โพสต์
โดย ลุงเนตร »
"..การเดินทางวันสาม ๑ เม.ย.๕๗ - จากวัด "ปราสาทราชาสำโรง" เมืองอุดรมีชัย มุ่งสู่อำเภอ Garand วัด "ตาโปน" ในระยะทาง ๗๗.++ ก.ม.
..๐๗.๐๐ น. ร่วมพิธีกรรมวงกลม เสร็จแล้วปั่นออกจากวัด "ปราสาทราชาสำโรง" ไม่ไกล ถึงตลาด เราแวะทานมื้อเช้า ผมทานมาม่าแล้ว พบร้านข้าวหน้าหมูย่างปรุงรสเหมือนที่ตลาดช่องจอม ทานแล้วอร่อย ซื้อไป ๒ กล่อง สำหรับมื้อกลางวันและเย็น ที่ตลาดมีร้านขายอาหารหลายร้าน รวมถึงอาหารตามสั่ง ข้าวผัด ก๊วยเตี๋ยว ขนมจีน
..แปดโมงกว่า เคลื่อนขบวนออกจาก ถนนราบเรียบ รถน้อย ไม่มีต้นไม้ใบบัง วิวทุ่งนาโล่ง มีต้นไม้เตี้ย ๆ ประปราย สิบโมงเช้าอากาศร้อนแรงแล้ว
..เพลพระอาจารย์หยุดพักทานอาหาร ฆราวาสหยุดด้วย ทั้งหมดรวม ๑๑ คน หน้าที่ทำการตำรวจภูธร ชาวบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นมาดู คุยด้วย หนุ่มหนึ่งหิ้วน้ำมาให้ถังหนึ่งบอกไว้ล้างหน้า และหิ้วไปให้ใช้ที่ห้องน้ำด้วย หนุ่มหนึ่งพูดไทยได้ เคยไปทำงานเมืองไทย มาคุยด้วย
..ทานเสร็จก่อนเที่ยง พระอาจารย์ บอกเหลืออีก ๓๐ ก.ม. ขอออกบ่ายสอง
..ผมนั่งหลับไปงีบหนึ่ง ประมาณเที่ยงครึ่ง เบื่อคอย จึงปั่นออกไปก่อน สักครู่เสธดวนปั่นตามมาทัน จึงปั่นไปด้วยกัน ช่วงนี้แดดร้อนมาก จนสี่โมงเย็น แดดหุบ เพราะมีเมฆลอยมาบังอวงอาทิตย์ด้านทิศตะวันตกขวามือ มองไปทางซ้ายมือเบื้องหน้าไกลโพ้น ท้องฟ้มดำทมึน ปั่นต่อไปได้อีกหน่อยพบร้านค้าริมถนนขวามือ และมีบ้านอยู่ด้านใน แวะพักเพราะตากแดดปั่นมาหลาย กม.แล้วด้วย
..ในร้านเห็นมีมะละกอลูกใหญ่ ๆ ครก สากกระเบือ(หลายคนคงไม่รู้จักศัพท์คำนี้ ซึ่งแปลว่า "ไม้ตีพริก" หรือ "ไม้ตำพริก") มีถังแช่เครื่องดื่ม เปิดดูมี ๐๓๗ กป.ละ ๒๐.- บาท หรือ ๒๐๐๐ เรียล ด้วย
..ณ เวลานี้ แดดร่ม ลงตก พอดี คิดว่าจะหยุดรอกลุ่มหลังด้วย สั่งส้มตำ แล้วนั่งคอย ท้องฟ้ามืดครื้มใกล้เข้ามา ส้มตำเสร็จวางตรงหน้า ลมเริ่มแรง ฝนลงหนาเม็ด ประมาณสถานะการณ์ขณะนั้นแล้ว ลมแรงฝนหนักแน่ รีบจูงจักรยานจากร้านเพิงหลังคาแฝก เข้าไปในบ้าน ซึ่งเหลือช่องให้เสียบจอดข้างรถเครื่องได้อีกคันพอดิบพอดี แล้วเดินกลับออกไปที่ร้าน ลมเริ่มแรงมากขึ้น หยิบชามส้มตำ (๑ ครก ได้ ๒ ชาม) แฃะ ๐๓๘ กลับไปนั่งบนบ้าน ข้างรถจักรยาน แป๊บเดียวทั้งลมทั้งฝนกระหน่ำ เสธด่วนยอดกอดเสาร้านค้าท่วมกลางลมและฝน ขณะเดียวกันนั้นที่ร้านค้ามีรถเครื่อง ๒ คัน แต่ละคันบรรทุกสามี+ภรรยา+ลูกเล็ก รวม ๖ คน พอฝนและลมแรงมากทั้งหมดเข้ามารวมกันอยู่ในบ้าน พ่อบ้านวิ่งวุ่นปิดฟากฝาบ้าน แม่บ้านเรียกลูกเล็กสองคนที่หลบอยู่ใต้ถุนขึ้นบ้าน ฝนสาดเปียกพื้นเรือนด้านหน้านิดหน่อย ไม่ถึงตรงที่ผมนั่งดื่ม ดูสภาพฝนตกหนักและลมแรงของประเทศกัมพูชาอยู่นานประมาณ ๓๐ นาที หมด ๐๓๗ ไปสอง กป. ส้มตำ ๑ ชาม เหลือ ๑ ชาม ใส่ถุงไป เมื่อฝนหายเราสองคนปั่นต่อท่วมกลางฝนปรอยเป็นละออง ฟ้าครื้มทมึน เหลือระยะทางอีก ๑๒ ก.ม.
..ก่อนถึงอำเภอ Garand ๒ ก.ม. พบทางแยกสองแพร่ง ป้ายบอกซ้ายไปเสียมเรียบ - ขวาไปปากเซ หยุดถามรถเครื่องหนุ่มซ้อนสามที่ผ่านมาบอกให้เลี้ยวขวาอีก ๒ ก.ม.ไป Garand และวัด "ตาโปน" ต้องเลยเลี้ยวขวาไปอีก ๒ ก.ม.
..๑๗.๓๐ น. ก่อนถึงที่พัก โทร.ถามพระอาจารย์ ซึ่งอยู่กลุ่มหลัง บอกว่่ากำลังอยู่ทามกลางลมแรง คงไปไม่ถึงวัดที่เราพัก จะขอนอนกับชาวบ้านแถวนั้น เราบอกได้เลย ไม่เป็นไร หมดห่วง
..๑๘.๐๐ น. ถึงวัด "ตาโปน" เข้าพักที่ศาลาสร้างใหม่ยังไม่เสร็จ มีพัดลมและไฟฟ้า เราอาบน้ำ ซักผ้า กางเต๊นท์ พระ-เณรเดินมาที่ศาลา สองสามองค์ ยกคัตเอ้าท์ ไฟดับหมด เราต้องเปิดไฟฉายทานข้าวกล่อง ห่างออกไปในศาลาเดียวกัน มีชาวเขมร ๓ คน พร้อมรถเข็นบรรทุกต้นมะม่วง สูงประมาณ ๑ เมตร คงเร่ขายมาแล้วทั้งวัน นอนอยู่ด้วย ทำให้เราระแวง ต้องใส่กุญแจรถทั้งสองคันรวมกันไว้เพราะสายล๊อคสั้นไม่พอผูกอ้อมเสาศาลาได้ เสธดวน เอาขวด ใกล้ ๆ รถ เป็นกับดักให้โดนล้มดังให้เราตื่นอีกด้วย
..อิ่มแล้ว สักครู่ เข้าเต๊นท์นอน สวดมนต์ หลับ อากาศเย็นสบาย เพราะค่ำคืนนี้ ฟ้ายังฉ่ำฝน
..
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*