ฮื้ยยยย...คิดได้แบบนี้ ก็ช่วยเก็บเงินเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ มันได้เงินครบคนแน่ (ที่พูดแบบนี้บางคนชอบลืม แบบผมงี้สารภาพเลย ไม่มีอาจารย์มัลลิกาช่วยเก็บแถมบางทีช่วยสำรองให้ก่อน ลืมทุกที)Karen Nkk เขียน:
.
.
.
จริงๆแล้วเวลาเก็บตังค์บริจาคเนี่ย รู้สึกสนุกมากค่ะ
เก็บไปพูดเล่นหยอกหัวกันไป
ไม่เคยมานั่งซีเรียสเลย
ดีใจด้วยซ้ำที่ได้มีส่วนช่วยท่านอาจารย์
แต่ก็เอานะ ลองใช้วิธีวางหมวกก่อน
แต่ยังไงก็ตาม ให้อาจารย์มัลลิกา หรือทุกท่าน คิดเอาเรื่องปั่นให้"ตัวเอง"สนุกเป็นหลักในการจัดการตัวเองก่อน
ไอ้เรื่องช่วยบริการคนอื่นหรือบริการแก่ส่วนกลาง ขอให้คิดเป็นเรื่องรอง ให้ถือเป็นหลักการว่าการชวนปั่นของเราเป็นในหลักการ มีการจัดการ"แบบไม่ได้จัดการ"ตามธรรมเนียมการปั่นที่ทำมาเช่นทุกปี แต่จริงๆตอนอยู่หน้างาน สถานะการณ์จริง อันไหนที่ต้องทำ ควรทำยังไง พูดจากัน ปรับกัน
อย่างเดียวที่ไม่อยากทำ ไม่อยากคิด ทั้งๆที่เป็นคนเปิดกระทู้ชวนกันปั่น คือไม่อยากตั้งตนเป็นคนจัดการคิดทุกสิ่งไปล่วงหน้า
ทุกปีที่ชวนปั่น ก็ใช้วิธีปั่นกันแบบชั่งหัว"มัน" แต่ละวันมันลงตัวไปเอง
อยากได้คนร่วมปั่นที่ท่องคาถาติดตัว "ตัวเราไปปั่น ไม่ทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน"
คนจะมาปั่นแบบหน้าใหม่ อยากร่วมปั่น เห็นผมเขียนแบบนี้คงมึน มันปั่นมาได้ไง...ทำมาแล้วสี่ปี บอกเต็มปากชวนกันปั่นแบบไม่มีการจัดการ
ครับแค่...แต่ละคนคิดอย่างนี้เป็นพอครับว่า "ขอแต่ละคนคิดร่วมกัน คือ...อย่าทำสิ่งใดให้คนอื่นเขาเดือดร้อนและรำคาญ" คิดอย่างนี้คาถาเดียว...ครบทุกอย่าง ปั่นจบมีความสุขทุกคน จริงๆชวนปั่นกันแบบนี้ ภาระใครก็ภาระมัน ทำกันเอง


