นาทีที่ยิ่งใหญ่ (ของผม)
พ่อผมเป็นเด็กวัดบ้านนอก สู้อดทนเรียนจนสอบเข้านักเรียนจ่าอากาศได้ แล้วลาออกมาเป็นช่างซ่อมเครื่องบินที่บริษัทเดินอากาศไทย ตอนที่แม่คลอดผม ความฝันสูงสุด ของพ่อ คือ อยากให้ผมเป็นนักบิน
พ่อเอาผมเข้าโรงเรียนเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง อนุบาล 1 - 3 ยังสอบได้ที่ 1 - 2 ประถม 1 - 7 ผมอยู่ห้อง king
แล้วสอบเรียนต่อที่เทพศิรินทร์ได้ ความฝันของพ่อยังอยากผมเป็นนักบิน
พ่อเริ่มเป็นอัมพฤกษ์ตอนผมเรียน ป.6 และกลายเป็นอัมพาต ตอนผมเรียน ม.ศ. 2 ส่วนแม่ผมจบ ป.4 เป็นแม่บ้าน
ที่บ้านไม่มีเงิน แม่เอาเงินก้อนสุดท้ายไปเช่าที่วัด ปลูกบ้านเล็กๆ ให้คนเช่า 4 หลัง กับเปิดบ่อนไพ่ในบ้าน ผมเบนเข็มมาเรียนที่พานิชยการธนบุรี น้าให้เครื่องพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วมา 1 เครื่อง ให้ผมรับจ้างพิมพ์งานทั่วไปพอเป็นเงินพิเศษบ้าง
ตอนนั้นไม่รู้ว่าพ่อหวังว่าผมจะเป็นอะไร เพราะพูดไม่ได้ ส่วน แม่อยากให้ผมจบมาเริ่มต้นเป็นเสมียน
ที่ไหนซักแห่ง
ระหว่าง มัธยมคาบเกี่ยวพานิช ในบ้านผมมีบ่อนไพ่ กับพ่อที่เป็นอัมพาต ข้างนอก มีโต๊ะสนุ๊ก มีเพื่อน มีเหล้า บุหรี่ กัญชา
และผู้หญิง ผมเลือกที่จะอยู่นอกบ้าน การเรียนตกต่ำถึงขีดสุด ปีนั้นเพื่อนๆ จบกันหมด แต่ผมโดนออกจากพานิชยการธนบุรี แม่ผมส่งไปอยู่กับลุงที่ฉะเชิงเทรา เข้าเรียนที่พานิชฉะเชิงเทรา แต่ผมยังคงอยู่กับบุหรี่ เหล้า กัญชา และผู้หญิง
ผ่านไปอีก 1 ปีครึ่ง ผมยังเรียนไม่จบ แม่ขึ้นรถเมล์ตามผมไปทุกที่ โต๊ะสนุก บ้านเพื่อน และบ้านผู้หญิง ทั้งในกรุงเทพ
และฉะเชิงเทรา คอยเอาเงินไปใช้หนี้คนนั้นคนนี้ที่ผมก่อไว้ ทั้งที่แม่ก็ไม่ค่อยมีสตางค์ และผมก็ทำผิดแล้วผิดอีกตลอด
4 - 5 ปี นั้น
อายุ 21 ปี ผมไปผ่อนผันทหาร แต่หลักฐานว่ายังเรียนอยู่ที่พานิชฉะเชิงเทรามาไม่ถึงเขตบางกอกน้อย ผมผ่อนผันไม่ได้
จับได้ใบแดง เป็นทหารเกณฑ์ผลัด 1 กองทัพภาคที่ 1 แม่หงายท้องเป็นลมทันทีที่รู้ว่าโดนทหาร หลังผมเข้ากรมทหาร
แม่ผมนั่งรถเมล์กลับไปที่พานิชฉะเชิงเทราคนเดียว เฝ้าอ้อนวอนขอคุณครูที่นั่น ครูบอกว่าครูกำลังทำผิดอยู่นะแต่ก็แก้คะแนน และให้ใบประกาศนียบัตร วุฒิ ปวช. เกรด 2.01 มา ผมไม่ได้เรียนจนจบมาเอง แต่แม่เอาประกาศนียบัตรใบนั้นมาจนได้
