กลับไปบ้านที่จังหวัดอุทัยธานี เอาจักรยานติดรถไปด้วย วันแรกเป็นวันของเด็กๆพาไปสวนน้ำอวกาศชัยนาท
อยู่ในสวนนกชัยนาท เอาบรรยากาศข้างในมาฝากเผื่อใครจะพาเด็กๆไปเที่ยว ค่าเข้าผู้ใหญ่30บาท เด็ก15บาท
ถ้าสูงเกิน130cm 30บาท มีชุดให้เช่าและมีขาย
เข้าเรื่องกันเลย วันที่2เป็นวันของผู้ใหญ่บ้างละ ปั่นจักรยานไปเขาปลาร้าไปดูภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000 ปี
จากนั้นปั่นไปนอนที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สถานที่ในตำนานที่เล่าขานถึง คุณสืบ นาคะเสถียร ผู้พิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้ด้วยชีวิต
เขาปลาร้าเคยขึ้นไปครั้งแรกและครั้งเดียวสมัยเรียนลูกเสือ ได้ไปเข้าค่ายที่วัดที่นั้นแล้วเดินทางไกลขึ้นเขา
ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตรป่าห้วยขาแข้ง เป็นคนอุทัยแท้ๆยังไม่เคยไปเลยครับ
ดูเส้นทางแล้วจากบ้านหนองจอก อ.บ้านไร่ไปเขาปลาร้าประมาณ50กิโล ไปห้วยขาแข้งอีก50กิโล
ต้องดูเวลาที่ใช้ปีนเขาระยะทางประมาณ900 เมตร ถ้าลงมาเกินบ่ายโมงคงไปห้วยขาแข้งไม่ทันแน่
ออกเดินทาง6โมงเช้า ถนนมีไหล่ทางกว้างมากรถน้อยด้วย
ปั่นไปซักพักใหญ่ๆเริ่มมองเห็นเขาแล้ว ลูกที่2นั่นแหละ
ระยะประชิดแล้ว ดูใกล้ตาแต่ไกลตีนจัง
มาถึงทางเข้าแล้ว ผ่านวัดและหุบป่าตาด หุบป่าตาดมาบ่อยถ้ามีเวลาจะเก็บรูปมาฝาก
มาถึงแล้ว อันนี้มองออกไปเส้นทางที่ปั่นเข้ามา
ส่วนด้านหน้าเรานั้น
ระยะทาง 58กิโลครับ
ส่วนทางขึ้นอยู่นั้น
100 นี้บอกอะไร เอาไว้หลอกนักท่องเที่ยวว่าขึ้นไปอีก 100 เมตรก็ถึงแล้ว
ถ้าเดินไม่ดีข้อเท้าพลิกได้ ทางขึ้นช่วงแรกชันและแคบมาก
ไม่ไหวพักก่อน อยู่นิ่งไม่ได้เลยครับ เมื่อคืนฝนตกมันชื้นยุงเยอะมาก
เดินมา100 เมตรเจอป้ายอันนี้ บอกไปอีก 800 เมตร
ก้าวขาจะไม่ขึ้นอยู่แล้ว ดันมาเจอเจ้านี้ขวางทางอยู่อีก
อีก300 เมตร เริ่มเป็นทางราบและลง
เจอหลุมลึกมาก ถ้าตกลงไปแย่แน่
ถึงแล้ว อยู่ข้างหน้านั่นไง
ผู้พิชิตเขาปลาร้า จับเวลาได้ 1ชั่วโมง 2นาที ดูสี่หน้าแล้วไม่ค่อยดีใจเลย ปั่นคนเดียวมันก็เหงายังงี้แหละ
เก็บภาพก่อนเริ่มจากทางซ้าย
อีกซักท่า
ยังมีเวลาไปหุบป่าตาดต่อ
หุบป่าตาด Unseen ดินแดนจูราสสิคแห่งเมืองอู่ไท ต้นตาด เป็นพืชในตระกูลปาล์มดึกดำบรรพ์ที่หาดูได้ยาก
และมักจะขึ้นตามป่าดงดิบที่มีอากาศชื้นและหนาวเย็น บริเวณโดยรอบของหุบป่าตาดนี้เป็นระบบนิเวศค่อนข้างปิด
เนื่องจากมีทางเข้าออก ทางเดียว แสงแดดจะส่องถึงเฉพาะช่วงเวลาเที่ยงวันเท่านั้น
ทางเข้าออกมีทางเดียวต้องเข้าถ่ำ มืดมากต้องมีไฟฉาย เจ้าหน้าที่มีให้ยืมครับ
นี้ถ่ายด้วยไฟแฟลช ของจริงมืดมาก มอเห็นแสงทางออกอยู่ข้างหน้า
ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งธรรมชาติ ออกจากถ่ำอีกด้านเราจะอยู่ในดินแดนยุคจูราสสิค
ออกมากินก๋วยเตี๋ยวด้านหน้า เอากล้องมาถ่ายเขาปลาร้าระหว่างรอ
ได้เวลาอันสมควรไปต่อ ถนน3438 หนองฉาง-ลานสัก สองข้างทางมีต้นสักให้ร่มเงา ปั่นสบายไม่ร้อน
ปั่นมาถึงเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ่ำประทุนมีห้องน้ำไว้บริการด้วย
ปั่นเลยอำเภอลานสักประมาณ20กิโลถึงทางแยกไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้าไปอีก14กิโล
ถึงด่านตรวจ ค่าเข้า20บาท
จากนี้ไปอีก9กิโล ทางเป็นแบบนี้ เสือหมอบหมดสิทธิ์ครับ ขนาดผมเสือภูเขายาง1.5ยังลำบากเลย
มาถึงป้ายมรดกโลก
มาถึงแล้ว ติดต่อรอเจ้าหน้าที่พาไปจุดกางเต็นท์
สัตว์ที่นี้ยังมีสัญชาตญาณของสัตว์ป่าอยู่ถ้าเห็นเรามันจะคอยระวัง เข้าใกล้ไม่ใด้เลยครับมันจะวิ่งหนี
มาถึงที่กางเต็นท์แล้ววันนี้ปั่นไป 111กิโล ถึง5โมงเย็น
หาจุดกางเต็นท์ก่อน
เห็นเสา2ต้นนี้แล้วน่าจะมีประโยชน์ ถ้ามีอะไรไม่ค่อยดีปีนหนียังทัน
กางเต็นท์เสร็จต้องอาบน้ำแล้ว แมงหวี่ตอมเต็มตัวเลย ลืมสบู่ครับ! แล้วห้องน้ำที่นี้สะอาดมากหาเศษสบู่ไม่มีเลย
ใครเคยอาบน้ำด้วยยาสีฟันไหมครับ? เย็นดีใช้ได้เลย
ยังไม่มืดออกไปตระเวนดูรอบๆก่อน
มีร้านค้าสวัสดิการด้วย กระเพราหมูไข่ดาวเลย กลับมาถึงที่กางเต็นท์ลืมซื้อสบู่อีก..กำ
เมื่อคืนเห็นหิ่งห้อยด้วย แล้วไอ้สัญชาตญาณของสัตว์ป่านี้แหละทำไห้กลัว ไม่รู้ว่า เก้ง หรือ กวาง มันร้องเหมือนหมาเห่า
แล้วก็ได้ยินเสียงมันวิ่งรอบที่กางเต็นท์ มันหนีอะไรอ่ะ มันมืดไม่มีไฟสักกะดวงเลย เจ้าหน้าที่ก็ไม่มี นอนนิ่งๆในเต็นท์ดีกว่า
ตื่นเช้าแล้วยังมีชีวิตอยู่ครบ32ครับ พร้อมลุยต่อ
ไปบ้านท่านสืบกัน
ท่านพยายามปกป้องแก่งเชี่ยวหลานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง
และการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องให้สังคมเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

