ขอเล่าสู่กันฟังนะครับ
ผมขี่จักรยาน(จริงจัง)มาตั้งแต่เด็กๆ รวมแล้วยี่สิบกว่าปีไม่เคยมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเท้าเลย
เมื่อช่วงก.ย.-ต.ค.ปีที่แล้วผมเริ่มกลับมาซ้อมตามตารางเพื่อเตรียมไปพิชิตดอยอินทนนท์และแข่งตามรายการอื่นๆตามโอกาส
และเริ่มมีอาการรู้สึกเจ็บที่ฝ่าเท้าเวลากดน้ำหนักลง ซึ่งมันก็คือ ตาปลา นั่นเอง
และเจ็บขึ้นเรื่อยๆๆ จนเรียกว่าปรี๊ดในบางจังหวะ แม้กระทั่งตอนเดิน หลังจากงานอินทนนท์เสร็จผมจึงยอมพักเพื่อรักษา ก็ไปปรึกษาแพทษ์ผิวหนังคนนึง ที่รู้จักกัน ซึ่งหมอท่านนี้แนะนำว่าให้ทายารักษาเอา(ทั้งๆที่คลีนิคหมอมีเครื่องยิงเลเซอร์) เพราะใหญ่ขนาดนี้ถ้าเลเซอร์จะเจ็บมากๆ
โดยแนะนำยาชื่อ Collomak ให้ผมไปหาซื้อเอาเองแค่ร้อยกว่าบาท
แต่เจ้ากรรมในโคราช หาไม่มีซักร้านไปได้ยาชื่อCon Conมาแทน ร้านขายยาบอกว่าตัวยาเดียวกัน
ผมก็เริ่มทาตั้งแต่ไปงานTaipei Cycle Show เดินงานก็แสบๆ ทาทุกวัน ร่วม3อาทิตย์ก็ไม่เห็นจะลอกออก
หลังจากนั้นเลยหาซื้อในกรุงเทพจนได้ Collomak มาในราคา150บาท ไปฮ่องกงมาอาทิตย์นึง เนื้อส่วนนั้นเริ่มตาย
และอาทิตย์ที่2ก็เริ่มค่อยๆลอกทีละนิด

(สีดำๆคือเนื้อที่ตายแล้ว สีขาวๆบนนั้นคือยาที่ซึมลงผิวแล้วจะเคลือบเป็นฟิลม์ไว้)
ผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็ราวๆ2อาทิตย์ และแล้ว เนื้อที่เป็นตาปลา ก็หลุดออก

(สังเกตุมั้ยว่ามันมีราก)

(ที่เท้าเป็นรู รากของตาปลาเลย)
ที่ผมเล่ามาทั้งหมด ไม่ใช่แค่จะแนะนำยานะครับ
แต่ผมสังเกตุที่มาของการเกิดตาปลาของผมเอง (คนอื่นอาจจะเกิดจากอย่างอื่น)
ผมว่าสาเหตุหนึ่งมาจากที่ผมนิยมใช้รองเท้าคาร์บอนรุ่นท้อปๆ พื้นบางๆแล้วปลายน็อตครีตยาวโผล่หนุนขึ้นมาเล็กน้อย
ผมไม่ได้จะโทษรองเท้ายี่ห้อไหนนะ แต่เราควรสังเกตุ ไม่ให้น็อตครีตยาวไป ถ้ายาวไปก็ตัดปลายน็อตหรือเปลี่ยนน็อตซะ (ตัวไม่กี่บาท หาได้ตามร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไป มันเกลียวปกติ)
พอปลายน๊อตมันหนุนเท้าเรา นานไปๆ เรากดมากๆ เสียดสีมากๆ มันก็มีโอกาสเกิดแบบผม
ย้อนมาดูที่รูปทีนผม มันใกล้เคียงกับตำแหน่งน็อตครีตตัวบนเลย
ของอย่างนี้ไม่มีตำราไหนบอกครับ ผมเป็นเองเลยมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อช่วยป้องกัน และแนะนำการรักษาให้แก่เพื่อนๆชาวThaiMTBครับ