หลวงพ่อโสธร ด่วน! กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
หลวงพ่อโสธร ด่วน! กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ยิ่งใหญ่....อลังการ... งานสร้าง...สุดยอดทริป... ไหว้พระหลวงพ่อโสธร.. เยือนเมือง "สตรึงเตรง"
สำรวจเส้นทาง คลิกที่นี่ครับ
สตรึงเตรง หรือแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา เป็นเมืองที่เก่าแก่มีความร่มเย็นภายใต้พุทธบารมีของหลวงพ่อพุทธโสธรอันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล ในอดีตเคยเป็นเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี ได้รับการสถาปนาเป็นจังหวัดในปี พ.ศ. 2459 ในปี พ.ศ. 2459
ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลางมีประวัติปรากฏ มาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง และลำคลองทั่วไป โดยมี " หลวงพ่อพุทธโสธร " เป็นศูนย์รวมศรัทธา ของชาวแปดริ้ว
ประวัติความเป็นมาเมืองแปดริ้ว
ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวง กลาโหม ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัด
กรมมหาดไทย และคงอยู่ เช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5
เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง แผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองหนึ่งในมณฑล
ปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า"จังหวัดฉะเชิงเทรา"
อนึ่ง ชื่อ “ฉะเชิงเทรา” มีต้นเค้ามาจากหนังสือประชุมพระราชนิพนธ์ภาคปกิณกะ ภาค 1
ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความอ้างถึงเมืองฉะเชิงเทราว่า ชื่อบ้านเมืองเหล่านี้
เป็นชื่อไทยบ้าง เขมรบ้าง เป็นสองชื่อทั้งไทยทั้งเขมรบ้างอย่างเมืองฉะเชิงเทราเป็นชื่อเขมร
เมืองแปดริ้วเป็นชื่อไทย นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีบางท่านมีความเห็นว่า “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำเขมรว่า “สตรึงเตรง” หรือ "ฉ, ทรึงเทรา” ซึ่งแปลว่า “คลองลึก”
ความเห็นนี้คงอาศัยเหตุผลทางภูมิศาสตร์ด้วย เพราะเมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำ
บางปะกง เมื่อครั้งที่ขอมยังมีอำนาจปกครองแผ่นดินไทยอยู่นั้นเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อน เป็นไปได้ว่าชาวเมืองในสมัยโบราณอาจจะเรียกแม่น้ำบางปะกงว่า “คลองลึก” หรือ “คลองใหญ่” ตามลักษณะที่มองเห็น และด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำเป็นภาษาเขมรว่า “สตรึงเตรง”หรือ “ฉ, ทรึงเทรา” ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงก็เพี้ยนกลายเป็น “ฉะเชิงเทรา” เมืองที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำก็พลอยได้ชื่อว่า “ฉะเชิงเทรา” ไปด้วย
ส่วนความเป็นมาของชื่อ “แปดริ้ว” นั้น เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ในลำน้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลาช่อนซึ่งเป็นปลาน้ำจืดรสดีมีชุกชุมและมีขนาดใหญ่กว่าปลาช่อนในท้องถิ่นอื่น ๆจนเมื่อนำมาแล่เนื้อเพื่อตากทำปลาแห้งจะแล่เพียงสี่ริ้ว หรือห้าริ้วตามปกติไม่ได้ต้องแล่ออกถึง “แปดริ้ว” เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” ตามขนาดอันใหญ่โตของปลาช่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมือง นอกจากนี้ชื่อ “แปดริ้ว” ยังได้รับอิทธิพลมาจากนิทานพื้นบ้าน คนในท้องถิ่น
