KHS soft tail ทุกตัว(เหมือนกันหรือเปล่า)เราปรับอย่างไร หมายถึงตรงกระบอกรับแรงด้านหลัง ผมสับสนว่าไขเข้าคือแข็ง หรือ ไขออกแน่ คือผมต้องการให้มันให้ตัวน้อยที่สุดเท่าที่จะปรับได้
ถ้าอธิบายการทำงานให้หน่อยจะดีครับลองค้นแล้วสับสนไปใหญ่
KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum
- met
- ขาประจำ
- โพสต์: 3464
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 13:16
- Tel: 0817119771
- team: Nomad Cyclist , Thai BTC
- Bike: ตัวเล็ก ใจใหญ่
- ตำแหน่ง: bkk
- ติดต่อ:
KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
- ไฟล์แนบ
-
- ตัวนี้หน้าอลู หางโครโม
- 006_resize_resize.jpg (67.75 KiB) เข้าดูแล้ว 655 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย met เมื่อ 05 ก.ย. 2009, 21:53, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- met
- ขาประจำ
- โพสต์: 3464
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 13:16
- Tel: 0817119771
- team: Nomad Cyclist , Thai BTC
- Bike: ตัวเล็ก ใจใหญ่
- ตำแหน่ง: bkk
- ติดต่อ:
-
O'Pern
- ขาประจำ
- โพสต์: 3148
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
- Tel: 081-813-6627
- team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
- Bike: ธนูไฟ
- ตำแหน่ง: Bkk, TH
- ติดต่อ:
Re: KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
ผมใช้ KHS HT ครับ
เข้ามาช่วยตอบขำขำ กลัวเหงา
หากมันหมุนได้สองทาง ก็ลองดูสักทางครับ ผมว่าคุณปั่นแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าหมุนมาถูกทางหรือไม่ หากไม่พอใจก็แค่หมุนกลับ
เข้ามาช่วยตอบขำขำ กลัวเหงา
หากมันหมุนได้สองทาง ก็ลองดูสักทางครับ ผมว่าคุณปั่นแป๊บเดียวก็รู้แล้วว่าหมุนมาถูกทางหรือไม่ หากไม่พอใจก็แค่หมุนกลับ
fear is a mind killer
- handyman
- ขาประจำ
- โพสต์: 262
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 00:16
- Tel: 0866760906
- team: ชมรมจักรยานเทศบาลเมืองบ้านบึง
- Bike: น้องมิ / น้องซัน / น้องออ /น้องไจ
- ตำแหน่ง: ชลบุรี
Re: KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
มีแต่รุ่นสีแดง-ขาวนะ ข้างในเป็น elastomer สีเหลือง(แท่งพลาสติก)ถ้าไม่ต้องการให้ยุบก็ขันตัวหกเหลี่ยมด้านข้าง2ตัว
ให้แน่นก็ไม่ยุบแล้วครับ ส่วนการยุบให้ตัวผมว่าการขันเข้าทำให้กระชับขึ้นครับเพราะตัวที่เราขันเข้าจะไปยันกับแท่งพลาสติก
ทำให้กระชับขึ้นถ้าคลายออกก็เหมือนกับแท่งพลาสติกอยู่อย่างอิสระไม่ได้รับแรงที่ยุบเข้ามา ผิดถูกอย่างไรรอผู้รู้มาตอบอีกทีครับ
ให้แน่นก็ไม่ยุบแล้วครับ ส่วนการยุบให้ตัวผมว่าการขันเข้าทำให้กระชับขึ้นครับเพราะตัวที่เราขันเข้าจะไปยันกับแท่งพลาสติก
ทำให้กระชับขึ้นถ้าคลายออกก็เหมือนกับแท่งพลาสติกอยู่อย่างอิสระไม่ได้รับแรงที่ยุบเข้ามา ผิดถูกอย่างไรรอผู้รู้มาตอบอีกทีครับ
รักบ้านบึง
- met
- ขาประจำ
- โพสต์: 3464
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 13:16
