Powertap​ แบบไหนดี

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ludmilla
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
Bike: อ๋ายคนจน​ จำต้องทนปั่นรถถีบ

Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย ludmilla »

เพิ่งเริ่มปั่นได้ไม่นานเวลาก็มีไม่ค่อยมากแต่อยากคบกับ​ powermeter​ สักตัวเล็งไว้น่าจะเป็น​ ล้อ​ powertap​ ขอบอลูเนื่องจากเหตุผลการใช้งานและการดูแลรักษา​ ผมควรจะ
1.ซื้อแบบประกอบเสร็จ หน้าหลังขอบอลูขอบต่ำ​ ราคาไม่แรงมาก.
2.ซื้อเฉพาะ​ ดุม​ powertap​ อันนี้ไม่ทราบว่าตัวไหนดีครับ​ G3หรือ sl+ ในแง่การบำรุงรักษา(เปลี่ยนแบบ, อัพลูกปืน) แล้วค่อยหาขอบขนาดที่ต้องการ(จริงๆต้องการ​ ขอบสูงแต่เบรคอลูมิเนียม​ น้ำหนักไม่ต้องเบามากก็ได้) แล้วก็ให้ช่างขึ้นล้อให้.
หรือ​
3. มอง​ powermeter ตัวอื่นลักษณะ​การใช้งานคือ​ กับรถคันเดียว​ไม่สลับขี่, ดูแลรักษาไม่ยาก(เปลี่ยนแบตเอง, อัพเฟิรม์แวร์ได้เอง)
แถมอีกอันถ้าจะเทรนกับ​powermeter​ ไมล์เริ่มต้นตัวไหนดีครับ​ หรือกัดฟันไป​ edge​1000 เลยหายคันไปได้จนกว่าจะมีตัวใหม่ออกมา:P
ขอบคุณทุกความเห็นครับ
Where the wild thing are?
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย lucifer »

บางส่วนจะตอบตามประสพการณ์นะครับ บางส่วนตอบจากรีวิว

1. ล้อหน้าหลัง อลูขอบต่ำ ดุม PowerTap G3 ราคาไม่แรง แต่น้ำหนักของล้อมากทีเดียว ชุดล้อใช้ซี่กลม 32ซี่ต่อล้อ ย้ำว่าเป็นซี่กลม และน้ำหนักล้อค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับเป็นล้อซ้อม เพราะทนทาน
2. ซื้อดุมเปล่า ตอนนี้มีแต่ PowerTap G3 ครับ ( SL+เลิกผลิตแล้ว ) ราคาขายที่อเมริกาตกที่ราวๆ 700$ ไม่รวมภาษีและค่าส่ง เฉลี่ยราคาในหน้า EBAY อยู่ที่ราวๆ 24,000 เทียบกับชุดล้อ Powertap ( CycleOp เดิม ) กับขอบ Reynold ซึ่งเป็นขอบคาร์บอน แบบสำเร็จรูปหน้าหลัง ดุมPowerTap G3 พร้อมผ้าเบรค ราคาจำได้ว่าอยู่ราวๆ 5หมื่นบาท ไม่รู้ว่าอะไรจะคุ้มค่ากว่ากันนะครับ
3. PowerMeter ตัวอื่นๆ ราคาก็ไม่ได้ย่อมเยาไปกว่านี้นัก เช่น Power2Max เฉพาะตัว HeadUnit ไม่รวมขาจานนะครับ ถ้าเป็นรุ่นclassic ก็น่าจะอยู่ราวๆ 3หมื่นกลางๆกระมัง (​จำราคาไม่ได้นะ ผิดพลาดขออภัย ) ถ้าเป็นรุ่น S-Type ที่เบากว่า แต่ติดตั้งใบจานได้ง่ายและหลากหลายกว่ารุ่นเดิม ก็จะตกที่ 4หมื่นต้นๆ , หรือ จะเล่น Rotor Power ที่วัดกันที่ขาจานทั้ง 2 ข้าง แยกกันวัดเลย ราคาก็จะตกที่หกหมื่นกว่าๆ หรือ จะเล่น Garmin Vector วัดกันที่แกนบันได นั่นก็ไม่เบาเหมือนกัน ขายแบบpre-order คือ ต้องสั่งก่อน ถึงจะimport เข้ามา ก็ตกที่คู่ละเกือบๆ 58,000

