เรามีชีวิตเหมือนๆ กัน
ถือเป็นข้อปฏิบัติของครอบครัวผม ที่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หลัง 4 โมงเย็น ทุกคนจะต้อง ปิดโทรทัศน์ ปิดแอร์
ปิดคอมพิวเตอร์ เลิกเล่นโทรศัพท์ เลิกเล่นเกมส์ เลิกเล่น line แล้วออกไปอยู่นอกตัวบ้าน
ถ้าไม่ขยัน ก็เก็บใบไม้ รดน้ำต้นไม้ ตีแบด แล้วก็จบโดยการปั่นจักรยานรอบๆ หมู่บ้าน ให้ได้อย่างน้อย 10 รอบ
(ประมาณ 5 กม.+) ถ้าขยันก็ขนไม้แบด พับจักรยานใส่ถุงขนขึ้นรถยนต์ไปปั่นกันรอบๆ พุทธมณฑล
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ช่วงเวลาใกล้ๆ กัน จะมีหนุ่มน้อยแขกปากีสถาน ตัวเล็กร่างผอมเกร็ง อายุราวๆ 14 – 15 ปี
เข็นรถขายโรตีเข้ามาในหมู่บ้าน ซึ่งผมกับครอบครัวถือเป็นลูกค้าประจำเหมือนกัน เค้าเห็นครอบครัวผม
ปั่นจักรยานในหมู่บ้านบ่อยๆ ชอบมอง แล้วยิ้มให้
4 โมงเย็นวันนั้นเป็นวันขยันของเรา ทุกคนเตรียมตัวไปพุทธมณฑล หนุ่มโรตีเข็นรถผ่านหน้าบ้าน ลูกสาวผมเรียกซื้อ
และยืนคอย ส่วนผมกำลังพับจักรยานใส่ถุงเอาขึ้นรถยนต์ มี dahon boardwalk ของลูกสาวเป็นคันแรก ระหว่างที่ผม
พับจักรยาน หนุ่มน้อยโรตีทำหน้าแปลกใจแล้วถามว่าจักรยานมันพับแบบนี้ได้ด้วยเหรอครับ ผมตอบว่าพับได้แบบนี้ไง
แล้วก็เอาใส่ถุงไปปั่นที่อื่น เค้าบอกว่าเค้าอยากได้จักรยานแบบพับบ้าง และถามต่อว่าราคาเท่าไหร่ครับ ผมตอบว่า
ซื้อมือสองมา 2,500 บาท ลูกสาวผมหันมามองหน้าผมแบบงงๆ เหมือนจะพูดอะไร ผมสั่นหน้าทำสายตาปรามๆ
ลูกสาวผมเลยเงียบไป หลังหนุ่มโรตีออกไปลูกสาวถามผมว่าทำไมพ่อโกหกเค้าว่าจักรยานหนู 2,500 บาท
ผมยิ้มแล้วค่อยๆ อธิบายให้เค้าเข้าใจ ซึ่งก็คล้ายกับด้านล่าง
ความจริงบางครั้งก็ทำร้ายจิตใจใครบางคน ความจริงบางครั้งก็บั่นทอนกำลังใจใครบางคน ผมแค่อยากให้เค้ายังมีกำลังใจ
ผมแค่อยากให้เค้ารู้สึกว่าเค้าไม่ได้แตกต่างจากเรา ถ้าเค้าเก็บเงินได้ 2,500.-บาท ไปที่ร้านจักรยานมือสองอย่างที่ผมว่า
เค้าก็จะได้จักรยานพับมาเหมือนกัน มันอาจจะไม่มีเกียร์ มันอาจจะไม่ใช่ยี่ห้อเดียวกัน มันอาจจะไม่ใช่รุ่นเดียวกัน
แต่เค้ากับเราจะไม่แตกต่างกัน เพราะมีจักรยานที่พับได้เหมือนกัน