โพสต์
โดย ลุงเนตร »
..วันที่ ๕ พ.ค.๕๗ - (วัดป่าลานหินตัด - จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง ๗๕ ก.ม. รอรถไฟกลับบ้าน ๒๑.๔๕ น.)
..เช้านี้อ้อยอิ่งอยู่ตรงที่กางเต๊นท์นอน (ศาลาร้อน) ใครจะไปไหนก็ไปช่างเขา สองโมงเช้าจึงอาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินไปทานอาหารที่โรงครัวของวัด
..เก้าโมงเช้าล้อหมุนออกจากวัด ทราบว่าพระอาจารย์สมบูรณ์ สุมัังคโล ปั่นจักรยานออกไปส่งกลุ่มที่ออกจากวัดไปก่อนแล้ว มุ่งสู่ จ.บุรีรัมย์ ในระยะทาง ๗๕ ก.ม. ผ่านตลาดบ้านกรวด - ผ่าน อ.ประโคนชัย - แวะพักผ่อนสัมผัสบรรยากาสร่มรื่นเย็นด้วยแมกไม้ที่สวนนกหนองน้ำสนามบิน (ถ้าจำไม่ผิด มีภาพแนบ) ประมาณ ๑ ช.ม. แล้วเดินทางต่อ
..ทานมื้อกลางวันที่ไหน เมื่อไร นึกไม่ออก จำได้ว่า ปั่นไป พักไป เรื่อย ๆ เพราะใจเย็น เวลามาก กับระยะทาง ๗๕ ก.ม. นั่นเอง
..๑๗.๓๐ น. ถึง จ.บุรีรัมย์ แดดร่ม ลมตก หิวพอดี พบร้านข้าวต้มโต้รุ่งถูกใจ ริมถนน ตรงข้ามธนาคารธนชาต (ถ้าจำไม่ผิด) ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนัก สั่งต้มจับฉ่าย ๑ ถ้วย และผัดคะน้าหมูกรอบ ๑ จาน ๐๓๗ ขวดนึง ข้าวถ้วยนึง ๑๓๕.- บาท อิ่มแปร้
..๑๙.๐๐ น. ปั่นไปพักผ่อน อาบน้ำ อยู่ที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์
..๒๑.๐๐ น. นำตั๋วโดยสารรถไฟที่ซื้อไว้แล้ว ไปที่ช่องจำหน่ายตั๋ว ติดต่อเสียค่านำจักรยานขึ้นรถไฟกลับพร้อมตัวเองด้วย และให้เจ้าหน้าที่สถานีนำไปยกขึ้นที่โบกี้สัมภาระให้ด้วย ค่าจักรยาน ๙๐.- บาท กับค่านำรถจักรยานไปยกขึ้นฯอีก ๒๐.- บาท รวม ๑๑๐.- บาท เราจะจูงไปยกขึ้นเองก็ได้ แต่ไม่สะดวกอย่างยิ่ง เพราะที่นอนอยู่โบกี้ ๙ ห่างจากโบกี้สัมภาระ ๘ โบกี้ ขึ้นกลางทาง รถไฟจอดไม่นาน ต้องให้เขานำไปขึ้นให้สะดวกที่สุด ตัวเองพร้อมสัมภาระกระเป๋าใหญ่ ๒ ใบ หนักอึ้ง ยืนคอยขึ้นโบกี้ ๙ ตรงที่ถามพนักงานไว้แล้วว่าจะอยู่ตรงไหนของสถานี และมีอีกเรื่องหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่ทำพิธีการดังกล่าวแล้ว อย่านอนใจว่าจักรยานจะขึ้นโบกี้สัมภาระไปกับขบวนที่เราขึ้นไปได้ ๑๐๐ % เพราะเจ้าหน้าที่ พรร.ที่ควบคุมโบกี้สัมภาระเกี่ยวกับการนำสิ่งของขึ้น มีสิทธิที่จะไม่รับสิ่งของจากสถานีหนึ่งใดขึ้นโบกี้สัมภาระก็ได้ เนื่องจากสัมภาระเต็มแล้ว แต่ไม่ต้องกลัว จักรยานของเราอยู่ในการดูแลรับผิดชอบของพนักงานที่สถานีแล้ว เขาต้องหาทางส่งตามมาให้ในขบวนหลัง โดยขอเบอร์เสมียนสถานีที่เก็บเงินค่าขนส่งจักรยานและให้เบอร์ของเราไว้ เพื่อติดต่อสอบถามแก่กันและกัน การนำจักรยานขึ้นพาหนะสาธารณะล้วนต้องทำใจ ย่อมไม่เหมือนกับนำไปกับรถส่วนตัวของเราเอง
..๒๑.๔๕ น. รถไฟมาถึง ขึ้นโบกี้ ๙ นอนล่างแอร์ เงียบสงบ หลับสบายยันเช้า ตีห้า เจ้าหน้าที่เรียกขอเก็บที่นอน