- PowerTap G3 เปลี่ยนแบตง่าย ( แต่เปลืองถ่านอยู่บ้าง ต้องเลือกยี่ห้อถ่านสักหน่อย ) UP firmwareง่าย ( จริงๆก็ไม่ง่ายนัก ยุ่งๆเหยิงๆ ไม่หมู แถมบางทีต้องทำใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ตายกลางอากาศให้น่าตื่นเต้น ) ,
- Power2Max TypeS หาแบตเปลี่ยนง่าย มีขายตามห้าง , Power2Max classic มีแบตขาย มีร้านในบ้านเราที่เอามาขายเช่นกัน ( แบตมันขนาดเดียวกับ Type S แต่มันเป็นรุ่นเฉพาะที่ผลิตออกมา หน้าตามันจึงไม่เหมือนกับรุ่นทั่วไป ) อายุใช้งานแบต อยู่ราวๆ 1 ปี Up firmware เองไม่ได้ ,
- Rotor Power เปลี่ยนแบตเองได้ แต่เปลี่ยนทีละ 2 ข้าง แบตหาไม่ยากนัก เพราะมีร้านค้านำเข้ามาขายในบ้านเรา แต่หาในห้างยากสักหน่อย เพราะมันเป็นถ่านขนาดใหญ่และไม่ค่อยมีที่ใช้ในบ้านเรานัก ) Up firmware เองได้ ไม่ยาก แต่ต้องลุ้นระทึกมากๆ และมีข้อต้องระวังมากมาย แต่ทำได้ง่ายมาก , Firmware รุ่นเก่าจะเปลืองแบตสักหน่อย เพราะมันตื่นง่ายหลับยาก พออัพแล้วก็จะตื่นยากขึ้นนิดหนึ่ง ประหยัดถ่านขึ้นอีกหน่อย
- Garmin Vector ใช้ถ่าน CR2032 ขนาดยอดนิยม หาง่าย เปลี่ยนง่าย แต่เชื่อว่าไม่น่าจะทนเพราะความจุน้อยที่สุด เท่าที่อ่านผลทดสอบมา ผู้ใช้สามารถ up firmware ได้เองเช่นกัน ไม่น่ายาก แต่ต้องลุ้นระทึกเช่นกัน เพราะทำผ่าน Ant+ Stick เหมือนกับ Rotor power ( อะไรที่มันไม่ต้องเสียบสายนี่ รู้ๆกันอยู่นะ )
- SRM แพงสุด ผู้ใช้ทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง เปลี่ยนแบตก็ต้องส่งไปทำที่เมืองนอก เหมาะสำหรับคนที่มีตังค์ และต้องการใช้ของที่ยอมรับกันในวงกว้างว่า "ยอดเยี่ยม" เพราะโปรใช้กันทั่วโลก ( มีสปอนเซอร์นะ )


EDGE1000 เหมาะสำหรับคนมีตังค์แล้วไม่รู้ว่าจะเอาตังค์ไปซื้ออะไร เพราะมันจะได้functionเพิ่มขึ้นมาในเรื่องของตำแหน่งเกียร์ Di2 ของ Shimano และจอที่ใหญ่ขึ้น น้ำหนักที่มากขึ้น
คุ้มค่าสุดก็เป็น EDGE 810 หรือ ไม่ก็ 510 ในกรณีที่ไม่ต้องการแผนที่
ประหยัดสุดๆ ก็เป็น EDGE 500
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ludmilla
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
Bike: อ๋ายคนจน​ จำต้องทนปั่นรถถีบ

โพสต์ โดย ludmilla »

ชัดเจนครับ​ ตัว​ garmin​ vector นี้กลัวตอนมีเหตุนี้แหละ​ น่าจะโดนกระทบบ้างต่างจาก​powertap​ ที่หลบในล้อเลย​ มีอีกสองตัวไม่ทราบว่า​ คุณ​ lucifer​ จะพอมีข้อมูลไหมครับ​ pioneer​ กับ​ iBike​ Newton ​powermeter ขอเก็บข้อมูลพร้อม​ระดมทุน(ขายของเก่าออก) แล้วค่อยคิดว่าไปตัวไหนที่เหมาะกับตัวเองที่สุดดี​
ขอบคุณครับ.
Where the wild thing are?
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย lucifer »

2ตัว นี้ไม่สนใจครับ เลยไม่ได้ศึกษาดู
ปัจจุบันใช้ power 2max Type S ครับ พอใจมากๆในระดับหนึ่ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
HH2010
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 139
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2014, 10:07

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย HH2010 »

พี่ lucifer ครับ ตัว power2max type s นี่มีสำหรับขาจาน Dura-ace 9000 ไหมครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย lucifer »