- Tel: 0817119771
- team: Nomad Cyclist , Thai BTC
- Bike: ตัวเล็ก ใจใหญ่
- ตำแหน่ง: bkk
- ติดต่อ:
Re: KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
เดิมทีผมก็คิดว่าขันเข้าจะแข็งขึ้น หรือ ให้ตัวได้ลดลง
แต่หลังจากปรับและลองแล้ว เอ ทำไมจับความต่างไม่ค่อยได้ หรือ สัมผัสผมหยาบเอง
ก็เลยอยากมาถามให้แน่น่ะครับ
พี่ handyman ที่ว่าขันหกเหลี่ยม2ตัวด้านข้างให้แน่นก็ไม่ยุบใช่เหรอครับ ไม่ใช่อะไรผมก็ลองแรงมือด้วยรู้สึกมันแน่นสุดแล้วน่ะครับ แต่ยังให้ตัวได้ราว2-5mm.ครับ
แต่หลังจากปรับและลองแล้ว เอ ทำไมจับความต่างไม่ค่อยได้ หรือ สัมผัสผมหยาบเอง
ก็เลยอยากมาถามให้แน่น่ะครับ
พี่ handyman ที่ว่าขันหกเหลี่ยม2ตัวด้านข้างให้แน่นก็ไม่ยุบใช่เหรอครับ ไม่ใช่อะไรผมก็ลองแรงมือด้วยรู้สึกมันแน่นสุดแล้วน่ะครับ แต่ยังให้ตัวได้ราว2-5mm.ครับ
- handyman
- ขาประจำ
- โพสต์: 262
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2008, 00:16
- Tel: 0866760906
- team: ชมรมจักรยานเทศบาลเมืองบ้านบึง
- Bike: น้องมิ / น้องซัน / น้องออ /น้องไจ
- ตำแหน่ง: ชลบุรี
Re: KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
เอ ! ยังไงซะแล้วแสดงว่าไม่รถผมก็ของท่านน่าจะมีปัญหาซะแล้ว ผมเองก้มีคันเดียวซะด้วย(ยึดของแฟนมา)เพราะของผมปกติไม่ค่อยได้ใช้คันนี้ หรือจะเป็นเพราะ elastomer เสื่อมสภาพก็ไม่รู้ เห็นทางคุณปุ๋ย 0890927222 มีของอยู่หรือไม่ก็ติดต่อที่ อ.สมชาย (ชื่อโพสต์ rockman ในบอร์ดซื้อขาย)แกน่าจะมีข้อมูลมากพอครับ ของผมเองใช้หกเหลี่ยมขันแน่น
ด้านข้างอย่างที่บอกก็ไม่ยุบแล้วครับเพราะมันตึกตักรำคาญครับ
ด้านข้างอย่างที่บอกก็ไม่ยุบแล้วครับเพราะมันตึกตักรำคาญครับ
รักบ้านบึง
- ปูเป้
- ขาประจำ
- โพสต์: 1068
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:29
- Tel: -----------
- team: -----------
- Bike: -----------
- ติดต่อ:
Re: KHS ซอฟต์เทล หางหลังปรับยังไงครับ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 02907&st=1บทสรุป กับการทดสอบ KHS Team SoftTail
รายงานการทดสอบจักรยาน KHS team SoftTail หรือ เจ้า"ควงหัวเสียบ" รุ่นหางอ่อน
รายละเอียดเฟรม
Size S
ผลิตโดย KHS จากโรงงานในไต้หวัน ทำจาก True Temper OX II , heat-treated double butted
ความยาววัดจริง ( เมื่อประกอบกับอุปกรณ์ที่แจ้งไว้ข้างล่าง )
- ท่อล่างรูปหยดน้ำ ( Delta linear down tube )ขนาดค่อนข้างเล็ก วัดความยาวได้ 23.75 นิ้ว
- ท่อบน ลาดลงต่ำ วัดความยาวได้ 20.5 นิ้ว
- ท่อนั่ง วัดความยาว center to center (of top tube ) 12.75นิ้ว , Center to top ( of top tube )13.5นิ้ว , Center to top ( of seat tube ) 15.75นิ้ว
- Head tube วัดความยาวได้ 4.25 นิ้ว
- Stand Over Height 27นิ้ว (วัดในตำแหน่งยืนคร่อม หลังชนกับจมูกอาน )
- ความยาวฐานล้อ วัดจากกึ่งกลางแกนล้อหน้า-หลัง 40 5/8 นิ้ว
มุมวัดจากโรงงาน
- Head tube angle 71 ํ
- Seat tube angle 74 ํ
น้ำหนักเฟรมเปล่า ชั่งจริง ไม่รวมที่รัดหลักอาน เกือบๆ 2.1 กก.
ราคา 8,xxx บาท แล้วแต่เจอกับใคร
ตัวแทน - ฮะฮง
ความรู้สึกเมื่อสัมผัส และเมื่อวัด
วันหนึ่งหลังจากอ่านเรื่อง เจ้าKHS Team SoftTail จากในกระทู้กระดานข่าวของป๋าโน ก็รู้สึกว่าสีสันของมันต้องตากรรมการซะเหลือเกิน เราเองก็มีรถอยู่ 2 คันอยู่แล้ว เจ้านิธิก็เก็บเอาไว้สำหรับงานแข่ง(ซึ่งก็ไม่ค่อยจะฟิตสักเท่าไหร่ อาศัยรถดีช่วยไว้ก่อน อิ อิ อิ ) ส่วนเจ้า DBR ก็ใส่ยางสลิค 1.25 เอามาทำเสือภูเขาทางเรียบ พร้อมกับเฟืองหลังแบบเรียงประชิด 12-22 กะเอาไว้สำหรับทางเรียบจริงๆ ไม่รู้ว่าจะคันไปถึงไหน วันนั้นเองก็เดินไปที่ร้านจักรยานเจ้าประจำที่แสนดีของเรา สายตาอันแสนจะซอกแซกก็ไปเจอเจ้า"ควงหัวเสียบ"หางอ่อน หรือ เจ้า KHS team softtail เข้าอย่างจัง ขนาดเจ้าของร้านเอาหลบไว้หลังตู้โชว์นะ ยังแอบไปเห็นได้ ต่างคนต่างยักคิ้วให้กัน พอเอามายก เอามาชั่ง เอามาวัด บัตรเครดิตก็ถูกยกออกมารูดโดยไม่รั้งรอ ไม่รู้ทำไมมันถึงได้คันอย่างนั้น เฮ้อตามกระแสกับเขาจนได้ อิ อิ อิ โถราคาขนาดนี้ยังซื้อเฟรมอลูมิเนียมบางยี่ห้อไม่ได้ด้วยซ้ำไป
หลังจากใช้เวลาช่วงว่างงาน ( เพราะไม่มีงานเข้ามาให้ทำ , ใกล้เคียงสถานะภาพคนว่างงานเข้าไปทุกที ) บรรจงเอาอะไหล่เก่าของเจ้าDBR ( คู่ซี้เดิมที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ) เอามาเรียงใส่ลงไปในเจ้าควงหัวเสียบ อะไรที่ขาดๆเกินๆก็จัดหามาใหม่ หรือ ไม่ก็แยกออกไปใส่เฟรมเดิมเพื่อเอาไว้ทำทุน
แต่จนแล้วจนรอด ก้อไม่ได้ประกอบให้เสร็จซะที เพราะว่ารอเจ้าgrip shift อยู่ ไม่รู้ไปติดอกติดใจอะไรกับมันนักหนา แต่เดิมไม่เคยนึกอยากจะใช้เลย สงสัยตั้งแต่ใช้กับเจ้านิธิแล้ว ก็เลยติดใจ เลยลืมเจ้าRapid Fire ซี้เก่าไปจนได้ พอดีเมื่อวานนี้เจ้าGrip Shift ที่อยากได้ก็มาถึงจนได้หลังจากรอมาเสียนาน ( ที่ต้องรอนาน ก็เพราะชาวบ้านชาวช่องเขาหันไปคบกับ 9 สปีดกันหมดแล้ว เราเองยังงมงายกับ 8 สปีดอยู่ แถมมีข้อแม้ด้วยว่าเจ้าฝั่งซ้ายมือ ที่เปลี่ยนจานหน้าเนี่ย ต้องหมุนแกร๊กเดียวแล้วเปลี่ยนจานเลยนะ แบบหลายๆแกร๊กประเภท ใบ1-2 ต้องบิดไป 4 กริ๊ก พอมา2-3 ต้องบิดอีก 3 กริ๊ก แล้วจะขึ้นเขาทีต้องหมุนย่อย 7 กริ๊กหละก้อสับสนสับสน ก็เลยต้องรอกันนานหน่อย) หลังจากรอมานาน ไม่เป็นไรมาสายยังดีกว่าไม่มา ก็เลยฉวยโอกาสถานะภาพใกล้เคียงคนว่างงานประกอบซะจนกระทั่งเสร็จจนได้ เล่นเอามือดำไปหมด แถมเจ็บมือจากเจ้า Cable cutter ตัวแสบอีก เพราะว่าเจ้า"ควงหัวเสียบ" มีลีลาการออกแบบทางเดินปลอกสายไว้ได้โหดร้ายนัก โดยเฉพาะก่อนจะเข้าเบรคหลัง และเข้าตีนผีหลัง ต้องตัดแต่งกันนานกว่าจะลงตัว
