Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
----------------------------------------------
การประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะ
"ประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกจักรยานติดรถยนต์ (Bicycle Rack)"
ติดตามผลสรุปที่ได้จากการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ทาง
http://www.thaicyclingclub.org เร็วๆนี้นะครับ
.
----------------------------------------------
การประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความเห็น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะ
"ประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับการบรรทุกจักรยานติดรถยนต์ (Bicycle Rack)"
ติดตามผลสรุปที่ได้จากการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ทาง
http://www.thaicyclingclub.org เร็วๆนี้นะครับ
.
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- PrinceP
- สมาชิก
- โพสต์: 83
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2011, 15:41
- Tel: 0849141594
- team: อิสระ
- Bike: VF-19 Flying Free Red Phoenix [JamisX3]
- TGCAT
- ขาประจำ
- โพสต์: 895
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มี.ค. 2010, 22:23
- Tel: 063-365-2597
- team: ปั่นช้าครับ ไม่รีบ
- Bike: >.Cromoly 2nd Hand.<
- ตำแหน่ง: กทม.
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ยังไงก็ดีกว่าเสียค่าปรับ ปลอดภัยกว่าด้วยครับ
😁😁😁
063-365-2597
063-365-2597
- น้าแดง
- ขาประจำ
- โพสต์: 634
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 21:00
- team: ขี่ป่าไร้สังกัด
- Bike: Ellsworth Cannondale Surly Dahon
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
เยี่ยม...บรรทุกมาเกือบ20ปีแล้ว..ไม่เคยถูกจับ....เพิ่งกระจ่างก็วันนี้แหละ
น้าแดง
น้าแดง
-
ARTO @Slow Motion
- สมาชิก
- โพสต์: 82
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 15:00
- Tel: 0808084xxx
- team: SLOW MOTION
- Bike: Bianchi oltre
- ติดต่อ:
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ไฟท้ายเพิ่มเติมเนี่ย...จะหาได้จากที่ไหน...แล้วมันจะต่อสัญญาณจากชัดไฟเดิมยากไหมครับเนี่ย
SLOW MOTION TEAM /// Not Fast But Never STOP
- GoPee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1621
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2012, 10:58
- Tel: 088-9877957
- Bike: ็Haro Trail 29 inc
- ตำแหน่ง: ประชานิเวศน์3
- ติดต่อ:
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
คงต้องจ้าง บ้านโป่ง, พนัสนิคม ทำให้แล้วเพราะเก่งทำรถพ่วงครับ
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
เมื่อกระแสจักรยานกำลังมาแรงและคนใช้จักรยานกันมากขึ้นทั้งเพื่อนันทนาการและการกีฬา การขนจักรยานโดยแขวนไว้ท้ายรถยนต์หรือเอาขึ้นบนหลังคารถยนต์วิ่งไปบนถนน โดยเฉพาะออกวิ่งไปสู่นอกเมืองหรือบนทางด่วน จึงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้มากขึ้น และบางคนอาจเริ่มมีปัญหาถูกตำรวจจราจรหรือตำรวจทางหลวงปรับหรือจับ อันเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางทางสื่อสาธารณะว่าการกระทำแบบนี้ผิดกฎหมายไทยหรือไม่ อย่างไร
เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและแนวทางออกของสังคมด้วยกัน ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมปรึกษาหารือ เพื่อให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในการหาคำตอบเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ใช้จักรยาน นักวิชาการด้านกฎหมาย บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็น“ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ขนจักรยานติดรถยนต์ (Bicycle Rack)”นี้จำนวนกว่า 25 หน่วยงาน รวม 46 คน รายชื่อหน่วยงานดังกล่าวดูได้ในตารางแนบท้าย
บทสรุปขั้นต้น
จากการประชุม ได้ข้อสรุปขั้นต้นดังต่อไปนี้
มีหน่วยงานและองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 7 องค์กรด้วยกัน เรียงตามลำดับของกระบวนการการทำงานดังนี้
1.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ของกระทรวงอุตสหากรรม (กอ.) เป็นต้นเรื่องของการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม(มอก.) ของจักรยานและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น รางขนหรือแขวน (rack) จักรยาน
2.กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม (คค.) เป็นองค์กรผู้กำหนดและออกกฎเกณฑ์ กติกาตามพรบ.รถยนต์ในการใช้งานร่วม
กันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น แขวนจักรยานบนรถยนต์ได้หรือไม่ อย่างไร
3.กองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งควรต้องแม่นเรื่องกฎหมาย(ซึ่งอาจไม่จริง)
และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จักรยานมากที่สุด และอาจเป็นปัญหาต่อกันมากที่สุด
4.นักธุรกิจและผู้ประกอบการด้านจักรยาน ซึ่งรวมทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้า กลุ่มนี้มีรายได้จากการค้าขาย จึงนับว่าเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์
ทางการเงินมากที่สุด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ
5.นักธุรกิจและผู้ประกอบการด้านรถยนต์ ซึ่งเกี่ยวโยงกับการขน ยึด แขวน รั้งจักรยานบนอุปกรณ์ rack โดยตรง จึงมีส่วนเสริมให้การ
บรรทุกจักรยานบนรถยนต์เป็นไปได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
6.ผู้ใช้จักรยาน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ทั้งในด้านบวกและลบในการบรรทุกจักรยานบนรถยนต์ หากมีอุบัติเหตุใดๆคนกลุ่มนี้
ย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
7.กลุ่ม ชมรม สมาคมจักรยาน ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด เป็นหน่วยงานหรืองค์กรที่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่มวล
สมาชิกได้
ทั้งนี้ ในการดำเนินงาน ทั้งหมดของทุกภาคส่วนควรต้องเน้นที่“ความปลอดภัย”ของทุกคนเป็นหลักใหญ่
เพื่อให้ได้คำตอบที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและแนวทางออกของสังคมด้วยกัน ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยจึงได้ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมปรึกษาหารือ เพื่อให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในการหาคำตอบเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ กลุ่มผู้ใช้จักรยาน นักวิชาการด้านกฎหมาย บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชน เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็น“ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ขนจักรยานติดรถยนต์ (Bicycle Rack)”นี้จำนวนกว่า 25 หน่วยงาน รวม 46 คน รายชื่อหน่วยงานดังกล่าวดูได้ในตารางแนบท้าย
บทสรุปขั้นต้น
จากการประชุม ได้ข้อสรุปขั้นต้นดังต่อไปนี้
มีหน่วยงานและองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ 7 องค์กรด้วยกัน เรียงตามลำดับของกระบวนการการทำงานดังนี้