HH2010 เขียน:พี่ lucifer ครับ ตัว power2max type s นี่มีสำหรับขาจาน Dura-ace 9000 ไหมครับ
เท่าที่ทราบ ไม่มีครับ ตามนี้เลยครับ http://www.power2max.de/europe/en/produ ... pe-s-road/
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
jimmysatit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 379
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2012, 00:25
Tel: 0819085510
team: OSK 119 / OSK Cycling Club / 347 Cycle Square
Bike: Focus Izalco Max / Red22 / Quarq Power Meter / Vision Metron40

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย jimmysatit »

ผมใช้ Quarq Sram Red อยู่ก็ OK นะครับ สวย เหมาะกับ Sram ครับ แต่แบตหมดเร็วไปหน่อยครับ เพราะเป็นแบบ CR2032 เหมือนที่หมอลูบอกครับ ความจุน้อยไปนิดครับ เปลี่ยนบ่อยหน่อย วัด Balance ซ้าย ขวาได้ครับ
OSK 119
รูปประจำตัวสมาชิก
nextstep
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4416
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย nextstep »

ดูตัวนี้ด้วยมั้ยครับ
http://www.stagescycling.com/stagespower
sky ใช้ (สปอนเซอร์นะ)
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
ludmilla
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2014, 11:21
Bike: อ๋ายคนจน​ จำต้องทนปั่นรถถีบ

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย ludmilla »

ราคาพอๆกับ​ garmin​ vector​ เลย​ 940ยูโร(ใช่ไหมครับสำหรับ​red22 bb30pf)ไม่รู้ค่าส่งเท่าไหร่แต่น่าจะดูมั่นใจกว่าเวลาใช้งาน​ หาข้อมูลต่อ.8-)
Where the wild thing are?
รูปประจำตัวสมาชิก
drkija
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 349
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2013, 19:09
team: no team
Bike: boardman , haro , chevvy

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย drkija »

ลืม quarq ไปหรือเปล่าครับพี่หมอลู
ตอนนี้ลดราคาอยู่ ราคาพร้อมจาน sram ประมาณ 40000-50000 ปลายๆแล้วแต่
ค่อนข้างแม่น เสถียร แต่ถ่านก้อนละ 900 บาทแน่ะ ไม่กินมาก สองเดือนเปลี่ยนที
มีวัดรอบขา และความเร็วในตัวเลย ไม่ต้องมีเซ็นเซอร์แบบอื่นอีก
ทนทาน สะดวกดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
punya467
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2200
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
team: Rayong road bike, On/Off cycling
Bike: NICH LTD

Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย punya467 »

Rotor power LT ก็น่าสนนะ ราคาราวๆ 40 K มาพร้อมขาจาน หักค่าขาจาน 3d+ ออก ก็เหลือ สองหมื่นกว่าๆ พอๆกับ powertap แต่ตัวนี้วัดวัตต์แยกซ้ายขวาไม่ได้ บอกไว้เป็นทางเลือกครับ
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
Lange
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2672
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
team: The_Lange
Bike: Sprint SL
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย Lange »

ขาrotorpowerLT
เหมือนจะเป็น3DFนะ :)
วัตตที่ได้ก้ไม่รุเปฺนวัตตขาซ้ายx2แบบสเตจไหม
เพราะมันวัตในขาข้างซ้ายเรากดทางขวามันก้ไม่ได้รับแรงละเพราะไม่มีอะไรมางัดต้านมัน
ไ ม่เหมือนพวกp2mที่วัดที่ยึดใบจานหริอpowertapมันรับแรงจากทั้งซ้ายขวา

กำลังสนของwatteam powerbeatแต่คงอีกนาน
Spin up
Lange
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2672
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ค. 2012, 12:10
team: The_Lange
Bike: Sprint SL
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย Lange »

nextstep เขียน:ดูตัวนี้ด้วยมั้ยครับ
http://www.stagescycling.com/stagespower
sky ใช้ (สปอนเซอร์นะ)
ตัวนี้เคยดูอยู่ราคาในebayแพงไปนิด
ถ้ามีคนนำเข้าคงสอยเพราะใช้กะขาDA9000ได้
Spin up
jimmysatit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 379
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2012, 00:25
Tel: 0819085510
team: OSK 119 / OSK Cycling Club / 347 Cycle Square
Bike: Focus Izalco Max / Red22 / Quarq Power Meter / Vision Metron40

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย jimmysatit »

drkija เขียน:ลืม quarq ไปหรือเปล่าครับพี่หมอลู
ตอนนี้ลดราคาอยู่ ราคาพร้อมจาน sram ประมาณ 40000-50000 ปลายๆแล้วแต่
ค่อนข้างแม่น เสถียร แต่ถ่านก้อนละ 900 บาทแน่ะ ไม่กินมาก สองเดือนเปลี่ยนที
มีวัดรอบขา และความเร็วในตัวเลย ไม่ต้องมีเซ็นเซอร์แบบอื่นอีก
ทนทาน สะดวกดีครับ
พี่ครับ รบกวนสอบถามเรื่องถ่านหน่อยครับ ผมใช้ CR2032 ของ Panasonic เปลี่ยนบ่อย 2-3 อาทิดเปลี่ยนทีครับ ถ่านก้อนละ 900 นี่ของอะไรครับผม
OSK 119
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Powertap​ แบบไหนดี

โพสต์ โดย lucifer »

ลืมนึกถึง Quarq ไป ปัญหาน่าจะคล้ายๆกับ Power2Max ตัวclassic ในเรื่องการใส่และถอดจานหน้า และข้อจำกัดในการเลือกใช้ใบจาน
เรื่องกินถ่าน เพราะใช้ CR-2032 นั้น ไม่น่าจะมีถ่านตัวไหนก้อนละ 900 บาทหรอกครับ ( 90 บาท พิมพ์ 0 เกินป่าว ) เท่าที่ใช้มา CR2032 ของ Maxell แบบแพคซีลสีชมพู ขายปลีกในห้างเซนทรัลแผนกเครื่องไฟฟ้า ล่าสุดก้อนละ 45 บาท ทนที่สุดเท่าที่หามาใช้

Rotor Power LT หลักการเดียวกับ Stage คือ ตัว strain gauge สถิตย์อยู่ที่ขาจานด้านซ้าย เพียงด้านเดียว ก็เลยอนุมาณว่า torque ที่วัดได้จากขาซ้าย x 2 ควรจะเท่ากับ Total torque ที่เกิดกับตัว Spyder จริงๆ ถ้าไม่เอาไปเทียบกับใครแล้ว มันก็เป็นค่าที่ใช้อ้างอิงในการฝึกของตัวเราเองได้ดีไม่แพ้ยี่ห้ออื่นๆนะครับ แถมน้ำหนักน้อยอีกต่างหาก

พวกที่วัดบริเวณcrank หรือ แทนตัว spyder เดิม เช่น Power2Max , Quarq , SRM พวกนี้ตัว strain gauge จะวัด torque ที่เกิดจากขาจานทั้งสองข้าง ที่มากระทำกับตัว strain gauge ซึ่งตามทฤษฎีแล้วก็จะเป็นค่า torque ที่แม่นยำที่สุดสำหรับเอาไปเปรียบเทียบอ้างอิงกันกับคนอื่น เพื่อโม้แข่งกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ส่วนที่วัดแยกซ้ายขวาได้ ทั้งๆที่ตัวstain gauge อยู่ที่ตรงcrank ก็เป็นการวัดโดยการคำนวณ โดยpower meter พวกนี้จะมี cadence sensor อยู่แล้ว ตำแหน่งของ cadence sensor จะทำหน้าที่แทน crank angle sensor เมื่อ strain gauge วัดแรงบิดที่กระทำในช่วง 1 รอบการปั่น ก็จะแบ่งแรงกระทำออกเป็น 2 ส่วน โดยแบ่งเป็นแรงกระทำที่เกิดจากการเหยียบบันไดขวา = แรงข้างขวา กับ แรงกระทำที่เกิดจากเหยีบบันไดซ้าย = แรงข้างซ้าย ซึ่งในความเป็นจริง แรงข้างขวา ก็จะมาจากการเหยียบบันไดขวา + แรงดึงบันไดซ้าย + แรงในการเสือกไสไล่ส่งเพื่อควงบันไดให้ครบรอบวงกลม

อยากรู้อะไรขำๆ ก็ให้ลองปั่นขาเดียวดู เช่น ปั่นขาขวา แล้วดู balance ก็จะพบว่า แรงถีบของขาขวา เป็นสัดส่วนเท่าไหร่กับ แรงดึงของขาขวา ( ค่า % R คือ แรงถีบของขาขวา , ค่า % L คือ แรงดึงของขาขวา ) แล้วสลับไปปั่นขาซ้าย แล้วดูแรงถีบของขาซ้าย เป็นสัดส่วนเท่าไหร่ กับแรงดึงของขาซ้าย แล้วปั่น 2 ข้างพร้อมๆกัน แล้วดูว่า balance เป็นเท่าไหร่ เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ควรจะเสริมแรงดึงของขาข้างใด หรือ เพิ่มแรงถีบของขาข้างใด
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”