ว่าจะลงรีวิวแต่เที่ยง ปาไปซะเย็นย่ำค่ำมืด
เอาเป็นว่าขอเริ่มเล่าเรื่องรถเลยล่ะครับ
(รีวิวนี้ผสมทั้งการ test rird ราว 2 กิโล ด้วยถนนใหญ่แถวบ้านหลังจากที่พึ่งได้ กับปั่นไปงานฟังเพลงในค่ำวันเดียวกัน
และปั่นผ่านการจราจรที่คับคั่งของย่านเศรษฐกิจกลางกรุงเทพฯ ราวเที่ยงวันจันทร์ รวมไปถึงการพับขึ้นรถปอ.ในบ่ายวันนั้น
ก่อนไปเข็นเดินห้างใหญ่ย่านปิ่นเกล้าในวันเดียวกัน)
น้ำหนัก
...แรกยกออกจากกล่องขึ้นบ้านในสภาพยังพับอยู่ (บ้านผมเป็นเรือนไทยยกสูงแบบโบราณ สภาพพร้อมพัง

)
พบว่าหนัก แต่เป็นหนักที่รับได้ อย่างน้อยก็ยังยกง่าย และยกสบายกว่ารถมีเกียร์ที่พับไว้ ที่เคยลองยกมา
...พอยกลงจากบ้านในสภาพที่กางแล้ว รู้สึกสวรรค์มาก ไม่รู้สึกถึงความหนักเลย
(น่าจะเป็นผลพวงจากการที่ผมฝึกฝนความพร้อมต่อความลำบากให้ตัวเองมาตลอดด้วยแน่ๆ เลย

)
ขนาด
...เป็นเรื่องที่รู้สึกหลังจากการกางว่าช่างเป็นรถพับล้อ 20" ที่คันใหญ่ชะมัด
ผมให้เหตุผลกับตัวเองว่า ก็ตลอดปีกว่าๆ ที่ผ่านมา เอ็งอยู่แต่กับพับ 12" นี่หว่า
...แต่อีกใจกลับคิดว่า เหมือนจะใหญ่กว่ามินิ 20" ที่มีอยู่เหมือนกันนะ แถมช่วงหลังๆ ผมไปนั้งร้านจักรยานบ่อยๆ
ก็เห็นพับดาฮอนคันอื่นไม่ใหญ่อย่างนี้นี่หน่า (อาจเพราะเป็นเรื่องของสีที่ทะมึนจนสามารถสร้างความรู้สึกยิ่งใหญ่อลังการได้)
3 จุดสัมผัสกับร่างการ
-hand n grip ด้วยขนาดที่กว้างของแฮนด์ใหม่ยังไม่ผ่านการตัด มันขจัดความรู้สึกเรซซิ่งไปหมดสิ้น
ยิ่งมากับคอที่ผมว่าสูงไปสำหรับคนสูงราว 166 อย่างผม ทำให้ไม่มีความรู้สึกถึงการมุดลม ที่ทำไว้เสมอกับคันอื่นที่เคยมี
(แต่ชอบปลอกมือนะ สวยดีเป็นดาฮอนเองด้วย ผิวสัมผัสก็โอเค)
-เบาะ ที่บอกไว้ว่า หนา นุ่ม แน่น จะเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผมจะเปลี่ยน (ต้องเดือนหน้าแหละ) เข้าใจแล้วที่เค้าบอกว่านั้งเบาะแบบนี้
แล้วจะเกิดปัญหากดทับกับเสียดสี สองอย่างนี้ผมโดนหมดเลย
-บันได เป็นอีกอย่างที่อยากเปลี่ยนเพราะไม่ให้ความรู้สึกยึกเกาะกับเท้าเท่าไหร่เลย แถมยังไม่ค่อยหมุนด้วย ที่สำคัญยังดูเทอะทะมาก (ผมให้ความสำคัญกับเรื่องหน้าตาเป็นพิเศษ ถึงขนาดต้องติดไฟหน้าสองดวงให้สมดุล)
2 จุดสัมผัสกับพื้น
...ล้อหลัง ที่ไม่ค่อยให้ความใหลลื่นเท่าไหร่เลย ไม่รู้ว่าโซ่ตึงไป หรือจี่แน่นไป คิดว่าจะลองคลายจี่สักหน่อย
แต่เดี๋ยวต้องลองปั่นก่อน แล้วค่อยว่ากัน ส่วนล้อหน้า โอเคอยู่ใหลลื่นดี แต่พอปั่นปล่อยฟรี ไม่มีเสียงดุมทั้งหน้าหลัง
...ยาง อย่างที่บอกว่าเป็น 1.75 ผมคิดอยู่ว่าจะหา 1.5 หรือน้อยกว่ามาใส่ ด้วยเหตุผล...