ผมอาจจะเป็นคนไม่กี่คน ที่ถือตลับเมตรเข้าร้านจักรยาน ดังนั้นรถเราเองเราก็ต้องวัดเช่นกัน ก็เลยเริ่มวัดความยาวของท่อต่างๆดู ก็รู้สึกว่าท่อบนมันยาว 20.5 นิ้วเองแฮะ วัดความยาวตามแนวนอนหรือ Horizontal top tube หรือ Effective top tube แล้วแต่จะเรียกกัน ก็ยาวขึ้นมาอีกหน่อย คือ 21.5 นิ้ว ก็คงต้องร้อง โอ้โฮ จัดว่าไม่ยาวไปนัก เพราะว่าเท่าที่ฟังใครๆว่ามา เจ้า"ควงหัวเสียบ" หรือ KHS มีชื่อเสียงเรื่องท่อบนที่ยาวมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเจ้านิธิ ขนาด 16นิ้ว (ซึ่งวัดจาก center to top, เทียบขนาดแล้ว นิธิควรจะใหญ่กว่าแน่นอน ) ซึ่งจัดว่าเป็นรถที่มีท่อบนสั้นก็มีขนาดเท่ากับ 20.5 นิ้วเท่ากัน แต่ทำไมฐานล้อเจ้า"ควงหัวเสียบ"มันถึงสั้นกว่า
ในตอนแรกเลยนึกว่าท่อบนมันคงจะสั้นเท่ากัน ก็เลยเอาStem 120 mm ลองดู เพราะว่าระยะ ช่วงเอื้อมของผมเวลาใช้เจ้านิธินั้นจะลงตัวที่Stem 120 mm ซึ่งติดมากับรถพอดี ปรากฏว่าพอมาลองกับเจ้า"ควงหัวเสียบ" หลังจากปรับระยะเบาะเดินหน้า ถอยหลังจนกึ่งกลางลูกสะบ้า พอดีกับแกนบันไดแล้ว "อะไรกันวะ" ทำไมช่วงเอื้อมมันยาวกว่าเดิม อย่างรู้สึกได้จริงๆ คราวนี้ความสงสัยก็บังเกิดขึ้น รถคันก็เล็กกว่า วัดแล้วก็พอดีตัวเรา แถมดูแล้วน่าจะเล็กกว่านิดๆด้วย แต่ทำไมstem 120 มม. มันถึงยาวเกินไป ก็เลยลองวัดความยาวท่อล่างดู ฮั่นแน่ ความยาวท่อล่างมันยาวกกว่านี่หว่า แสดงว่าข้อมูลเรื่องมุมของเฟรมที่ได้มาจากแคตาลอคต้องมีอะไรประหลาดแน่นอน
พอเอามันมาจอดเทียบกัน ถึงรู้ว่ามุม head tube ที่วัดจากโรงงานได้ 71 ํ นี่สงสัยมันจะวัดจากชอคหน้าที่มีระยะยุบตัว 100 มม.แหง๋ เลย หรือไม่ก็ยาวกว่านั้นอีก ( อิ อิ อิ ) เพราะว่าพอผมใช้ชอค 63 มม. ( ชอคหน้าตัวเดียวกัน ระยะยุบเท่ากันด้วย ) มุมhead tube มันก็เลยชันกว่าเจ้านิธิแบบน่าเกลียดน่าชังทีเดียว ( นี่ไงทำไมฐานล้อมันถึงได้สั้นนัก ) และมุมSeat tube ก็ชันกว่าเจ้านิธิเสียอีกคงจะกรณีเดียวกับเรื่องของ head tube angle ตอนนี้ก็เลยเริ่มจะถึงบางอ้อแล้วว่าทำไมวัดท่อบนแล้วมันไม่ค่อยจะยาว ก็ท่อนั่งมันชันกว่าชาวบ้านเขานี่ครับ ลองมุมเอียงเท่ากันสิ รับรองได้ว่ายาวกว่าอย่างชัดเจนแน่นอน เรื่องที่ว่าเจ้า"ควงหัวเสียบ"มีท่อบนที่ยาวกว่าชาวบ้านก็ยังเป็นเรื่องจริงอยู่ สุดท้ายความยาวStem จึงมาลงตัวที่ 105 มม
