ขอบคุณหลายครับอ้าย ^^E21FGZ เขียน: ขอเกาะ ซี่ลวดไปน่ำแน เด้อนอ้ง![]()
ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ยินดีครับ มีโอกาส ออกไปลุยเมื่อไหร่ อย่าลืมกลับมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ : Dton_tinakorn เขียน:เด็กหนุ่ม ลุยเดี๋ยว ใจล้วนๆ ขอติดตามครับ น้องไกด์
ผมชื่อไกด์ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ^^
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
แอร๊ยย!! สวัสดีครับพี่กลอฟ 555ggg เขียน:ติดตามชมด้วย
เสียดายไม่อยู่รอรับที่จำปาลาว
ไว้ทริปหน้าไปปั่นด้วยกันนะ![]()
![]()
ทริปหน้ามีโอกาสจะไปปั่นด้วยครับ ^^
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ขอบคุณครับ ทุกคนมีความฝัน มีความสุขและความทุกข์แตกต่างกันไปWit Taa เขียน:รอติดตามด้วยครับ
ใช้ชีวิตคุ้มๆจริงครับ
แต่ทุกอย่างเกือบทั้งหมด ผมว่าเราเป็นคนตัดสินใจเลือกมันเอง
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับพี่ ผมชื่อไกด์ครับ ^^
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ขอบคุณนะครับ สนุกมากๆ ทริปหน้าอยากไปปั่นที่อินเดียครับ ^^pullop เขียน:ยินดีด้วยครับสำหรับคนหนุ่ม..ที่สนใจการท่องเที่ยวแบบการปั่นจักรยาน...ที่กล้าตัดสินใจปั่นเดี่ยวในต่างแดน..คงได้อะไรหลาย ๆ อย่าง นะครับ
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ไม่หรอกครับ ทุกคนทำได้เหมือนกัน ผมชื่อไกด์ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ^^เสือหงอย เขียน:เก่งมาก
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
แบ่งผมกินบ้างสิครับ นั่งพิมพ์ไปก็หิวไป 555pukpick เขียน:![]()
![]()
ซื้อถั่วต้มมารอชมครับ
![]()
![]()
ผมชื่อไกด์ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ^^
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)

หลังตักบารตเช้าที่ศาลาวัด..
(คุณลุงคนหนึ่งที่มาทำบุญที่วัดแบ่งกระติ๊บข้าวเหนียวให้ไปใส่บาตร ส่วนคุณลุงอีกคนแบ่งดอกลีลาวดีกับเทียนให้จุดบนฝาปินโต
ตอนสวดมนต์ด้วย)
..สวดมนต์ เช้าถวายภัตรหารเช้า รีบศีลรับพรเสร็จแล้ว..
ผมยังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่พึ่งผ่านมาไปไม่หาย "ทุกการเดินทางมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเสมอ ไม่เว้นแม้แต่การปั่นจักรยาน!!"
ถ้าไม่ได้อ้ายพงกับเอื้อยหนิงผมคงแย่แน่ๆ!!
สภาพอากาศเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม การเช็คสภาพอากาศก่อนล่วงหน้ามาก่อนเป็นเดือนๆไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่
(สภาวะโลกร้อนทำให้อากาศแปรปรวนไม่คงที่ ตามที่เช็คในเว็บล่วงหน้าเท่าไหร่ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า ? )
เลยเปลี่ยนแผนใหม่ แบบนี้ต้องเช็ควันต่อวัน + ล่วงหน้า 1-3 วัน จะได้ไม่คาดเคลื่อนมาก!!
(แอพในมือถือที่ผมใช้เช็คทิศทางลมกับสภาพอากาศ ชื่อWeather+ กับแอพดูสภาพอากาศที่ติดมากับ Iphone
จริงๆใช้อีกแอพหนึ่งประกอบด้วยแต่ดันลบไปแล้วจำชื่อไม่ได้ด้วยครับ เช็คทิศทางลมได้เหมือนกับแอพWeather+ เลยครับ )
"มากินข้าวได้แล้วหลาน" คุณลุงที่พูดคุยเมื่อตอนเช้าก่อนตักบารต (คนเดียวกับที่แบ่งกระติ๊บข้าวเหนียวให้)
ปลุกผมออกจากความคิด ลุกไปนั่งล้อมวงกินมื้อเช้ากับคุณลุงคุณป้าที่มาทำบุญตักบาตร
ช่วงสาย 8 โมงกว่าๆคุณลุงคุณป้ากลับหมดแล้ว หลังจากนั่งอ่านหนังสือที่ศาลารอแดดอุ่นๆอยู่พักใหญ่
เหมือนฟ้าจะเป็นใจ เมฆเริ่มกระจายตัวเผยให้เห็นฟ้าสีคราม
อากาศเย็นหลังฝนตกพร้อมแดดอุ่นๆยามเช้าเหมือนฤกษ์ดีสำหรับการหาที่พักในวังเวียง
จากคำแนะนำของเพื่อนสนิทที่เคยมาทำงานช่วงซัมเมอร์ที่ "จำปาลาว บังกะโล"
เธอแนะนำให้ผมไปพักที่นี่ เจ้าของเป็นคนไทย อัธยาศัยดี ชืื่อพี่กลอฟ กับ พี่ป้อย
เป็นคนชอบเดินทางปั่นทัวร์ริ่งเหมือนกัน เธอบอกว่าอาจจะได้พื้นที่กางเต๊นท์ฟรีและได้รับคำแนะนำเรื่องการปั่นไปหลวงพระบางได้
เพราะพี่เค้าทั้งสองคนปั่นไปกลับ วังเวียง - หลวงพระบางบ่อย
ผมปั่นจักรยานคู่ใจ เซอเวย์โซนถนนกลางเมืองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปั่นตามหาที่พักตามคำแนะนำของเพื่อน
เปิดดูที่พักใน Google map อยู่อีกที่หนึ่ง พอเปิดดูใน Map ท่องเที่ยวที่ได้มาอยู่ใกล้ๆวัด
เลยปั่นเลียบถนนเลียบแม่น้ำซอง เลาะหาเอา หาไม่เจอ (จริงๆปั่นผ่านแล้วรอบหนึ่งแต่ไม่ได้สังเกตข้างทาง ==')
เลนปั่นย้อนกลับมาจะถึงโซนกลางเมือง..
สักพักผู้ชายคนหนึ่งน่าจะอายุรุ่นคราวคุณอาก็ปั่นจักรยานเสือภูเขาตามหลังผมมา
ก่อนจะบอกจอดคุยกันก่อน "น้องใช่คนที่ปั่นขึ้นเขาทางมาฮินเฮิบใช่มั้ย พี่่ขับรถผ่านเมื่อวานเห็นเราอยู่ ซอยขาไม่หยุดเลย ขาแรงนะเนี่ยย!!
พอพี่ขับรถผ่าน พี่มาจอดรอข้างบนเขานะแต่ไม่เห็นเราปั่นตามขึ้นมา ไม่งั้นจะเอาจักรยานลงไปปั่นด้วยแล้ว เลยขับมาวังเวียงต่อเลย ยังไงๆก็น่าจะเจอที่นี่ "
(ผมคิดในใจ จะปั่นตามมาได้ไงหล่ะครับ ตอนนั้นผมหมดแรง ยืนพักอยู่ข้างทาง 555)
แกเลยถามผมว่าหาที่พักอยู่ใช่มั้ย? ผมเลยบอกครับ กำลังหาที่พักชื่อจำปาลาว บังกะโล เพื่อนผมแนะนำให้ไปหาเจ้าของเกสเฮ้าส์ที่นี่
คุณอาคนนี้เลยชวน "เดี๋ยวค่อยไปหาที่พัก ไปนั่งพัก คุยกันที่เกสเฮ้าส์ของแกก่อนก็ได้"
เกสเฮ้าส์พึ่งเปิดใหม่ครับ (เมื่อต้นเดือนพฤษภานะครับ) ชื่อ ABBY Boutique Guesthouse
หลังทำความรู้จักกันตอนไปถึงเกสเฮ้าส์ คุณอาคนนี้ชื่อ อาแลง ครับ เป็นโค้ชจักรยานทีมชาติลาว
ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนกัน ชื่อพี่จอนห์ ทั้ง 2 คนมาลงทุนทำทำเกสเฮ้าส์ที่วังเวียงครับ
สภาพห้องภายในโอเคดีทีเดียว ที่นี่ยังมีมื้อเช้าให้ทานอีกด้วย
เป็นตึกแถวแต่ละห้องมองออกมานอกหน้าต่างเห็นวิวในเมืองกับฝั่งภูเขาสวยใช้ได้เลย