1.อยากเพิ่มเพอร์ฟอร์แมนซ์ (แต่ถ้าได้ยางหนักมา ก็คงไม่ช่วยเท่าไหร่...หรือเปล่า...)
2.เสียดายลายยาง คงเก็บไว้ใช้ในโอกาศพิเศษๆ
(มี 1.5 อยู่กับมินิ แต่ขี้เกียจถอดซะได้

)
...กลับมาเรื่องล้ออีกที ก่อนจะได้คันนี้ มีความคิดจะจัด 451 ...อยากสัมผัส performance แบบทวีคูณขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องเก็บเงินก่อน
1 เดียวกันของคนและรถ
...รู้สึกแรกเลยที่ขึ้นนั้งก่อนออกปั่น ความสูงเบาะก็สัมพันธ์กับช่วงขาแล้ว (อาจไม่เป๊ะ แต่รับรองว่าใกล้เคียง มากๆๆ)
แต่คอรถที่สูงอย่างที่บอก ทำให้หลังเอนนิดเดียว กอปรกับแฮนด์ที่กว้าง แขนจึงยิ่งกาง จึงทำให้ท่าปั่นแลสง่า แต่ก็เป็นท่าปั่นที่ผมไม่คุ้นเคย
สิ่งที่พอทำได้ในตอนนี้คือหมุนแฮนด์ลง ให้เป็น low riser ไปก่อนถึงค่อยคุ้นชินขึ้นมาบ้าง คิดอยู่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้คอที่สั้นลง ไม่ก็ติดสเตมรถพับ ไม่รู้แบบไหนจะเข้าท่า และคุ้มค่ากว่ากัน
...สิ่งที่ประทับใจที่สุด คงเป็นความมั่นคง และความหนึบ แน่นหนา ไม่รู้สึกว่าปั่นรถพับเลย การซับแรงกระแทก ก็รู้สึกเนียนกว่าอลูและไฮเทนที่ผ่านมา
(หรือเพราะเบาะมันนุ่มกว่า ก็ไม่รู้สินะ แต่ผมก็พิสูจน์จากทางเดิมๆ ที่เคยปั่นนี่แหละ)
...ระบบขับเคลื่อน โซ่ที่ตึงเปรี้ย ทำให้คิดไปก่อนว่าจะออกตัวไหวมั้ย/จะปั่นออกมั้ย แต่พอปั่นจริงๆ มันก็ใหลไปของมันได้อยู่นะ
ความคิดเรื่องเกียร์ออโต้เลยอาจชลอไว้ก่อน และเรื่องจะคลายจี่คงจะไม่ทำแล้ว สาเหตุจะบอกในหัวข้อของเบรก แต่ตอนจะออกตัวไฟเขียวที่สี่แยกใหญ่ใกล้บ้าน ก็ไม่ทันใจอยู่เหมือนกัน มีค้างอยู่อย่างนั้นประมาณเกือบสองวิ บอกเลยว่าเหตุผลหนึ่งที่เป็นอย่างนี้เพราะถนนจุดนี้นั้นเป็นทางลาดเล็กน้อย
(สังเกตจากตอนใช้คันอื่นมาติดไฟแดงรอข้ามแยก ผมทำแทรคสแตนด์ได้ง่ายกว่า และตอนนี้ที่อูโน่ออกตัวจากแยกอื่น ก็ไม่เกิดอาการอย่างแยกนี้)
...เรื่องความเร็ว ไม่รู้เลยครับไม่ได้ติดอุปกรณ์อะไร แถมยังไม่ลองใช้แอพที่มีด้วย แต่ AV คงราวๆ 20 นี่แหละ สำหรับผมถือว่าพออยู่