1.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ของกระทรวงอุตสหากรรม (กอ.) เป็นต้นเรื่องของการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อุตสาหกรรม(มอก.) ของจักรยานและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น รางขนหรือแขวน (rack) จักรยาน
2.กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม (คค.) เป็นองค์กรผู้กำหนดและออกกฎเกณฑ์ กติกาตามพรบ.รถยนต์ในการใช้งานร่วม
กันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น แขวนจักรยานบนรถยนต์ได้หรือไม่ อย่างไร
3.กองบังคับการตำรวจจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งควรต้องแม่นเรื่องกฎหมาย(ซึ่งอาจไม่จริง)
และเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้จักรยานมากที่สุด และอาจเป็นปัญหาต่อกันมากที่สุด
4.นักธุรกิจและผู้ประกอบการด้านจักรยาน ซึ่งรวมทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้า กลุ่มนี้มีรายได้จากการค้าขาย จึงนับว่าเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์
ทางการเงินมากที่สุด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ
5.นักธุรกิจและผู้ประกอบการด้านรถยนต์ ซึ่งเกี่ยวโยงกับการขน ยึด แขวน รั้งจักรยานบนอุปกรณ์ rack โดยตรง จึงมีส่วนเสริมให้การ
บรรทุกจักรยานบนรถยนต์เป็นไปได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
6.ผู้ใช้จักรยาน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ทั้งในด้านบวกและลบในการบรรทุกจักรยานบนรถยนต์ หากมีอุบัติเหตุใดๆคนกลุ่มนี้
ย่อมต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
7.กลุ่ม ชมรม สมาคมจักรยาน ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด เป็นหน่วยงานหรืองค์กรที่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่มวล
สมาชิกได้
ทั้งนี้ ในการดำเนินงาน ทั้งหมดของทุกภาคส่วนควรต้องเน้นที่“ความปลอดภัย”ของทุกคนเป็นหลักใหญ่
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ทางแก้ไข
การบรรทุกจักรยานที่ท้ายรถยนต์หรือบนหลังคารถยนต์ สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่มีเงื่อนไข
ดังนี้
1. ตัวจักรยานต้องกว้างไม่เกินความกว้างของตัวรถยนต์(1)ซึ่งน่าจะรวมความไปถึงกระจกมองข้างด้วย ความยาวของส่วนยื่นเกินท้าย
รถยนต์ต้องไม่เกิน 2.50ม.(ซึ่งปกติก็ไม่เป็นปัญหาในการบรรทุกจักรยานอยู่แล้ว) ความสูงนับถึงยอดจักรยานเมื่อแขวนยึดไว้บนหลังคา
รถยนต์ต้องไม่เกิน 3.00เมตรจากพื้น (ซึ่งปกติก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับรถยนต์ทั่วไปอยู่แล้ว) แต่ถ้าตัวรถยนต์กว่ากว้าง 2.30 เมตร(ซึ่งกว้าง
กว่ารถเก๋งธรรมดา) ความสูงนี้จะเพิ่มขึ้นได้เป็นไม่เกิน 3.80 เมตร แต่ปัจจุบันได้แก้ไขปรับปรุงเป็น 4.00 เมตร(2)
อย่างไรก็ตามสำหรับรถยนต์ SUV และรถตู้ที่ปกติความกว้างของตัวรถไม่เกิน 2.30 เมตร ก็อาจมีปัญหาที่เมื่อบรรทุกจักรยานบนหลังคา
แล้วอาจผิดกฎหมายเพราะยอดสูงเกิน 3.80 เมตร หรือ 4.00 เมตรจากพื้นได้
2. ต้องมีการจับยึดอย่างแข็งแรง มีการป้องกันไม่ให้สิ่งของรวมทั้งจักรยานหลุดออกจากรถยนต์
3. ไม่บดบังทัศนะวิสัยในการขับขี่
4. ในเวลากลางวันให้มีธงแดงติดไว้ตอนปลายสุดของส่วนที่ยื่น และในเวลากลางคืนต้องมีแสงสว่างสีแดง ซึ่งต้องมองเห็นได้ชัดแจ้งใน
ระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร(3)
[1]รถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 21 อนุมาตรา (3 ทวิ) คือ “ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลได้” ซึ่งสามารถ บรรทุกได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 ออกตามความใน พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ข้อ 1 (1) ความกว้างไม่เกินความกว้างของตัวรถ (2) (ก) ในกรณีที่เป็นรถยนต์ด้านหน้ายื่นไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถได้ไม่เกิน 2.50 เมตร (3) (ก) ในกรณีที่เป็นรถบรรทุก รถม้าสี่ล้อบรรทุกของหรือเกวียน ให้บรรทุกสูงไม่เกิน 3.00 เมตร จากพื้นทาง เว้นแต่รถบรรทุกที่มีความกว้างของรถเกิน 2.3 เมตรให้บรรทุกสูงไม่เกิน 3.80 เมตรจากพื้นทาง