..๐๕.๕๐ น. รถไฟเข้าเทียบสถานีหัวลำโพง ตามเวลาไม่เหรด หิ้วกระเป๋าท้ายจักรยาน ๒ ลูก หนักอึ่ง ลงจากโบกี้ ๙ แล้วเดินมาโบกี้สัมภาระหัวขบวนติดกับรถจักร รวมระยะทาง ๙ โบกี้ ไม่ได้จ่ายค่ายกลงไว้ ไม่ได้รับน้ำใจจากผู้หนึ่งใดยกลงให้ (เจ้าหน้าที่ประจำโบกี้สัมภาระและพนักงานของบริษัทรับเหมาเอกชนที่มารับสินค้าที่โบกี้สัมภาระ) เดินมาถึงโบกี้สัมภาระเอากระเป๋าวางไว้หน้าห้องจัดพนักงาน พรร. ขึ้นไปนำจักรยานลงจากโบกี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการนำลงคนเดียว จะยกลงทางหน้าต่างซึ่งถ้ามีคนช่วยรับข้างล่างย่อมทำได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อไม่มีคนช่วยรับย่อมทำไม่ได้ จึงต้องนำออกทางประตูโบกี้แล้วจูงลงทางบันได การนี้ถ้าไม่มีประสบการณ์ ไม่มีเทคนิคเข้าช่วย ประตูแคบ ช่องลงบันไดแคบ นำลงไม่ได้ รถจักรสับเปลี่ยนก็กำลังจะมาลากขบวนออกไปจากสถานี ลองเข็นออกจากประตูได้ครึ่งคันแล้วเลี้ยวลงบันไดเลี้ยวไม่ได้คับติด ต้องถอยกลับมาอยู่ในลักษณะออกจากประตูตรง ๆ เข็นให้ล้อหลังพ้นประตู ล้อหน้าเลยไปทางหัวต่อของโบกี้ แล้วยกล้อหน้าขึ้นตั้งตรง ล้อหลังอยู่ที่พื้น ตัวเบี่ยงไปด้านหัวต่อโบกี้ แล้วเบนเบี่ยงล้อหน้าลงทางบันไดด้านที่จะลง ทำอย่างนั้นจึงนำจักรยานลงได้ ไม่ถึงกับเหนื่อย เพราะใช้ประสบการณ์และเทคนิคนั่นเอง
..เมื่อนำจักรยานลงจากโบกี้สัมภาระได้แล้ว จัดการบรรทุกกระเป๋าสัมภาระเข้ากับท้ายจักรยาน แล้วปั่นออกจากสถานีหัวลำโพง ไปตามถนนพระราม ๔
..๐๗.๓๐ น. ถึงบ้าน โดยสวัสดิภาพ
.......................จบบริบูรณ์...........................
..ขอขอบพระคุณ..
..www.thaimtb.com
..ผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่สนับสนุนกิจกรรมกับชาวจักรยานผู้ปั่นเดินทางขับเคลื่อนต้นผ้าป่าจากกรุงเทพฯ - ไปยังวัดป่าลานหินตัด ถนนสายตรี3 ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตลอดรายทาง อาทิ หลานเอ๋ คนครยก ประธานชมรมจักรยานนครนายกและภรรยา, ครูเปี๊ยก รองประธานชมรมจักรยานกบินทร์บุรี และสมาชิก, ประธานชมรมจักรยานวัฒนานคร และสมาชิก, ประธานชมรมจักรยานอรัญญประเทศและสมาชิก, หลานโอ๋ ตาพระยา, ประธานชมรมจักรยานผู้สูงอายุละหานทรายและสมาชิก โดยเฉพาะเฮียสือและภรรยา สนับสนุนอาหารกลางวัน และสุดท้ายที่ลืมเสียไม่ได้พระอาจารย์ สมบูรณ์ สุมังคโล เจ้าอาวาสวัดป่าลานหินตัด ต้อนรับชาวจักรยานที่ปั่นจักรยานนำต้นผ้าป่าไปถวายที่วัดด้วยที่พักและอาหาร น้ำดื่ม อย่างดียิ่ง
..คนขับยอดยานพาหนะทุกคันที่วิ่งอยู่บนถนนหลวงร่วมอยู่กับพวกเราที่ปั่นจักรยานคันเล็ก ไม่มีเครื่องยนต์ สมรรถนะทุกด้านไม่เทียมเท่ารถที่ใช้เครื่องยนต์ โดยแต่ละท่านขับอยู่ในทางของท่านอย่างเรียบร้อย ไม่เกิดอุบัติเหตุใด ๆ เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทำให้เราทุกคนที่ปั่นจักรยานไปตามถนนหลวงจากกรุงเทพฯ ถึงวัดป่าลานหินตัด จ.บุรีรัมย์ ได้โดยสวัสดิภาพ
..ขอบคุณ ครอบครัว ที่เป็นห่วง สวดมนต์ ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครอง
..ขอบคุณ พุทธศาสนิกชนทุกท่าน ที่ร่วมทำบุญกับผ้าป่าสามัคคีชาวจักรยาน จนได้เงินถวายวัดมากถึง ๒๕๕,๕๕๕.๐๐ บาท ขอกุศลผลบุญที่ทุกท่านได้ทำไปแล้วนั้น จงบรรดาลให้ทุกท่านได้รับแต่สิ่งดี ๆ ไม่ทุกข์ มีแต่สุขตลอดไปด้วยเทอญ.
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*