พนมสารคามเล่าถึงเรื่อง “พระรถ – เมรี”ซึ่งเป็นนิทานเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดกว่า ยักษ์ได้ฆ่านางสิบสองแล้วลากศพไปยังท่าน้ำในบริเวณที่เป็นคลอง “ท่าลาด”แล้วชำแหละศพออกเป็นริ้ว ๆ รวมแปดริ้วแล้วทิ้งลอยไปตามลำน้ำท่าลาด ริ้วเนื้อริ้วหนังของนางสิบสองลอยมาออกยังแม่น้ำบางปะกง ไปจนถึงฉะเชิงเทรา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว”
ขอบคุณที่มา : http://www.panyathai.or.th
สำหรับทริปนี้ เราจะใช้ระยะทางทั้งสิ้น 101.8 กิโลเมตร (ไป-กลับสำหรับจักรยานทางไกล)และ 51.4 กิโลเมตร (ไป-กลับสำหรับปั่นไปกลับรถไฟ)
จุดเริ่มต้น
จัสโก ศรีนครินทร์ (จุดนัดพบที่ 1) -
ไปตามถนนพัฒนาการ -
เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอ่อนนุช -
ต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 3256 ลาดกระบัง (สุวรรณภูมิ จุดนัดพบที่ 2 ตัดกับถนนกิ่งแก้ว ระยะทาง 12 กิโลเมตร) -
ใช้ทางหลวงหมายเลข 3001 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทศบาลเทพราช 5(โรงเรียนวัดเทพราษฎร์ วัดปวรา ระยะทาง 29 กิโลเมตร) -
เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางถนน สว่างสุข (วัดบางปรง โชติการาม ระยะทาง 5.4 กิโลเมตร) -
วิ่งไปออกทางหลวง 314 (ฉะเชิงเทรา - บางปะกง)เลี้ยวซ้ายตรงโรงเรียนวัดโพธาราม โรงเรียนเทศบาล 2 ระยะทาง 2.3 กิโลเมตร-
และเลี้ยวขวาเข้าถนนเทพคุณากร ระยะทาง 100 เมตร -
สิ้นสุดที่วัดโสธรฯ ระยะทาง 2 กิโลเมตร
วัดโสธรวรารามวรวิหาร (อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา)
วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง
อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทราไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 2 กิโลเมตร มีพื้นที่วัดประมาณ 200 ไร่เศษ เป็นวัดมงคลคู่เมืองแปดริ้ว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในบริเวณที่เรียกว่า "คุ้งมังกร" ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมชื่อ "วัดหงส์" ต่อมาเมื่ออัญเชิญพระพุทธโสธรมาประดิษฐานภายในวัด จึงมีเหตุการณ์ดลบันดาลให้เกิดพายุพัดเอาหงส์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเสาหงส์ลงมา ชาวบ้านจึงแก้ไขเป็นเสาธง แล้วเปลี่ยนชื่อจากวัดหงส์เป็น "วัดเสาธง" ต่อมาไม่นานก็เกิดพายุพัดเสาธงหักอีก ชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อจากวัดเสาธงมาเป็น "วัดเสาธงทอน" ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าชื่อนี้ไม่ไพราะ จึงได้ขนานนามใหม่ว่า "วัดศรีโสทร" หรือวัดโสทร" ซึ่งหมายถึงวัดพระ 3 องค์พี่น้องร่วมอุทรเดียวกันตามชื่อพระพุทธรูป ต่อมาเนื่องจากอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏ อีกทั้งพุทธศิลป์อันงดงามของหลวงพ่อ ทำให้ชื่อวัดและพระพุทธรูปที่ประดิษฐฐานอยู่ภายในเปลี่ยนเป็น "โสธร" ซึ่งหมายความว่า บริสุทธิ์หรือศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
วัดโสธรเดิมเป็นวัดราษฎร์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2501 ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" ปัจจุบันวัดแห่งนี้มีพระอุโบสถหลังใหม่ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ด้วยศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ หลังคาจตุรมุขแบบปราสาทไทย ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปเป็นยอดฉัตรทองคำแท้ 5 ชั้น น้ำหนัก 77 กิโลกรัม พระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่และงดงามที่สุดในโลก ที่สำคัญสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยังเป็นวัดที่สำคัญในรัชกาลปัจจุบัน
สำรวจเส้นทาง คลิกที่นี่ครับ
สตรึงเตรง หรือแปดริ้ว หรือฉะเชิงเทรา เป็นเมืองที่เก่าแก่มีความร่มเย็นภายใต้พุทธบารมีของหลวงพ่อพุทธโสธรอันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณกาล ในอดีตเคยเป็นเมืองเมืองหนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี ได้รับการสถาปนาเป็นจังหวัดในปี พ.ศ. 2459 ในปี พ.ศ. 2459
ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลางมีประวัติปรากฏ มาตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง และลำคลองทั่วไป โดยมี " หลวงพ่อพุทธโสธร " เป็นศูนย์รวมศรัทธา ของชาวแปดริ้ว
ประวัติความเป็นมาเมืองแปดริ้ว
ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวง กลาโหม ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัด
กรมมหาดไทย และคงอยู่ เช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5
เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง แผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองหนึ่งในมณฑล
ปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด เรียกว่า"จังหวัดฉะเชิงเทรา"
อนึ่ง ชื่อ “ฉะเชิงเทรา” มีต้นเค้ามาจากหนังสือประชุมพระราชนิพนธ์ภาคปกิณกะ ภาค 1
ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความอ้างถึงเมืองฉะเชิงเทราว่า ชื่อบ้านเมืองเหล่านี้
เป็นชื่อไทยบ้าง เขมรบ้าง เป็นสองชื่อทั้งไทยทั้งเขมรบ้างอย่างเมืองฉะเชิงเทราเป็นชื่อเขมร
เมืองแปดริ้วเป็นชื่อไทย นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีบางท่านมีความเห็นว่า “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเพี้ยนมาจากคำเขมรว่า “สตรึงเตรง” หรือ "ฉ, ทรึงเทรา” ซึ่งแปลว่า “คลองลึก”
ความเห็นนี้คงอาศัยเหตุผลทางภูมิศาสตร์ด้วย เพราะเมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำ
บางปะกง เมื่อครั้งที่ขอมยังมีอำนาจปกครองแผ่นดินไทยอยู่นั้นเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อน เป็นไปได้ว่าชาวเมืองในสมัยโบราณอาจจะเรียกแม่น้ำบางปะกงว่า “คลองลึก” หรือ “คลองใหญ่” ตามลักษณะที่มองเห็น และด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำเป็นภาษาเขมรว่า “สตรึงเตรง”หรือ “ฉ, ทรึงเทรา” ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงก็เพี้ยนกลายเป็น “ฉะเชิงเทรา” เมืองที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำก็พลอยได้ชื่อว่า “ฉะเชิงเทรา” ไปด้วย
ส่วนความเป็นมาของชื่อ “แปดริ้ว” นั้น เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ในลำน้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลาช่อนซึ่งเป็นปลาน้ำจืดรสดีมีชุกชุมและมีขนาดใหญ่กว่าปลาช่อนในท้องถิ่นอื่น ๆจนเมื่อนำมาแล่เนื้อเพื่อตากทำปลาแห้งจะแล่เพียงสี่ริ้ว หรือห้าริ้วตามปกติไม่ได้ต้องแล่ออกถึง “แปดริ้ว” เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” ตามขนาดอันใหญ่โตของปลาช่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมือง นอกจากนี้ชื่อ “แปดริ้ว” ยังได้รับอิทธิพลมาจากนิทานพื้นบ้าน คนในท้องถิ่น
พนมสารคามเล่าถึงเรื่อง “พระรถ – เมรี”ซึ่งเป็นนิทานเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดกว่า ยักษ์ได้ฆ่านางสิบสองแล้วลากศพไปยังท่าน้ำในบริเวณที่เป็นคลอง “ท่าลาด”แล้วชำแหละศพออกเป็นริ้ว ๆ รวมแปดริ้วแล้วทิ้งลอยไปตามลำน้ำท่าลาด ริ้วเนื้อริ้วหนังของนางสิบสองลอยมาออกยังแม่น้ำบางปะกง ไปจนถึงฉะเชิงเทรา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว”