เอาหละเสร็จแล้วก็ต้องลองขี่ดู ความรู้สึกแรก ก็คงเหมือนกับขี่พวกโครโม คือ ไม่ค่อยจะพุ่งปรู๊ดปราดแบบอลูมิเนียม แต่ที่แย่กว่านั้นคือ เจ้า"ควงหัวเสียบ"ตัวนี้มันflex ถ้าจะบรรยายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ มัน"กระพือ" โดยเฉพาะเวลานั่งบนอานนิ่งๆ แล้วเอามือโยกสะบัดแฮนด์ไปมาเร็วๆ จะรู้สึกถึงอาการ"กระพือ"ของครึ่งหน้าของรถเลยได้เลย ลองให้คนกันเองปั่นดู ก็สัมผัสถึงอาการกระพือได้เช่นกัน คือยังไงหละ เคยลองรถที่มันกระพือมาก็ไม่น้อย ขนาดเจ้าGiant Carbon MCM รุ่นประมาณปี 96 - 97 สีออกไปทางน้ำเงิน ซึ่งไม่ใช่เป็นMonocoque แต่ใช้วิธีสวมปลอกอลูมิเนียมอัดกาวทั้งคัน ตัวนั้นก้อจัดว่ากระพือเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เจ้าของเคยเอาDownHill ลงมาจากยอดดอยอินทนนท์ แล้วสังเกตเห็นท่อบนกับท่อล่างมันสะบัดไปมาให้เห็นได้ ( ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจครับ ถ้าช่างสังเกตจะเห็นได้เองแหละ ) เมื่อเทียบกันแล้วอาการกระพือของเจ้า"ควงหัวเสียบ"เนี่ยกินขาดเลยทีเดียว เท่าที่ดูน่าจะมีสาเหตุมาจากท่อล่างที่เล็ก และทำเป็นรูปหยดน้ำ( เอาส่วนแหลมลง ) ซึ่งจะรับแรงในแนวดิ่งได้ดี แต่จะflexในแนวแรงที่มากระทำด้านข้าง , อาการกระพือนี้ถึงจะปรับให้ชอคหลังแข็งสุดแล้วก็ยังคงมีอยู่ดี ( คุณเสือแก่เป็นคนหนึ่งที่ใช้เจ้า"ควงหัวเสียบ"หางอ่อน และก็เคยเล่าอาการนี้ให้ผมฟังตั้งแต่ผมยังไม่ได้ประกอบเฟรมเลย , แบบว่าผมได้เฟรมมาตั้งแต่ยังไม่ปีใหม่ เอามาแช่ไว้ครบ 1 เดือนถึงประกอบเสร็จ )
เอาหละเรื่องกระพือผ่านไป ก็มาดูที่ระบบกันสะเทือนหลังของเจ้าตัวนี้ หลังจากหมุนออกมาดูก็พบว่าเป็นลูกยางUrethane สีฟ้าๆ ลองขี่ดูโดยไม่มีลูกยางตัวนี้ เพื่อดูว่าลำพังChain Stay อย่างเดียวที่ทำหน้าที่เป็นคานและเป็นจุดหมุนจะให้ตัวได้ขนาดไหน อีกอย่างหนึ่งอยากจะรู้เช่นกันว่ามันยุบตัวได้เท่าไหร่กันแน่ เพราะว่าเท่าที่เมืองนอกเขาทดสอบกันมา บอกว่ายุบได้ 3/4 นิ้ว ( ตามสเปคจะ = 1นิ้ว ) แต่อันนั้นเป็น Size L , ก็คงเหมือนกับเรื่ององศาท่อนั่นแหละ เพราะว่าวัดแล้วมันยุบจริงๆก็ได้แค่ 1/2 นิ้วเท่านั้นเอง จะว่าเราน้ำหนักแค่ 60 กก. อาจจะน้อยไปหรือเปล่า ก็ใช่ที่ เพราะว่ายังไงๆมันก็ยุบได้แค่นี้แหละ ก่อนที่บ่าของกระบอกล่างจะชนกับหูยึด เมื่อดูจากรูปของTeam SoftTail size L ตัวกระบอกหลังมันแตกต่างจากSize S ที่มีอยู่จริงๆ เอาหละผ่านไป
คราวนี้ก็ประกอบเจ้าUrethane เข้าไปอย่างเก่า หมุนเกลียวเข้าออกเพื่อปรับความแข็งอ่อนให้พอดีกับเรา จากนั้นก็ลองมาเทียบความรู้สึกกับ Ritchey SoftTail '97 ซึ่งก็ใช้ชอคหน้าตัวเดียวกันกับเจ้าคันนี้ เหอๆๆเฟรมราคาระดับต่ำกว่าหมื่น กลายเป็นเด็กๆไปเลยเมื่อเทียบกับรถHandMade คันละแสน (เหล็กก็คนละเกรดกัน ตัวแกนกระบอกชอคของเจ้าRitchey softtail ก็ทำเป็นชิ้นเดียวกันกับSeat stay (ส่วนบน) ภายในก็เป็นสปริงขด แถมส่วนของกระบอกล่างก็ยังยึดติดกับSeat stay ส่วนล่างอย่างแข็งแรง เท่าที่เคยเปิดออกมาเพื่อทำความสะอาด ออกจะเป็นอะไรที่ยากเอาการทีเดียว ) เจ้าRitchey ไม่มีอาการFlexแบบนั้น จะไปโทษว่าอาการ"กระพือ"เกิดเพราะตัวSeat Stay ไม่เป็นชิ้นเดียวกันคงไม่ได้อีกนั่นแหละ เพราะอาการกระพือมันมาจากส่วนครึ่งหน้าของรถ ส่วนเรื่องการยุบตัวของส่วนหลัง Ritchey ก็ยังทำได้ดีกว่า นุ่มนวลกว่าไม่มีอาการกระดอน ในขณะที่เจ้า"ควงหัวเสียบ"ยุบตัวได้น้อยกว่า ก็เลยสัมผัสอาการกระด้างได้มากกว่า ( เคยมีคนบอกว่า ขี่เมอร์ลินยังนุ่มกว่า ( เอ้าพี่เสือภูเข็นยิ้มแก้มบานหละสิ อิ อิ อิ ) , เอาน่า มาลองของผมก็แล้วกันเถอะ ถึงมันกระด้างกว่าไอ้ฤทธิ์คันละแสน แต่ผมก็ปรับให้มันนุ่มนวลกำลังดี แล้วมันก็ยังนุ่มกว่าHardTail ของยี่ห้อเดียวกับที่เอามาเปรียบมวยแหละ ) หลังจากได้ลองปรับความนุ่มจนพอใจก็มาลองทำ Bunny hob อยู่หลายครั้งอาการท้ายกระแทกแล้วกระดอนไม่แสดงให้เห็นเลย เอาเถอะคุ้มค่าแล้ว
อาการในทางแคบ หักศอกเป็นยังไง เนื่องจากเพิ่งประกอบเสร็จหมาดๆเมื่อเช้าวันนี้ มีเวลาก็แค่เอาไปทดสอบบนถนนขรุขระๆ เพื่อสัมผัสความรู้สึกแบบ"SoftTail" อาการในทางแคบ หักศอกก็เลยต้องทดสอบกันบนระเบียงแทน ระเบียงนี้เป็นระเบียงหน้าห้องพักของผมทางจะวนเป็นรูปสี่เหลี่ยมความกว้างของทาง1.07 เมตร หัวมุมเป็นทางหักศอก ผมเอามาหัดเล่นSingle tract ก็ตรงนี้แหละครับ ก็กะไว้ว่ามันน่าจะเป็นรถที่ไวในทางแคบ เพราะว่าพิจารณาจากมุมท่อHead tube ที่ชันกว่าชาวบ้าน แถมฐานล้อที่ยาวแค่ 40 5/8 นิ้ว ( ผิดกว่ากันแค่ เศษของนิ้วก็รู้สึกได้แล้วครับ ) ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เป็นรถที่ไวในทางแคบพอสมควร แต่ถ้าเทียบกับเจ้านิธิ ซึ่งฐานล้อยาวกว่าเกือบๆครึ่งนิ้วกลับปรากฏว่าให้ความรู้สึกไม่ต่างกัน เหตุผลที่สำคัญเชื่อว่าน่าจะมาจากจุดศูนย์กลางของน้ำหนักที่ตกลงระหว่างล้อ เจ้า"ควงหัวเสียบ"น้ำหนักของผู้ขับขี่จะตกไปด้านหลังมากกว่า จากท่อบนที่ค่อนข้างยาว ( เมื่อทำให้มุมท่อนั่งเอียงเท่ากัน ) ส่วนเจ้านิธินั้น ท่อบนสั้นกว่าจริงๆ รวมไปถึงStem ที่ยาวกว่า + Head tube ที่สั้นกว่า ทำให้น้ำหนักของคนขับขี่ตกลงไปที่ล้อหน้าในสัดส่วนที่มากกว่า แม้จะกลับStem เหมือนกัน มุมStem จะเท่ากัน แต่หน้าของเจ้า นิธิก็ต่ำกว่าอยู่ดี นี่เองครับที่ทำให้ความไวในทางSingle tract ไม่ห่างกัน ทั้งๆที่ช่วงล้อสั้นกว่า แถมการเข้าโค้งในทางโล่ง เจ้านิธิยังให้อาการแบบรถสปอร์ตยุโรป ในขณะที่เจ้าควงหัวเสียบยังไม่เฉียบนัก และต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับอาการ"กระพือ"อีก
สำหรับอาการในภาคสนามแบบถ้ำประทุนคงต้องรอให้มีเวลาเสียก่อนครับ
บทสรุปสำหรับเจ้าKHS team Softtail
- เป็นเฟรมที่ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับคุณภาพ ( อย่าเอาไปเทียบกับRitchey Softtail'97 อย่างที่ผมทำนะครับ มันเอาเปรียบกันเกินไป เหมือนเปรียบมวยคนละรุ่น แล้วเจ้านั้นทำSofttail มาก่อนชาวบ้านเขา ( จำได้ว่าซื้อลิขสิทธิ์จาก Mooze ,สะกดผิดขออภัย) ตอนนี้เลิกทำแล้ว แต่ทำรุ่น Plexus ที่หันมาใช้ Seat stay แอ่นได้และให้ตัวได้ใกล้เคียงกับ Softtail แถมยังยุบได้ 3/4นิ้วเสียอีก เอากะตา Tom Ritchey สิ ) น้ำหนักตัวก็ไม่มากจนน่าเกลียด ผมเองยังทำนน.รวมได้ไม่ถึง 11 กก.เลย
- คนจะใช้ต้องทำใจกับอาการไม่ค่อยจะพุ่งแบบทันอกทันใจ จะให้มันเหมือนกับอลูมิเนียมคงจะไม่ได้หรอกจ้า นี่มันเป็นโครโมลี่นะครับ
- คนจะใช้จะต้องยอมรับกับอาการ"กระพือ" และรับรองว่าจะหงุดหงิดมากเวลายืนโยก โดยเฉพาะคนที่เคยตัวกับเฟรมอลูมิเนียม จึงต้องเรียนรู้วิธีการโยกกันใหม่
- อย่าคาดหวังกับระยะยุบตัวของมันมากไปนัก มันไม่ใช่ full suspension แล้วก็ไม่ได้ยุบตัวได้มากมายเหมือนกับที่หลายๆคนคิด
- เนื่องจากเจ้า"ควงหัวเสียบ"มีลักษณะเฉพาะคือช่วงท่อบนจะยาว ถึงแม้ว่าเมื่อดูแล้วจะเป็นรถsizeเล็ก ก็อย่านึกว่าสูงไม่เกิน 170 ซม แล้วจะขี่Size M ได้สบาย ถึงผมจะมีInseem 31 นิ้ว ซึ่งเวลายืนคร่อมเจ้า"ควงหัวเสียบ"size S แล้วมันโหวงเหวงเหลือเกิน ระยะฟรีเมื่อรวมกับรองเท้ามันปาเข้าไปกว่า 5 นิ้ว ยังลงตัวกับStemที่มีความยาวเพียง 105 มม.เท่านั้น ( ใครจะใช้ยาวกว่านี้ก็ไม่ห้ามนะครับ เพราะว่าอาจจะใช้แฮนด์ยก หรือ ไม่ได้คว่ำStem เหมือนกับผม )
- เนื่องจากท่อบนที่ลาดเทมาก โดยเฉพาะSize S อาจจะทำให้รูปร่างมันดูแปลกๆไปบ้าง แต่ใครที่ใช้รถsizeเล็กจนชิน อาจจะเฉยๆ
รายละเอียดคันที่ทดสอบ
เฟรม_______KHS softtail size S
ชอคหน้า_____RockShox Judy SL' 98 ( 63mm travel )
Stem______ICON ยาว105mm มุมเงย6 ํ แต่กลับStemลง
แฮนด์_______Easton CT2 ( carbon fiber )
Bar end____Avenir รุ่น TIG welding
มือเบรค_____XT'98 ( BL-M739 )
มือเกียร์_____SRAM รุ่นSRT400 ( Rotary grip shift )
ปลอกแฮนด์__YETI
ชุดคอ_______FSA
เบรค_______V-brake XT'98 ( BR-M739 ) + Power modulator ของ Tektro ทั้งหน้าและหลัง
อาน________Ritchey Vector Wing WCS รางไททาเนียม
หลักอาน_____Easton CT2 ( carbon fiber ) 26.8 mm
ที่รัดหลักอาน__ของแถมมากับเฟรม
กระโหลก_____RaceFace Titanium
ชุดจานหน้า___ขาจาน RaceFace LP compact 175mm ,ใบจาน 46-34-22
โซ่_________IG-90 shimano
บันได_______Ritchey Logic Pro , Clipless paddles
สับจานหน้า___XTR'98 ( FD-M950 ) ขนาด 28.6 mm
เฟืองท้าย____XTR'98 ( CS-M950 ) 12-32
ตีนผี_______XTR'98 ( RD-M950 )
ชุดล้อ______ดุมหน้า หลัง XTR'98 , ซี่ล้อ DT , ขอบล้อ Mavic 222
ยาง________ยางนอก Ritchey MudMax HDK ( ขอบเคฟล่า ) 1.9 x 26 "+ FlatAway , ยางใน Vittoria
ชุดปลอกสาย__Shimano
Net Weight = 10.7 กก.( ไม่รวมขากระติก และ ชุดไมล์ ) ( ชั่งจริง โดยตาชั่งสปริงแบบแขวน ที่ได้รับการCalibrated ที่ 10 กก. )
หมายเหตุ
บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น กรุณาอ่านด้วยพิจารณญาณก่อนตัดสินใจเชื่อ
สำหรับผู้ที่ใช้เจ้าKHS team SoftTail ช่วยกรุณาเล่าถึงFeeling ต่างๆด้วยครับ จะได้เป็นข้อมูลให้แก่คนอื่นๆด้วย
By : lucifer [ 25 ม.ค. 43 - 19:38:10 น. ]
ตื่นเช้าได้ปั่นหลาย ตื่นสายได้ปั่นน้อย
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/
https://www.facebook.com/bikeandrunthailand/