พี่เหน่งไปเร็วมาก ทีแรกก็ดันช้ามาก วุ้ย
บางช่วงพี่เหน่งไปเร็วจนเหมือนมันไม่มีอะไร จะว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไร จะว่ามีก็มี ยังไงฟระ
เนื่องจากไม่เก่งในการเขียน การถ่ายทอดประสบการณ์ที่เห็นมาก็ตกหล่นไปตามความสามารถ ขออภัยครับ
จะขอเล่าถึงอัธยาศัยของ 2 หนุ่มจีนที่เจอจุดพักเติมน้ำในวันที่4การเดินทาง ช่วงกางเต้นท์ฮวงซุ้ย-เจี้ยนสุ่ย เราแวะซื้อน้ำอัดลมเพิ่มความสดชื่นและขอเสียบปลั๊กชาร์จมือถือ ซึ่งจำเป็นต้องใช้กูเกิ้ลแม้พเพื่อนำทาง อาเจ๊เจ้าของร้านกำลังกินข้าวมีน้ำใจเรียกเราทานข้าวด้วย หาไม่ได้ง่าย ๆ ในเมืองจีนนะผมว่า กับข้าวที่เห็นก็ธรรมดามากผมจำไม่ได้ว่าอะไร เราขอบคุณ เซี่ย เซี่ย ชี้ไม้ชี้มือขอชาร์จไฟ เจ๊ดีใจหาย เห่า เห่า
สองหนุ่มที่มาก่อสร้างแท้งก์เก็บน้ำสำหรับเติมระบบเบรครถบรรทุกที่จุดพักนี้ก็เตร่มาคุยด้วย เริ่มจากมองจักรยานด้วยความสนใจ แรกทีเดียวเราไม่ไว้ใจ ต้องยอมรับผิดในความคับแคบของใจสำหรับตัวผมเอง แต่เพียง3-4ประโยคผมก็พบว่าคนที่ดูไม่น่าไว้ใจนี้ เค้ามีน้ำใจ อัธยาศัยดี และเราไม่สามารถดูแคลนเค้าได้ อย่าตัดสินคนแค่สิ่งที่เห็นหรือจากมุมมองของเราเอง
สองหนุ่ม (หรือแก่คนหนึ่งป่าวหว่า) ชื่อ หวังฮุ่ยคุ (คนอ้วน ๆ หน่อย) และ หลี่หลิ่งจี๋ (คนดูแก่ๆ) ถ้าผมอ่านเสียงผิดขออภัย
เค้าถามเราว่ามาไง ผมบอกว่าซื่อสิงเชอ ผมก็มั่ว ๆ ไปจำผิดจำถูก ชี้ไม้ชี้มือที่จักรยาน
เค้าถามว่าบ้านอยู่ไหน หะแรกผมไม่เข้าใจ แกว่า เจีย ๆ แล้วเขียนตัว เจีย (ภาษาจีน) บนพื้นทราย ผมบอกว่า ฮ่อ หว่อเมินซื่อไท่กั๋วเหริน จินเทียนซือตี้ซื่อเทียน หว่อเมิน ชี้ ๆ ซื่อสิงเชอ ชี้ ๆอีกแล้ว คุนหมิง ชี่ จิ่งหง
หวังฮุ่ยคุเค้าพยักหน้า ยิ้ม ขี้มูกกรัง น่ารักจิงหมอนี่ ถ้าพี่แกจะเช็ดขี้มูกหรือล้างหน้าสักหน่อย (คนจีนชอบสั่งน้ำมูกพรืด ๆ แบบลอยหวือผ่านหน้าเราบ่อย ๆ )
คุยกันนิดหน่อยแหละครับ ก็ขอถ่ายรูป สักพักเหมือนอาเจ๊มาไล่บอกลื้อไปทำงานได้เลี้ยว ไอ่สองตัว
พอเค้ากลับไปทำงานหลังร้าน เรานั่งพักสักครู่ก็จากมา
ดูแล้วเหมือนไม่มีอะไร มิตรภาพเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่การให้ที่ใหญ่หลวงแต่ผมอยากบอกว่าเค้าทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นกับการอยู่ลำพังสองคนในเมืองจีนที่กว้างใหญ่ เค้าอาจไม่รู้ตัวแต่เค้าก็ได้ทำหน้าที่ต้อนรับพวกเราแทนคนจีน
เออ ตาสองคนนี้รู้จักไท่กั๋วด้วยแฮะ สงสัยอาจเพราะเราลงมาใต้มากพอ จนคนพื้นที่นี้พอรู้จักประเทศไทยที่อยู่ถัดลงไปจากลาวได้
เหตุผลที่อยากเล่าถึงสองคนนี้ เค้าไม่ได้ให้อะไรเรา เค้าไม่ได้ช่วยอะไรเรา แต่อารมณ์คนต่างบ้านมาจะหันหน้าไปคุยกะใครก็เดินหนี หรือ ไม่คุยด้วย มาเจอคนที่ยิงภาษาไบ้ คุยกันได้ มันอบอุ่นหัวใจคับ และที่อยากเล่าถึงลงรูปด้วยเพราะแกคะยั้นคะยอให้ถ่ายรูปแกให้ได้ หวังฮุ่ยคุ นี่
หลี่หลิ่งจี๋ และ หวังฮุ่ยคุ มิตรภาพที่ดี ณ จุดเติมน้ำ อีกประสบการณ์ประทับใจเล็ก ๆ ของเรา
หวังฮุ่ยคุ ทำไมผมคุ้นหน้าหมอนี่จังแฮะ