[2]มีประเด็นเพิ่มเติมในที่ประชุมในเรื่องข้อกำหนดของความสูงว่าเป็น 4.00 เมตร ซึ่งทางชมรมฯได้ตรวจสอบแล้วได้ข้อเท็จจริงจากกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 20 (พ.ศ.2550) ปรับปรุงเมื่อ 21 มิถุนายน 2550 ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ที่มา: http://law.longdo.com/law/288/sub16420#_ftn1)
[3]พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 หมวด 2 การใช้ไฟหรือสัญญาณของรถ มาตรา 15
อนึ่ง ณ ตรงนี้ มีข้อสังเกตว่า
1.ณ ปัจจุบันการบรรทุกจักรยานบนที่แขวนฯหรือขารองรับจักรยาน แล้วส่วนหนึ่งของจักรยานยื่นออกนอกด้านข้างของตัวรถยนต์เป็นการ
ผิดกฎหมายไทย ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียอนุญาตให้ยื่นออกด้านข้างรถยนต์ได้ข้างละ 0.15 เมตร หรือ 15 เซนติเมตร
2.หากแขวนจักรยานไว้ไม่แน่นหนาหรืออย่างแน่นหนาแล้วก็ตาม แต่ขณะใช้งานวิ่งไปบนถนนแล้วเกิดการหลุดหลวม ทำให้จักรยานหรือชิ้น
ส่วนใดๆหลุดออกมาเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ผู้ขับรถยนต์ที่บรรทุกจักรยานนั้นต้องรับผิดชอบความเสียหายในเชิงกฎหมายแพ่งและพานิชย์
3.สำหรับการขนจักรยานไว้ท้ายรถยนต์โดยยึดกับกระโปรงท้ายนั้น รถยนต์บางรุ่นไม่ได้ออกแบบให้รับแรงกระชากดึงจากสายรัดที่กระโปรง
ท้ายนั้น จึงอาจมีปัญหาหลุดออกจากกระโปรงได้ ในขณะที่ต่างประเทศจะบ่งว่ารถรุ่นใดสามารถติดขายึดแขวนจักรยานที่กระโปรงท้าย
ได้ รุ่นใดไม่ได้ ซึ่งควรมีการปรึกษาหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อที่จะออกแบบรถยนต์และแจ้งข้อมูลแก่ลูกค้าว่ารถที่
ผลิตในไทยรุ่นใดใช้งานสำหรับการนี้ได้ หรือไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะซื้อรถยนต์ได้
4.ไม่ควรกำหนดให้อุปกรณ์ขนหรือแขวนจักรยาน (bike rack) เป็นอุปกรณ์ส่วนควบของรถยนต์ เพราะจะเป็นภาระในการจดทะเบียนและ
ต่อทะเบียนรถยนต์ประจำปีของเจ้าของรถยนต์และจักรยานเกินความจำเป็น
การบรรทุกจักรยานที่ท้ายรถยนต์หรือบนหลังคารถยนต์ สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย แต่มีเงื่อนไข
ดังนี้
1. ตัวจักรยานต้องกว้างไม่เกินความกว้างของตัวรถยนต์(1)ซึ่งน่าจะรวมความไปถึงกระจกมองข้างด้วย ความยาวของส่วนยื่นเกินท้าย
รถยนต์ต้องไม่เกิน 2.50ม.(ซึ่งปกติก็ไม่เป็นปัญหาในการบรรทุกจักรยานอยู่แล้ว) ความสูงนับถึงยอดจักรยานเมื่อแขวนยึดไว้บนหลังคา
รถยนต์ต้องไม่เกิน 3.00เมตรจากพื้น (ซึ่งปกติก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับรถยนต์ทั่วไปอยู่แล้ว) แต่ถ้าตัวรถยนต์กว่ากว้าง 2.30 เมตร(ซึ่งกว้าง
กว่ารถเก๋งธรรมดา) ความสูงนี้จะเพิ่มขึ้นได้เป็นไม่เกิน 3.80 เมตร แต่ปัจจุบันได้แก้ไขปรับปรุงเป็น 4.00 เมตร(2)
อย่างไรก็ตามสำหรับรถยนต์ SUV และรถตู้ที่ปกติความกว้างของตัวรถไม่เกิน 2.30 เมตร ก็อาจมีปัญหาที่เมื่อบรรทุกจักรยานบนหลังคา
แล้วอาจผิดกฎหมายเพราะยอดสูงเกิน 3.80 เมตร หรือ 4.00 เมตรจากพื้นได้
2. ต้องมีการจับยึดอย่างแข็งแรง มีการป้องกันไม่ให้สิ่งของรวมทั้งจักรยานหลุดออกจากรถยนต์
3. ไม่บดบังทัศนะวิสัยในการขับขี่
4. ในเวลากลางวันให้มีธงแดงติดไว้ตอนปลายสุดของส่วนที่ยื่น และในเวลากลางคืนต้องมีแสงสว่างสีแดง ซึ่งต้องมองเห็นได้ชัดแจ้งใน
ระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร(3)
