Day 3 : บ.ห้วยตาว - บ.เมืองคี - เมืองแมด
***มาเริ่มกันต่อครับ....
ตอนนี้เรานั่งพักทานเฝ๋อกันที่ร้านอาหารคาราโอเกะ เวลาเกือบชม. ผ่านไปอย่างเร็ว จ่ายเงินแล้วแต่ใครลืมกันแน่ พี่น้อยจำได้ว่าจ่าย
ไปก่อนแล้ว 50 บาท แต่แม่ค้าไม่มีทอนเอามาคืน สรุปแล้วแม่ค้าลืมนั่นเอง แต่ไม่เป้นไรครับ มาร้านนี้ก็บริการดีมากๆ เปิดคาราโอเกะ
ให้ร้องกันช่วงกลางวัน แทนที่จะเปิดกลางคืน เพื่อนๆ ขออยู่นอนพักที่นี่ซักคืน แล้วปั่นหรือนั่งรถตามไปได้บ่อ....เอางั้นเลยนะน้องภัทธ
.....ผมจ่ายค่าเฝ๋อชามละ 12000 กีบ เทียบแล้วก็ 60 บาท ได้ชามโตๆ แบบเนื้อควาย อร่อยมากๆ ตุนน้ำดื่มอีก 2 ขวดเย็นๆ เก็บ
ของให้เรียบร้อย แรงเริ่มดีขึ้นแล้ว ระยะทางที่คุยยังเหลืออีก 60 กิโล ถ้าเป้าหมายคือเมืองแมด แต่ก็ต้องผ่านเมืองคีให้ได้ก่อน
.....แสงแดดเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางที่เราไปเริ่มยากขึ้น ทั้งฝุ่นหนาเป็นนิ้ว ทางมีหลุมร่องตัดผ่าน ต้องคอยเปลี่ยนไลท์สลับไปมา หลาย
คนเริ่มที่จะปั่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มตามไม่ทันแซงขึ้นหน้าไปเกือบหมด หนุ่ยมีจังหวะกระชากหนีภัทธ พี่ซาฯ ก็นำลิ่ว พี่หมอ พี่น้อยตีคู่
กันไป ยิ่งทางลงเนินก็ปล่อยไหลอย่างเร็วๆ ไม่มีเบรค แต่รถผมเป็นเรซซิ่ง เจอทางหลุมไม่นิ่ง แกว่งและสั่นที่ตัวเฟรม การบรรทุกหนักทำให้
เสียจังหวะ ต้องคอยชะลอไปเรื่อยๆ ทำให้ยิ่งห่างทุกๆ คนก็หายไปจากสายตาเมื่อขึ้นเนิน และลงเนินต่อไป ส่งไม่ได้
.....ซักพักลงมาได้ยินเสียงแก๊กๆๆ ที่ล้อหน้า ยังไม่สนใจ ปั่นลงเนินไปต่อ ได้ยินเสียงบ่อยๆ เหมือนล้อหน้าจะหลุด จึงจอดดู ตกใจมาก
แกนปลดล้อหน้าไม่ยึดติดกับตะเกียบ มันหลวมจนจะหลุดแต่ยังเกี่ยวได้อยู่ ผมรีบหมุนให้แน่แต่เกลียวปลดมันไม่มีน้ำมันเลย ทำให้แข็ง
และโอกาสหลุดสูงจึงค่อยๆ ไปทีละนิดๆ ตอนนี้ก็เหลือคนเดียวแล้ว ปั่นอย่างใจเย็นจนเห็นหนุ่ยจอดรอคอยเป็นเพื่อนอยู่ ทำให้รู้สึกสบาย
ใจขึ้นเยอะ อยู่ท้ายคนเดียวมันกังวลเหลือเกิน เห็นว่าคอยนานเกือบสิบนาที เพราะมัวแต่ถอดขาตั้งด้วยก็หลุดออกมา เพราะเจอเส้นทาง
เอาไม่อยู่ไม่ได้ยึดกับเฟรมไว้แค่หนีบไว้เฉยๆๆ จึงถอดออกเก็บไว้หนักเอาการเลย