ขอบคุณที่มา : http://www.panyathai.or.th
สำหรับทริปนี้ เราจะใช้ระยะทางทั้งสิ้น 101.8 กิโลเมตร (ไป-กลับสำหรับจักรยานทางไกล)และ 51.4 กิโลเมตร (ไป-กลับสำหรับปั่นไปกลับรถไฟ)
จุดเริ่มต้น
จัสโก ศรีนครินทร์ (จุดนัดพบที่ 1) -
ไปตามถนนพัฒนาการ -
เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอ่อนนุช -
ต่อไปยังทางหลวงหมายเลข 3256 ลาดกระบัง (สุวรรณภูมิ จุดนัดพบที่ 2 ตัดกับถนนกิ่งแก้ว ระยะทาง 12 กิโลเมตร) -
ใช้ทางหลวงหมายเลข 3001 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเทศบาลเทพราช 5(โรงเรียนวัดเทพราษฎร์ วัดปวรา ระยะทาง 29 กิโลเมตร) -
เลี้ยวซ้ายใช้เส้นทางถนน สว่างสุข (วัดบางปรง โชติการาม ระยะทาง 5.4 กิโลเมตร) -
วิ่งไปออกทางหลวง 314 (ฉะเชิงเทรา - บางปะกง)เลี้ยวซ้ายตรงโรงเรียนวัดโพธาราม โรงเรียนเทศบาล 2 ระยะทาง 2.3 กิโลเมตร-
และเลี้ยวขวาเข้าถนนเทพคุณากร ระยะทาง 100 เมตร -
สิ้นสุดที่วัดโสธรฯ ระยะทาง 2 กิโลเมตร
วัดโสธรวรารามวรวิหาร (อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา)
วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ถนนมรุพงษ์ ตำบลหน้าเมือง
อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทราไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ 2 กิโลเมตร มีพื้นที่วัดประมาณ 200 ไร่เศษ เป็นวัดมงคลคู่เมืองแปดริ้ว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในบริเวณที่เรียกว่า "คุ้งมังกร" ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เดิมชื่อ "วัดหงส์" ต่อมาเมื่ออัญเชิญพระพุทธโสธรมาประดิษฐานภายในวัด จึงมีเหตุการณ์ดลบันดาลให้เกิดพายุพัดเอาหงส์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเสาหงส์ลงมา ชาวบ้านจึงแก้ไขเป็นเสาธง แล้วเปลี่ยนชื่อจากวัดหงส์เป็น "วัดเสาธง" ต่อมาไม่นานก็เกิดพายุพัดเสาธงหักอีก ชาวบ้านจึงเปลี่ยนชื่อจากวัดเสาธงมาเป็น "วัดเสาธงทอน" ซึ่งส่วนใหญ่เห็นว่าชื่อนี้ไม่ไพราะ จึงได้ขนานนามใหม่ว่า "วัดศรีโสทร" หรือวัดโสทร" ซึ่งหมายถึงวัดพระ 3 องค์พี่น้องร่วมอุทรเดียวกันตามชื่อพระพุทธรูป ต่อมาเนื่องจากอานุภาพและความศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏ อีกทั้งพุทธศิลป์อันงดงามของหลวงพ่อ ทำให้ชื่อวัดและพระพุทธรูปที่ประดิษฐฐานอยู่ภายในเปลี่ยนเป็น "โสธร" ซึ่งหมายความว่า บริสุทธิ์หรือศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
วัดโสธรเดิมเป็นวัดราษฎร์ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2501 ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร มีนามว่า "วัดโสธรวรารามวรวิหาร" ปัจจุบันวัดแห่งนี้มีพระอุโบสถหลังใหม่ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ด้วยศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ประยุกต์ หลังคาจตุรมุขแบบปราสาทไทย ส่วนกลางพระอุโบสถมียอดมณฑปเป็นยอดฉัตรทองคำแท้ 5 ชั้น น้ำหนัก 77 กิโลกรัม พระอุโบสถปูด้วยหินอ่อนได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระอุโบสถที่มีขนาดใหญ่และงดงามที่สุดในโลก ที่สำคัญสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยังเป็นวัดที่สำคัญในรัชกาลปัจจุบัน
แก้ไขล่าสุดโดย oatmam เมื่อ 04 ก.ย. 2009, 00:16, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
กลับมาแว้ววววววววว!
- เสือน้อย@Runway
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2009, 11:44
- team: Runway
- Bike: TREK4300
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ขอเดินทางไปด้วยคนครับ (แบบว่า...ไม่มีกลุ่มอ่ะครับ..อิอิ)
รีสอร์ท "ภูชิดฟ้า" อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
บรรยากาศสวิสเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน โอโซนอันดับ 7 ของโลก
ยินดีต้อนรับชาวสองล้อทุกท่าน ติดต่อที่พัก 086-609-8488
บรรยากาศสวิสเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน โอโซนอันดับ 7 ของโลก
ยินดีต้อนรับชาวสองล้อทุกท่าน ติดต่อที่พัก 086-609-8488
- เสือน้อย@Runway
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2009, 11:44
- team: Runway
- Bike: TREK4300
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ไปรอแถวๆ ลาดกระบัง-อ่อนนุช ตัดกับ ถ.กิ่งแก้ว เวลาประมาณเท่าไหร่ครับ
รีสอร์ท "ภูชิดฟ้า" อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
บรรยากาศสวิสเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน โอโซนอันดับ 7 ของโลก
ยินดีต้อนรับชาวสองล้อทุกท่าน ติดต่อที่พัก 086-609-8488
บรรยากาศสวิสเซอร์แลนด์แห่งแดนอีสาน โอโซนอันดับ 7 ของโลก
ยินดีต้อนรับชาวสองล้อทุกท่าน ติดต่อที่พัก 086-609-8488
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ยินดีสำหรับสมาชิกท่านแรกนะครับ และก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเดินทางไปด้วยนะครับเสือน้อย@Runway เขียน:ขอเดินทางไปด้วยคนครับ (แบบว่า...ไม่มีกลุ่มอ่ะครับ..อิอิ)
เรียนเพื่อนๆ ทุกๆ ท่าน....
นัดเจอที่ จัสโก้ศรีนครินทร์ (จุดนัดพบที่ 1)07:00 น. ออกเดินทาง 07:30 น.
นัดเจอที่ ลาดกระบังตัดกับกิ่งแก้ว (จุดนัดพบที่ 2) 07:45 น. แล้วเดินทางต่อเลยนะครับ
คาดว่าจะใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมงเป็นอย่างเร็ว (คำนวณที่ ความเร็ว 27 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
หลังจากไหว้พระแล้วจะไปไหน
จะทานอะไร
แล้วจะ....... บลา ๆๆๆ
ติดตามต่อได้นะครับ กำลังจะอัพเดตข้อมูลเรื่อยๆ ท่านผู้ใดสนใจ ตั้งกระทู้ถามหรือ ติดต่อผมได้เลยครับ
ก่อนไปกินหมูตะไคร้ ไปไหว้พระ นมัสการศาลหลักเมือง หาก๋วยเตียวอร่อยๆ กิน นะครับ
กลับมาแว้ววววววววว!
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
รายละเอียดต่อเลยนะครับ
หลังจากสักการะหลวงพ่อโสธรแล้ว เราจะไปยลก๋วยเตี๋ยวปากหม้อกัน รู้สึกว่าจะขึ้นชื่อของแปดริ้ว เสร็จแล้วก็จะไปไหว้ศาลหลักเมือง แล้วไปต่อที่ ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ของกินเพียบเลยขอบอก
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ, ข้าวห่อใบบัว, ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก, ก๋วยเตี่ยวเป็ด, ของฝากเยอะแยะ อีกแล้วครับท่าน เป็นอันจบทริป (รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร)
ตลาดบ้านใหม่(อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา)
ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี เดิมชื่อตลาดบน แต่เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ จึงก่อสร้างตลาดใหม่ขึ้นมาแทน ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ตลาดบ้านใหม่" บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้มีความคับคั่งด้วยผู้คนที่มาประกอบอาชีพค้าขาย เป็นตลาดบกริมน้ำที่เจริญรุ่งเรืองมาก รวมทั้งเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่ง เมื่อวันที่ 26 มกราคม รศ.126 (พ.ศ. 2450) ดังข้อความในพระราชหัตถเลขาว่า "...เสด็จขึ้นที่ท่าตลาดบ้านใหม่ ทอดพระเนตรตลาดนั้นไปจนสุดตลาด..."
ตลาดบ้านใหม่แห่งเป็น 2 เขต คือ ตลาดบนกับตลาดกลาง ตลาดบนบางครั้งเรียกชื่อตามนามเจ้าของว่าตลาดขุนอินทรนรกิจ มีอาณาเขตตั้งแต่ทางเข้าตลาดจนถึงศาลเจ้าอาม่าแต่เดิมบริเวณทางเข้าตลาดเป็นโรงฝิ่นขนาดใหญ่ ซึ่งยกเลิกในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อ พ.ศ. 2501 ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นห้องแถวให้เช่า ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปเหลือเพียงบางส่วนที่เป็นตลาดด้านใน ตลาดกลาง อยู่ถัดจากศาลเจ้าอาม่า ลงไปจนถึงหัวตลาดบริเวณศาลเจ้าโกมินทร์ยังคงสภาพความเป็นตลาดโบราณไว้จนปัจจุบัน
เมื่อ พ.ศ. 2547 ชุมชนบ้านใหม่พร้อมใจฟื้นฟูตลาดชุมชนอายุกว่า 100 ปี เปิดตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตย้อนยุค เลือกชิมอาหารรสอร่อย เลือกซื้อของฝากจากแปดริ้วในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งอาคารบ้านเรือนทั่วไปได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดีขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะเลือกการล่องเรือชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงจากวัดโสธรมาขึ้นยังตลาดบ้านใหม่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ส่วนขากลับ จะเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางเดิมหรือปั่นไปสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา แล้วแต่ตามอัธยาศัยเลยครับ ขึ้นรถไฟกลับมาลงที่สถานีรถไฟหัวหมากได้เลยครับ
แต่ที่เน้นๆ เลย อ่านรายละเอียดให้ดีๆ -* สำหรับผู้จะเดินทางกลับทางรถไฟ ต้องไปถึงสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา ก่อนเวลา 14.00 น. เพื่อโดยสารรถไฟสาย อรัญประเทศ - กรุงเทพฯ มาลงที่สถานีรถไฟหัวหมาก (อัตราค่าบริการ ฟรี รถจักรยาน 120 บาทครับ)
หลังจากสักการะหลวงพ่อโสธรแล้ว เราจะไปยลก๋วยเตี๋ยวปากหม้อกัน รู้สึกว่าจะขึ้นชื่อของแปดริ้ว เสร็จแล้วก็จะไปไหว้ศาลหลักเมือง แล้วไปต่อที่ ตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ของกินเพียบเลยขอบอก
ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ, ข้าวห่อใบบัว, ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก, ก๋วยเตี่ยวเป็ด, ของฝากเยอะแยะ อีกแล้วครับท่าน เป็นอันจบทริป (รวมระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร)
ตลาดบ้านใหม่(อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา)
ตลาดบ้านใหม่ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 100 ปี เดิมชื่อตลาดบน แต่เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ จึงก่อสร้างตลาดใหม่ขึ้นมาแทน ชาวบ้านจึงเรียกว่า "ตลาดบ้านใหม่" บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่ มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เมื่ออดีตสถานที่แห่งนี้มีความคับคั่งด้วยผู้คนที่มาประกอบอาชีพค้าขาย เป็นตลาดบกริมน้ำที่เจริญรุ่งเรืองมาก รวมทั้งเป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าสำคัญของจังหวัดฉะเชิงเทรา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่ง เมื่อวันที่ 26 มกราคม รศ.126 (พ.ศ. 2450) ดังข้อความในพระราชหัตถเลขาว่า "...เสด็จขึ้นที่ท่าตลาดบ้านใหม่ ทอดพระเนตรตลาดนั้นไปจนสุดตลาด..."
ตลาดบ้านใหม่แห่งเป็น 2 เขต คือ ตลาดบนกับตลาดกลาง ตลาดบนบางครั้งเรียกชื่อตามนามเจ้าของว่าตลาดขุนอินทรนรกิจ มีอาณาเขตตั้งแต่ทางเข้าตลาดจนถึงศาลเจ้าอาม่าแต่เดิมบริเวณทางเข้าตลาดเป็นโรงฝิ่นขนาดใหญ่ ซึ่งยกเลิกในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อ พ.ศ. 2501 ต่อมาปรับเปลี่ยนเป็นห้องแถวให้เช่า ปัจจุบันถูกรื้อถอนไปเหลือเพียงบางส่วนที่เป็นตลาดด้านใน ตลาดกลาง อยู่ถัดจากศาลเจ้าอาม่า ลงไปจนถึงหัวตลาดบริเวณศาลเจ้าโกมินทร์ยังคงสภาพความเป็นตลาดโบราณไว้จนปัจจุบัน
เมื่อ พ.ศ. 2547 ชุมชนบ้านใหม่พร้อมใจฟื้นฟูตลาดชุมชนอายุกว่า 100 ปี เปิดตลาดบ้านใหม่ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวิถีชีวิตย้อนยุค เลือกชิมอาหารรสอร่อย เลือกซื้อของฝากจากแปดริ้วในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งอาคารบ้านเรือนทั่วไปได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดีขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะเลือกการล่องเรือชมทัศนียภาพและวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงจากวัดโสธรมาขึ้นยังตลาดบ้านใหม่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ส่วนขากลับ จะเดินทางกลับโดยใช้เส้นทางเดิมหรือปั่นไปสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา แล้วแต่ตามอัธยาศัยเลยครับ ขึ้นรถไฟกลับมาลงที่สถานีรถไฟหัวหมากได้เลยครับ
แต่ที่เน้นๆ เลย อ่านรายละเอียดให้ดีๆ -* สำหรับผู้จะเดินทางกลับทางรถไฟ ต้องไปถึงสถานีรถไฟฉะเชิงเทรา ก่อนเวลา 14.00 น. เพื่อโดยสารรถไฟสาย อรัญประเทศ - กรุงเทพฯ มาลงที่สถานีรถไฟหัวหมาก (อัตราค่าบริการ ฟรี รถจักรยาน 120 บาทครับ)
แก้ไขล่าสุดโดย oatmam เมื่อ 20 ส.ค. 2009, 16:41, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
กลับมาแว้ววววววววว!
- prasopsuk
- ขาประจำ
- โพสต์: 10702
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2009, 13:20
- Tel: 081-7315446
- team: bpmtb
- Bike: seven sola
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
หน้าสนใจมากเลยครับ ขากลับอย่าทิ้งกันนั่งรถไฟกลับนะ
ปั่นกลับด้วยกัน 100 โล ครับ
ปั่นกลับด้วยกัน 100 โล ครับ
- SP26_tum
- ขาประจำ
- โพสต์: 1748
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 17:07
- Tel: 0876791441 023381452
- team: บางกะปิหวานเย็น @ ปั่น เว้ย เฮ้ย ..
- Bike: LA LG .เหล็กแท้ๆ.....
- ตำแหน่ง: 1858 บางนา กทม 10260
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
เสือท่านอื่นๆไปไหน่กันหมดแล้วนิ้
ทำไมเงียบจัง เยยยยย
You may go faster , but i see more
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
- max69
- ขาประจำ
- โพสต์: 965
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2008, 13:50
- Tel: 0894958842
- team: 99 City Bike
- Bike: เสือหมอบ-ภูเขา-พับ
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
เห็นด้วยคับ แล้วจะรอให้ถึงวันปั่นจริงนะคับprasopsuk เขียน:หน้าสนใจมากเลยครับ ขากลับอย่าทิ้งกันนั่งรถไฟกลับนะ
ปั่นกลับด้วยกัน 100 โล ครับ
ปั่นเร็วผมไม่สู้ แต่ถ้าเรื่องกินจุผมสู้ตาย
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
เสือตั้ม คุณมัวแต่หลงอยู่กับ หมูย่างตะไคร้ก้เงี้ยแหล่ะ เลยตามไม่ทัน รักษาสุขภาพ แล้วเจอกันนะครับ ช่วงนี้ของเก็บตัว งานตรึมครับ.......
กลับมาแว้ววววววววว!
- SP26_tum
- ขาประจำ
- โพสต์: 1748
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 17:07
- Tel: 0876791441 023381452
- team: บางกะปิหวานเย็น @ ปั่น เว้ย เฮ้ย ..
- Bike: LA LG .เหล็กแท้ๆ.....
- ตำแหน่ง: 1858 บางนา กทม 10260
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
You may go faster , but i see more
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
- SENG9
- ขาประจำ
- โพสต์: 2294
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2008, 20:44
- Tel: 0859225888
- team: O2 MAX ขาโหด
- Bike: Conago C50 Connondale slice trek8500 KHS team พับน้อง DA
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
ตลาด 100 ปี ก็มีหมูตะไคร้ สาขา 2 เฮ ๆ ๆ ๆ ไปด้วย ไปด้วย
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
เอ...... ทริปเรา คอนเซปส์คือทริปไหว้พระ เข้าวัด นะคร๊าบ........
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แนะนำร้านนายเพชร ในหมู่บ้านศรีโสธร ใกล้สวนสมเด็จ
เขาว่าอร่อยนัก
ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ตลาดหน้าเมือง ครับ ร้านนี้ทำส่งมธุรส เรือนแพ
ขนาดที่ว่าอยากเลิกขาย แต่มธุรส ขอให้ขายต่อเลยแหละ
ก๊วยเตี๋ยวเป็นขึ้นชื่อ ต้อง รสทิพย์ กับนุ่มนวล ถนนเทพคุณาธารทางเข้าวัดโสธร
ฉะเชิงเทรามีอะไรอีก โพสต์กันเลยพ่อคู๊ณ......
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แนะนำร้านนายเพชร ในหมู่บ้านศรีโสธร ใกล้สวนสมเด็จ
เขาว่าอร่อยนัก
ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ตลาดหน้าเมือง ครับ ร้านนี้ทำส่งมธุรส เรือนแพ
ขนาดที่ว่าอยากเลิกขาย แต่มธุรส ขอให้ขายต่อเลยแหละ
ก๊วยเตี๋ยวเป็นขึ้นชื่อ ต้อง รสทิพย์ กับนุ่มนวล ถนนเทพคุณาธารทางเข้าวัดโสธร
ฉะเชิงเทรามีอะไรอีก โพสต์กันเลยพ่อคู๊ณ......
กลับมาแว้ววววววววว!
- oatmam
- ขาประจำ
- โพสต์: 1217
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 15:17
- Bike: Pajero Sport
- ตำแหน่ง: Bec-Tero Entertainment Public Company
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
แต่น้องที่ออฟฟิศบอกว่า ที่ตลาดบ้านใหม่ ไปโลดของกินเพียบ ส้มตำ อร่อย ข้าวใบบัวเนี้ยบ ก๋วยเตี๋ยวจ๊าบ สาวๆ ฮึ่ม.....oatmam เขียน:เอ...... ทริปเรา คอนเซปส์คือทริปไหว้พระ เข้าวัด นะคร๊าบ........
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แนะนำร้านนายเพชร ในหมู่บ้านศรีโสธร ใกล้สวนสมเด็จ
เขาว่าอร่อยนัก
ข้าวเหนียวมะม่วง ที่ตลาดหน้าเมือง ครับ ร้านนี้ทำส่งมธุรส เรือนแพ
ขนาดที่ว่าอยากเลิกขาย แต่มธุรส ขอให้ขายต่อเลยแหละ
ก๊วยเตี๋ยวเป็นขึ้นชื่อ ต้อง รสทิพย์ กับนุ่มนวล ถนนเทพคุณาธารทางเข้าวัดโสธร
ฉะเชิงเทรามีอะไรอีก โพสต์กันเลยพ่อคู๊ณ......
กลับมาแว้ววววววววว!
- SENG9
- ขาประจำ
- โพสต์: 2294
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2008, 20:44
- Tel: 0859225888
- team: O2 MAX ขาโหด
- Bike: Conago C50 Connondale slice trek8500 KHS team พับน้อง DA
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
อุเหม่...ทริปไหว้พระ ไหงมี สาว ๆ ฮึ่ม ๆ
- SP26_tum
- ขาประจำ
- โพสต์: 1748
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 17:07
- Tel: 0876791441 023381452
- team: บางกะปิหวานเย็น @ ปั่น เว้ย เฮ้ย ..
- Bike: LA LG .เหล็กแท้ๆ.....
- ตำแหน่ง: 1858 บางนา กทม 10260
- ติดต่อ:
Re: หลวงพ่อโสธร กับบางกะปิพาตะลุย 6-9-52 นี้
You may go faster , but i see more
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า