หลังพูดคุยกันอยู่พักใหญ่ อาแลงกับพี่จอนห์ ชวนผมไปดูขั้นตอนการทำเฟอร์นิเจอร์ที่โรงเลื่อยไม้ของวังเวียง กับ โซนที่ฝรั่งชอบเล่นน้ำเยอะๆครับ (จำชื่อไม่ได้ อยู่ติดแม่น้ำซองมีร้านอาหารริมน้ำ ใกล้ๆมีถ้ำครับ)
ขับรถไปไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงแล้ว ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยครับ 555 (มัวแต่เดินดูกับยืนคุยหลายเรื่องที่น่าสนใจในวังเวียงกับพี่จอนห์)
ช่วงเที่ยงกลับมาที่เกสเฮ้าส์ พ่อครัวของเกสเฮ้าสก็เตรียมอาหารมื้อเที่ยงไว้รอซะแล้ว
ขอบคุณอาแลงกับพี่จอนห์ที่เลี้ยงมื้อเที่ยงด้วยนะครับ
ช่วงบ่ายผมเลยขอตัวปั่นไปหาที่พัก จำปาลาว บังกะโลต่อ
อาแลงเลยอาสา ไปปั่นช่วยตามหาด้วย ปั่นออกมาไม่ถึง 1 นาที ก็หาเจอแล้ว
หลังทำความรู้จักกับ พี่ชั้ย พี่ที่ดูแล จำปาลาว บังกะโล ก็ได้ความว่า พี่กลอฟกลับพี่ป้อยเจ้าของไม่อยู่ กลับมาทำงานที่เมืองไทย
เอาแล้วไง 555 เลยบอกว่าเดี๋ยวผมจะมาขอพักกางเต๊นท์ด้วย เพื่อนสนิทผมแนะนำมาครับ เค้าเคยมาทำงานที่นี่!
อย่างไรก็ตามพี่ชั้ยที่ดูแลเกสเฮ้าส์ ก็บอกว่า ไม่เป็นไร พักด้วยกันที่นี่แหละ นับว่าถึงโชคไม่เข้าข้างที่ไม่เจอเจ้าของเกสเฮ้าส์ก็ยังโชคดีไม่น้อย ^^
ก่อนที่ผมจะขอตัว ไปปั่นจักรยานเซอร์เวย์รอบเมืองกับอาแลงถึงช่วงเย็น
ช่วงบ่ายแก่ๆ ผมกับอาแลงปั่นไปดู เกสเฮ้าส & รีสอร์ทอีกที่นึงเป็นของคนไทยที่ไปลงทุนชื่อ "Vieng Tara Villa"
บรรยากาศดีทีเดียว พนักงานดูแลเอาใจใส่ดีมาก
เอาน้ำเปล่าใส่แก้วไวน์มาเสริฟ ขณะที่ผมกับอาแลงนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อยอยุ่ศาลากลางทุ่งนา (พูดแล้วอยากดื่มไวน์แดง 555)
เลยขอพนักงานเข้าไปชมห้องพัก เค้าก็พาเข้าไปด้วยความยินดี น่าพักดีทีเดียวครับ
ราคาก็ค่อนข้างสูงพอตัว ตามมารตฐานที่ควรจะเป็น พนักงานรู้ข้อมูลหลากหลายในวังเวียงและหลวงพระบางค่อนข้างดีทีเดียว
แถมพูดภาษาไทยได้ทุกคนครับ

ชมห้องพักเสร็จ เลยมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเจ้าของซึ่งเป็นคนไทยอยุ่พักใหญ่
เจอตอนแรกนึกว่าฉัตรชัย เปล่งพานิช ตอนวัยรุ่น เวอร์ชั่นมีหนวดมีเคราครับ 555


หลังจากแวะไปดูเกสเฮ้าส์ อีก 4-5 ที่จนถึงช่วงเกือบเย็น ผมกับอาแลงเลยไปปั่นเล่นริมแม่น้ำซองครับ
มีโอกาสได้พูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปั่นจักรยานอีกหลายเรื่องเลย..
ก่อนช่วงเย็นจะแยกย้ายกันปั่นจักรยานกลับที่พัก
(นับว่าโชคดีสำหรับผมทีเดียวที่มีโอกาสได้พบกัน ^^)
ช่วงเย็นกลับมาถึงที่พัก เลยทำความรู้จักกับพี่ชั้ย พี่ที่ดูแลเกสเฮ้าส์ให้มากขึ้น
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมกับรู้สึกสนิทใจ และเป็นกันเองอย่างบอกไม่ถูกที่ได้มาพักที่นี่
ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกครับ บรรยากาศดีทีเดียว มองเห็นบังกะโลของที่นี่อยู่ข้างล่าง ต้องเดินลงบันไดด้านข้างแล้วข้ามสะพานไม้ไป

นั่งกินมื้อเย็นกับพี่ชั้ยไป ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกสวยๆตรงช่องเขาไป มีความสุขไปอีกแบบครับ
เราจะพักที่นี่อีก 3 วัน ก่อนออกเดินทางต่อ..ไปหลวงพระบาง!!

