ทั้งรถทั้งสัมภาระ .... ขาขึ้นก็ไม่ไหว ขาลงก็หน้าทิ่ม รถไปก่อนคน เดือนร้อนผู้ชายแถวนั้นต้องมาช่วย
หลังๆเลยต้องยอมไปไกลอีกนึด เพื่อขึ้นทางสะพานลอยแบบเป็นทางลาดค่ะ
ลุงสุวัฒน์ เขียน:ขอร่วมเสนอความคิดด้วย
สำหรับผม จะมีสายสะพายใหล่ที่ล็อคใส่กันและปรับความสั้นยาวได้ เมื่อจัดสัมภาระหน้า-หลังใกล้เคียงกัน แล้วเอาสายนี้คล้องคานหน้าโดยก้มตัวลงไปให้อานอยู่ประมาณใต้รักแแร้(ตัวล็อคเลยขึ้นมาอยู่ด้านหน้าใกล้อาน) ย่อเข่าลงแล้วยืนขึ้นด้วยขาสองข้าง (หลังตรง) เอนตัวมาข้างหลังหน่อย มือซ้ายจับแฮนด์ซ้ายมือขวาประคองรถ ลองทำที่บ้านก่อนว่าจะใส่ของหน้า-หลังหนักได้แค่ไหนให้สมดุลย์ ยกไหว และจุดที่จะคาดเข็มขัดกับคานกลางตรงไหน ให้รถลอยตัวเที่ยงเสมือนคานชั่ง ยกจากพื้นประมาณคืบหนึ่งพอ เวลาขึ้นและลงบันได ให้เดินเอาด้านข้าง(ขวาก็ได้)ขึ้นบันไดเหบียบแบบที่ละขั้น (อย่าก้าว 1-2-3) โดยจักรยานอยู่หน้า (คนอื่นเขาจะหลบให้และหลีกทาง เพราะรถจะขวาง...อิอิ) เหนื่อยก็พัก ถึงบนสุดก็จูง ุถึงทางลง ก็เอาตัวลงก่อน รถอยู่สูงกว่าเรา ลงทีละขั้น สายสะพายนี้กว้างประมาณ 2 นิ้ว มีตัวรองไหล่แบบเดียวกับสายสะพายกระเป๋าจักรยาน เสร็จแล้วก็ม้วนเก็บกระเป๋าหน้า
จักรยานปกติก็ไม่เกิน 15 กก ผมยกได้มากกว่า 25 กก บางที เอามือขวาช่วยหิ้วด้วยน่ะ![]()
ขออนุญาตเก็บรูปลุงไว้เป็นตัวอย่างนะครับลุงสุวัฒน์ เขียน:สองภาพนะครับ ขอบคุณคุณธานินทร์ RIT วันนี้แวะไปหาน่ะ
ยกสบายๆ หรือช่วยจับก็ได้ ผมไม่ได้ใส่ที่รองไหล่ จะใส่เมื่อสัมภาระหนักน่ะครับ
จุดที่คาดคานกลางต้องกะเอาเอง