...ระบบเบรก ก็ให้การหยุดที่น่าประทับใจ ยังพอมีระยะให้วนรอบขามาด้านหลังอยู่บ้าง การหยุดจึงไม่กระชากนัก ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงกับการลงทางลาดอย่างสะพานสูงๆ (ผมลองแล้วกับการลงสะพานกรุงธนฯ ลงฝั่งพระนคร ที่ลงแล้วถูกบังคับให้เลี้ยวหักศอกทันที หรือจะลักไก่ตรงไปก็แล้วแต่ และการลงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งถนนบุรีที่สูงชันด้วยความเร็ว) ปรับตัวไม่นานก็คุ้นชิน (อาจเพราะเคยปั่นรถที่ใช้เบรกแบบนี้มาก่อนแล้วด้วย)
...กลับมาเรื่องคลายจี่ ที่จะไม่ทำแล้ว เพราะจะทำให้ระยะปั่นถอยเบรกมากขึ้น ผมว่าระยะนี้ผมพอใจแล้ว
...อีกอย่างระหว่างปั่นคือได้ยินเสียงท่อครอบโซ่ ที่จะได้ยินเป็นรอบๆ ยังไม่ได้สังเกตว่าตำแหน่งไหน ไปสัมผัสกับส่วนไหน แต่ไม่ดังอะไร(แทบไม่ได้ยิน) เลยไม่ค่อยใส่ใจ
0 การพับ และพับแล้วเข็น
...speed uno เป็นพับคันที่สองของผม แต่เป็นคันแรกที่ใช้มาตรฐานการพับแบบนี้ สำหรับผมยังไม่ทันใจ ไว้จะหัดให้คล่องๆ ขึ้น
ความแน่นหนาในการพับประทับใจ แต่พับไปไม่กี่ที ตัวยึดที่ตะเกียบหน้าก็เริ่มถ่างออกจากกัน ผมคงต้องปรับแต่งดูเองก่อน (ไม่รู้จะงานเข้ารึป่าว)
...แต่ที่ชอบตอนที่พับก็ยังมีครับ ตอนคืนวันอาทิตย์ผมใช้เป็นเก้าอี้นั้งฟังเพลง กับบ่ายวันจันทร์ที่บนรถปอ.ไม่มีที่นั้ง แต่ผมมีมาส่วนตัว
สัดส่วนใกล้เคียงกับร่างกายเรา แต่ถ้าไม่มีสติก็จะเผลอล้มได้ง่ายๆ เลย
...พอถึงห้าง ผมกางแฮนด์ไว้ใช้เข็น ผมว่าโอเคนะ อาจไม่ต้องใช้ third wheel ก็ได้ คงต้องหาลองของจากใครที่ใช้ก่อน แล้วถึงชั่งน้ำหนักกับค่าตัวดู
และนี้ก็เป็นรีวิวจากประสบการณ์การใช้งานของผมครับ จบแล้วครับ
ปล.1 นึกขึ้นได้ว่ามีรูปบนรถเมล์ เดี๋ยวลงเพิ่มให้ครับ
ปล.2 สำหรับทุกท่านที่หลังไมค์มาถามแหล่งที่ผมได้คันนี้มา ขอเรียนว่าขออนุญาติใจร้ายที่จะไม่บอกนะครับ เพราะ...
1.ผมก็เจอด้วยตนเองไม่ได้ถามใครเหมือนกัน อยากให้ทุกท่านที่สนใจจริงๆ ใช้ความพยายามอีกนี๊ดดดดดเดียวเองก็จะเจอแล้วครับ
2.speed uno คันนี้ไม่ได้ผ่านตัวแทนนำเข้า หากผ่านการค้า การซื้อหาแบบผมมากๆ เข้า คงไม่เป็นผลดีต่อระบบการค้าปกติ
3.สืบเนื่องจากข้อ 2 เป็นที่รู้กันว่าผู้นำเข้า ไม่ได้นำสเปคนี้/สีนี้ เข้ามา ผมอยากให้คงความหลากหลายไว้ครับ
ให้มีฟ้า(+เทา)บ้าง ดำ(เงา[shadow])บ้าง ผมเชื่อว่าโลกต้องอยู่ได้ด้วยความหลากหลายแตกต่างกันนั้นแหละครับ
โอเคนะครับ
เข้าใจตรงกันนะ