แก้ไขล่าสุดโดย Guidevoyage เมื่อ 02 ก.ค. 2014, 23:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
poomin_k
- ขาประจำ
- โพสต์: 195
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 09:18
- Tel: 0612500097
- team: อิสระ
- Bike: Bianchi Sempre Pro
- ตำแหน่ง: อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ภูมินทร์
-
Phimercury
- สมาชิก
- โพสต์: 4
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2013, 12:52
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ตามไปชมบรรยากาศสวยๆด้วยคนครับ
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ยินดีครับ ^^poomin_k เขียน:ติดสอยห้อยตามไปด้วยคนครับ
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ยินดีครับ ^^Phimercury เขียน:ตามไปชมบรรยากาศสวยๆด้วยคนครับ
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
- biohazard
- ขาประจำ
- โพสต์: 717
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2009, 14:37
- team: KUKA ROBOT
- Bike: surly troll
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
Is it possible that there are no coincidences ?
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
ที่นอนประจำทุกค่ำคืนตอนพักที่จำปาลาว บังกะโลครับ
ด้วยความที่กินง่ายอยู่ง่าย เลยนอนง่ายไปด้วย 555




บรรยากาศรอบๆที่พักชวนให้ผมอยากจะอยู่ต่อมากกว่า 3 วันเสียให้ได้
ทุกๆวันตอนอยู่ที่นี่ก็ช่วยทำงานไปด้วยครับ ทำงานแลกที่พักกับอาหาร ^^
ช่วง Low season ลูกค้าที่นี่ยังมีบ้างครับ 2-3 ห้องทุกวัน ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับเกสเฮ้าส์เจ้าอื่นบริเวณใกล้ๆ
3 วันสำหรับพักชาต์พลัง นั่งๆนอนๆอ่านหนังสือ จดบันทึก เล่นเกมส์มือถือ นั่งโม้กับพี่ข้างๆเกสเฮ้าส์ เจ้าของร้านขายของชำฝั่งตรงข้าม
นอนฟังเพลงสบายอารมย์ และนั่งคุนกันสนุกเฮฮากับพี่ชั้ยที่ดูแลจำปาลาว บังกะโลแล้ว


การออกไปปั่นจักรยานตอนดึกนี่สนุกมากเลยครับ ปั่นรอบเมืองวังเวียงอากาศหนาวๆ
รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกครับ แถมบางคืนมีเด็กๆมาปั่นแข่งด้วย สนุกไปอีกแบบ
ปั่นเสร็จแล้วต้องกินไอติมครับ ยี่ห้อกะแล้ม อร่อยมากๆๆ
แท่งละ 1000กีบ 4 บาท มีขายในร้านค้าใกล้ๆ ตลาดเช้าตรงถนนริมแม่น้ำซอง
(ถ้าหาไม่เจอ save รูปผมไว้แล้วเอาไปตามหามากินดูนะครับ )

กับข้าวที่ชาวบ้านวางขายอร่อยทีเดียวครับ ซึ่งหาซื้อได้หลัง 5 โมงเย็นของทุกวันที่ถนนเส้นหลักในเมือง
ราคาถุงละ 5,000 กีบ 20 บาท ตามหน้าบ้านจะมีคุณป้าทำกับข้าวมาวางขาย มีให้เลือกหลายร้านและกับข้าวหลายอย่างเลยทีเดียว
(กินเกือบทุกวันแต่ลืมถ่ายรูปครับ เอาไว้ไปลองชิมเองนะครับ )
ทีนี่มีที่เที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลอีกที่คือ บลู ลากูน สวยสมคำล่ำลือครับ น้ำสีมรกต สีฟ้าคราม
มีเส้นทางปั่นจักรยานตะลุยพจญภัย 7 km+ ผ่านป่า ผ่านเขา ทุ่งหญ้าและมีอีกเส้นทางหนึ่งไกลกว่าจำ km ไม่ได้ครับ รู้แต่ว่าไกลทีเดียว
ถ้ามาวังเวียง นอกจากปั่นเที่ยวในเมือง กระโดดเล่นน้ำซอง พายเรือ กินเบียร์ลาว แทงพลู ร้องเกะ กินอาหารพื้นเมือง ....
.... อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ ปั่นจักรยานลุยบลู ลูกูน!!!
ปล.ผมดูรูปจากเพื่อนฝรั่งที่พักที่นี่ เค้าไปเล่นน้ำ กับ เดินป่าที่บูล ลากูนกันมา
ฟังแต่เค้าเล่า เลยแอบอยากไปบ้างครับ เลยนัดกับพี่ชั้ยว่าขากลับจากหลวงพระบางเอาไว้ไปด้วยกัน..
3 วันหลังจากพักได้ที่ ก่อนจะอยากอยู่ที่นี่ต่อจนไม่อยากปั่น..
หลังได้ข้อมูลจากการพูดคุยผ่าน FB กับพี่ป้อยเจ้าของจำปาลาว บังกะโลที่ปั่นไป - กลับ วังเวียง - หลวงพระบางบ่อยๆแล้ว
ขาไปควรจะปั่นไปตามถนนหมายเลข 13 เหนือ ส่วนขากลับใช้เส้นทางใหม่ ทางไปไซยบุรี แยกซ้ายก่อนไปถึงเมืองนาน แล้วตัดลงมาเมืองกาสี ก่อนเข้าวังเวียง
พี่ป้อยบอกว่าเส้นทางนี้ขึ้นเขาสุดโหดครับ ลากยาว 9 km ก่อนลงเขาทางลาดชันอีก 9 km ก่อนเข้าเมืองกาสี แต่ระยะทางลัดกว่าปั่นกลับ ถนนหมายเลข 13 เหนือ 50 kmกว่าๆ
ฟังแล้วก็รู้สึกท้าทาย ขากลับเดี๋ยวรู้กันว่าจะโหดสักแค่ไหน!!
เพื่อนสนิทผมที่เคยมาทำงานที่นี่เธอเคยนั่งรถผ่านถนนใหม่เส้นนี้ไปหลวงพระบางบอกว่า..
วิวสองข้างทางสวยไม่ต่างกับที่ไอซ์แลนด์ในหนัง The Secret Life of Walter Mitty เลยหล่ะ
พอได้ฟังใจทั้งพี่ป้อยกับเพื่อนสนิทเล่าให้ฟัง ใจยิ่งเต้นตุ๊บตั๊บๆ อยากเดินทางไปถึงหลวงพระบางแล้วรีบปั่นกลับมาพิสูจน์เส้นทางใหม่เร็วๆ 555
หลังเก็บข้าวของ จัดสัมภาระเสร็จเรียบร้อยในช่วงเช้า..
ระยะทางจากวังเวียง - หลวงพระบางประมาณ 230 km ผมวางแผนเอาไว้คร่าวๆ ใช้ระยะเวลาปั่น 3 วัน
ค่ำไหนนอนนั่นไม่อยากฝืนแรงตัวเอง แต่ต้องไปถึงภายใน 3 วันครับ

ผมปั่นโดยใช้เส้นทางหลัก ถนนหมายเลข 13 ปั่นขึ้นเขาที่ค่อยๆไต่ความสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทางซ้ายมือมีแม่น้ำหลีกมีให้เห็นบ้างบางช่วง สองฝั่งข้างทางเป็นภูเขาสูง ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สวยมากๆ
อากาศวันแรกฟ้าครึ้มๆเหมือนฝนจะตกตั้งแต่ช่วงสายๆครับ

