
ความเร็วเริ่มลดลงเรื่อยๆ
เริ่มใช้เกียร์เบาที่สุด ขึ้นเขา ควงขาขึ้นไปเรื่อยๆ
ความเหนื่อย ความอ่อนล้า เริ่มมา
เวลาก็บ่ายสามโมงแล้ว
ระยะทางยังอีกไกล
หนทางข้างหน้ามีแต่ชันขึ้นไปเรื่อยๆ
ขึ้นจากเขาลูกหนึ่งไปอีกลูกหนึ่ง
มีลงบ้างเล็กๆน้อยๆตามเส้นทาง ไว้เป็นกำลังใจส่งขึ้นเขา
ปั่นๆไปมีช่วงหนึ่งตบเกียร์ลงเข้าจานหน้าใบเล็กที่สุด แล้วปั่นไปรู้สึกขามันเบาๆผิดปรกติ เหมือนโซ่หลุดจากจานใบเล็ก
ผมเบรกแล้วลงจากรถมาดูว่าใช่โซ่หลุดจริงไหม แต่สุดท้ายก็คือโซ่หลุดจริงๆ พอใส่โซ่เสร็จแล้วปั่นต่อไป
หลังจากนั้นผมก็ปรับเล็กน้อยเพื่อให้เข้าจานใบเล็กได้ดีขึ้น
ปั่นงันเขาขึ้นมา เจอป้ายว่า แจ้งเหตุด่วน เหตุร้ายโทร ผมต้องถ่ายเก็บไว้เลย
เพราะเราไม่รู้ว่าจะเจออะไร
เรามาปั่นคนเดียวด้วย ถนนก็เงียบดังอยู่ในป่าเขาจริงๆ มีเพียงเสียงของใบไม้กระทบกันต้นไม้พัดไปมาเท่านั้น
ถนนมีหลุมเป็นบ่อด้วย บ้างช่วงไหล่ทางชำรุด
ทางไม่ดีต้องระวังหลุมบ่อและหินก้อนใหญ่บ้างเล็กบ้างตามทาง

ไปปิล๊อก

ทางลงพอสบายได้บ้าง แต่เมื่อสบายกับทางลง
ทางข้างหน้านึกไว้เลย ว่ามีทางขึ้นแน่นอน
ถนนนั้นสร้างไปตามไหล่เขาจึง เลี้ยวซ้ายบ้างเลี้ยวขวาบ้าง
แต่ทางขึ้นผมรู้สึกว่าเลี้ยวซ้ายจะเยอะกว่า
เส้นทางเส้นนี้ต้องระวังช้างป่าด้วย บ้างครั้งอาจมีช้างข้ามทางได้
ซึ่งผมก็คิดในใจว่าถ้าเจอแล้วเราจะทำอย่างไร
เราจะปั่นให้เร็วที่สุด เพื่อจะหนีช้างให้เร็วที่สุด แต่ก็สภาพร่างกายคงเร็วกว่านี้ไม่ได้มากเท่าไรบวกกับทางขึ้นเขาด้วยชันๆเท่านั้น
เราจะหยุดอยู่นิ่งๆ ไม่ให้ช้างรู้สึกตัวว่ามีเราอยู่แถวๆนั้น เราก็ยังหายใจเสียงดังอยู่ดีจากความเหนื่อยล้า แล้วรอให้ช้างไปก่อนเราจึงค่อยไป
....สุดท้ายก็คิดเล่นๆเยอะแยะหลายวิธี แต่ก็อย่าไม่คิดมาก (รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ที่ผ่านผมไป ณ ถึงป้ายนี้ยังไม่สักคันเลย)

ปั่นมาเจอคล้ายป้อมอะไรก็ไม่รู้ ข้างๆป้อมมีห้องน้ำด้วยแต่ผมไม่เข้าเพราะไม่ปวดแล้วเสียเวลา เป็นที่ราบไม่ชันเท่าไร ให้หยุดพัก
ผมลงจากรถ เช็ดนิ้วมือที่สกปรกจากโซ่ออก
พักหายใจเต็มปอดแล้วปั่นขึ้นเขาต่อไป