อนุสาวรีย์สืบ นาคะเสถียร

ด้วยความท้อแท้และผิดหวังที่สังคมไม่ใส่ใจอนุรักษ์ธรรมชาติ สืบจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย
กลางคืนวันที่ 1 กันยายน 2533 ใช้อาวุธปืนยิงตนเองหนึ่งนัดถึงแก่ความตายในบ้านพักหลังนี้
ลงนามผู้มาเยือน ชมบริเวณบ้าน น่าเสียดายถ่ายรูปห้องนอนกับห้องทำงานไม่ได้
หน้าต่างเป็นกระจกและข้างในมึด
หลังความตาย คนเราไม่สามารถนำทรัพย์สิน เงินทอง ลาภ ยศ สรรเสริญติดตัวไปได้
สิ่งที่จะคงเหลืออยู่ก็มีเพียงคุณงามความดีที่เขาผู้นั้นรังสรรค์ไว้ให้กับสังคม
ซึ่งในขณะนั้นความตายของสืบได้ส่งผลสะเทือนต่อวงการอนุรักษ์อย่างใหญ่หลวง
และเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายคนหันมาห่วงใยสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
ถามเจ้าหน้าที่ เส้นทางเดินป่าชั่วนี้ไม่เหมาะเจอไฟป่าไปเยอะ จึงต้องเดินทางกลับ
ออกมาถึงทางเข้าแวะกินก๋วยเต๋ยว
ชอบเส้นทางนี้จังมีต้นไม้ตลอดเลย
ผ่านอ่างเก็บน้ำทับเสลาเข้าไปดูซักหน่อย
ปั่นเลยอำเภอลานสักเห็นป้ายไปน้ำพุร้อน23กิโล ยังมีเวลาเข้าไปแช่เท้าน้ำอุ่นๆน่าจะดี
แต่ว่าปั่นมาจนจะถึงอีกประมาณ1กิโลเจอฝนครับ จะรอฝนหยุดก็ไม่มีเวลา เก็บของพร้อมลุย
มาที่แช่เท้าเจอขาปั่นจากหนองฉาง ปั่นไปแก่งลานนกยูง อุทยานแห่งชาติแม่วงก์กันมา แวะมาแช่เท้าน้ำอุ่นเหมื่อนกัน

รู้สึกสะบาย เปียกฝนมาหนาวๆ
บ่อน้ำพุตงนี้แช่ไม่ได้ ประมาณ90องศา ต้มไข่สุกครับ
ปั่นกลับถึงบ้าน 4โมงเย็น ระยะทางรวม2วัน 234 กิโล
ถ้าสีผิวต้องแจ้งเปลี่ยนเหมือนเปลียนสีรถยนต์ ผมคงต้องแจ้งเปลียนแล้วครับ
เดี๋ยวสีผิวก็กลับมาขาวเหมือนเดิม แต่ประสบการณ์และภาพประทับใจยังคงอยู่ตลอดไป..
“เที่ยวด้วยใจ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม” ครับ