ขณะปั่นก่อนเข้าเมืองกาสีฝรั่งกลุ่มใหญ่ขับบิ๊กไบค์บีบแตรใส่ผม ก่อนขับแซงขึ้นไปและทุกคันยกมือชูนิ้วโป้งให้
เป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจสำหรับนักเดินทางส่งให้นักเดินทางด้วยกัน
ช่วงเที่ยงหลังฝ่าเนินใต้ฟ้าครึ้มฝนปรอยๆจนมาถึงเมืองกาสี
แวะอิ่มท้องด้วยเฝอชามใหญ่ใกล้ๆตลาดสดแล้ว
บ่ายโมงเศษๆ ก็ลุยปั่นขึ้นเขา (จริงๆเข็นขึ้นเขาไปหลายครั้งครับ 555)
เพื่อไปกางเต็นท์นอนที่บ้านน้ำอุ่น
(ช่วงบ่าย 3 โมงเย็นกว่าๆ แวะพักบ้านชาวบ้าน เค้าแนะนำให้มาพักที่นี่บอกว่าคนไทยชอบปั่นจักรยานไปพักที่นี่กัน เลยมีเป้าหมายขึ้นมาหน่อยไม่งั้นไปไม่ถึงไหนแน่ๆ 555)
จากกาสีไปบ้านน้ำอุ่น เขาสูงใช่เล่นครับ เล่นเอานั่งพักข้างทางไปหลายรอบ T_T
กว่าจะไปถึงเกือบทุ่มนึงครับ เลยรีบติดต่อนายบ้านเพื่อขอกางเต๊นท์นอน
หลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวยังไม่ได้กิน กินแต่กล้วยที่ได้จากบ้านนายบ้านมา 3 ลูก
กินเสร็จสลบยาวเลยครับ 555

เช้าวันถัดมาหลังกล่าวขอบคุณนายบ้านและได้ข้าวเหนียวมาปั้นใหญ่ๆกับไข่ต้ม 2 ฟองเป็นเสบียงไว้เดินทางต่อ
นายบ้านแนะนำให้ผมไปพักที่กิ่วกระจำ พร้อมแนะนำคนรู้จักเอาไว้ให้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือ
การปั่นวันนี้นอกจากมีกระรอก Bonne Chance นั่งอยู่หน้าจักรยานเป็นเพื่อนเดินทาง
และเสียงเพลงจากมือถือที่คอยกล่อมให้มีแรงใจปั่นเพื่อไปหลวงพระบางแล้ว
(เมืองในฝันของผมที่อยากไปมานานอีกเมืองหนึ่ง
ผมสนใจในวิถีชีวิตผู้คนแต่ละที่ ชอบแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนใหม่ๆ
หลวงพระบางเมืองมรดกโลกจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่ชีวิตนี้ควรจะเดินทางไป)
เสียงลมหายใจเข้าออกกับจังหวะปั่นซอยขาขึ้นเขา
นับเป็นเพื่อนและครูสอนสมาธิที่ดีสำหรับผม
สำหรับการปั่นขึ้นเขาไปกิ่วกระจำ
ยิ่งปั่นเหมือนยิ่งฝึกสมาธิ ลมหายใจก็เหมือนเพื่อนที่คอยเคียงข้าง
จิตหลุดเมื่อไหร่เป็นแรงหมดครับ 555
ต้องกลับมาตั้งสมาธิอยู่กับการปั่น ขวา - ซ้าย
ซอยเท้าขึ้นเขา พอจิตสงบนิ่งๆไม่ฟุ้งซ่าน
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ พอมีสมาธิค่อยๆซอยขึ้นเขา
กลับรู้สึกเหนื่อยน้อยลง ปั่นได้เรื่อยๆ

แต่สุดท้ายย!!! 4 โมงเย็นกว่าๆหลังแวะนั่งพักข้าง สงสัยพักนานไปหน่อย
พอเริ่มปั่นอีกที สมาธิหาย เริ่มบ้าซอยเท้าอยากไปถึงกิ่วกระจำเร็วๆ เหนื่อยกว่าเดิมครับ 555
หลังทรหดอดทนปั่นขึ้นเขา จนแล้วจนรอด เหนื่อยครับ!!!
เลยแวะข้างทางหมู่บ้านก่อนถึงกิ่วกระจำประมาน 10 km (อาจจะน้อยกว่าน้อยครับ ลืมถามชื่อหมู่บ้านจากนายบ้าน 555)
ขอกางเต๊นท์นอนสำหรับคืนนี้ครับ ตอนนายบ้านมาหาแอบตกใจครับ มีลูกบ้านถือปืนอาก้ามาด้วย!!
จริงๆไม่ได้จะเอามาทำอะไรเราหรอกครับ (น่าจะเป็นอาวุธที่ต้องพกเอาไว้ตอนไปตรวจนักท่องเที่ยวแบบผมเฉยๆ 555)
*** ลืมบอกไปเลยครับ ถ้าเราจะขอกางเต๊นท์นอนที่ไหน เช่นในวัด หรือ ตามบ้านชาวบ้าน เราต้องไปแจ้งนายบ้านก่อนนะครับ
แล้วก็ยื่นเอกสารหนังสือเดินทาง Passport ให้นายบ้านตรวจ ในประเทศลาวนายบ้านหมู่บ้านก่อนถึงกิ่วกระจำแกเล่าให้ผมฟัง
ที่ลาวค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ การตรวจหนังสือเดินทางและให้กางเต๊นท์พักอาศัยค้างคืนนั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือ นายบ้านก่อน
เพราะจะต้องมีคนมารับรู้ รับประกันเรา หมายความว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา คนที่รับประกันเราต้องรับผิดชอบครับ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
นายบ้านจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ทางที่ดี นายบ้านบอกกับผมตรงๆว่า อยากให้พักเกสเฮ้าส์ครับ เพราะปลอดภัยและทางเกสเฮ้าส์รับรองความปลอดภัยให้อยู่แล้ว ***
เริ่มพิมพ์เริ่มยาวครับ 555
ขอลัดเข้าช่วงเย็นวันที่ 3 เลยแล้ววกันนะครับ มองจอคอมนานๆ ตาเริ่มล้าแล้วครับ
(ช่วงนี้ผมเริ่มแพ้แสงจากจอคอมครับ หยอดยาหยอดตาที่ไปซื้อมาจากร้านขายยาก็แล้ว
พักสายตาทุก 15 นาทีพอช่วยได้บ้าง แต่มองจอคอมไปชั่วโมงกว่าๆ อาการล้าเริ่มมาทักทายตา
ว่าจะไปตัดแว่นมาใส่แล้วครับ ใครมีวิธีแก้หรือคำแนะนำยังไง ช่วยผมหน่อยนะครับ ^^)
ขณะที่ผมกำลังปั่นจักรยานขึ้นเขาอย่างบ้าคลั่ง!!
สมาธง สมาธิช่วยไม่ได้แล้วครับตอนนั้น แบบเหนื่อยมากแต่ใจก็อยากรีบไปให้ถึงหลวงพระบางเร็วๆ 555
หลังพ้นทางขึ้นเขาก่อนที่จะนอนอยู่ข้างถนนอย่างเหนื่อยล้า
เพราะทั้งวันต้องปั่นผ่านทั้งแดดร้อนจัดและสภาพถนนที่เริ่มไต่ขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมลมพัดตีข้างจากทิศตะวันออกอีกเกือบตลอดทาง
เช็คจากแอพในมือถือ 5km/h หนักเอาเรื่องทีเดียว บางครั้งก็สวนทางมาเต็มๆ ปั่นเหนื่อยได้เรื่องเลยครับ
(แอพที่ผมใช้เช็คสภาพอากาศกับทิศทางลมในมือถืออยู่ โพสที่แล้วนะครับ เผื่อใครจะเอาไปใช้ จากที่ใช้มาปั่น 1,500กว่าๆ ค่อนข้างตรง 80%เลยครับ)
จริงๆอีกไม่กี่ km ก็ถึงทางแยกเชียงเงิน ซ้ายมือเป็นทางไปไซยบุรี (ก่อนเข้าสู่เส้นทางใหม่ลัดไปกาสี ลงวังเวียง) ตรงไปอีกประมาณ 24 km ก็จะไปถึงหลวงพระบางครับ
รถกระบะคันหนึ่งขับผ่านผมไปและจอดอยู่ตรงเนินเขาห่างจากที่ผมนอนเล็กน้อยๆ
พี่คนลาวผู้ชายคนหนึ่งเดินมาพร้อมน้ำ 1 ขวด ก่อนจะทักทายผมและยื่นน้ำมาให้
หลังจากพยุงตัวเองขึ้นมาจากความเหนื่อยและพูดคุยกันสักพัก พี่คนลาวชวนผมยกจักรยานขึ้นรถกระบะเพราะดูแล้วสภาพร่างกายของผมไม่น่าจะไหว
อีกอย่างแกบอกว่าผมปั่นมาคนเดียวด้วย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมากลางทางคงไม่ดีแน่ๆ
ก่อนที่ผมจะปฎิเสธ พี่คนลาวก็จูงจักรยานผมไปที่รถกระบะซะแล้ว
ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ข้างทางแบบ งงๆ ก่อนที่เสียงเรียกจะตามมา "มาขึ้นรถได้แล้วเดี๋ยวพี่จะไปส่งที่หลวงพระบาง"
หลังนั่งพูดคุยกันบนเบาะรถกระบะและแอร์เย็นๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาผมมาถึงทางเข้าเมืองหลวงพระบางซึ่งพี่คนขับแกบอกว่า พี่ส่งเท่านี้นะเดี๋ยวพี่ต้องรีบกลับบ้าน
ปั่นเข้าเมืองไปอีกนิดเดียวหาที่พักได้ไม่ยากหรอก
(ลืมบอกไปครับพี่เค้าชื่อพี่พลบ้านอยู่ติดริมน้ำโขง ตอนคุยกันดันลืมขอ FB กับเบอร์โทรไว้ติดต่อ ได้แต่หวังมีโอกาสคงได้เจอกันอีก)
หลังจากกล่าวคำขอบคุณกันริมทาง ผมเปิดกระเป๋าหยิบแผนที่ที่ได้จากศูนย์การท่องเที่ยวที่เวียงจันทร์มาดู
แล้วก็ปั่นจักรยานไปตามแผนที่และคาดเดาว่าวัดนี้น่าจะขอกางเต็นท์นอนได้
หลังจากปั่นจักรยานมาจนถึงใจกลางเมืองและปั่นทะลุเข้าถนนคนเดินตอนกลางคืนไปแบบ งงๆ โดยไม่รู้ว่าเค้าห้ามปั่น 555
พอเข้ามาถึงโซนเค้าตั้งเต๊นท์ขายของกลางถนน เลยเข็นเอาครับ
ถามทางจากพ่อค้าได้ความว่า วัดอยู่ไม่ไกล จูงจักรยานไปนิดเดียว
(วินาทีนั้นคือภาวนาให้กางเต๊นท์นอนได้ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว)
เดินมาสักพัก หลังฝ่าดงถนนคนเดินที่ฝรั่งเดินกันเยอะเป็นว่าเล่น แอบสงสัยนี่ Low season ใช่มั้ยเนี่ย!!
ผมได้ขอเจ้าอาวาสวัดใหม่เพื่อกางเต็นท์นอนซึ่งเจ้าอาวาสท่านก็เมตตาให้กางเต็นท์นอนข้างศาลาวัด
ก่อนจะแนะนำว่าข้างตลาดถนนคนเดินหน้าวัดมีขายอาหารบุฟเฟ่อยู่ โยมดูท่าทางเหนื่อยและหิวมากน่าจะไปกินอาหารที่นั้นจะช่วยให้อิ่มได้
หลังจากอาบน้ำ จัดเก็บสัมภาระในเต็นท์ที่กางเสร็จเรียบร้อย พร้อมล็อคจักรยานไว้ข้างเสาในวัด
ผมเดินออกไปหาบุ๊ฟเฟต์กินตามคำแนะนำของเจ้าอาวาส
หลังอิ่มหน่ำจากบุ๊ฟเฟต์ 10,000กีบ 40บาทข้างวัด เลยเดินแวะไปซื้อโค้กมากินฉลองให้ตัวเอง ในที่สุดก็ปั่นมาถึงหลวงพระบางแล้ว!!!
(เท่าที่รู้ ตอนนี้ขึ้นรถ 2 ครั้งแล้วนะครับไกด์ จะปั่นไหวมั้ยเนี่ย 5555)
การเดินย่อยดูสินค้าที่วางขายในตลาดถนนคนเดินกลางคืนน่าจะสนุกที่สุด
น่าสนใจหลายอย่างทีเดียวเลยครับ โดยเฉพาะสาวฝรั่ง แม่เจ้าโว๊ยยย อย่าให้พูด!!
เอ้ยย!! ไม่ใช่ เผลอใจ เอ้ยย เผลอไป.. จริงๆที่น่าสนใจคือของที่วางขายให้นักท่องเที่ยวครับ ><"
สำหรับคืนนี้ ลาไปด้วยภาพพระอาทิตย์ลับฟ้าที่วัดใหม่ในหลวงพระบางก่อนแล้วกันนะครับ
เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับจากภารกิจมหาวิทยาลัยจะมาพิมพ์เล่าเรื่องต่อ ^^
ราตรีสวัสดิ์ครับ

