ที่คูน้ำของปราสาท
“บันเตียฉมาร์” หน้าบ้านที่เราขอนอนพัก
“บันเตียฉมาร์” อาจแตกสลายกลายเป็นซากปรักหักพัง
โบราณวัตถุบางส่วนถูกขุด ถูกตัด ถูกรื้อค้นเก็บเอาไปขาย
ศรัทธาต่อสิ่งใดๆ ก็ตามที่ทำให้ผู้สรรค์สร้าง
อุตสาหะในการขุด สกัดก้อนหินพันตัน ขนย้ายมาหลายสิบกิโล
บรรจงตอกลายแกะสลักบอกเรื่องราวศรัทธา ความเชื่อ
ตำนานจริงเท็จประการใดอยากหยั่งรู้
อาจมิได้เป็นศรัทธาเดียวกับผู้คนรอบปราสามหินโบราณแห่งนี้อีกต่อไป
แต่ในความไร้ซึ่งชีวิต
“บันเตียฉมาร์” ยังคงชีวิต
ผ่านคูน้ำที่ผู้คนยังตักน้ำจากคูราดรดแปลงผัก
เด็ดดอกบัวไปบูชาพระ เทพเจ้า เทวดา พ่อปู่ นางไม้ ฯลฯ
เก็บผักเก็บหญ้าจากปราสาทบริวารรอบๆ
ปลูกข้าวในบารายตื้นเขินแห้งขอด
และแน่นอนเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน
ผมยืนยิ้มอาบแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านยอดไม้
รอพี่กฤช ปรุงอาหารจานเด็ด