ตอนที่ผมเป็นทหารเกณฑ์ ผมพลันได้คิดเรื่องการศึกษา จึงเอาใบเกรดนั้นไปสมัครเรียนต่อ ปวส. - ปริญญาตรี ภาคค่ำ
ว่างๆ ก็เอาหนังสือเตรียมสอบเข้าเป็นข้าราชการ ซี 1 ของเพื่อนๆ มาอ่านเล่น เรื่องอนุกรม เรื่องเชาว์ปัญญา เรื่องตรรก
เนื้อหากลับกลายเป็นเรื่องสนุกสำหรับผม จนไปตะลุยหาซื้อมาทำเล่นจนหมด (เทียบกับสมัยนี้น่าจะเป็นพวกชอบเล่น sodoku เพลินๆ)
และเมื่อผมปลดประจำการ ผมเอาใบเกรดของแม่ใบนั้น ไปสอบเข้าเป็นข้าราชการระดับซี 1 เจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด
วันไปซื้อใบสมัครกับเพื่อน ผมได้ลำดับที่ 12,000 กว่า เพื่อนท้อใจไม่ไปสอบ แต่ผมอยากลอง มีทั้งสอบข้อเขียน
พิมพ์ดีด และสัมภาษณ์ วันประกาศผลสอบ ผมถือพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วหนักหลายกิโลไปที่ ก.พ. สำนักงานคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือน)เพื่อดูผล
ผลสอบผมได้ที่ 4 นาทีนั้นมันยิ่งใหญ่มาก ใจผมไม่ได้คิดถึงใครที่ไหนเลย ผมคิดถึงแม่คนเดียวและจำไม่ได้ว่าวิ่งถือพิมพ์ดีดกระเป๋าหิ้วหนักหลายกิโลใบนั้น ไปตามถนนหาตู้โทรศัพท์สาธารณเพื่อโทรหาแม่ไกลแค่ไหน
สุดท้าย นาทีที่ยิ่งใหญ่ สำหรับทุกคนมันอาจจะผ่านมาแล้วให้เราระลึกถึงอย่างมีความสุข หรือกำลังจะมาถึง
ขออวยพรให้ทุกคนมีนาทีที่ยิ่งใหญ่ครับ
หมายเหตุ
- หลังรู้ผลสอบแม่ผมเป็นลม ทำโทรศัพท์หลุดมือ ส่วนเพื่อนหลายคนก็อยากเลี้ยงเหล้าฉลอง แต่ผมขอตัวอยากกลับบ้านไปหาแม่
จำได้แม่นว่าแม่นอนอยู่บนโซฟามองหน้าแล้วยิ้มให้ผม ผมยิ้มให้แม่
- ผมขอแม่บวชก่อน ก.พ. เรียกตัว หลังสึกเข้าทำงานที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 4 เดือน แล้วลาออกไปทำงาน
ที่ธนาคารกรุงเทพ แล้วลาออกมาอยู่ที่ ธนาคารรัฐแห่งหนึ่ง ตำแหน่งปัจจุบัน senior manager
- วันที่ผมขึ้นเป็น manager ผมพา ผบ. กับ ลูกสาว ขึ้นรถไปไหว้กระดูกพ่อแม่ที่สระบุรี บอกพวกเค้าว่า ผมได้เป็นผู้จัดการแล้วนะ
- แม่เลิกทำบ่อนไพ่ ตอนผมเข้าทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ
- พลันได้คิดเรื่องการศึกษา จากกระทู้พลันได้คิด เรื่องที่ 5 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&start=15