ด้วยความที่กินง่ายอยู่ง่าย เลยนอนง่ายไปด้วย 555




บรรยากาศรอบๆที่พักชวนให้ผมอยากจะอยู่ต่อมากกว่า 3 วันเสียให้ได้
ทุกๆวันตอนอยู่ที่นี่ก็ช่วยทำงานไปด้วยครับ ทำงานแลกที่พักกับอาหาร ^^
ช่วง Low season ลูกค้าที่นี่ยังมีบ้างครับ 2-3 ห้องทุกวัน ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ถ้าเทียบกับเกสเฮ้าส์เจ้าอื่นบริเวณใกล้ๆ
3 วันสำหรับพักชาต์พลัง นั่งๆนอนๆอ่านหนังสือ จดบันทึก เล่นเกมส์มือถือ นั่งโม้กับพี่ข้างๆเกสเฮ้าส์ เจ้าของร้านขายของชำฝั่งตรงข้าม
นอนฟังเพลงสบายอารมย์ และนั่งคุนกันสนุกเฮฮากับพี่ชั้ยที่ดูแลจำปาลาว บังกะโลแล้ว


การออกไปปั่นจักรยานตอนดึกนี่สนุกมากเลยครับ ปั่นรอบเมืองวังเวียงอากาศหนาวๆ
รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกครับ แถมบางคืนมีเด็กๆมาปั่นแข่งด้วย สนุกไปอีกแบบ
ปั่นเสร็จแล้วต้องกินไอติมครับ ยี่ห้อกะแล้ม อร่อยมากๆๆ
แท่งละ 1000กีบ 4 บาท มีขายในร้านค้าใกล้ๆ ตลาดเช้าตรงถนนริมแม่น้ำซอง
(ถ้าหาไม่เจอ save รูปผมไว้แล้วเอาไปตามหามากินดูนะครับ )

กับข้าวที่ชาวบ้านวางขายอร่อยทีเดียวครับ ซึ่งหาซื้อได้หลัง 5 โมงเย็นของทุกวันที่ถนนเส้นหลักในเมือง
ราคาถุงละ 5,000 กีบ 20 บาท ตามหน้าบ้านจะมีคุณป้าทำกับข้าวมาวางขาย มีให้เลือกหลายร้านและกับข้าวหลายอย่างเลยทีเดียว
(กินเกือบทุกวันแต่ลืมถ่ายรูปครับ เอาไว้ไปลองชิมเองนะครับ )
ทีนี่มีที่เที่ยวไม่ใกล้ไม่ไกลอีกที่คือ บลู ลากูน สวยสมคำล่ำลือครับ น้ำสีมรกต สีฟ้าคราม
มีเส้นทางปั่นจักรยานตะลุยพจญภัย 7 km+ ผ่านป่า ผ่านเขา ทุ่งหญ้าและมีอีกเส้นทางหนึ่งไกลกว่าจำ km ไม่ได้ครับ รู้แต่ว่าไกลทีเดียว
ถ้ามาวังเวียง นอกจากปั่นเที่ยวในเมือง กระโดดเล่นน้ำซอง พายเรือ กินเบียร์ลาว แทงพลู ร้องเกะ กินอาหารพื้นเมือง ....
.... อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือ ปั่นจักรยานลุยบลู ลูกูน!!!
ปล.ผมดูรูปจากเพื่อนฝรั่งที่พักที่นี่ เค้าไปเล่นน้ำ กับ เดินป่าที่บูล ลากูนกันมา
ฟังแต่เค้าเล่า เลยแอบอยากไปบ้างครับ เลยนัดกับพี่ชั้ยว่าขากลับจากหลวงพระบางเอาไว้ไปด้วยกัน..
3 วันหลังจากพักได้ที่ ก่อนจะอยากอยู่ที่นี่ต่อจนไม่อยากปั่น..
หลังได้ข้อมูลจากการพูดคุยผ่าน FB กับพี่ป้อยเจ้าของจำปาลาว บังกะโลที่ปั่นไป - กลับ วังเวียง - หลวงพระบางบ่อยๆแล้ว
ขาไปควรจะปั่นไปตามถนนหมายเลข 13 เหนือ ส่วนขากลับใช้เส้นทางใหม่ ทางไปไซยบุรี แยกซ้ายก่อนไปถึงเมืองนาน แล้วตัดลงมาเมืองกาสี ก่อนเข้าวังเวียง
พี่ป้อยบอกว่าเส้นทางนี้ขึ้นเขาสุดโหดครับ ลากยาว 9 km ก่อนลงเขาทางลาดชันอีก 9 km ก่อนเข้าเมืองกาสี แต่ระยะทางลัดกว่าปั่นกลับ ถนนหมายเลข 13 เหนือ 50 kmกว่าๆ
ฟังแล้วก็รู้สึกท้าทาย ขากลับเดี๋ยวรู้กันว่าจะโหดสักแค่ไหน!!
เพื่อนสนิทผมที่เคยมาทำงานที่นี่เธอเคยนั่งรถผ่านถนนใหม่เส้นนี้ไปหลวงพระบางบอกว่า..
วิวสองข้างทางสวยไม่ต่างกับที่ไอซ์แลนด์ในหนัง The Secret Life of Walter Mitty เลยหล่ะ
พอได้ฟังใจทั้งพี่ป้อยกับเพื่อนสนิทเล่าให้ฟัง ใจยิ่งเต้นตุ๊บตั๊บๆ อยากเดินทางไปถึงหลวงพระบางแล้วรีบปั่นกลับมาพิสูจน์เส้นทางใหม่เร็วๆ 555
หลังเก็บข้าวของ จัดสัมภาระเสร็จเรียบร้อยในช่วงเช้า..
ระยะทางจากวังเวียง - หลวงพระบางประมาณ 230 km ผมวางแผนเอาไว้คร่าวๆ ใช้ระยะเวลาปั่น 3 วัน
ค่ำไหนนอนนั่นไม่อยากฝืนแรงตัวเอง แต่ต้องไปถึงภายใน 3 วันครับ

ผมปั่นโดยใช้เส้นทางหลัก ถนนหมายเลข 13 ปั่นขึ้นเขาที่ค่อยๆไต่ความสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทางซ้ายมือมีแม่น้ำหลีกมีให้เห็นบ้างบางช่วง สองฝั่งข้างทางเป็นภูเขาสูง ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์สวยมากๆ
อากาศวันแรกฟ้าครึ้มๆเหมือนฝนจะตกตั้งแต่ช่วงสายๆครับ

ขณะปั่นก่อนเข้าเมืองกาสีฝรั่งกลุ่มใหญ่ขับบิ๊กไบค์บีบแตรใส่ผม ก่อนขับแซงขึ้นไปและทุกคันยกมือชูนิ้วโป้งให้
เป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจสำหรับนักเดินทางส่งให้นักเดินทางด้วยกัน
ช่วงเที่ยงหลังฝ่าเนินใต้ฟ้าครึ้มฝนปรอยๆจนมาถึงเมืองกาสี
แวะอิ่มท้องด้วยเฝอชามใหญ่ใกล้ๆตลาดสดแล้ว
บ่ายโมงเศษๆ ก็ลุยปั่นขึ้นเขา (จริงๆเข็นขึ้นเขาไปหลายครั้งครับ 555)
เพื่อไปกางเต็นท์นอนที่บ้านน้ำอุ่น
(ช่วงบ่าย 3 โมงเย็นกว่าๆ แวะพักบ้านชาวบ้าน เค้าแนะนำให้มาพักที่นี่บอกว่าคนไทยชอบปั่นจักรยานไปพักที่นี่กัน เลยมีเป้าหมายขึ้นมาหน่อยไม่งั้นไปไม่ถึงไหนแน่ๆ 555)
จากกาสีไปบ้านน้ำอุ่น เขาสูงใช่เล่นครับ เล่นเอานั่งพักข้างทางไปหลายรอบ T_T
กว่าจะไปถึงเกือบทุ่มนึงครับ เลยรีบติดต่อนายบ้านเพื่อขอกางเต๊นท์นอน
หลังอาบน้ำเสร็จ ข้าวยังไม่ได้กิน กินแต่กล้วยที่ได้จากบ้านนายบ้านมา 3 ลูก
กินเสร็จสลบยาวเลยครับ 555
เช้าวันถัดมาหลังกล่าวขอบคุณนายบ้านและได้ข้าวเหนียวมาปั้นใหญ่ๆกับไข่ต้ม 2 ฟองเป็นเสบียงไว้เดินทางต่อ
นายบ้านแนะนำให้ผมไปพักที่กิ่วกระจำ พร้อมแนะนำคนรู้จักเอาไว้ให้ไปติดต่อขอความช่วยเหลือ
การปั่นวันนี้นอกจากมีกระรอก Bonne Chance นั่งอยู่หน้าจักรยานเป็นเพื่อนเดินทาง
และเสียงเพลงจากมือถือที่คอยกล่อมให้มีแรงใจปั่นเพื่อไปหลวงพระบางแล้ว
(เมืองในฝันของผมที่อยากไปมานานอีกเมืองหนึ่ง
ผมสนใจในวิถีชีวิตผู้คนแต่ละที่ ชอบแลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนใหม่ๆ
หลวงพระบางเมืองมรดกโลกจึงเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่ชีวิตนี้ควรจะเดินทางไป)
เสียงลมหายใจเข้าออกกับจังหวะปั่นซอยขาขึ้นเขา
นับเป็นเพื่อนและครูสอนสมาธิที่ดีสำหรับผม
สำหรับการปั่นขึ้นเขาไปกิ่วกระจำ
ยิ่งปั่นเหมือนยิ่งฝึกสมาธิ ลมหายใจก็เหมือนเพื่อนที่คอยเคียงข้าง
จิตหลุดเมื่อไหร่เป็นแรงหมดครับ 555
ต้องกลับมาตั้งสมาธิอยู่กับการปั่น ขวา - ซ้าย
ซอยเท้าขึ้นเขา พอจิตสงบนิ่งๆไม่ฟุ้งซ่าน
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ พอมีสมาธิค่อยๆซอยขึ้นเขา
กลับรู้สึกเหนื่อยน้อยลง ปั่นได้เรื่อยๆ