[1]รถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 21 อนุมาตรา (3 ทวิ) คือ “ใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล เป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลได้” ซึ่งสามารถ บรรทุกได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 12 ออกตามความใน พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ข้อ 1 (1) ความกว้างไม่เกินความกว้างของตัวรถ (2) (ก) ในกรณีที่เป็นรถยนต์ด้านหน้ายื่นไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถได้ไม่เกิน 2.50 เมตร (3) (ก) ในกรณีที่เป็นรถบรรทุก รถม้าสี่ล้อบรรทุกของหรือเกวียน ให้บรรทุกสูงไม่เกิน 3.00 เมตร จากพื้นทาง เว้นแต่รถบรรทุกที่มีความกว้างของรถเกิน 2.3 เมตรให้บรรทุกสูงไม่เกิน 3.80 เมตรจากพื้นทาง
[2]มีประเด็นเพิ่มเติมในที่ประชุมในเรื่องข้อกำหนดของความสูงว่าเป็น 4.00 เมตร ซึ่งทางชมรมฯได้ตรวจสอบแล้วได้ข้อเท็จจริงจากกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 20 (พ.ศ.2550) ปรับปรุงเมื่อ 21 มิถุนายน 2550 ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 (ที่มา: http://law.longdo.com/law/288/sub16420#_ftn1)
[3]พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 หมวด 2 การใช้ไฟหรือสัญญาณของรถ มาตรา 15
อนึ่ง ณ ตรงนี้ มีข้อสังเกตว่า
1.ณ ปัจจุบันการบรรทุกจักรยานบนที่แขวนฯหรือขารองรับจักรยาน แล้วส่วนหนึ่งของจักรยานยื่นออกนอกด้านข้างของตัวรถยนต์เป็นการ
ผิดกฎหมายไทย ในขณะที่ประเทศออสเตรเลียอนุญาตให้ยื่นออกด้านข้างรถยนต์ได้ข้างละ 0.15 เมตร หรือ 15 เซนติเมตร
2.หากแขวนจักรยานไว้ไม่แน่นหนาหรืออย่างแน่นหนาแล้วก็ตาม แต่ขณะใช้งานวิ่งไปบนถนนแล้วเกิดการหลุดหลวม ทำให้จักรยานหรือชิ้น
ส่วนใดๆหลุดออกมาเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ผู้ขับรถยนต์ที่บรรทุกจักรยานนั้นต้องรับผิดชอบความเสียหายในเชิงกฎหมายแพ่งและพานิชย์
3.สำหรับการขนจักรยานไว้ท้ายรถยนต์โดยยึดกับกระโปรงท้ายนั้น รถยนต์บางรุ่นไม่ได้ออกแบบให้รับแรงกระชากดึงจากสายรัดที่กระโปรง
ท้ายนั้น จึงอาจมีปัญหาหลุดออกจากกระโปรงได้ ในขณะที่ต่างประเทศจะบ่งว่ารถรุ่นใดสามารถติดขายึดแขวนจักรยานที่กระโปรงท้าย
ได้ รุ่นใดไม่ได้ ซึ่งควรมีการปรึกษาหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อที่จะออกแบบรถยนต์และแจ้งข้อมูลแก่ลูกค้าว่ารถที่
ผลิตในไทยรุ่นใดใช้งานสำหรับการนี้ได้ หรือไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะซื้อรถยนต์ได้
4.ไม่ควรกำหนดให้อุปกรณ์ขนหรือแขวนจักรยาน (bike rack) เป็นอุปกรณ์ส่วนควบของรถยนต์ เพราะจะเป็นภาระในการจดทะเบียนและ
ต่อทะเบียนรถยนต์ประจำปีของเจ้าของรถยนต์และจักรยานเกินความจำเป็น
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ทางแก้ไข
กรณีบรรทุกจักรยานบนรถยนต์แล้วอาจมีส่วนของจักรยานยื่นล้ำเลยด้านข้างของตัวรถยนต์(ซึ่งผิดกฎหมาย) มีแนวทางแก้ไข ณ ขณะนี้ คือ
1.แนวทางที่ปฏิบัติได้ในทันที คือ ถอดล้อหน้าโดยเฉพาะล้อขนาด 28 และ 29 นิ้วในกรณีแขวนจักรยานไว้ท้าย
รถยนต์ หรือจัดวางเรียงจักรยานให้ดีกรณีบรรทุกไว้บนหลังคา เพื่อไม่ให้มีส่วนยื่นล้ำออกไปจากความกว้างของ
ตัวรถยนต์
2.เสนอเรื่องถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอผ่อนผัน ไม่ให้จับกุมผู้บรรทุกจักรยานที่มีส่วนของจักรยานยื่นล้ำ
เกินความกว้างของตัวรถเป็นเวลาระยะเวลาหนึ่ง(อาจจะมากกว่า 1 ปี) ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกของสตช. ใน
การส่งเสริมการใช้จักรยานให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และในระหว่างนั้นชมรมฯควรศึกษาด้านความ
