
ชุมชนคนขี่จักรยานพัทยา หน้าตาดีบนเฟสบุค แจมกันได้ครับ
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Powertap แบบไหนดี
Rotor power LT ก็น่าสนนะ ราคาราวๆ 40 K มาพร้อมขาจาน หักค่าขาจาน 3d+ ออก ก็เหลือ สองหมื่นกว่าๆ พอๆกับ powertap แต่ตัวนี้วัดวัตต์แยกซ้ายขวาไม่ได้ บอกไว้เป็นทางเลือกครับ
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
-
Lange
- ขาประจำ
- โพสต์: 2672
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
- team: The_Lange
- Bike: Sprint SL
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
ขาrotorpowerLT
เหมือนจะเป็น3DFนะ
วัตตที่ได้ก้ไม่รุเปฺนวัตตขาซ้ายx2แบบสเตจไหม
เพราะมันวัตในขาข้างซ้ายเรากดทางขวามันก้ไม่ได้รับแรงละเพราะไม่มีอะไรมางัดต้านมัน
ไ ม่เหมือนพวกp2mที่วัดที่ยึดใบจานหริอpowertapมันรับแรงจากทั้งซ้ายขวา
กำลังสนของwatteam powerbeatแต่คงอีกนาน
เหมือนจะเป็น3DFนะ
วัตตที่ได้ก้ไม่รุเปฺนวัตตขาซ้ายx2แบบสเตจไหม
เพราะมันวัตในขาข้างซ้ายเรากดทางขวามันก้ไม่ได้รับแรงละเพราะไม่มีอะไรมางัดต้านมัน
ไ ม่เหมือนพวกp2mที่วัดที่ยึดใบจานหริอpowertapมันรับแรงจากทั้งซ้ายขวา
กำลังสนของwatteam powerbeatแต่คงอีกนาน
Spin up
-
Lange
- ขาประจำ
- โพสต์: 2672
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
- team: The_Lange
- Bike: Sprint SL
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
ตัวนี้เคยดูอยู่ราคาในebayแพงไปนิด
ถ้ามีคนนำเข้าคงสอยเพราะใช้กะขาDA9000ได้
Spin up
-
jimmysatit
- ขาประจำ
- โพสต์: 379
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2012, 00:25
- Tel: 0819085510
- team: OSK 119 / OSK Cycling Club / 347 Cycle Square
- Bike: Focus Izalco Max / Red22 / Quarq Power Meter / Vision Metron40
Re: Powertap แบบไหนดี
พี่ครับ รบกวนสอบถามเรื่องถ่านหน่อยครับ ผมใช้ CR2032 ของ Panasonic เปลี่ยนบ่อย 2-3 อาทิดเปลี่ยนทีครับ ถ่านก้อนละ 900 นี่ของอะไรครับผมdrkija เขียน:ลืม quarq ไปหรือเปล่าครับพี่หมอลู
ตอนนี้ลดราคาอยู่ ราคาพร้อมจาน sram ประมาณ 40000-50000 ปลายๆแล้วแต่
ค่อนข้างแม่น เสถียร แต่ถ่านก้อนละ 900 บาทแน่ะ ไม่กินมาก สองเดือนเปลี่ยนที
มีวัดรอบขา และความเร็วในตัวเลย ไม่ต้องมีเซ็นเซอร์แบบอื่นอีก
ทนทาน สะดวกดีครับ
OSK 119
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Powertap แบบไหนดี
ลืมนึกถึง Quarq ไป ปัญหาน่าจะคล้ายๆกับ Power2Max ตัวclassic ในเรื่องการใส่และถอดจานหน้า และข้อจำกัดในการเลือกใช้ใบจาน
เรื่องกินถ่าน เพราะใช้ CR-2032 นั้น ไม่น่าจะมีถ่านตัวไหนก้อนละ 900 บาทหรอกครับ ( 90 บาท พิมพ์ 0 เกินป่าว ) เท่าที่ใช้มา CR2032 ของ Maxell แบบแพคซีลสีชมพู ขายปลีกในห้างเซนทรัลแผนกเครื่องไฟฟ้า ล่าสุดก้อนละ 45 บาท ทนที่สุดเท่าที่หามาใช้
Rotor Power LT หลักการเดียวกับ Stage คือ ตัว strain gauge สถิตย์อยู่ที่ขาจานด้านซ้าย เพียงด้านเดียว ก็เลยอนุมาณว่า torque ที่วัดได้จากขาซ้าย x 2 ควรจะเท่ากับ Total torque ที่เกิดกับตัว Spyder จริงๆ ถ้าไม่เอาไปเทียบกับใครแล้ว มันก็เป็นค่าที่ใช้อ้างอิงในการฝึกของตัวเราเองได้ดีไม่แพ้ยี่ห้ออื่นๆนะครับ แถมน้ำหนักน้อยอีกต่างหาก