แต่สุดท้ายย!!! 4 โมงเย็นกว่าๆหลังแวะนั่งพักข้าง สงสัยพักนานไปหน่อย
พอเริ่มปั่นอีกที สมาธิหาย เริ่มบ้าซอยเท้าอยากไปถึงกิ่วกระจำเร็วๆ เหนื่อยกว่าเดิมครับ 555
หลังทรหดอดทนปั่นขึ้นเขา จนแล้วจนรอด เหนื่อยครับ!!!
เลยแวะข้างทางหมู่บ้านก่อนถึงกิ่วกระจำประมาน 10 km (อาจจะน้อยกว่าน้อยครับ ลืมถามชื่อหมู่บ้านจากนายบ้าน 555)
ขอกางเต๊นท์นอนสำหรับคืนนี้ครับ ตอนนายบ้านมาหาแอบตกใจครับ มีลูกบ้านถือปืนอาก้ามาด้วย!!
จริงๆไม่ได้จะเอามาทำอะไรเราหรอกครับ (น่าจะเป็นอาวุธที่ต้องพกเอาไว้ตอนไปตรวจนักท่องเที่ยวแบบผมเฉยๆ 555)
*** ลืมบอกไปเลยครับ ถ้าเราจะขอกางเต๊นท์นอนที่ไหน เช่นในวัด หรือ ตามบ้านชาวบ้าน เราต้องไปแจ้งนายบ้านก่อนนะครับ
แล้วก็ยื่นเอกสารหนังสือเดินทาง Passport ให้นายบ้านตรวจ ในประเทศลาวนายบ้านหมู่บ้านก่อนถึงกิ่วกระจำแกเล่าให้ผมฟัง
ที่ลาวค่อนข้างเข้มงวดเรื่องนี้ การตรวจหนังสือเดินทางและให้กางเต๊นท์พักอาศัยค้างคืนนั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือ นายบ้านก่อน
เพราะจะต้องมีคนมารับรู้ รับประกันเรา หมายความว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา คนที่รับประกันเราต้องรับผิดชอบครับ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
นายบ้านจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ทางที่ดี นายบ้านบอกกับผมตรงๆว่า อยากให้พักเกสเฮ้าส์ครับ เพราะปลอดภัยและทางเกสเฮ้าส์รับรองความปลอดภัยให้อยู่แล้ว ***
เริ่มพิมพ์เริ่มยาวครับ 555
ขอลัดเข้าช่วงเย็นวันที่ 3 เลยแล้ววกันนะครับ มองจอคอมนานๆ ตาเริ่มล้าแล้วครับ
(ช่วงนี้ผมเริ่มแพ้แสงจากจอคอมครับ หยอดยาหยอดตาที่ไปซื้อมาจากร้านขายยาก็แล้ว
พักสายตาทุก 15 นาทีพอช่วยได้บ้าง แต่มองจอคอมไปชั่วโมงกว่าๆ อาการล้าเริ่มมาทักทายตา
ว่าจะไปตัดแว่นมาใส่แล้วครับ ใครมีวิธีแก้หรือคำแนะนำยังไง ช่วยผมหน่อยนะครับ ^^)
ขณะที่ผมกำลังปั่นจักรยานขึ้นเขาอย่างบ้าคลั่ง!!
สมาธง สมาธิช่วยไม่ได้แล้วครับตอนนั้น แบบเหนื่อยมากแต่ใจก็อยากรีบไปให้ถึงหลวงพระบางเร็วๆ 555
หลังพ้นทางขึ้นเขาก่อนที่จะนอนอยู่ข้างถนนอย่างเหนื่อยล้า
เพราะทั้งวันต้องปั่นผ่านทั้งแดดร้อนจัดและสภาพถนนที่เริ่มไต่ขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมลมพัดตีข้างจากทิศตะวันออกอีกเกือบตลอดทาง
เช็คจากแอพในมือถือ 5km/h หนักเอาเรื่องทีเดียว บางครั้งก็สวนทางมาเต็มๆ ปั่นเหนื่อยได้เรื่องเลยครับ
(แอพที่ผมใช้เช็คสภาพอากาศกับทิศทางลมในมือถืออยู่ โพสที่แล้วนะครับ เผื่อใครจะเอาไปใช้ จากที่ใช้มาปั่น 1,500กว่าๆ ค่อนข้างตรง 80%เลยครับ)
จริงๆอีกไม่กี่ km ก็ถึงทางแยกเชียงเงิน ซ้ายมือเป็นทางไปไซยบุรี (ก่อนเข้าสู่เส้นทางใหม่ลัดไปกาสี ลงวังเวียง) ตรงไปอีกประมาณ 24 km ก็จะไปถึงหลวงพระบางครับ
รถกระบะคันหนึ่งขับผ่านผมไปและจอดอยู่ตรงเนินเขาห่างจากที่ผมนอนเล็กน้อยๆ
พี่คนลาวผู้ชายคนหนึ่งเดินมาพร้อมน้ำ 1 ขวด ก่อนจะทักทายผมและยื่นน้ำมาให้
หลังจากพยุงตัวเองขึ้นมาจากความเหนื่อยและพูดคุยกันสักพัก พี่คนลาวชวนผมยกจักรยานขึ้นรถกระบะเพราะดูแล้วสภาพร่างกายของผมไม่น่าจะไหว
อีกอย่างแกบอกว่าผมปั่นมาคนเดียวด้วย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมากลางทางคงไม่ดีแน่ๆ
ก่อนที่ผมจะปฎิเสธ พี่คนลาวก็จูงจักรยานผมไปที่รถกระบะซะแล้ว
ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ข้างทางแบบ งงๆ ก่อนที่เสียงเรียกจะตามมา "มาขึ้นรถได้แล้วเดี๋ยวพี่จะไปส่งที่หลวงพระบาง"
หลังนั่งพูดคุยกันบนเบาะรถกระบะและแอร์เย็นๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาผมมาถึงทางเข้าเมืองหลวงพระบางซึ่งพี่คนขับแกบอกว่า พี่ส่งเท่านี้นะเดี๋ยวพี่ต้องรีบกลับบ้าน
ปั่นเข้าเมืองไปอีกนิดเดียวหาที่พักได้ไม่ยากหรอก
(ลืมบอกไปครับพี่เค้าชื่อพี่พลบ้านอยู่ติดริมน้ำโขง ตอนคุยกันดันลืมขอ FB กับเบอร์โทรไว้ติดต่อ ได้แต่หวังมีโอกาสคงได้เจอกันอีก)
หลังจากกล่าวคำขอบคุณกันริมทาง ผมเปิดกระเป๋าหยิบแผนที่ที่ได้จากศูนย์การท่องเที่ยวที่เวียงจันทร์มาดู
แล้วก็ปั่นจักรยานไปตามแผนที่และคาดเดาว่าวัดนี้น่าจะขอกางเต็นท์นอนได้
หลังจากปั่นจักรยานมาจนถึงใจกลางเมืองและปั่นทะลุเข้าถนนคนเดินตอนกลางคืนไปแบบ งงๆ โดยไม่รู้ว่าเค้าห้ามปั่น 555
พอเข้ามาถึงโซนเค้าตั้งเต๊นท์ขายของกลางถนน เลยเข็นเอาครับ
ถามทางจากพ่อค้าได้ความว่า วัดอยู่ไม่ไกล จูงจักรยานไปนิดเดียว
(วินาทีนั้นคือภาวนาให้กางเต๊นท์นอนได้ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว)
เดินมาสักพัก หลังฝ่าดงถนนคนเดินที่ฝรั่งเดินกันเยอะเป็นว่าเล่น แอบสงสัยนี่ Low season ใช่มั้ยเนี่ย!!
ผมได้ขอเจ้าอาวาสวัดใหม่เพื่อกางเต็นท์นอนซึ่งเจ้าอาวาสท่านก็เมตตาให้กางเต็นท์นอนข้างศาลาวัด
ก่อนจะแนะนำว่าข้างตลาดถนนคนเดินหน้าวัดมีขายอาหารบุฟเฟ่อยู่ โยมดูท่าทางเหนื่อยและหิวมากน่าจะไปกินอาหารที่นั้นจะช่วยให้อิ่มได้
หลังจากอาบน้ำ จัดเก็บสัมภาระในเต็นท์ที่กางเสร็จเรียบร้อย พร้อมล็อคจักรยานไว้ข้างเสาในวัด
ผมเดินออกไปหาบุ๊ฟเฟต์กินตามคำแนะนำของเจ้าอาวาส
หลังอิ่มหน่ำจากบุ๊ฟเฟต์ 10,000กีบ 40บาทข้างวัด เลยเดินแวะไปซื้อโค้กมากินฉลองให้ตัวเอง ในที่สุดก็ปั่นมาถึงหลวงพระบางแล้ว!!!
(เท่าที่รู้ ตอนนี้ขึ้นรถ 2 ครั้งแล้วนะครับไกด์ จะปั่นไหวมั้ยเนี่ย 5555)
การเดินย่อยดูสินค้าที่วางขายในตลาดถนนคนเดินกลางคืนน่าจะสนุกที่สุด
น่าสนใจหลายอย่างทีเดียวเลยครับ โดยเฉพาะสาวฝรั่ง แม่เจ้าโว๊ยยย อย่าให้พูด!!
เอ้ยย!! ไม่ใช่ เผลอใจ เอ้ยย เผลอไป.. จริงๆที่น่าสนใจคือของที่วางขายให้นักท่องเที่ยวครับ ><"
สำหรับคืนนี้ ลาไปด้วยภาพพระอาทิตย์ลับฟ้าที่วัดใหม่ในหลวงพระบางก่อนแล้วกันนะครับ
เดี๋ยวพรุ่งนี้กลับจากภารกิจมหาวิทยาลัยจะมาพิมพ์เล่าเรื่องต่อ ^^
ราตรีสวัสดิ์ครับ

แก้ไขล่าสุดโดย Guidevoyage เมื่อ 02 ก.ค. 2014, 23:24, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
-
Guidevoyage
- ขาประจำ
- โพสต์: 130
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2014, 16:46
- Tel: 0909275115
- Bike: araya federal
- ติดต่อ:
Re: ลุยเดี่ยว!! ปั่นเลาะลาว 1,500 km+ (มือใหม่หัดปั่น โพสแรกครับ)
กำลังเริ่มมันส์ครับ แต่พิมพ์ไม่ไหวแล้ว เอาไว้มาเล่าต่อพรุ่งนี้biohazard เขียน:![]()
![]()
เข้ามาชมความเด็ดเดี่ยวครับ ท่าทางจะมันส์
![]()
![]()
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ราตรีสวัสดิ์ ^^
"การเดินทาง"
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn
มันเป็นความงาม
มันคือความหมาย
มันมีเรื่องราว
มันคือชีวิตของผม
Guideyoyage
https://www.facebook.com/Guide.GF.Srinakorn