ปลอดภัยว่ามีอุบัติเหตุจากการยื่นล้ำนี้หรือไม่ หากพบว่าปลอดภัยดีก็ให้ขอผ่อนผันตลอดไป หรือขอปรับแก้
กม.ให้สามารถยื่นออกด้านข้างตัวถังรถยนต์ได้ เช่น ไม่เกิน 15 เซนติเมตร ตามอย่างประเทศออสเตรเลีย
“กฎหมายว่าด้วยจักรยานของรัฐ New South Wales”ของประเทศออสเตรเลีย, 10 ส.ค.2012 รายละเอียดดู
ได้ที่tcc link http://www.thaicyclingclub.org/multimed ... etail/2137
หมายเหตุ:
(1) ต้องศึกษาเกณฑ์การออกแบบที่จอดรถในประเทศไทยด้วย ว่าสามารถทำให้ใช้งานได้จริงได้อย่างไร เพราะที่จอดรถในอาคารไทยมีระยะ
สูงเพียง 2.10 เมตรตามกฎหมายไทย ซึ่งต่ำกว่า 3 หรือ 4 เมตร ที่กฎหมายกรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ติดตั้งจักรยานไว้บนหลังคา
ได้ แต่กรณีนี้รถบรรทุกจักรยานอาจเข้าอาคารไม่ได้ เพราะอาจติดหลังคาที่จอดรถ
(2) ต้องศึกษาความกว้างของที่จอดรถของไทยด้วย เพราะอาจแคบกว่าของต่างประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงการนำรถยนต์เข้าจอดในที่จอดอาจมี
ปัญหาเฉี่ยวชนกับรถด้านข้างหรือเสาอาคารได้
กรณีบรรทุกจักรยานบนรถยนต์แล้วอาจมีส่วนของจักรยานยื่นล้ำเลยด้านข้างของตัวรถยนต์(ซึ่งผิดกฎหมาย) มีแนวทางแก้ไข ณ ขณะนี้ คือ
1.แนวทางที่ปฏิบัติได้ในทันที คือ ถอดล้อหน้าโดยเฉพาะล้อขนาด 28 และ 29 นิ้วในกรณีแขวนจักรยานไว้ท้าย
รถยนต์ หรือจัดวางเรียงจักรยานให้ดีกรณีบรรทุกไว้บนหลังคา เพื่อไม่ให้มีส่วนยื่นล้ำออกไปจากความกว้างของ
ตัวรถยนต์
2.เสนอเรื่องถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอผ่อนผัน ไม่ให้จับกุมผู้บรรทุกจักรยานที่มีส่วนของจักรยานยื่นล้ำ
เกินความกว้างของตัวรถเป็นเวลาระยะเวลาหนึ่ง(อาจจะมากกว่า 1 ปี) ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงออกของสตช. ใน
การส่งเสริมการใช้จักรยานให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และในระหว่างนั้นชมรมฯควรศึกษาด้านความ
ปลอดภัยว่ามีอุบัติเหตุจากการยื่นล้ำนี้หรือไม่ หากพบว่าปลอดภัยดีก็ให้ขอผ่อนผันตลอดไป หรือขอปรับแก้
กม.ให้สามารถยื่นออกด้านข้างตัวถังรถยนต์ได้ เช่น ไม่เกิน 15 เซนติเมตร ตามอย่างประเทศออสเตรเลีย
“กฎหมายว่าด้วยจักรยานของรัฐ New South Wales”ของประเทศออสเตรเลีย, 10 ส.ค.2012 รายละเอียดดู
ได้ที่tcc link http://www.thaicyclingclub.org/multimed ... etail/2137
หมายเหตุ:
(1) ต้องศึกษาเกณฑ์การออกแบบที่จอดรถในประเทศไทยด้วย ว่าสามารถทำให้ใช้งานได้จริงได้อย่างไร เพราะที่จอดรถในอาคารไทยมีระยะ
สูงเพียง 2.10 เมตรตามกฎหมายไทย ซึ่งต่ำกว่า 3 หรือ 4 เมตร ที่กฎหมายกรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ติดตั้งจักรยานไว้บนหลังคา
ได้ แต่กรณีนี้รถบรรทุกจักรยานอาจเข้าอาคารไม่ได้ เพราะอาจติดหลังคาที่จอดรถ
(2) ต้องศึกษาความกว้างของที่จอดรถของไทยด้วย เพราะอาจแคบกว่าของต่างประเทศ ซึ่งนั่นหมายถึงการนำรถยนต์เข้าจอดในที่จอดอาจมี
ปัญหาเฉี่ยวชนกับรถด้านข้างหรือเสาอาคารได้
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ข้อคิดจากภาคี
ผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นทั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์ในประเทศและบริษัทนำเข้าจากต่างประเทศ ได้ชี้แจงว่าสามารถนำเข้าอุปกรณ์หรือผลิตให้ได้มาตรฐานสากลได้ เพราะมีการออกแบบและผลิตตามหลักวิศวกรรมอยู่แล้ว นอกจากนี้อุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศก็ผ่านการทดสอบบนรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 190 กม./ชม.