พวกที่วัดบริเวณcrank หรือ แทนตัว spyder เดิม เช่น Power2Max , Quarq , SRM พวกนี้ตัว strain gauge จะวัด torque ที่เกิดจากขาจานทั้งสองข้าง ที่มากระทำกับตัว strain gauge ซึ่งตามทฤษฎีแล้วก็จะเป็นค่า torque ที่แม่นยำที่สุดสำหรับเอาไปเปรียบเทียบอ้างอิงกันกับคนอื่น เพื่อโม้แข่งกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ส่วนที่วัดแยกซ้ายขวาได้ ทั้งๆที่ตัวstain gauge อยู่ที่ตรงcrank ก็เป็นการวัดโดยการคำนวณ โดยpower meter พวกนี้จะมี cadence sensor อยู่แล้ว ตำแหน่งของ cadence sensor จะทำหน้าที่แทน crank angle sensor เมื่อ strain gauge วัดแรงบิดที่กระทำในช่วง 1 รอบการปั่น ก็จะแบ่งแรงกระทำออกเป็น 2 ส่วน โดยแบ่งเป็นแรงกระทำที่เกิดจากการเหยียบบันไดขวา = แรงข้างขวา กับ แรงกระทำที่เกิดจากเหยีบบันไดซ้าย = แรงข้างซ้าย ซึ่งในความเป็นจริง แรงข้างขวา ก็จะมาจากการเหยียบบันไดขวา + แรงดึงบันไดซ้าย + แรงในการเสือกไสไล่ส่งเพื่อควงบันไดให้ครบรอบวงกลม
อยากรู้อะไรขำๆ ก็ให้ลองปั่นขาเดียวดู เช่น ปั่นขาขวา แล้วดู balance ก็จะพบว่า แรงถีบของขาขวา เป็นสัดส่วนเท่าไหร่กับ แรงดึงของขาขวา ( ค่า % R คือ แรงถีบของขาขวา , ค่า % L คือ แรงดึงของขาขวา ) แล้วสลับไปปั่นขาซ้าย แล้วดูแรงถีบของขาซ้าย เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ กับแรงดึงของขาซ้าย แล้วปั่น 2 ข้างพร้อมๆกัน แล้วดูว่า balance เป็นเท่าไหร่ เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ควรจะเสริมแรงดึงของขาข้างใด หรือ เพิ่มแรงถีบของขาข้างใด
เรื่องกินถ่าน เพราะใช้ CR-2032 นั้น ไม่น่าจะมีถ่านตัวไหนก้อนละ 900 บาทหรอกครับ ( 90 บาท พิมพ์ 0 เกินป่าว ) เท่าที่ใช้มา CR2032 ของ Maxell แบบแพคซีลสีชมพู ขายปลีกในห้างเซนทรัลแผนกเครื่องไฟฟ้า ล่าสุดก้อนละ 45 บาท ทนที่สุดเท่าที่หามาใช้
Rotor Power LT หลักการเดียวกับ Stage คือ ตัว strain gauge สถิตย์อยู่ที่ขาจานด้านซ้าย เพียงด้านเดียว ก็เลยอนุมาณว่า torque ที่วัดได้จากขาซ้าย x 2 ควรจะเท่ากับ Total torque ที่เกิดกับตัว Spyder จริงๆ ถ้าไม่เอาไปเทียบกับใครแล้ว มันก็เป็นค่าที่ใช้อ้างอิงในการฝึกของตัวเราเองได้ดีไม่แพ้ยี่ห้ออื่นๆนะครับ แถมน้ำหนักน้อยอีกต่างหาก
พวกที่วัดบริเวณcrank หรือ แทนตัว spyder เดิม เช่น Power2Max , Quarq , SRM พวกนี้ตัว strain gauge จะวัด torque ที่เกิดจากขาจานทั้งสองข้าง ที่มากระทำกับตัว strain gauge ซึ่งตามทฤษฎีแล้วก็จะเป็นค่า torque ที่แม่นยำที่สุดสำหรับเอาไปเปรียบเทียบอ้างอิงกันกับคนอื่น เพื่อโม้แข่งกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ส่วนที่วัดแยกซ้ายขวาได้ ทั้งๆที่ตัวstain gauge อยู่ที่ตรงcrank ก็เป็นการวัดโดยการคำนวณ โดยpower meter พวกนี้จะมี cadence sensor อยู่แล้ว ตำแหน่งของ cadence sensor จะทำหน้าที่แทน crank angle sensor เมื่อ strain gauge วัดแรงบิดที่กระทำในช่วง 1 รอบการปั่น ก็จะแบ่งแรงกระทำออกเป็น 2 ส่วน โดยแบ่งเป็นแรงกระทำที่เกิดจากการเหยียบบันไดขวา = แรงข้างขวา กับ แรงกระทำที่เกิดจากเหยีบบันไดซ้าย = แรงข้างซ้าย ซึ่งในความเป็นจริง แรงข้างขวา ก็จะมาจากการเหยียบบันไดขวา + แรงดึงบันไดซ้าย + แรงในการเสือกไสไล่ส่งเพื่อควงบันไดให้ครบรอบวงกลม
อยากรู้อะไรขำๆ ก็ให้ลองปั่นขาเดียวดู เช่น ปั่นขาขวา แล้วดู balance ก็จะพบว่า แรงถีบของขาขวา เป็นสัดส่วนเท่าไหร่กับ แรงดึงของขาขวา ( ค่า % R คือ แรงถีบของขาขวา , ค่า % L คือ แรงดึงของขาขวา ) แล้วสลับไปปั่นขาซ้าย แล้วดูแรงถีบของขาซ้าย เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ กับแรงดึงของขาซ้าย แล้วปั่น 2 ข้างพร้อมๆกัน แล้วดูว่า balance เป็นเท่าไหร่ เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ควรจะเสริมแรงดึงของขาข้างใด หรือ เพิ่มแรงถีบของขาข้างใด
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน