......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

Saturn Sky เขียน:แปลกจังทำไมเครื่องแอ๋วมันคลิกลิ้งยูทูบแล้วมันไม่เข้าให้ก็ไม่รู้ค่ะ อดฟังเพลงแห่งความหลัง
ของคุณพี่แดงเลย :D :D

ชอบค่ะ...เมื่อเวลาที่คุณพี่แดงเล่าถึงความหลัง อ่านแล้วเพลินดี ทุก ๆ อย่างเมื่อเป็นอดีตเมื่อ
นำกลับมาพูดถึงมันอีกครั้ง อารมณ์มันคนละความรู้สึกเลยนะคะว่ามั๊ย :lol: :lol:
เมื่อตอนที่มันยังไม่เป็นอดีตมันเจ็บปวดยิ่งนัก แต่เมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว
นำกลับมาพูดใหม่ไม่ยักจะเจ็บเหมือนครั้งเก่าเลย
:D
:lol: :lol: สวัสดีครับ คุณน้อง....ไม่ต้องแปลกใจหรอก มันก็เป็นแบบนี้แหละ เราอาจต้องอัพมันอีกครั้งก็ได้ ของคุณพี่บางครั้งก็เป็นเหมือนกัน ต้องคอยอัพโหลดมันบ่อย ๆ ... ดีใจ..นะที่มีคนอ่าน ยังไม่พอมีคน(คุณน้อง) บอกชอบด้วย ครั้งแรกก็เกร็ง ๆ ว่าเอาไงดี เล่า..หรือ..ไม่เล่า ประมาณนั้น แต่เมื่อนึกถึงคำ ครู-บาอาจารย์ จึงตัดสินใจเล่าไป (ก็น้อมรับทั้ง ดี - ไม่ดี) ขอบคุณกำลังใจครับ

คุณน้องพูดถูกเลย อดีตกับปัจจุบัน อารมณ์และความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เรื่องเดียวกัน ตอนไม่เป็นอดีต ความเจ็บ ปวด มันแปล๊บ ๆ ๆ (ใช่ไหม) พอเป็นอดีตยิ่ง นาน ๆ ก็เฉย ๆ อย่างงั้น ๆ แหละ (ห้าม อิน นะ ) อ.เสมือน ฯ ท่านส่งกลอนฝากมาให้ทาง Line (คงอยากจะตอกย้ำให้เจ็บ ๕๕) ลองไปสัมผัสครับ


:) :) แผลหัวใจ ใครนะว่าไม่เจ็บ
แผลอักเสบ เจ็บนักเพราะ รักเขา
แผลรอยรัก หนักหน่วงที่ ทรวงเรา
สุดแสนเศร้า เพราะ "เต่า" ทำ ให้ช้ำใจ :lol: :lol: :lol: :lol:


:) :D ขอบพระคุณมากครับ ท่าน อ.เสมือน ฯ แห่งหล่มเก่า (อารมณ์ศิลป์จริง ๆ ) :) :D

รูปภาพ

:idea: :idea: อุทยานแห่งชาติผาแดง (เชียงดาว) เป็นแนวเทือกเขาติดต่อจากดอยเชียงดาวและดอยผาแดง เป็นป่าผืนเดียวกันกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว และอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งรวมเรียกว่า ป่าทางด้านเหนือของประเทศ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำปิงและแม่แตง เรียกว่า ขุนน้ำปิงและขุนน้ำแม่แตง อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเชียงดาว ท้องที่อำเภอเวียงแหง อำเภอเชียงดาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ท้องที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่น่าสนใจ คือ น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกปางตอง น้ำรูนิเวศน์ ถ้ำแกลบ ถ้ำตับเตา บ่อน้ำร้อนโป่งอาง ดอยผาตั้ง ดอยผาแดง จุดชมทิวทัศน์ยอดดอย นอกจากนี้ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 721,825 ไร่ หรือ 1,154.92 ตารางกิโลเมตร


รูปภาพ

:idea: :idea: น้ำตกศรีสังวาลย์ ตั้งอยู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติผาแดง บ้านนาหวาย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

เมื่อปี พ.ศ. 2410 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนฐานปฏิบัติการ มว . ตชด. 503 บ้านนาหวาย อ.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จากนั้นพระองค์ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเสวยพระกายหารกลางวันที่ น้ำตกบ้านนาหวาย และพระราชทาน ชื่อน้ำตกแห่งนี้ว่า “น้ำตกศรีสังวาลย์”

(เมื่อครั้งเป็นเด็กประมาณ ๖ - ๗ ขวบ พ่อซึ่งรับราชการเป็น ตชด.ก็เคยพาพวกเรามาอยู่ที่ บ.นาหวายด้วย และปี ๒๕๒๑ ก็ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่เป็น ผู้บังคับหมวดที่นี่อีกครั้ง)

น้ำตกศรีสังวาลย์ เป็นน้ำตกหินปูน มีความกว้างประมาณ 10-12 เมตร มีความสูงประมาณ 20 เมตร ลักษณะของน้ำตกจะลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ จำนวน 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 คะนึงหา ชั้นที่ 2 ช่องธารา ชั้นที่ 3 งามนที และชั้นที่ 4 ศรีสังวาลย์ สามารถเดินขึ้นตัว น้ำตกได้ ง่าย เพราะเป็นหินปูนจึงทำให้ไม่ลื่น บริเวณน้ำตกมีพันธุ์ไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ เช่น มณฑาป่า ค้างคาวดำ ดีหมี เฟิร์น ชนิดต่างๆบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายเหมาะสำหรับการพักผ่อน


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: ต้นเหตุของคำว่า "ใครจะใหญ่เกินกรรม" หลวงตาม้าท่านเล่าว่า มีอยู่ครั้งหนึงสมัยโน้น มีกลุ่มลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งนั่งถกเถียงกันเกี่ยวกับประเด็นทางโลกทางธรรมอย่างเข้มข้นต่อหน้าหลวงปู่ดู่ ระหว่างนั้นหลวงปู่ดู่ท่านเพียงนั่งฟังอยู่ไม่พูดอะไรอยู่เป็นเวลานาน แล้วท่านก็พูดขึ้นลอยๆว่า "ใครจะใหญ่เกินกรรม" สิ้นเสียงคำหลวงปู่ศิษย์ทุกคนตรงนั้นก็คิดขึ้นได้และเลิกถกเถียงกัน นับว่าเป็นความอัจฉริยะของหลวงปู่โดยแท้ อันคำที่หลวงปู่กล่าวนั้นจริงแท้แน่นอนโดยธรรม อันธรรมะนั้นเป็นสัจธรรมตามธรรมชาติ "ใครจะใหญ่เกินกรรม"

รูปภาพ......กรรม คือ อะไร? กรรม คือ การกระทำ การกระทำนั้นมี ๒ อย่าง คือ

๑. การกระทำกรรมดี
๒. การกระทำกรรมชั่ว


การกระทำกรรมดี เป็นการกระทำที่เป็นบุญหรือเป็นกุศล
การกระทำกรรมชั่ว เป็นการกระทำที่เป็นบาปหรือเป็นอกุศล

ถ้าหากบุญกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็จะพบกับความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ความสำเร็จ ความสมหวัง ความคล่องตัว มีกำไร ป่วยอยู่ก็จะหายป่วย ที่หน่ายอยู่ก็จะกลับมารัก ฯลฯ

ถ้าหากบาปอกุศลส่งผลเมื่อไรเราก็จะพบกับความทุกข์ ความเสื่อม ความล้มเหลว ความผิดหวัง การติดขัด ขาดทุน ป่วยอยู่ก็จะตาย ที่รักอยู่ก็แหนงหน่าย ฯลฯ

ฉะนั้นคำว่า " กรรม " หมายถึงความดีและความไม่ดีด้วยเพราะกรรมคือการกระทำ และท่านเลือกการกระทำในขณะปัจจุบันนี้ของท่านได้เอง อย่าลืมว่าคนเราต้องมีเสบียงไว้เลียงตัว หากไม่สร้างบุญบารมีไว้ ท่านจะลำบากในวันหน้า

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Saturn Sky »

อยากแต่งกลอนด้วยจังแต่ก็ติดเกรงใจ :lol: :lol: :lol:

สวัสดีค่ะคุณพี่แดง..

เมื่อพูดถึงสิ่งที่มองไม่เห็น (นามธรรม) แม้ปากจะบอกว่ากลัว แต่ก็เห็นยังทำสิ่งที่..ให้ต้องไปเกิด
ในอบายภูมิกันเยอะแยะเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เสี่ยงนะคะ มองดูแล้ว ลงแน่นอนเห็น ๆ เลย
แต่คงเป็นเพราะ...เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้มั้งจึงรับอารมณ์ความน่ากลัวตรงนั้นไม่ได้
เมื่อ 25/3/57 ได้ดูรายการสรยุทธ์ เจาะข่าวเด่น ดูโดยบังเอิญ ปกติไม่ค่อยดูทีวี
แต่น้องชายชอบดู แล้วน้องชายเปิดค่ะ เราก็ได้ยินเสียงก็เลย หันไปดูแล้วมันเป็นเรื่อง
ที่น่าสนใจ ไม่คิดว่า เมื่อได้ดูแล้วจะทำให้ตัวเองคิดมากถึงกับเกือบนอนไม่หลับ
ต้องอบรมจิตกันน่าดูกว่าจะวางโยนิโสลงได้ มันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551
น้องเค้ามาเล่าย้อนหลังถึงฝันร้ายให้ฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา..
คนร้ายเยี่ยงนี้อดีตชาติมามาจากทีไหนกัน และเมื่อตายไปแล้วมันจะไปที่ไหน






เมื่อดูแล้วสาเหตุที่นอนไม่หลับคือ จิตมันอุปทานคิดปรุงแต่งไปต่าง ๆ นาๆ
สงสารน้องเดียร์ สงสารน้องแป้ง และคิดไอ้คนที่ทำนั้น ขณะจิตที่คิดทำ
มันไม่มีเมตตาซักนิดบ้างเลยหรือไงนะ ลูกเมียก็มี และทำไมถึงยังทำเรื่องเลวร้ายนี้
ได้ลง ทำได้ยัง :( :( :( แม้รู้ว่าคงเป็นกรรมร่วมกันมาแต่ทว่า รับไม่ไหวจริง ๆ
ขณะที่จิตฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นา ๆ สิ่งหนึ่งก็แว๊ปเข้ามาว่า การเกิดนี่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
และการจะไปให้ถึงนิพพานก็ยากยิ่ง วุ่นวายจริงหนออออออ


คุณพี่แดงดูแล้วคิดเห็นอย่างไรคะ :) :) :)
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี มีมากซิก็หาดีบ่อได้ หากว่าเมาเอาแต่เกรงใจ สิ่งดีไซร้ก็จะ...ไม่ได้โชว์ (แปลงจากเพลงลูกเสือชาวบ้าน อ่านไปก็ใส่ทำนองไปด้วย ฮำให้สนุก ๆ ขำ ๆ ละกัน)

มีนัยว่า โธ....อย่าเกรงใจเลย กวีศิลป์วันนี้เวลานี้ หดหายไปเกือบหมดแล้วคนยุคใหม่เขาไม่นิยมแล้ว เขาว่า..ช้า..เชย
สมัยคุณพี่รับราชการ เฉพาะนายตำรวจนะ มีหลักสูตรที่นายตำรวจทุก ๆ นาย(เฉพาะ ตชด.) ต้องไปฝึกศึกษาเพื่อความเจริญก้าวหน้าก็คือ หลักสูตรชั้นนายร้อย-นายพัน แล้วต้องเป็นที่ศูนย์การทหารราบด้วย คุณพี่ก็ลุ้นทุก ๆ ปี ไม่ได้ไปซักปี(เพราะไม่ใช่นายร้อยหลัก) คุณพี่ก็เลยเปลี่ยนสมัครไปเรียนที่ ศูนย์การทหารม้า(สระบุรี) ก็ประสบผลสำเร็จ ที่หน่วยทหารม้านี่นะ เขาจะสอนให้กล้าแสดงออก มีสโลแกนที่คุณพี่ประทับใจมาก ๆ ว่า "มีดี...โชว์ซิวะ" นี่..ทำให้คุณพี่รักทหารม้ามาก คุณพี่ก็เลยไปเรียนทั้งชั้นนายร้อยและนายพัน สรุป..ไม่ต้องเกรงใจ บรรเลงโลด


:lol: :lol: เล่าแบบ..ไม่อาย คุณลูก-คุณแม่เขาซื้อ Com ใหม่ให้เป็น Birth-day เปลี่ยนกับตัวเล็กที่ใช้มานาน(เขาคงสงสาร)แล้ว ก็ได้ใช้มาจนเมื่อวาน Com เราไม่ปิดการใช้งานมันเลย Lock ทำยังไง ๆ ก็ไม่ทำงานก็เลยหันมาใช้ตัวเล็ก แต่ข้อมูลมันอยู่ในตัวใหญ่ ใจอยากจะตอบคำถามคุณน้องมาก ๆ ก็เลยจำใจใช้ตัวเล็ก ส่วนตัวใหม่ต้องไปให้ร้านปลด Lock นี่ก็คือ อวิชชา (ความไม่รู้) น่ากลัวมาก ๆ นะ โง่ไปถนัดใจ :lol: :lol:

:( :( "เมื่อพูดถึงสิ่งที่มองไม่เห็น (นามธรรม) แม้ปากจะบอกว่ากลัว แต่ก็เห็นยังทำสิ่งที่..ให้ต้องไปเกิด
ในอบายภูมิกันเยอะแยะเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เสี่ยงนะคะ มองดูแล้ว ลงแน่นอนเห็น ๆ เลย"

นี่ก็คือ "อวิชชา" คือความไม่รู้ มันเป็นวิบากกรรมของสัตว์ที่จะต้องเวียนว่าย ตายเกิดภพแล้วภพเล่า จนกว่าจะเห็นธรรม หันมาประพฤติปฏิบัติธรรมให้อวิชชานั้นเบาบางลงและหมดไปในที่สุด กว่าจะหลุดพ้นก็โน่นนับแสน ๆ กัลป์ พระพุทธองค์จึงทรงตรัสไว้ว่า "การเกิดเป็นทุกข์ น่ากลัว" พวกเรานี่นะโชคดีที่เกิดมาพบพระพุทธศานา ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมและถ้าประพฤติปฏิบัติให้ยิ่ง ๆ ขึ้น ไม่แน่บรรลุในชาตินี้ก็ได้

อีกประเด็นมันเป็นการชดใช้กรรมหมุนเวียนเปลี่ยนไป "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม" หลวงปู่ดู๋จึงพูดไว้ว่า "ใครจะใหญ่เกินกรรม" ทุกคนที่ดูเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้เป็นอย่างดีว่า วิบากกรรมนั้นไม่มีใครหนีพ้น เจ้ากรรมนายเวรเขาต้องตามมาทวงไม่วันใดก็วันหนึ่ง คุณพี่ได้นั่งชมจนจบเหมือนกัน ถ้าสมัยที่ไม่ปฏิบัติธรรมคุณพี่คง "อิน" แล้วก็ "ด่า" สาดเสียเทเสีย เรียกว่าไปร่วมเสวนากรรมไม่ดีเข้าเต็มเปา แต่วันนี้เวลานี้เรารู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร จึงวางใจเป็นกลางได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เกิดกับเธอคนเดียวคุณพี่เองก็เคยประสบ

เมื่อปี 2526 คุณพี่ได้รับคำสั่งให้นำกำลังไปลาดตระเวณและปราบปราม ชนกลุ้มน้อยที่เขตดอยลาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เราประกอบกำลังเป็น ๑ กองร้อย คุณพี่เป็นผู้บังคับกองร้อย นำกองร้อยกำลังเลาะไปตามแนวชายแดนระหว่าง ไทย - พม่า จนวันที่ ๗ เกือบจะบรรลุภารกิจ ปรากฏว่าพวกเราพลัดหลงเข้าไปในเขตพม่าเรียกว่าลึกมาก กำลังไปเจอเข้ากับฐานข้าศึกถึง ๓ ฐาน (เดินเข้า Killing-Zone ) เมื่อรู้ว่าพลัดหลงจนถูกล้อม ก็สั่งให้ถอยในช่วงของการถอยนั้นเป็นเวลาพลบค่ำไม่นานก็มืด ทำให้คุณพี่กับกำลังส่วนหนึ่งพลัดหลงกันอีก รุ่งเช้านับกำลังพลเหลือแค่ 12 คนที่ติดตามคุณพี่มา วิทยุก็ติดต่อกันไม่ได้

ก่อนการถอยได้สั่งการให้ผู้บังคับหมวดแต่ละหมวด (๓ หมวด) ห้ามนำกำลังถอยไปตามลุ่มน้ำ ให้ยึดและใช้สันเขาเป็นหลักแต่ปรากฏว่ากำลังส่วนใหญ่ถอยแบบหนี เพราะขณะที่เริ่มถอยเราก็ถูกโจมตีด้วยอาวุธหนัก มีกำลังพลถูกสะเก็ดระเบิด มีคนเจ็บตามคุณพี่มาด้วย ๑ คนต้องค่อย ๆ พยุงแบกกันมา คุณพี่ขึ้นไปตามสันเขาช่วงมืดยังไม่พอฝนก็กระหน่ำค่อย ๆ เดินบุกป่าฝ่าหนามจนเหนื่อยสุด ๆ สั่งให้หยุดตรวจสอบกำลัง ผิดสังเกตุว่าไม่มีกำลังส่วนใหญ่ตามมา จึงรู้ว่าทีมเรามาเพียงลำพังแล้ว จะย้อนกลับก็ไม่ได้เพราะมืดมาก ๆ ฝนที่เทลงมาหนาวมาก ได้พาเท่าที่เหลือเข้าหลบในซอกไม้เพื่อพักผ่อน มีต้นไม้ใหญ่มีโพรงกว้างมากให้พวกเราทั้งหมดเข้าไปซุกตัวพอได้ไออุ่น เราพากันหลับแบบสลบไสล พอมีกำลังก็พากันออกเดิน เรียกว่าทุลักทุเลมาก ๆ

รุ่งเช้าคุณพี่ก็พาทั้ง 12 คนออกมาได้แบบปลอดภัยแต่กำลังส่วนใหญ่อยู่ไหนไม่รู้ คุณพี่เกิดอาการไม่สบายขึ้นมาทันที เรื่องนี้มันยาวมากต้องใช้เวลา สรุปว่ากำลังทั้งหมดปลอดภัยกลับที่ตั้งได้ แต่จิตใจของคุณพี่ซิแย่มาก ๆ ครั้งแรกกลัวการสูญเสีย เมื่อรู้ไม่มีความสูญเสีย คุณพี่กลับเสียกำลังใจเราพากำลังไปแบบไม่ประสบผลสำเร็จ ยังไม่พอเป็นการแตกทัพ มันเป็นตราบาปในจิตใจของ นักรบอย่างแท้จริง เรื่องนี้คิดทีไรเข่าอ่อนหมดแรงทุกครั้ง อาการเหมือนน้องแป้งไม่มีผิด

ค่อยมาต่ออีกนะ....ตอนนี้บอกตรง ๆ นะ..มืออ่อนเท้าอ่อน อ่อนจิตอ่อนใจ อยากร้องไห้มากที่สุด Com ก็ไม่เป็นใจ คุณพี่ขอพักก่อนละกัน :( :(
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

:) :D นั่นเสียงร้องไห้ ใช่ไหมแผ่นดินที่รัก



ธรณีกรรแสงแหล่งใด
นั่นเสียงร้องไห้
ใช่ไหมแผ่นดินที่รัก



แว่วแต่รอยแยกแตกหัก
แห่งภูเพิงพัก
กระท่อมทุ่งนาท่าธาร


วนานาครรอนราญ
เกรียวกรูฤดูกาล
ฝนหนาวร้อนแห้งแล้งร้าย



แม่ดินแม่แพ้แม่พ่าย
แม่น้ำแม่ตาย
ข้าวปลาสูญหายสายทาง



ห้วยหนองคลองบึงย่านบาง
เคราะห์กรรมอำพราง
ทามกลางอาเพศโพยภัย



ซากปรักหักพังทางใจ
ทางนอกทางใน
รกเรื้อระหว่างทางคน



แต่กี้แต่กาลบรรพชน
เร่งพัฒนาถนน
บรรลุอนุชนสู่สวรรค์



เฉียดนรกผกโผโลกันตร์
โลภโมห์โทสัน
ชิงทรัพยากรธรณี



อุดมสมบูรณ์พูนพี
พออยู่พอมี
พอดีกลับไม่เพียงพอ

๑๐

รวยจนกล่นกลาดบาดคอ
เขี้ยวสงครามรอ
บาดใจบาดเลือดบาดเนื้อ

๑๑

เป็นบาปเป็นบ้าเป็นเบือ
ที่เหลือไม่เหลือ
สิ้นเยื่อขาดใยญาติมิตร

๑๒

การบ้านการเมืองวิปริต
แปรปรวนป่วนทิศ
วิปลาสนิมิตสังหรณ์

๑๓

ธรณีกรรแสงแรงร้อน
ยิ่งโศกสะท้อน
เวราพยากรณ์กรีดใจ

๑๔

ธรณีกรรแสงแหล่งใด
นั่นเสียงร้องไห้
ใช่ไหมแผ่นดินที่รัก!

----------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : นั่นเสียงร้องไห้ ใช่ไหมแผ่นดินที่รัก : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)


:lol: :lol: นำคอมไปให้ช่างแก้ไขแล้ว ไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากหน่อไม้และเห็ดโคน (ตร.ป่าชอบพูกัน) หมายความว่า "ก็แค่ธรรมดา ๆ " เพราะเราไม่เป็นเองเรียกว่า "โง่" นั่นแหละแต่เราขอให้เขาบอกให้เรา..แ.....มันก็ไม่บอกแปลกดีจัง......อย่างนี้ต้องหาเวลาไปเรียนบ้างละ

เรามาลำดับเหตุการณ์ต่อกันอีกนิดนะ ... วันที่คุณพี่กำลังล่าถอย ได้สั่งการให้แต่ละหมวดกำกับดูแลกำลังพลพากันตัดขึ้นสันเขา เป้าหมายให้ไปรอพบ(จุดนัดพบ)กันที่สันเขาที่พิกัด....(ไม่จำแล้ว) ส่วนกำลังฝ่ายอำนวยการของคุณพี่ตามคุณพี่ไปขาดพนักงานวิทยุ เราจึงติดต่อใครไม่ได้ รุ่งเช้าพากำลังที่ติดตามมาขึ้นไปอยู่บนสันเขาได้เรียบร้อย ไม่มีวี่แววของกำลังส่วนใหญ่ จะ ว.เรียกหาใครก็ไม่มี ว. เสบียงอาหารก็ไม่มี แต่ในเป้คุณพี่ยังพอมีข้าวสารเหลืออยู่นิดหน่อย

เราได้หาแหล่งน้ำและประกอบอาหาร โดยคุณพี่ให้คนที่แข็งแรงที่สุดไปหาหยวกกล้วยป่า เอามาต้มกับข้าวที่เหลือนิดหน่อย ทุกคนจะมีหม้อสนามวันนั้นพาต้ม ๖ หม้อ ใส่หยวกให้มากแต่ละหม้อใส่ข้าวสารกำมือเดียว ต้มรวมกับหยวกกล้วย เป็นความโชคดีคุณพี่แอบเก็บเครื่องปรุงซองเล็ก ๆ ของ มามา ที่พวกเขาไม่ใช้แล้วไว้เกือบ ๓๐ ซอง ฉีกใส่ลงไปในข้าวต้มหยวกกล้วย เกลือใส่ลงไป กินกันแบบเอร็ดอร่อยมาก ๆ แล้วอยู่ท้องด้วย วันนั้นเราเดินอีกค่อนวันก็สามารถออกจากป่าเข้าหมู่บ้านได้

ช่วงที่เรากำลังล่าถอยได้ ว.ให้หน่วยควบคุมกำลังทราบ และทางหน่วยได้ขอให้ทาง ทอ.ใช้เครื่องบินบินคุ้มกันให้ เราจึงไม่ถูกกองกำลังพม่าตามไล่ล่า(ไม่กล้าเพราะทิ้งระเบิดเป็นช่วง ๆ ) กำลังพลส่วนใหญ่ที่ล่าถอยปรากฏว่าใช้เส้นทางเลาะลำน้ำ (ฝืนคำสั่ง) รุ่งเช้าแต่ละ มว.(หมวด) รวมกำลังได้เพราะมีวิทยุสื่อสาร ได้พากันเดินมารวมพลที่ฝายน้ำล้นของหมู่บ้าน ทางหน่วยควบคุมกำลังจึงสั่งการให้ตั้งฐานปฏิบัติการ และให้ออกค้นหา ผู้บังคับกองร้อย (ตัวคุณพี่กับที่หายไป) คุณพี่เองได้พา ๑๒ คนเดินมุ่งหน้าหาหมู่บ้านให้เจอเพื่อให้ส่งข่าว ในขณะที่เราเดินก็เห็น ฮ.บินคาดว่าคงเสาะหาพวกเราเช่นกัน แต่เราไม่มีวิทยุสื่อสารที่จะแจ้ง เราจุดกองไฟเขาก็ไม่เห็นเรา เป็นความโชคดีที่เส้นทางเหล่านี้คุณพี่คล่องพอควร จึงไม่ได้อะไรมากนักแต่เร่งรีบนำพากันออกจากป่า เราได้พบกับชุดค้นหาของหน่วยควบคุมกำลัง และได้พากลับกองร้อยที่ตั้ง

เมื่อกลับถึงกองร้อยที่ตั้งปรกติได้ทราบว่ากำลังพลส่วนใหญ่รวมตัวกันได้และตั้งฐานอยู่ที่สันเขื่อนฝายกั้นน้ำ ก็ได้เดินทางไปพบและร่วมประชุมกับตัวผู้บังคับหมวดทั้ง ๓ หมวด ข้อสรุปกำลังพลส่วนใหญ่มีความคิดว่า คุณพี่หนีเอาตัวรอด แม้เราจะอธิบายและบรรยายสรุป ก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิด ความรู้สึกของกำลังพลได้ ความผิดพลาดคุณพี่เองก็ไม่ฟันธงพนักงานวิทยุที่ไม่ตามติดคุณพี่ในวันนั้น ถ้ามีวิทยุสื่อสารเหตุการณ์ก็จะไม่เป็นเช่นนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องรับทั้งผิดและชอบแต่เพียงผู้เดียว ไม่โทษใครและไม่ทำร้ายใครไม่ประนามใคร

เป็นความโชคดีที่ไม่มีการสูญเสีย (ตาย) คงบาดเจ็บเล็กน้อยคนละแผล ๒ แผลจากสะเก็ดระเบิด ค.๘๐ ของพม่า ที่หนักที่สุดก็คนที่ตามไปกับทีมคุณพี่ ถูกสะเก็ดระเบิดที่แผ่นหลังต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน ผลของลาดตระเวนได้พิสูจน์ทราบกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ลอบขนยาเสพติด เราได้พบเส้นทางเข้าออกใหม่ ๆ หลายเส้นทาง ได้เห็นกองคาราวาน ที่เดินหนีกองกำลังของฝ่ายเราทิ้งหลักฐานร่องรอย สด ๆ หลายที่ เป็นการพิสูจน์ว่าการข่าวฝ่ายเรายังมีประสิทธิภาพ และที่กองกำลังต่าง ๆ ที่ไม่อยู่ปะทะกับฝ่ายเราเป็นกองกำลังของชนกลุ่มน้อย กองกำลังพวกนี้จะไม่พยายามรบกับทหารหรือตำรวจไทย เขาจะรบกับพม่าแต่พวกนี้จะมียาเสพติด ฉะนั้นพวกนี้จะมีกองสอดแนมแฝงตัวไปทุก ๆ หมู่บ้านเมื่อเราเคลื่อนกำลัง พวกนี้(สาย)จะส่งข่าวให้กำลังส่วนใหญ่ถอนตัวหนี ไม่ให้เราไปจะเอ๋กัน

หน่วยเหนือได้ให้พวกเราตั้งฐานปรับกำลังอีก ๗ วันจึงได้สั่งให้ถอนกำลังกลับ อ.เชียงคำ จ.เชียงราย ทุกวันนี้ลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คุณน้องยกกรณีน้องแป้งมันช่างประจวบเหมาะเหลือเกินที่ทำให้ความหลังที่แสนจะเจ็บปวดกลับฟื้นคืนมา จะมีใครบ้างไหมที่ไม่คิดว่าเราหนี (คนเกลียดเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อ) วันนั้นก็ทราบว่าจะไม่มีใครตำหนิเพราะประวัติคุณพี่เรื่องแบบนี้ไม่เคยปรากฏ แต่เราคิดของเราเองตลอด ๗ วันที่ปรับกำลังไม่สามารถมีความสุขนอนไม่หลับ มีประเด็นประดังให้ขบคิดตลอดและเรื่องนี้ได้บั่นทอนการทำงานไปอีกนับปี ได้มีการปูมบำเหน็จให้กับกำลังพลแต่คุณพี่ขอไม่รับสิ่งใด ๆ โดยขอร้องนายอย่าจัดการอะไรให้กับตัวคุณพี่เด็ดขาด คิดเสมอว่า "แตกทัพไม่ควรได้รับความดีความชอบ" ฟังจากที น้องแป้งเล่าไปร้องไป เข้าใจนะว่าหัวใจเธอเจ็บปวดรวดร้าว และคุณพี่ก็เชื่อว่าแกไม่ได้หนี แต่แกมีเจตนาจะหาคนช่วย บังเอิญน้องที่แกรักมาตายทำให้แกเสียใจมาก ๆ คุณพี่ถือโชคดีวันนั้นไม่มีตาย ถ้าเกิดตายอารมณ์คงแบบเดียวกัน :( :(
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Saturn Sky »

สวัสดีค่ะคุณพี่แดง

:) ทั้งสองกรณี (คุณพี่แดงและน้องแป้ง)ก็ไม่เห็นว่าจะหนีตรงไหนนี่คะ
แต่ก็อย่างว่าแหละ จิตคนเราบังคับยากยิ่งเหลือ ยามนั้นเชื่อว่า
จิตของคุณพี่แดงคงยังไม่แข็งแกร่งพอจึงฟุ้ง หากเป็นยามนี้แอ๋วเชื่อว่า
คุณพี่แดงคงวางโยนิโสลงได้ไม่ยากเย็นนัก แต่สำหรับแอ๋ว ยามนี้
อินทรีย์ก็ยังไม่แข็งพอค่ะ ก็เลยฟุ้งไป ๆ แต่ก็นำมันกลับมาได้อยู่ค่ะ
แบบทุลักทุเล :) :)

ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวให้ได้อ่านค่ะ :) :D

รูปภาพ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณน้องแอ๋ว คิดอย่างที่คุณน้องแอ๋วว่าก็ไม่ผิด แต่คุณน้องฟังความข้างเดียว คุณพี่อาจจะเล่าแบบเข้าข้างตัวเองก็ได้ พระพุทธเจ้าท่านทรงพระปรีชาญาณเป็นอย่างยิ่งที่ทรงตรัสเรื่องของ "กาลามสูตร" มาให้เป็นหลักในการฟัง คิด พิจารณา คุณน้องเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ว่าชาวพุทธ(ไทย) ได้ใช้หลักนี้ในการพินิจพิจารณาเรื่องราวต่าง ๆ เสียดายนะ...โพลต่าง ๆ เขาไม่ได้ทำเรื่องนี้เพื่อเราจะได้นำมาอ้างอิงใช้อย่างสนิทใจ

บ้านเมืองของเรายังหาจุดจบไม่ได้ สาเหตุคือการที่คนไทยไม่ใช้หลักดังกล่าวในการตัดสินใจ คงใช้แต่ ศรัทธา ที่ขาดปัญญา ว่าไงว่าตามกัน แล้วคนไทยรักสนุก ไร้เหตุผล คือถ้าเราเอาคำว่า "แบบไทย ๆ " ไปใส่ไปวางไว้ที่ใด ที่ ๆ ตรงนั้นจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปทันที เช่น ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ก็คือ อิสระ เสรี อย่างไม่มีขอบเขต ใครมายุ่งไม่ได้ถ้ายุ่งจะไม่เป็น ดังนั้นประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ก็คือ ไม่ได้เคารพกฏเกณฑ์ กติกาใด ๆ ของประชาธิปไตย รู้เพียง เสรีภาพ อิสรภาพ กฏที่นอกเหนือกว่านี้(กู)ไม่สน เอาแต่พวกมากลากไป มันเลยวุ่นวาย ในที่สุดมันก็ต้องตัดสินกันด้วย "เลือดเนื้อและชีวิต"

กรณีของคุณพี่ วันนี้ได้มีคนเข้ามาติดตามอ่านบ้างพอควร หนึ่งในนั้นก็คือรุ่นเดียวกัน และเขาวันนั้นก็ทำหน้าที่ ผู้บังคับหมวดและได้พากำลังเลาะลงตามลำน้ำ ไม่ทำตามสั่งได้ให้การสารภาพและขอโทษที่เขาต้องทำแบบนั้น เขาคิดของเขานะว่าจะปลอดภัยกว่า หนีได้เร็วกว่า(ทำไมไม่คิดสู้ ? ) ขอให้คุณน้องได้รับผลบุญและกุศลในครั้งนี้ด้วยที่ทำให้คน ๆ หนึ่งกลับใจสารภาพความจริงที่ถูกลืม ทำให้ความจริงปรากฏ ขอบคุณอีกครั้งครับ

เมื่อวานได้รับ โทร ฯ รุ่นเดียวกันอยู่ที่ จ.น่าน หมดเวลาและต้องอำลาโลกนี้ไปแล้ว พวกเราจะไปร่วมกันรำลึกและฌาปนกิจเพื่อนที่น่าน คงได้เจอกับเพื่อนคนที่สารภาพ เราคงได้คุยกัน จะถามเขาว่า "ทำไมเก็บเรื่องนี้ไว้นานจัง" ขอบคุณ คุณน้องเป็นอย่างมากที่จุดประเด็นเรื่องนี้ ทำให้ความจริงได้ปรากฏวันนี้เป็นวันที่คุณพี่มีความสุขที่สุด เพื่อนที่คุณพี่หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ช่วยกันทำงานในวันนั้น แต่ต้องผิดหวังและวันนี้เขาได้สารภาพความจริง ดังนั้น "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" แม้ใครจะไม่เข้าใจก็อย่าไปสนใจ ขอให้ทำใจของเราให้ นิ่ง ยอมรับวิบากนั้น ๆ เมื่อถึงวันที่ความจริงปรากฏ เราจะมีความสุข สำหรับเพื่อนคนนี้คุณพี่ไม่ได้ตำหนิ ไม่ได้ประนามและไม่ได้คาดโทษ ใด ๆ เขาพยายามเอาตัวรอดด้วยการพยายามแสดงตนเป็นพระเอกที่พากำลังกลับได้แบบว่า ปลอดภัย "วันนี้ความจริงปรากฏแล้ว" :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: มาเสียเวลากับเรื่องเล่าไปเป็นนาน ต้องขออภัยถ้า "เบื่อ" เรามาเดินทางกันต่อครับ เมื่อทีมของเราปั่นถึงวัดหลวงตา เราก็เข้าไปหาผู้มีอำนาจ (แม่ชี) ไปแจ้งความประสงค์ขออนุญาตุพักนอน ครั้งแรกเราขอที่เดิมที่เราเคยมากางเต้นท์นอนและได้กราบกับหลวงตา แต่คราวนี้คงพักไม่ได้เพราะเขาจัดใหม่แล้ว เราจึงจำเป็นต้องขึ้นไปกางเต้นท์หน้าห้องพักบนอาคาร ก็นับว่าสดวกสบายดี

เมื่อเราได้กางเต้นท์เสร็จสรรพ และได้ชำระร่างกายเรียบร้อยเราก็พากันไปที่โรงครัว เพื่อประกอบอาหารให้พลัง ในขณะที่เรากำลังสารวนกับการทำกิจ หลวงตาม้าท่านได้เดินผ่านมา ท่านได้ชโงกหน้าเข้ามาชมกิจกรรม และหยุดคุยกับพวกเรา ท่านเมตตามาก ๆ ไม่ลืมกำชับเสร็จกิจแล้วให้พากันไปสวดมนต์บนถ้ำ หลังจากที่พวกเราเสร็จกิจแบบชาวโลก เราก็ได้ตามขึ้นไปบนถ้ำ กราบพระและนั่งฟังการสนทนา และเห็นองค์ท่านก้มหน้าก้มตาสอยลูกประคำไว้แจกจ่ายกับผู้มาเยือน ซึ่งผมกับลุงดมได้ไปแล้วคนละเส้น ในใจยังนึก ๆ นะว่าแล้วคืนนี้พวกเราทั้งหมดจะมีสิทธิ์ได้รับกับมืออีกไหมหนอ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Saturn Sky »

Deang-sarapee เขียน:รูปภาพ
หากปฏิบัติตามหลักการนี้ได้ โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะ..
ที่แน่ๆหมอดู หมอเดาคงหากินไม่ได้ :lol: :lol:
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Saturn Sky »

สาธุกับคุณพี่แดงด้วยนะคะ ชีวิตของคุณพี่แดงในแต่ละวันเจอพระได้เห็นวัดบ่อยๆ
ชื่นนนใจด้วย สุขใจเย็นใจยิ่งนักค่ะ รูปารมณ์ได้เสพแต่สิ่งที่ดีที่เป็นกุศลบ่อยๆ
จิตก็คุ้นชิน เมื่อถึงเหตุการขับขันจวนไป จิตคุ้นชินกับอะไรก็จะได้เห็นสิ่งนั้น
แบบนี้น่าชื่นใจไหมคะ :D :D

.....................................................................................

ขอมีความสุขกับคุณพี่แดงด้วยนะคะ สาธุกับเพื่อนคุณพี่แดงด้วย
ที่สารภาพความจริง แม้มันจะผ่านมานานเนิน เหมือนจะสายไป
แต่มันก็มิได้สายไป อภัย/อโหสิกรรมให้แก่กันและกัน..
สุดท้ายก็ตายตาหลับกันถ้วนทุกคนค่ะ...

เรื่องที่นอกของคุณพี่แดงแอ๋วไม่เบื่อนะคะ เล่าอีกก็ได้ค่ะ
:lol: :lol:
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Saturn Sky »

คุณพี่แดงคะ ประมาณวันพุธนี้แอ๋วจะเดินทางไปต่างจังหวัด
ล่องไปทางอิสานไต้ แล้วไปสิ้นสุดที่เรณูนคร คงไม่ได้เข้ามา
หลายวัน...คงยาวถึงสงกรานต์เลยค่ะ..
สงกรานต์นี้คุณพี่ไปปฏิบัติธรรมที่ไหน..อย่าลืมแชร์ภาพด้วยนะคะ :D :D

รูปภาพ
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

[quote="Saturn Sky"]คุณพี่แดงคะ ประมาณวันพุธนี้แอ๋วจะเดินทางไปต่างจังหวัด
ล่องไปทางอิสานไต้ แล้วไปสิ้นสุดที่เรณูนคร คงไม่ได้เข้ามา
หลายวัน...คงยาวถึงสงกรานต์เลยค่ะ..
สงกรานต์นี้คุณพี่ไปปฏิบัติธรรมที่ไหน..อย่าลืมแชร์ภาพด้วยนะคะ :D :D


รูปภาพ :lol: :lol: อรุณสวัสดิ์ ครับ คุณน้องแอ๋ว ขอบคุณกับข้อคิดและธรรมะที่เหมือน น้ำเย็นปลอบประโลมและเป็นกำลังใจ เป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว เรื่องที่เล่ามันฝังลึกใต้จิตสำนึก รอวันที่จะปะทุเมื่อนั่งชมเรื่องราวของน้องแป้ง มันเป็นภาพที่ลุกโชนภายในใจ อาการสิ้นหวังหดหู่หวนกลับมา(แต่เพียงแค่สะกิด) ไม่ลืมที่จะกรวดน้ำแผ่เมตตาอโหสิกรรม สุดท้ายเรื่องก็ จบ ลงแบบอัศจรรย์ ต่อไปนี้เรื่องนี้คงไม่ปรากฏให้เห็นอีกแน่นอน เรียกว่า "ธรรมะรักษาจริง ๆ "

คุณพี่นั่งมองภาพดอกบัว (เป็นนาน) แช่มชื่นเอิบอิ่ม สว่างไสวเข้าถึงใจ ทดลองย่อลงมา คุณน้องว่าอารมณ์เปลี่ยนไหม ? มีคำถามครับว่า ดอกบัวภาพใหญ่กับภาพเล็กให้ความรู้สึก ความคิดต่างกันมากน้อย ? (หลับตาลงด่วน คิดครับ นึกครับ แล้วค่อยลืมตาครับ เอ้าหลับได้) ถึงตอนนี้อย่าพึ่งอ่านต่อนะ ให้ตอบคำถามในใจตัวเองครับ นึกคิดอะไร

ช่วงสงกรานต์ปรกติจะหนีน้ำ หนีคน หลบไปปฏิบัติธรรมที่สงบ เงียบ สงัด คนหาไม่เจอครับ ปีนี้ก็เช่นกัน ไม่ลืมครับกลับมาจะมีของฝากครับ ขอให้คุณน้องเดินทางปลอดภัยให้ได้ธรรมะมาเผยแผ่กับสาธุชน ที่ติดตามกระทู้นี้ ให้ได้บุญ-กุศลและได้ดวงตาเห็นธรรม :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: หลังจากที่พวกเราเสร็จกิจของฆราวาส(กิน) เราก็ได้ขึ้นไปบนถ้ำเพื่อร่วมสวดมนต์นั่งภาวนา ก่อนการสวดมนต์ได้พบหลวงตาที่นั่งสนทนากับบรรดาลูกศิษย์ลูกหา และนั่งร้อยลูกประคำด้วยองค์ท่านเอง สักครู่ท่านเงยหน้าและเมื่อเห็นว่าพวกเราทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ก็ได้พาทุกคนเข้าไปกราบท่านและได้รับ สร้อยประคำคนละเส้น ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มการสวดมนต์และนั่งภาวนาจวบจน ๔ ทุ่มกว่า ๆ จึงกลับที่พัก

ช่วงเช้าเราพากันไปที่ห้องครัวเพื่อร่วมรับประทานอาหารเช้า โดยเรามีของที่เตรียมมา นำไปถวายพระด้วย หลังจากที่ทานกันอิ่ม ก็ได้ช่วยเก็บกวาดสถานที่และถือโอกาสเก็บภาพในโรงฉันด้วย เช้านี้มีพระมาขอลาสิกขาบทรูปหนึ่ง ท่านอาจารย์ก็ทำพิธีลาให้ หลังจากที่พระที่ลาสิกขาจากไปเราก็นั่งสนทนากับพระอาจารย์ต่อ ท่านเปรยขึ้นว่า "การบวช - สึกไม่ยาก แต่การอยู่ให้ยาวนานนี่แสนยาก" ไม่เถียงครับ รู้ซึ้งแก่ใจดี ช่วงที่ตัวเองบวชนั้น ประมาณว่าคงอยู่ได้นานแน่ ๆ เอาเข้าจริง ๆ แค่ ๕ เดือนก็มีอันเป็นไป มันอยู่ไม่ได้เพราะ วาสนา บารมี ไม่ถึงจริงหมดเวลาผ้าเหลืองร้อนเป็นไฟ อยู่ไม่ได้ เรียกว่าถ้าเป็นเทวดาก็ร้อนอาสน์นั่นแหละ วิบากกรรมมันเล่นงาน พระอาจารย์มั่น จารุธัมโม ท่านเคยพูดไว้แล้วว่า "ชาตินี้..โยมบวชไม่ได้หรอก" แต่ยังฝืน "ผมบวชได้แล้วครับ" แต่อยู่ไม่นานแค่นี้ผมก็ดีใจ ภูมิใจแล้วละครับ(แล้วก็เชื่อละครับว่าบวชไม่ได้) อยู่ในเพศฆราวาสผมก็ทำบุญสร้างกุศลได้ ไม่ไปนรกลึก ๆ กับที่ ๆ ไร้วาสนา-บารมี ยังมีสมมุติสงฆ์อีกหลาย ๆ รูป ที่หมดบุญ-วาสนา ฝืนตัวเองอยู่ในคราบของผ้าเหลือง สร้างความมัวหมองให้กับพระพุทธศาสนา(น่าเศร้าครับ)

ได้เวลาอันควรเรากราบลาพระและกลับมาเตรียมสัมภาระเดินทางต่อ หลวงตาม้าท่านได้ไปดักรอ(คิดเดานะ)ที่ร้านหน้าวัด ท่านพิษณุ ลุงดมและ อ.เสมือน ได้พากันขึ้นไปกราบ ผมกับคุณนายไม่ได้ตามขึ้นไป เพราะเราทราบดีว่าหลวงตากำลังทำงานไม่อยากรบกวน แต่ท่านพิษณุและ อ.เสมือน ตั้งใจมาแล้วอย่างไรเสียต้องกราบให้ได้ เป็นหน้าที่ลุงดมได้พาไป ก็สมเจตนาได้พบและสนทนากับหลวงตาด้วย ก็ขอให้นำมาเล่ามาแชร์กันบ้างน่าจะดีนะ อ.เสมือน ?

เราออกเดินทางจากวัดถ้ำเมืองนะ ตั้งใจไปกราบหลวงปู่ธี ที่วัดถ้ำวัวด้วย และต่อจากวัดถ้ำวัว แห่งนี้ไปจะเป็น หฤโหดทัวร์ครับ คุณนายแน่มากครับ ติดตามนะครับ
:lol: :lol:

http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:( :( เดินทางไปร่วมงานราตรีขาวดำ(บ.เมืองจัง จ.น่าน)เพื่อนร่วมรุ่นที่ฝึกร่วมกัน ไปตรากตรำกรำศึกมาด้วยกัน เรียกว่าแทบเอาชีวิตไม่รอดแต่สุดท้าย กลับมาถูกมะเร็งร้ายสยบสิ้น ผมเองก็เป็นมะเร็งเช่นกันแต่มะร็งทำอะไรผมไม่ได้ เพราะผมมีเมตตา-กรุณาให้มะเร็งอยู่อาศัย ในกายได้แต่ไม่เอื้ออำนวย ด้วยอาหารที่มะเร็งชอบ และไม่ยอมอยู่นิ่งให้มะเร็งเติบโต ผมปั่นจักรยานทุกวันเป็นการออกกำลังกายเมื่อร่างกายแข็งแรง มะเร็งก็อ่อนแอ ผมฝึกจิตด้วยสมาธิทุกอริยาบท ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรทุกโอกาส บุญกุศลที่เพียรสร้างและสะสมจึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่คนเป็นมะเร็งสามารถยืนอยู่ได้ ขณะนี้เข้าปีที่ ๘ แล้วล่ะครับ

พูดถึงสายัณห์เพื่อนรักที่จากไป ชีวิตแกค่อนข้างจะอาภัพ เข้าสู่สนามรบตั้งแต่เริ่มฝึกจนกระทั่งส่งออกไปประจำแนว ต่อสู้กับ ผกค.มาอย่างโชกโชน จนสติฟั่นเฟือน(จิตหลอน) สุดท้ายกราดยิงสนั่นป่าบนฐานที่ตั้ง กระสุนสังหารวัวชาวบ้านล้มตายน่าไม่น้อย ๕ ตัว ขว้างระเบิดเพราะคิดว่าถูก ผกค.ตามล่า ในที่สุดต้องถูกปลด ยศครั้งสุดท้าย จ่าสิบตำรวจ สายัณห์ไปประกอบอาชีพอิสระ ก็ล้มลุกคลุกคลานเพราะประสาทหลอนจากการรบ แต่ก็พอประคองตัวมาได้ สิ่งที่น่าคิดคือรุ่นเดียวกัน รบมาแบบเดียวกัน สถานการณ์เหมือนกันผ่านความโหดร้ายแบบเดียวกัน แต่ทำไมอีกหลาย ๆ คนไม่เป็นเช่นสายัณห์ ใครหาคำตอบได้บ้างครับ :o :o


:roll: :roll: จะบอกคุณน้องแอ๋วทราบว่า เพื่อนคนที่สารภาพบาป งานสายัณห์แกไม่ได้มาร่วม ก็เสียดายที่อดจะได้รายละเอียดเพิ่มเติม ไม่เป็นไรนะ โอกาสหน้ายังมี :lol: :lol:
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 28 พ.ค. 2014, 10:59, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: เมื่อวานตอนเย็น ๆ ผมอยู่บ้านคนเดียว ในขณะที่คุณนายออกบ้านแต่เช้าไปกับเพื่อนเขา ปรากฏว่าพายุลูกเห็บกระหน่ำที่บ้าน ไฟฟ้าดับกิ่งไม้หักระเนระนาด มะม่วงที่ต้น(อกร่อง) หล่นเยอะเลย นึกสนุกครับ เพราะนานแล้วที่ไม่ได้พานพบลูกเห็บ(ลูกใหญ่นะ)แบบนี้ คง ๒๐ - ๓๐ ปีน่าจะได้ วิ่งออกไปหน้าบ้าน ปรากฏว่าลูกเห็บหล่นใส่ตัว - หัว (เจ็บครับ) นึก ๆ ยังขำตัวเองไม่หาย เป็นเด็กเป็นเล็กนี่มันสนุกมาก อยากย้อนอดีตได้จัง.... :lol: :lol:

:idea: :idea: ลูกเห็บ : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ลูกเห็บ (อังกฤษ: Hail) เป็นก้อนน้ำลักษณะเหมือนน้ำแข็ง เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรของน้ำ โดยตกลงมาจากบรรยากาศในรูปของแข็ง โดยจะมีรูปร่างเป็นก้อนน้ำแข็งรูปร่างไม่แน่นอน เกิดจากละอองหยาดฝนซึ่งเย็นแบบยิ่งยวด (ยังอยู่ในสภาพของเหลวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง) ในเมฆฝน ปะทะกับวัตถุแข็ง เช่น ผงฝุ่น หรือ ก้อนลูกเห็บที่เกาะตัวอยู่ก่อนแล้ว และแข็งตัวเกาะรอบวัตถุนั้น ๆ เป็นก้อนลูกเห็บ ก้อนลูกเห็บนี้อาจลอยตัวก่อเป็นก้อนอยู่เบื้องบนเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนจะตกลงมา เนื่องจากลมที่พัดพาอยู่เบื้องบน ดังนั้นลูกเห็บอาจเกาะตัวจนเป็นก้อนใหญ่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ลมจะพัดให้ลอยอยู่ได้และตกลงมา

ฝนลูกเห็บมักจะมากับ พายุฝนที่รุนแรง และมักจะมีอากาศเย็น โดยที่อุณหภูมิของชั้นอากาศที่อยู่สูงนั้นเย็นกว่าอากาศที่อยู่ต่ำมาก ลูกเห็บขนาดเล็กจะถูกพัดพาสะท้อนขึ้นลงอยุ่ระหว่างชั้นบรรยากาศที่อากาศเย็นและร้อน เนื่องจากการลอยตัวขึ้นของอากาศร้อนและแรงดึงดูดของโลก ลูกเห็บที่ลอยตัวอยู่นานก็จะมีขนาดใหญ่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ลูกเห็บขนาดใหญ่ก็อาจเกิดขึ้นได้ในเขตที่มีอากาศร้อน เนื่องมาจากการลอยตัวขึ้นที่รุนแรงของอากาศร้อน และยังสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย

ลูกเห็บส่วนใหญ่จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร แต่บางทีอาจมีขนาดใหญ่ถึงหลายเซนติเมตรหรือใหญ่กว่านั้น ลูกเห็บขนาดเมล็ดถั่วจนถึงขนาดลูกกอล์ฟนั้นเป็นขนาดที่พบเห็นได้ทั่วไป เมื่อผ่าลูกเห็บออกจะเห็นชั้นหลายๆ ชั้นซ้อนกันอยู่ จำนวนชั้นบอกได้ว่าลูกเห็บนี้ถูกพัดขึ้นไปสูงขึ้นกี่ครั้ง โดยชั้นข้างในจะมีสีน้ำเงิน แล้วชั้นต่อไปสีจะจางลงเรื่อยๆ จนถึงสีขาว

สถิติของลูกเห็บที่หนักที่สุดในโลกนั้น ตกที่ เมืองคอฟฟีย์วิลล์ (Coffeyville) รัฐแคนซัส ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2513 โดยหนักถึง 770 กรัม (หรือ 1.7 ปอนด์) มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 14.5 เซนติเมตร (5.7 นิ้ว) ส่วนลูกเห็บที่ขนาดใหญ่ที่สุดนั้นตกที่ ออโรรา (Aurora) รัฐเนแบรสกา ในวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2546 ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 17.8 เซนติเมตร (7 นิ้ว) แต่มีน้ำหนักน้อยกว่า อาจเนื่องมาจากมีบางส่วนแตกหลุดไปในระหว่างตกกระทบบ้าน

การตกลงมาของน้ำแข็งอีกประเภทที่มีขนาดใหญ่กว่าลูกเห็บเรียกว่า megacryometeors


:lol: :lol: เรามาเดินทางกันต่อนะครับ....ออกจากหลวงตาม้า ฝนฟ้าทำท่าคลึ้ม ๆ แต่ The show must go on พวกเราเป็น.....ไม่กลัวน้ำร้อน เมื่อทางท่านพิษณุ อ.เสมือนและลุงดม ได้กราบพร้อมสนทนากับหลวงตาจนเป็นที่พอใจแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางจากวัดถ้ำเมืองนะ เป้าหมายต่อไปคือ ไปกราบหลวงปู่ธี แห่งถ้ำวัว หลวงปู่มีอายุ ๙๐ กว่าแล้วแต่ยังทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างไม่หยุดยั้ง ที่วัดมีพระภิกษุณี ที่องค์ท่านอุปสมบท(บวช) ให้ ๑ องค์ ปฏิปทา นิ่ง สงบ น่าเลื่อมใสมาก ๆ ไม่โอ้อวด ฯ เหมือนพระภิกษุณีบางสำนัก ที่ดู ๆ แล้วขัด ๆ ตา ยังไง ๆ พิกล

วันที่เราไปวันนั้นเราไม่ได้เจอทั้งหลวงปู่ และภิกษุณี นัยว่าไปเผยแผ่พระศาสนาที่แม่ฮ่องสอน อาจจะเลยไปพม่าด้วย แต่เราได้แวะไปเยี่ยมชมสถานที่ พร้อมตั้งจิตอธิษฐาน ไว้กลับมาปฏิบัติธรรมอีกถ้ามีเวลาว่าง เชิญชมวัดท่านครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ :idea: :idea: ประวัติ : หลวงพ่อธี วิจิตฺตธมฺโม หรือ ราชวังสะ (ภาษาไต)

ชาติภูมิ◦ เดิมชื่อ "โยย" ต่อมาได้ชื่อว่า "จเรธี" หรือ "จเร" ◦บิดาชื่อ นายแกง มารดาชื่อ นางทอน นามสกุล กอนเจิง ◦เกิดเมื่อจุลศักราช 1283 ตรงกับ พ.ศ. 2465 ณ บ้านฮายแสง ตำบลหินแฮ่ อำเภอเมืองหนอง จังหวัดต่องกี รัฐฉานตอนใต้ ◦มีพี่น้อง 9 คน คือ พี่ชาย 3 คน พี่สาว 2 คน น้องสาว 1 คน และน้องชาย 2 คน หลวงพ่อธีเป็นบุตรคนที่ 6

เผยแผ่ธรรม และสร้างสำนักวิปัสสนาภาวนา ◦จาริกไปโปรดญาติโยม ที่บ้านหมอกจ๋าม อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ 7 เดือน ◦ไปช่วยงานเขียนธรรม ที่วัดป่าเป้า อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 1 เดือน ◦ไปโปรดที่วัดเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว ◦กลับมาพักอยู่กับท่านเจ้าคณะตำบล และท่านนายอำเภอเวียงแหง และนิมนต์ท่านอยู่จำพรรษา ณ พระธาตุเวียงแหง ◦ญาติธรรมได้มาสนทนาธรรมกับหลวงพ่อแล้วเรียบเรียง เรื่องที่สนทนา จัดทำเป็นหนังสือแจก ◦ญาติธรรมนิมนต์หลวงพ่อไปแสดงธรรมโปรดญาติโยมในตัวเมืองเชียงใหม่ 2 สัปดาห์ ◦จำพรรษาที่วัดร้าง พระธาตุห้วยบอนเก่า และบ้านห้วยบอน ม.13 ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2545 ◦ก่อนเข้าพรรษา ปี 2549 สร้างสำนักวิปัสสนาอนัตตาราม ที่บ้านเจียจันทร์ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

สำนักปฏิบัติธรรมอนัตตา และสาขา มีดังนี้ :

1.สถานปฏิบัติธรรมอนัตารามถ้ำวัว บ้านเจียจันทร์ หมูที่ 13 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

2.สถานปฏิบัติธรรมอนัตตาสุญญตาวัน (ถ้ำประตูเมือง) บ้านแม่กิ๊ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

3.สถานปฏิบัติธรรมอนัตตาวิสุทธาราม (สวนสบายหมอสุพัฒน์) อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

4.ศาลาธรรม 21 หมู่ 1 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี 10160

แผนที่สำนักวิปัสสนาภาวนาอนัตตาราม (ถ้ำวัว)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1929

แผนที่ศูนย์วิปัสสนากรรมฐานพระธาตุห้วยบอนเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1931

เทศนาหลวงพ่อธี วิจิตตธัมโม

http://www.youtube.com/watch?v=-4zs2YkPjs4

http://www.youtube.com/watch?v=AmNxN_HCtVI


:lol: :lol: ต้องใช้ ขันติ วิริยะ สมาธิ จริง ๆ ในการฟัง แต่เมื่อได้ฟังแล้วเป็นแนวทาง แห่งการปฏิบัติที่ได้ผลจริง ๆ ก็ขอให้ได้บุญ - กุศล กับเจตนา สุตะ (ฟังธรรมะ) จนจบ และขอให้ได้พบแสงแห่งธรรมทุก ๆ ท่าน ด้วย เทอญ :) :D
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 28 พ.ค. 2014, 11:01, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

:lol: :lol: มีงานกุศลที่จะนำมาให้ทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนาบุญครับ คือที่วัดปากกอง สารภี ได้จัดงานหารายได้สร้างอาคารอเนกประสงค์ โดยจัดทำทำวัตถุมงคลของหลวงพ่อ ครูบาสิงห์แก้ว (ผมเรียกท่านว่า พระครู) เจ้าอาวาสองค์ก่อน องค์นี้ท่านเป็น สหายธรรมกับ หลวงพ่อ ปัญญา นันทภิกขุ เมื่อสมัยที่ท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ ทุก ๆ ปีหลวงพ่อปัญญา จะมาจำวัดกับท่านพระครูเป็นประจำ ท่านพระครูท่านทรงศีลทรงธรรมเป็นอย่างมาก เหรียญของท่านแต่ละรุ่นราคาหลักหมื่นขึ้นไป รุ่นแรกผมได้รับกับมือท่านเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว (มี ๓ องค์)

เพื่อร่วมบุญผมได้จองไว้ ๑ ชุดราคา ๑๐,๐๐๐ บาท และเจ้าลูกชายขอจององค์ลอยอีก ๒ องค์ เย็นของวันที่ ๖ เม.ย.หลังพิธีก็ได้รับพระมาเรียบร้อย วันงานเจ้าลูกชายเดินทางมาประชุมที่ ชม.กลับมานอนบ้าน เล่าให้ฟังที่เชียงรายพายุลูกเห็บ ถล่มบ้านเรือนพังพินาศ พายุรุนแรงมาก ๆ เลย ผมอุตส่าห์เก็บลูกเห็บแช่เย็นไว้ให้ดู ปรากฏเล็กกว่าที่เชียงราย


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ[/url]

รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: ลูกผู้ชาย ใครๆก็เป็นได้ ไม่จำเป็นต้องจบสูง
ไม่จำเป็นว่าต้องหล่อ
ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ไม่จำเป็นต้องใจเด็ดเดี่ยว ทุกคนย่อมมีปัญหาที่ยังตัดสินใจไม่ถูก แต่ไม่ใช่ว่าตัดสินใจไม่ได้
ลูกผู้ชายหลั่งน้ำตาได้ น้ำตาไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ
อีกเยอะอ่า เอาเป็นว่า ถ้าใครเป็นลูกผู้ชาย คุณก็สามารถรับรู้ได้ จากสิ่งที่คนนั้นกระทำ
อีกอย่างนึงนะ ลูกผู้ชาย ไม่ใช่นักเลง
อย่าเข้าใจผิด ชอบเข้าใจผิดกันดีนัก ทำตัวเป็นนักเลง ตีกับชาวบ้าน หลอกตัวเองว่า นี่คือวิถีลูกผู้ชาย

แล้วก็มีคำตอบหลายแบบครับ แอบ Copy ในเวปป์ที่เขาสรุปไว้แบบคร่าว ๆ น่าสนและคิดว่าควรครอบคลุม เช่น

1.เพศชายที่รักและเอาใจใส่บุพการี ถือว่าเป็นลูกผู้ชายครับ
2.เพศชายที่รักและเคารพในคำสอนของครูบาอาจารย์แล้วปฏิบัติตนเป็นคนดีในสังคม ถือว่าเป็นลูกผู้ชายครับ
3.เพศชายที่รักมิตรสหายให้ความจริงใจและความอนุเคราะห์ตามกำลังสมควร ถือเป็นลูกผู้ชายครับ
4.เพศชายที่รักและมั่นคงต่อสตรีผู้เป็นภรรยา ให้การปกป้องคุ้มครองรับผิดชอบดูแล ถือว่าเป็นลูกผู้ชายครับ
5.เพศชายที่รักครอบครัวไม่ทอดทิ้งภาระ เลี้ยงดูบุตรธิดาและวงศ์วานให้ได้รับสุขถ้วนทั่ว ถือว่าเป็นลูกผู้ชายครับ
6.เพศชายที่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมและมีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนผู้อื่น รู้จักสำนึกผิด ถือว่าเป็นลูกผู้ชายครับ

6 ข้อนี้เป็นหลักสำคัญที่เพศชายพึงสังวรณ์และพึงปฏิบัติครับ จะได้เป็นลูกผู้ชายเต็มตัวจริงๆ

เช้าวันนี้ผมเกิดความคิดคำนึง ถึงข้าราชการคนหนึ่งตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมือง ตนเป็นข้าราชการที่ต้องทำตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่ไม่ทำเมื่อไม่ทำยังสำแดงชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เมื่อถูกโยกย้ายก็โวยวาย คน ๆ นี้ผมคิดตำหนิเขาในใจมาก ๆ เขาไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย เมื่อนำเขามาเทียบกับตัวผม ผมรับราชการเรียกว่าเป็นคนมีเจ้านาย และเจ้านายมีหลากหลายระดับ เรียกว่าต้องรองรับให้ได้บนความถูกต้อง ผมถูกเรียกว่ากลั่นแกล้งนั่นแหละ ถึงขั้นน้ำตาตกใน ถึงขั้นมึงกับ - กู อย่าอยู่ร่วมแผ่นดินกันเลย เป็นความโชคดีที่ ที่ได้พ่อ - แม่ ครูบาอาจารย์ คอยกระตุก กระชาก ให้ก้มหน้ารับวิบากกรรม ผมจึงมีชีวิตรอดที่จะมาส่งสมบารมี แสวงบุญเช่นทุกวันนี้

เมื่อผมถูกลั่นแกล้งโยกย้ายแบบไม่ได้รับความเป็น ธรรม อย่างยิ่ง (เหนือลงใต้) หลาย ๆ คนยุให้ผมฟ้องศาลปกครอง(ไม่มีผลใหญ่จริง ๆ ) แต่ผมเลือกเชื่อ พ่อ - แม่ ครูบาอาจารย์ ให้ผมก้มหน้ารับกรรมของผม "นิ่ง สงบ ไม่ตอบโต้ ขอใช้กรรมให้หมดชาตินี้" จนทุกคนแปลกใจ (ไม่ใช่นิสสัย สำราญ ฯ ๕๕) เจ้านายหลายคน ช็อค เขาคิดกันว่าผมจะมีแผนอะไรในใจ ๕๕ เปล่า แผนในใจคือตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ ธรรม ต่างหาก มีหลายคนระมัดระวังตัว ขนาดเราเจอกันที่งาน เขาต้องรีบเดินหนีก็เห็น ครับเห็นแล้วสงสาร ยศนายพลแต่ไม่อาจหาญ อย่าให้เล่าเลยครับ เขาคนนั้นเติบโตมาแบบชาวโลกที่ไม่ได้ศึกษาธรรมะ เมื่อเติบใหญ๋ใจคับแคบเห็นแค่ประโยชน์ตน เขาต้องได้รับกรรมทางจิตวิญญานแน่นอน "ใครจะใหญ่เกินกรรม"


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: เกือบจะเลยผ่านไป ประวัติเมืองนะผมเข้าไปค้นมีเรื่องน่าสนใจบ้าง ก่อนที่จะเดินทางจากไป ควรมาศึกษาหาความรู้บ้างว่า

รูปภาพ

ตำบลเมืองนะ จากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่ซึ่งเล่าเป็นนิทานว่า เมืองนี้เคยมีพระสมณโคดมมาโปรดมนุษย์สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมายังเทือกเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รวมของแม่น้ำหลายสาย ปัจจุบันเรียกว่า "สันดอยถ้วย" พระพุทธองค์ทรงประทับใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อประชาชนทั้งหลายทราบก็พากันไปสักการะบูชา ไม่เพียงแต่มนุษย์เท่านั้นแม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ไปร่วมกันสักการะบูชาด้วย ในบรรดาสัตว์เหล่านั้นมีพญาช้างเผือกเชือกหนึ่งเกิดความศรัทธา ก็เก็บเอาผลไม้ถวายคือ ผลนะ (ลูกสมอ) พอพระพุทธเจ้ารับผลนะก็กลายเป็นทองคำทันที พญาช้างเผือกจึงถวายตัวรับใช้เป็นทาส ต่อมาวันหนึ่งพญาช้างเผือกลงไปเล่นน้ำในลำธารใกล้ ๆ มีพรานป่าใจอำมหิตมาพบเข้า จึงรุมทำร้ายพญาช้างเผือกจนขาดใจตาย ร่างของพญาช้างเผือกค่อย ๆ จมลง ๆ และหายไป ก็พอดีไปพบเข้ากับพระพุทธเจ้าเข้า พระองค์ท่านทรงเทศนาสั่งสอนจนพวกพรานป่าเลิกทำความชั่ว และตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนตั้งชื่อบริเวณนี้ "เมืองนะ" มาจนถึงปัจจุบัน

สภาพทั่วไปของตำบล : พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่เทือกเขาสลับกับที่ราบ มีเนื้อที่ประมาณ 486 ตร.กม. หรือประมาณ 303,800 ไร่

อาณาเขตตำบล :

ทิศเหนือ ติดกับ สาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพเมียนมาร์
ทิศใต้ ติดกับ ต.ทุ่งข้าวพวง และ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
ทิศตะวันออก ติดกับ ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่
ทิศตะวันตก ติดกับ ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

จำนวนประชากรของตำบล : จำนวนประชากรในเขต อบต. 26,825 คน และจำนวนหลังคาเรือน 6,323 หลังคาเรือน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: [b][color=#000080][size=150]......จักรยานธุดงค์..........[/size][/color][/b]

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: :o :o :roll: :roll:

https://www.facebook.com/photo.php?v=45 ... =2&theater ลูกเห็บตกเชียงใหม่ผมเองยังสนุกสนานวิ่งออกไปเก็บแต่ต้องเจ็บตัว นี่ที่เชียงรายถ้าแบบนี้คง ตาย กับ ตาย บ้านเรือนพังขณะนี้กระเบื้องขาดตลาด เจ้าลูกชายมาช่วยขนไป ๒ เที่ยวแล้วล่ะ น่ากลัวนะ

:roll: :roll: :mrgreen: :mrgreen:

รูปภาพ

:roll: :roll: ...ที่นี่ประเทศไทย... : คอลัมน์ทำเนียบราษฎร : โดย...นายทิวา

๏ที่นี่ประเทศไทยไร้คำตอบ มีแต่ชอบไม่ชอบในขอบขันธ์
ไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วไม่สำคัญ รู้แต่เล่นเอามันอย่างมั่นใจ

๏ที่นี่ประเทศไทยไทยสนุก เดี๋ยวล้มเดี๋ยวลุกเหมือนตั้งไข่
มีทั้งเป็นมาและเป็นไป เดี๋ยวได้เดี๋ยวไม่ได้ได้ทั้งนั้น

๏ ที่นี่ประเทศไทยตามใจนึก สันติหรือทำศึกให้เลือกสรร
ว่างว่างมีรบรามีฆ่าฟัน แบบว่าว่างห้ำหั่นให้บรรลัย

๏ ที่นี่ประเทศไทยแบบไทยแท้ แบบยักยันยักแย่แก้ไม่ไหว
ต้องเดินหน้ากลับหลังอยู่ร่ำไป แบบไม่รู้ทำไมยังไม่รู้

๏ ที่นี่ประเทศไทยเพื่อไสส่ง ขึ้นแล้วก็ลงแบบรวมหมู่
ถูกถูกผิดผิดยกเป็นครู แล้วต่างคนต่างอยู่แตกต่างกัน

๏ ที่นี่ประเทศไทยรักสงบ แต่ว่างว่างก็รบเพื่อห้ำหั่น
ทางเข้าทางออกไว้ดึงดัน แล้วก็เดินทางตันอย่างมั่นใจ

๏ ที่นี่ประเทศไทยใสสะอาด ตัดไม่ตายขายไม่ขาดแถลงไข
หน้าฉากหลังฉากมีนอกมีใน แล้วก็ว่ากันไปตามใจตน

๏ที่นี่ประเทศไทยใครก็ชอบ ประเทศไร้คำตอบไร้เหตุผล
มีแต่คนคนคนคนคนคน มีแต่ทนทนทนทนเอานะ !.



รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”