และได้รับการรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับหรือรู้จักจากฝ่ายดูแลกฎหมายของบ้านเรา ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ต้องมีการหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้มีข้อสังเกตจากที่ประชุมว่า การรับรองคุณภาพสินค้าจากต่างประเทศกับในประเทศเป็นคนละบริบทกันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมและการใช้งานในต่างประเทศและในประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) สำหรับอุปกรณ์แขวนจักรยานนี้เพื่อสะดวกแก่การอ้างอิง และเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีจุดอ้างอิงและสามารถผลิตออกมาจำหน่ายได้ ซึ่งในอนาคตอาจส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน ทั้งนี้มีผู้เสนอให้ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตรวจรับรอง(certify) อุปกรณ์เหล่านี้ด้วย
ส่วนในมุมมองจากนักวิชาการด้านกฎหมายเห็นว่าไม่ควรให้มีโอกาสการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย จึงต้องกำหนดกติกาใช้ร่วมกันอย่างชัดเจนที่สุด และการใช้ดุลยพินิจของผู้รักษากฎหมาย(หากมี)ก็ต้องเป็นสิ่งที่สามารถวัดได้ เช่น การใช้ดุลยพินิจเรื่องอุปกรณ์จับยึดที่มีความแข็งแรงปลอดภัยนั้น จะพิจารณาได้อย่างไรว่าแข็งแรงปลอดภัยจริง ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงและแลกเปลี่ยนกันต่อไป รวมทั้งเสนอทางออกว่าต้องทำให้เป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ตอบได้ไม่หมด
การประชุมครั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้คำตอบครบทุกข้อ เช่น การเสนอให้แก้กฎกระทรวงควรมีส่วนใดบ้าง การที่แขวนจักรยานไว้ท้ายรถยนต์แล้วบังป้ายทะเบียน ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรก จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยแบบต่างประเทศหรือไม่ ฯลฯ ดูลิงค์ http://www.thaicyclingclub.org/multimed ... etail/2137 แต่อย่างน้อยการที่คนที่มีใจรักจักรยานและต้องการให้สังคมผู้ใช้จักรยานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ชมรมฯก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จขั้นต้นที่จะนำไปสู่แรงขับเคลื่อนในการผลักดันให้บ้านเราเป็นเมืองจักรยานต่อไป
ผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นทั้งเจ้าของผลิตภัณฑ์ในประเทศและบริษัทนำเข้าจากต่างประเทศ ได้ชี้แจงว่าสามารถนำเข้าอุปกรณ์หรือผลิตให้ได้มาตรฐานสากลได้ เพราะมีการออกแบบและผลิตตามหลักวิศวกรรมอยู่แล้ว นอกจากนี้อุปกรณ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศก็ผ่านการทดสอบบนรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 190 กม./ชม.และได้รับการรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับหรือรู้จักจากฝ่ายดูแลกฎหมายของบ้านเรา ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ต้องมีการหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้มีข้อสังเกตจากที่ประชุมว่า การรับรองคุณภาพสินค้าจากต่างประเทศกับในประเทศเป็นคนละบริบทกันเนื่องจากสภาวะแวดล้อมและการใช้งานในต่างประเทศและในประเทศไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) สำหรับอุปกรณ์แขวนจักรยานนี้เพื่อสะดวกแก่การอ้างอิง และเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีจุดอ้างอิงและสามารถผลิตออกมาจำหน่ายได้ ซึ่งในอนาคตอาจส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มอาเซียน ทั้งนี้มีผู้เสนอให้ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตรวจรับรอง(certify) อุปกรณ์เหล่านี้ด้วย
