ฉันจอดรถถ่ายรูปอีกด้านนึง แต่มีคนจอดรถยนต์อีกฝั่งหนึ่ง เดินมาขอให้ถ่ายรูปให้ เขาบอกว่า เพื่อนเขาเมารถ ไอ้ย่ะ ฉันว่าจะบอกว่า พี่กำลังจะเมาแดด ฮ่าๆ แต่ก็ถ่ายให้เขาไป ประมาณ 5 แอ็ค จากไอโฟน มีช้อตกระโดดด้วย แต่ที่ลืมไปจริงๆ คือลืมให้เขาถ่ายรูปให้ฉันด้วย ฉันเลยไม่มีรูปตัวเองเล้ยยแถวๆนี้
ถ่ายแต่"โบยบิน"บนภูเขา นี่แหละเรา ดีแล้ว
ทางช่วงนี้สวยมากจริงๆ และยิ่งสูง แต่กล้องมุมไม่กว้างพอเล้ย รอบหน้าเอาใหม่ ฮ่าๆ จะมีโอกาสอีกไหมน้อ
แล้วก็หลุดมาถึงหลักกิโลที่ 34 อย่างเหนื่อยอ่อน และดีใจปานกัน
หลักกิโลที่ 33 แล้ว ใกล้ความจริงแล้วเรา
แวะจอดถ่ายรูปอย่างสบายใจ แต่มองขึ้นไปข้างบน ยังไม่เห็นความเป็นป่าดึกดำบรรพ์เท่าไหร่ สงสัยคราวหน้าต้องมาสำรวจใหม่ อิอิ
ต้นชมพูภูคา ได้มีโอกาสเห็นแค่ต้น เมื่อไหร่จะออกดอกอีกทีนะ ทั้งๆเท่าที่รู้ ว่าจะออกดอกประมาณ กุมภาถึงมีนา ไม่มีวาสนาได้เห็นซะแล้วเรา
ดูดอกชมพูภูคาในรูปไปก่อนก็แล้วกัน
มีแต่ยอดอ่อนๆของชมพูภูคา หรือว่าอีกสักสองสามวันดอกมันจะบานแล้วเนี่ย
นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปกับโบยบิน
