
พิพิธภัณฑ์ฟ็อกซ์ ที่สำนักงานใหญ่ ของ ฟ็อกซ์ ที่เมืองดิสก์ไดรฟ์ สก๊อตวัลเลย์ ในซานตาครูซ สหรัฐอเมริกา (Disc Drive Scotts Valley, CA USA.)
สายลมที่อบอุ่นพัดผ่านมาในฤดูร้อนของแคลิฟอร์เนียในปีนี้ มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน กับ การเดินทางที่ยาวไกลเกือบ 40 ปี ของนวัตกรรมซับแรงสะเทือนของ Fox Racingshox จากโมโตครอสสู่จักรยานเมาเท่นไบค์ สู่รถกระบะสำหรับแข่งขัน และอื่นๆ สำหรับยานยนต์กีฬากลางแจ้ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา..
ฟ็อกซ์ ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนเรา และสำหรับความรักต่อกีฬาที่เป็นแรงผลักดันให้เราก้าวเดินต่อไป พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง สำหรับระบบกันสะเทือนและช่วงล่างที่ดีเยี่ยมของเรา

แดนร็อบบินส์ (Dan Robbins) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของฟ็อกซ์ แนะนำและต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งสื่อมวลชนกว่า 400 ท่าน ก่อนที่จะเชิญ บ๊อบฟ็อกซ์ (Bob Fox) ขึ้นกล่าวบนโพเดียมที่เตรียมมาพิเศษ ที่ทำขึ้นจากกระบอกโช๊คคาชิม่า ของ ฟอกซ์นั่นเอง.. บ๊อบฟ็อกซ์ พูดถึงการทำงานที่ผ่านมา เขาเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ ที่อู่ซ่อมรถที่ยืมเข้ามาด้วย จนมาถึงวันนี้.. บ๊อบฟ็อกซ์ ถอดแว่นตาแล้วนิ่งอยู่สักพัก ในขณะที่ข้างหลังเขาคือ อาคารขนาดใหญ่ที่มีชื่อของเขาเป็นชื่อของอาคารแห่งนี้

กรรไกรสีทอง ในมือ บ๊อบฟ็อกซ์ ได้ทำงานของมันอย่างดีเยี่ยม ในการตัดริบบิ้นโลโก้ฟอกซ์ เพื่อเป็นการเปิด พิพิธภัณฑ์ฟ็อกซ์ แห่งนี้

เสียงคันเร่งเครื่องยนต์กระหึ่มดังขึ้น แต่ไอเสียจากเครื่องยนต์กลับเป็นกลิ่นน้ำหอมปรับอากาศ

บ๊อบฟ็อกซ์ ได้กล่าวถึงเพื่อนนักกีฬา หลายๆ คน ที่ช่วยกัน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ฟอกซ์ และกล่าวขอบคุณทีมงาน ที่ช่วยกันสร้างจนมีวันนี้ หลายคนยังอยู่กับเราตั้งแต่เราเริ่ม เขากล่าวในขณะที่ตาของเขาเริ่มน้ำตาซึม เป็นปลิ้มและยินดีที่สุด และขอบคุณ..

เมื่อประตูบานคู่เปิดกว้างออก ฝูงชนก็กระตือรือล้นที่จะเข้ามา โดยผ่านล๊อบบี้กว้าง ที่มีจักรยานเมาเท่นไบค์แขวนอยู่ที่ด้านข้าง ผ่านเข้ามาจะเห็นโลโก้ฟ็อกซ์ที่โดดเด่นในสีส้มเดิมๆและโลโก้สีดำใหม่ ซ้อนกันอยู่ และด้านหน้าภาพบ๊อบฟ็อกซ์ ที่มองกลับมาอย่างเยือกเย็นและไม่สะทกสะท้าน กับแว่นตากันแดดสีดำ และบุหรี่ห้อยออกด้านซ้ายของปากของเขา




ผู้คนมากมายในวันนั้น ทั้ง นักกีฬาเอ็กซ์ตรีม นักกีฬาเมาเท่นไบค์ระดับโลก นักโมโตครอส นักแข่งรถ BAJA นักสโนว์โมบิล เจ้าของสถิติโลกที่กระโดดได้ไกลที่สุดในโลกก็มา

รถของบ๊อบฟอกซ์ ที่ใช้ AIR SHOX ในปี 1970

รถโมโตครอสฮอนด้า ที่ใช้ AIRSHOX ขี่โดยมาร์ตี้สมิธ และ รถของเคนท์โฮโวตัน และเขาได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติโมโตครอสวิบากในปี 1977

โลโก้หางหมาจิ้งจอก ถูกใช้เป็นโลโก้บริษัท เริ่มต้นในปี 1978 และฟอกซ์ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันโมโตครอสระดับโลก ในปี 1979

และได้พัฒนาระบบ บายพาสเพิ่มขึ้น และได้สร้างแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการแข่งขันขึ้น

ปี 2001 ฟอกซ์ได้พัฒนาโช๊คสำหรับเมาเท่นไบค์ และเป็นปีเดียวกันกับที่ทางทีซีเอได้ร่วมงานกับฟอกซ์ในปีนี้เช่นกัน

ต่อมา ได้พัฒนาโช๊คหลังสำหรับงานดาวน์ฮิลล์ และโชีคแบบต่างๆ อีกมากมาย

ปี 2009 บ๊อบฟอกซ์ได้รับรางวัล Hall of frame จาก American Motorcycle Heritage Foundation ปี 2010 การใช้เทคนิค Kashima เคลือบแกนโช๊คถูกนำมาใช้ครั้งแรก


ปี 2011 คนอเมริกันคนแรก AARON GWIN ได้เป็นแชมป์โลกจักรยานดาวน์ฮิลล์ และปีนั้น Launchin Levi ก็ได้สร้างสถิติโลก ของการกระโดดด้วยสโนว์โมบิล ได้ไกลถึง 412.6 feet ข้ามผ่าน Embarcadero Bay ในซานดิเอโก้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของ ฟอกซ์ นั่นคือ เรื่องราวของ นักกีฬาเอ็กตรีมจากมินิโซต้า Mike Schultz ที่เสียขาข้างซ้ายไปจากกีฬาสโนว์โมบิลในปี 2008 ห้าสัปดาห์หลังจากที่ผ่านการผ่าตัด เขาและทีม R&D ของฟอกซ์ ได้ร่วมกันสร้างขาข้างซ้ายใหม่ให้เขาด้วยเทคโนโลยีของฟอกซ์ และมันก็ใช้งานได้จริง เขากลับมาแข่งโมโตครอส และสโนว์โมบิลอีกครั้งได้ เรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

จากวันนั้นถึงวันนี้ ของ Fox Racingshox การเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ จากแรงบันดาลใจ และความรักในสิ่งที่ชอบ ขยายสู่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เติบโตและงอกงามขึ้นทุกวัน...
พิพิธภัณฑ์ฟ็อกซ์ จัดแสดงที่สำนักงานใหญ่ ของ ฟ็อกซ์ ที่เมืองดิสก์ไดรฟ์ สก๊อตวัลเลย์ ในซานตาครูซ สหรัฐอเมริกา ว่างๆ แวะไปเยี่ยมชมกันได้นะครับ..