ส่วนในมุมมองจากนักวิชาการด้านกฎหมายเห็นว่าไม่ควรให้มีโอกาสการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมาย จึงต้องกำหนดกติกาใช้ร่วมกันอย่างชัดเจนที่สุด และการใช้ดุลยพินิจของผู้รักษากฎหมาย(หากมี)ก็ต้องเป็นสิ่งที่สามารถวัดได้ เช่น การใช้ดุลยพินิจเรื่องอุปกรณ์จับยึดที่มีความแข็งแรงปลอดภัยนั้น จะพิจารณาได้อย่างไรว่าแข็งแรงปลอดภัยจริง ซึ่งเรื่องนี้คงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงและแลกเปลี่ยนกันต่อไป รวมทั้งเสนอทางออกว่าต้องทำให้เป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานเดียวกันหรือไม่
ตอบได้ไม่หมด
การประชุมครั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้คำตอบครบทุกข้อ เช่น การเสนอให้แก้กฎกระทรวงควรมีส่วนใดบ้าง การที่แขวนจักรยานไว้ท้ายรถยนต์แล้วบังป้ายทะเบียน ไฟเลี้ยว ไฟท้าย ไฟเบรก จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมเพื่อความปลอดภัยแบบต่างประเทศหรือไม่ ฯลฯ ดูลิงค์ http://www.thaicyclingclub.org/multimed ... etail/2137 แต่อย่างน้อยการที่คนที่มีใจรักจักรยานและต้องการให้สังคมผู้ใช้จักรยานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ชมรมฯก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จขั้นต้นที่จะนำไปสู่แรงขับเคลื่อนในการผลักดันให้บ้านเราเป็นเมืองจักรยานต่อไป
-
ThaNanSak
- ขาประจำ
- โพสต์: 1218
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2012, 15:04
- Tel: 0869637278
- team: No
- Bike: Giant XTC 29er
- ตำแหน่ง: 635 หมู่ 1 ถ. บ้านหน้าควนลัง-บ้านพรุ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90114
-
ชานล เพ็ชรฉ่ำ
- ขาประจำ
- โพสต์: 788
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2014, 15:53
- Tel: 0864953011
- team: TC 100 TC Randonnuers
- Bike: Tandem หมอบ ภูเขา
- ตำแหน่ง: สัตหีบ ชลบุรี
- ติดต่อ:
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
ตามดูครับ อาจจะมีข้อมูลมากกว่านี้
เรื่องความเป็นไปของชีวิตที่ผ่านมา
กว่าราชการจะเข้าใจได้ (ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่เข้าใจ)
ต้องมีอะไรกระแทกให้มีเรื่องก่อนนั่นแหละ เข้าใจ แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป
เรื่องความเป็นไปของชีวิตที่ผ่านมา
กว่าราชการจะเข้าใจได้ (ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่เข้าใจ)
ต้องมีอะไรกระแทกให้มีเรื่องก่อนนั่นแหละ เข้าใจ แล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป
กำลังกายที่แข็งแรง นำให้เกิดปัญญาและความเพียร
จากหนังสือ "พระมหาชนก"
ชานล เพ็ชรฉ่ำ
จากหนังสือ "พระมหาชนก"
ชานล เพ็ชรฉ่ำ
-
บุญศรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 1203
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2011, 12:54
- Tel: 0850268244
- team: อบลราชธานี
- Bike: trek 3900
- ตำแหน่ง: อุบลราชธานี
- ติดต่อ:
Re: Bicycle rack บรรทุกจักรยานอย่างไรให้ถูกกฎหมาย
รบกวนนิดหนึ่งครับ...
ผมเห็นรถพ่วงเรือ ...
...รถแทรกเตอร์ (บ้างบริษัท) ไม่มีไฟท้าย ป้ายทะเบียน ยังวิ่งกันได้ครับ
ผมเห็นรถพ่วงเรือ ...
...รถแทรกเตอร์ (บ้างบริษัท) ไม่มีไฟท้าย ป้ายทะเบียน ยังวิ่งกันได้ครับ
หนทางหมื่นลี้ เริ่มจากก้าวแรก กำแพงเมืองจีน ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
-
adoondej pettonglang
- ขาประจำ
- โพสต์: 145
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2012, 23:38
- Bike: specialized,trek
-
pomamway
- ขาประจำ
- โพสต์: 1290
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2010, 11:58
- Tel: 0951953598
- team: อิเรคเขะขะ
- Bike: GT LTS-4,Carbon,GT Force X carbon 27.5 Spe Allez
- ติดต่อ: