..ไม่จำกัดว่า "ประสบการณ์ดี ๆ" นั้น จะได้มาจากอะไร เชิญนำมาให้ไว้เป็นวิทยาทานได้เลยครับ เพราะขึ้นว่าประสบการณ์ดี ย่อมมีประโยชน์์แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น ผมเลิกขึ้นรถเมล์ตั้งแต่ปี ๒๕๒๔ ใช้จักรยานปั่นไปทำงานแทน เพราะทนทรมานกับการขึ้นรถเมล์ไม่ไหว แล้วขี่/ปั่นจักรยานมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบัน ได้รับประสบการณ์ดี ๆ มากมาย อาทิ สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรงสมวัย ๗๐ ปีเศษ ไม่เป็นโรคใด ๆ ไม่ต้องกินยาสักเม็ด ได้ปั่นจักรยานไปรอบประเทศ ๗๙ วัน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ ได้ปั่นจักรยาน ๗๓ จังหวัด ๑๗๙ วัน เมื่อ ๙ ก.ย.๕๒ - ๘ มี.ค.๕๓ ได้ไปปั่นในต่างประเทศมาแล้ว ๑๐ ประเทศ ได้เข้าเฝ้าพระเทพฯ ถวายเงินเสด็จพระราชกุศลมูลนิธิชัยพัฒนา เนื่องจากเป็นกรรมการของกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขา ๕ แผ่นดิน ถวายเงินที่เหลือจาการทำกิจกรรมดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วยังได้ปั่นจักรยานทริปสั้น ๆ ในประเทศอีกมากมาย และยังปั่นอยู่เนื่อง ๆ เป็นต้น

เบื้องต้นนี้ ขอมอบ "ของฝากจากลุงเนตร" เป็นสิ่งที่ได้มาจากประสบการณ์จริงในช่วงการปั่นจักรยานมาแล้วยี่สิบกว่าปี ให้ไว้เป็นวิทยาทานด้วยครับ
- : ของฝากจาก “ลุงเนตร” : -
*****
ผมนายเนตร สงวนสัตย์ อยู่บ้านเลขที่ ๔๖๕ ซอยจ่าโสด แขวงบางนา เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐ โทร.๐๒-๑๗๓๖๗๖๑ และ ๐๘๙-๘๑๓๓๙๓๖ เกิด ๑ พ.ค.๒๔๘๖ อายุ ๗๐ ปีเศษ มีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก ๆ ปัจจุบันร่างกายแข็งแรง ไม่เป็นโรคใด ๆ ขณะนี้ยังออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อยู่เป็นประจำ เลิกขึ้นรถเมล์ไปทำงานใน กทม. โดยใช้จักรยาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๔ ปั่นจักรยานมาแล้วทุกรูปแบบ ทุกสภาพถนน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ ทำ ๑ ใน ๖๐ ล้านความดี ถวายในหลวง ด้วยการปั่นจักรยาน ๗๙ วัน ไปเกือบรอบประเทศไทย, ปี พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นกรรมการและร่วมปั่นจักรยานดำเนินโครงการจักรยานเสือภูเขา ๕ แผ่นดินลุ่มน้ำโขง และปี ๒๕๕๒ จัดทำและควบคุมการดำเนินโครงการปั่นจักรยาน ๗๓ จังหวัด ๑๗๙ วัน เริ่มตั้งแต่ ๙ ก.ย.๕๒ – ๘ มี.ค.๕๓ เพื่อนำประโยชน์ของจักรยานไปบอกกับประชาชนตามรายทางและตามที่พักแต่ละวันว่า ปั่นจักรยานแล้วได้อะไร ผมมีประสบการณ์ตรงจากการปั่นจักรยานออกกำลังกายมากมายคือ.-
๑. “ออกกำลังกายสร้างสุข”
...การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นแก่ร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิทำลายล้างและคุ้มกันโรคต่าง ๆ นานาประดามีที่ปนมากับอาหารและอากาศ ถ้าไม่ออกกำลังกาย สูงอายุเจ็บป่วยไม่สบายไปหาหมอ เสียเงินได้ยามากิน ไม่หายตาย หายไม่แข็งแรง ไปไหนมาไหนไม่สะดวก นั่ง ๆ นอน ๆ รอวันสิ้นลม เป็นภาระของลูกหลาน เป็นช่วงเวลาของชีวิตที่น่าเบื่อที่สุด ใคร ๆ ก็คงไม่ต้องการประสบ ดังนั้น ท่านที่อยู่ในวัยทำงาน ถ้ามุ่งแต่ทำงานหาเงินอย่างเดียว ไม่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เมื่อพ้นจากวัยทำงาน เข้าสู่วัยชรา จะต้องเจ็บป่วย ไปหาหมอ กินยา บางคนเงินที่เก็บออมมาตลอดวัยทำงาน ต้องหมดไปกับการรักษาตัวเอง หมดเงิน ไม่หมดโรค ไม่แข็งแรง ไม่เหมือนคนที่ทำงานไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย เมื่อพ้นวัยทำงาน ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน ได้อยู่กับลูกหลานนาน ๆ อย่างมีความสุข เงินที่เก็บออมมาจากวัยทำงาน ได้ใช้ไปท่องเที่ยว ทำบุญสร้างกุศล ให้ทาน..”
๒. “ปั่นจักรยานเสพสุข”
... ปั่นจักรยานแล้วได้สิ่งดี ๆ มากมาย ดังต่อไปนี้.-
1. ได้ออกกำลังกาย ร่างกายสร้างภูมิทำลายและคุ้มกันโรค ทำให้โรคที่เป็นอยู่หาย ไม่ต้องหา หมอกินยากับยังป้องกันไม่ให้เป็นโรคร้ายต่าง ๆ ที่ปะปนมากับอาหารและอากาศที่เราทานและหายใจ
2. ได้สุขภาพกายและจิตดี..ไม่มีขาย.ทำให้เกิดกับตนได้ จากการขี่รถจักรยาน
3. ได้รับความภูมิใจ..ที่ไม่มีขาย..ทำให้เกิดกับตนเองได้ เช่น เขาขับรถยนต์ไป จ.เชียงใหม่ 8 ช.ม.ถึง..เราปั่นจักรยาน ๖ วัน ก็ถึงเหมือนกัน
4. ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าใช้พาหนะที่มีเครื่องยนต์ (พลิกต่อหน้า ๒)
5. ได้พบปะพูดคุย, เห็นการเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชนตามรายทางที่ผ่าน
6. ได้เอาชนะความเหนื่อยยากของตนเอง ด้วยความมานะพยายาม
7. ได้ความปลอดภัยมากกว่าใช้พาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ เพราะรถจักรยานวิ่งช้ากว่าจึงปลอดภัย
8. ได้ทานอาหารสารพัดตามต้องการ เพราะร่างกายไม่มีโรคร้ายที่จะต้องจำกัดอาหาร
9. ได้มีรถใช้ส่วนตัว ราคาไม่แพง เสมือนกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ขี่ไปทำงานหรือไปทำธุระ
ต่าง ๆ ทุกแห่งได้สะดวกกว่า ไม่ว่าขณะเดินทางหรือจอด
10. ได้คุ้มครองชีวิตตนเองขณะที่ขี่รถจักรยานไปในที่ต่าง ๆ ไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับคนขับรถขนส่งสาธารณะ
11. ได้สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนและเชิญชวนให้ประชาชนออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง รัฐฯจะได้ลดงบประมาณรายจ่ายชดเชย 30.- บาท รักษาทุกโรค
12. ได้สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประหยัดพลังงานน้ำมัน
13. ได้คำจำกัดความสุดวิเศษมาทำให้ตนเองมีความมานะและอดทนว่า “มีความสุขอยู่กับความ เหนื่อยยากลำบากของตนเองขณะขี่รถจักรยาน” คือ เมื่อขี่รถจักรยานไปนาน ๆ จนถึง ขนาดขี่ไปได้ทั้งวัน ไม่ว่าฝนจะตก..ฟ้าจะร้อง.ลมจะแรง..แดดจะออก..เหงื่อจะไหล...
ท้องจะหิว..ได้บ่อย ๆ แล้วจะได้พบกับความเป็นจริงข้างต้นนั้น
14. ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและผ่านไปช้า ๆ เช่น ลม..แดด..ฝน..หมอก (เมื่อปั่นจักรยานขึ้นไป อยู่บนยอดเขาสูงได้อาบหมอก กินเมฆ), ได้เห็นสรรพสิ่งสองข้างทางผ่านไปอย่างช้า ๆ ชัดเจน, ได้ยินเสียงของสรรพสัตว์, ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ขณะขี่จักรยานในชนบทป่าเขาลำเนาไพร
15. ได้เป็นผู้รักษาสิ่งแวดล้อมในด้านควันและเสียงของเครื่องยนต์ ลดภาวะโลกร้อน
16. ได้เข้าไปอยู่ใน “สังคมของคนจักรยาน” ซึ่งเป็นอีกสังคมหนึ่งที่มีแต่ชาวจักรยานเท่านั้นที่จะเข้าใจว่าเป็นสังคมที่อบอุ่น ไม่ใช่เพื่อนเมือนเพื่อน ไม่ใช่ญาติก็เสมือนญาติ
17. ได้ท่องเที่ยวแบบประหยัด ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย
18. ได้ภาพพจน์ที่ดีจากสายตาคนอื่น เช่น เป็นคนแข็งแรง, เป็นนักกีฬา, เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น
19. ได้ออกกำลังกายในรูปแบบ “แอโรบิค” ไม่กระตุกกระชาก ไม่กระแทกกระทั้น หัวเข่าไม่
ต้องรับน้ำหนักตัวจนทำให้เสื่อมสภาพเจ็บปวด แต่กลับทำให้หัวเข่าและกล้ามเนื้อทุกส่วน
ของขาและแขนแข็งแรงยิ่งขึ้น เพราะได้ออกกำลังตลอดเวลาที่ปั่นจักรยาน
มาปั่นจักรยานออกกำลังกายและท่องเที่ยวกันเถอะ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมชาติ “ยิ่งปั่น ยิ่งแข็ง แรงยิ่งดี โรคใด ๆ ไม่มี สุขขีตลอด
กาล (http://www.thaimtb.com “ลุงเนตร” ../.. E-Mail : netr99@gmail.com) fb นายเนตร สงวนสัตย์



