ในกรณีที่รองเท้าทำงานผมจะสึกส้นเท้าด้านนอกมุมเดียวแบบนี้แสดงว่าเท้าผมเอียงใช่ไหมครับการตั้งคลีทระยะสูงต่ำผมคิดว่าพอดีแล้วผมเลื่อนจนุสุดด้านล่างแล้วเนื่องจากรองเท้ายาวกว่าเท้า2ซ.ม
เวลาปั่นผมรู้สึกว่าน้ำหนักจะลงด้านแถบนิ้วก้อยมากกว่าทำให้เท้าชาผมลองปรับคลีทให้หันเข้าออกก็แล้วก็คงชาเหมือนเดิม
ถ้าแบบนี้ผมจะต้องหาอะไรมารองคลีทด้านนิ้วก้อยใช่ไหมครับแล้วใช้อะไรรองดีครับหรือว่าจะต้องทำแบบไหนครับ
เรื่องรองเท้าคับไม่ใช่ครับ
ผมควรจะทดลองทำแบบไหนครับเพื่อแก้ปัญหาเท้าชาครับ
ขอบคุณครับ
การตั้งคลีทเสือหมอบ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- benpariwat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1935
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 07:58
- Bike: Specialized Tarmac comp 2012
Re: การตั้งคลีทเสือหมอบ
เท้าเอียงผมไม่รู้นะครับ
ชานี่ คือตรงนั้นโดนกดทับ เลือดไม่เวียนครับ อาจจะโดนหนีบจากส่วนบนของรองเท้าครับ เพราะน้ำหนักไปลงทางนั้น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=475118
ส่วนใหญ่ผมตั้งตามนี้ครับ
แต่ตอนได้คันใหม่ ผมตั้งตามความรู้สึกเล่นเป็นวันครับ อยากให้น้ำหนักลงตรงไหนก็ขยับไปเรื่อย ทำคนเดียวมันช้าครับ
จริงๆควรปรับให้น้ำหนักลงจุดที่เท้าเราลงน้ำหนักครับ แต่ตามทฤษฎีคือให้ลงตรง ball foot ครับ
แต่ผมปรับให้น้ำหนักลงที่เลย ball foot มาทางส้นเท้าหน่อยนึงครับ รู้สึกว่ามันลากได้ดีกว่านิ๊ดนึงครับ
แต่ให้ตรงจุดไปฟิตติ้งเถอะครับ เสียตังซื้อความรู้ดู ไม่เสียหายครับ
ชานี่ คือตรงนั้นโดนกดทับ เลือดไม่เวียนครับ อาจจะโดนหนีบจากส่วนบนของรองเท้าครับ เพราะน้ำหนักไปลงทางนั้น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=475118
ส่วนใหญ่ผมตั้งตามนี้ครับ
แต่ตอนได้คันใหม่ ผมตั้งตามความรู้สึกเล่นเป็นวันครับ อยากให้น้ำหนักลงตรงไหนก็ขยับไปเรื่อย ทำคนเดียวมันช้าครับ
จริงๆควรปรับให้น้ำหนักลงจุดที่เท้าเราลงน้ำหนักครับ แต่ตามทฤษฎีคือให้ลงตรง ball foot ครับ
แต่ผมปรับให้น้ำหนักลงที่เลย ball foot มาทางส้นเท้าหน่อยนึงครับ รู้สึกว่ามันลากได้ดีกว่านิ๊ดนึงครับ
แต่ให้ตรงจุดไปฟิตติ้งเถอะครับ เสียตังซื้อความรู้ดู ไม่เสียหายครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: การตั้งคลีทเสือหมอบ
1. บอกได้ 2 นัย ครับ คือ อาจจะเท้าเอียงก็ได้ หรือ เป็นคนที่เดินในลักษณะเปิดปลายเท้าออก ซึ่งบางคนก็เดินแบบนั้นจริงๆ เคยดูหนังเรื่องหนึ่ง ตัวเอกชาวญี่ปุ่นเดินแบบกางเท้าตลอดเรื่องเลย แกคงจะเดินจริงๆไม่ได้actingsoonchai เขียน:1. ในกรณีที่รองเท้าทำงานผมจะสึกส้นเท้าด้านนอกมุมเดียวแบบนี้แสดงว่าเท้าผมเอียงใช่ไหมครับการตั้งคลีทระยะสูงต่ำผมคิดว่าพอดีแล้วผมเลื่อนจนุสุดด้านล่างแล้วเนื่องจาก2. รองเท้ายาวกว่าเท้า2ซ.ม
เวลาปั่นผมรู้สึกว่าน้ำหนักจะลงด้านแถบนิ้วก้อยมากกว่าทำให้เท้าชาผมลองปรับคลีทให้หันเข้าออกก็แล้วก็คงชาเหมือนเดิม
ถ้าแบบนี้ผมจะต้องหาอะไรมารองคลีทด้านนิ้วก้อยใช่ไหมครับแล้วใช้อะไรรองดีครับหรือว่าจะต้องทำแบบไหนครับ
เรื่องรองเท้าคับไม่ใช่ครับ
ผมควรจะทดลองทำแบบไหนครับเพื่อแก้ปัญหาเท้าชาครับ
ขอบคุณครับ
2. รองเท้ายาวกว่าเท้า เป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องต่างๆมากมายครับ แม้แต่เรื่องชาเท้า ชานิ้วเท้า เจ็บนิ้วเท้า ก็เกิดได้ทั้งสิ้น
ถ้าเท้าเอียง ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน การfittingสามารถช่วยได้ครับ เพราะสามารถเสริมแผ่นรองคลีท หรือ แผ่นรองพื้นรองเท้าได้อีกระดับหนึ่ง การหารองเท้าที่ขนาดพอดีกับเท้าก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ควรจะต้องเริ่มทำ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- soonchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 1188
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2013, 21:22
Re: การตั้งคลีทเสือหมอบ
ขอบคุณมากครับเวลาปั่นเราจะต้องปล่อยเท้าตามสบายหรือว่าบังคับให้เท้าตรงให้มากที่สุด
เวลาปั่นบนเทรนเนอร์ดันไม่ชา
ถ้าตามกระทู้คุณแมวทองเท้าผมจะชี้ออกด้านข้างนิดๆแบบนี้ผมจะต้องหันคลีทมาทางนิ้วโป้งเท้า
ผมอยู่ดอนเมืองร้านทำfittingที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหนครับ
หมอบถ้าถอดล้อหน้าออกขึ้นแท๊กซี่ได้ไหมครับผมก็อยากไปลองทำfittingเหมือนกันจะได้จบๆมันน่าจะดีกว่าที่เรามาปรับเอง
เสีย2พันถ้าดีผมก็ยอมเสียครับ
ไม่เช้นนั้นคงคาใจว่าที่เราปรับตั้งเองโดยดูตัวอย่างตามคลิปตามกระทู้มันถูกต้องหรือไม่
ถ้าร้านทำfittingให้เราแล้วถือว่าถูกต้องที่สุดแล้วใช่ไหมครับนอกนั้นเราต้องมาปรับตัวเราเองให้คุ้นเคยกับที่ช่างทำfittingมาให้ใช่หรือเปล่าครับหรือว่าทำเสร็จแล้วจะดีขึ้นทันทีกว่าเดิมที่เราปั่นอยู่ใช่ไหมเสียเงินเสียได้ครับแต่ก็ต้องการให้คุ้มค่ากว่าที่ปรับเองตามตัวอย่างกระทู้ต่างๆครับ
Fittingแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับการปั่นได้จริงหรือครับ
ท่านที่ไปทำมาแล้วช่วยออกความคิดเห็นด้วยครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ
เวลาปั่นบนเทรนเนอร์ดันไม่ชา
ถ้าตามกระทู้คุณแมวทองเท้าผมจะชี้ออกด้านข้างนิดๆแบบนี้ผมจะต้องหันคลีทมาทางนิ้วโป้งเท้า
ผมอยู่ดอนเมืองร้านทำfittingที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหนครับ
หมอบถ้าถอดล้อหน้าออกขึ้นแท๊กซี่ได้ไหมครับผมก็อยากไปลองทำfittingเหมือนกันจะได้จบๆมันน่าจะดีกว่าที่เรามาปรับเอง
เสีย2พันถ้าดีผมก็ยอมเสียครับ
ไม่เช้นนั้นคงคาใจว่าที่เราปรับตั้งเองโดยดูตัวอย่างตามคลิปตามกระทู้มันถูกต้องหรือไม่
ถ้าร้านทำfittingให้เราแล้วถือว่าถูกต้องที่สุดแล้วใช่ไหมครับนอกนั้นเราต้องมาปรับตัวเราเองให้คุ้นเคยกับที่ช่างทำfittingมาให้ใช่หรือเปล่าครับหรือว่าทำเสร็จแล้วจะดีขึ้นทันทีกว่าเดิมที่เราปั่นอยู่ใช่ไหมเสียเงินเสียได้ครับแต่ก็ต้องการให้คุ้มค่ากว่าที่ปรับเองตามตัวอย่างกระทู้ต่างๆครับ
Fittingแก้ปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับการปั่นได้จริงหรือครับ
ท่านที่ไปทำมาแล้วช่วยออกความคิดเห็นด้วยครับ
ขอบคุณทุกท่านครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: การตั้งคลีทเสือหมอบ
แถวดอนเมืองผมแนะนำไม่ถูกเหมือนกันครับ
การทำ fitting มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. Static เช่น การวัดมุมเข่า มุมสะโพก มุมแขน มุมหลัง ในขณะที่เราอยู่กับที่ พูดง่ายว่าเขาจะให้เราปั่นไปสักพัก แล้วหยุด จัดท่า แล้ววัดมุม
2. Dynamic ก็คล้ายกับแบบStatic แต่เขาจะติด marker ตามจุดต่างๆ แล้วให้เราปั่น จากนั้นกล้องจะบันทึกลักษณะการปั่น และวัดมุมที่เป็นค่าเฉลี่ยออกมา ( หลักการของ dynamic ก็อิงมาจาก static แหละครับ แต่มันจะมี range ของมันที่ค่อนข้างจะกว้างสักนิด เพราะเวลาที่เราปั่นจักรยานท่าทางของเราอาจจะมีขยับไปมาได้บ้าง ) แล้วเอามาแปลผล ปรับแต่งจักรยานกันใหม่ แล้วทำการทดสอบใหม่
ทำแล้วช่วยได้หรือไม่ ทำแล้วแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
อันนี้ก็เหมือนกับไปหาหมอหนะครับ อาจจะหายหรือไม่หาย ขึ้นกับหมอและคนไข้เป็นสำคัญ
การทำฟิตติ้งก็เช่นกัน ถ้าคนทำfittingเก่ง มีความเข้าใจเรื่องราวต่างๆดี ก็จะปรับแก้ปัญหาให้ก่อน เช่น ขายาวไม่เท่ากัน เท้าเอียง ก็ต้องมาแก้กันเรื่องชิมรองเท้ากันก่อน ซึ่งบอกตามตรงว่ามันเสียเวลาค่อนข้างมาก บางคนอาจจะบอกว่ามันจะคุ้มกับเงิน 2,000 หรือ ? ถ้าเจอช่างfitting ที่เข้าใจเรื่องราวต่างๆดีพอ ก็บอกว่าคุ้มเงินครับ
ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็มาจากคนปั่นจักรยานเอง โดยเฉพาะคนที่ปั่นมาไม่นาน ปั่นไม่นิ่งพอ ปั่นกางขา เข่ากาง วัดแรงปั่นบันไดซ้ายขวาก็แตกต่างกันมากมาย คนกลุ่มนี้ทำfittingได้ค่อนข้างลำบาก และเสียเวลาในการทำครั้งแรกค่อนข้างมาก ถ้าเจอช่างทำfittingที่ไม่อยากจะเปลืองเวลามาก ก็จัดการวัดแบบ Dynamicไปให้หมดเรื่องหมดราว ซึ่งถ้าช่างทำfittingยอมเปลืองเวลา แต่อยากให้ผลงานออกมาดีพอ ก็จะแนะนำให้ทำแบบ Static ไปก่อน แล้วให้ปรับตัว ปรับท่า ปรับวิธีในการปั่นใหม่ จนลงตัวแล้วกลับมาทำแบบ Dynamic ในภายหลัง
บางรายที่แก้ไม่หาย ก็มักจะเป็นประเภทที่ไม่ยอมติดตามผล ดื้อ ชอบลองของไปเรื่อยๆ บางทีมันก็ไม่จบซะทีเหมือนกัน
ส่วนตัวแล้ว ผมเองปั่นจักรยานมานานพอสมควร ท่าทางต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ทุกอย่าง ออกแรงสม่ำเสมอทั้ง 2 ข้าง ช่างประจำตัวของผมทำfitting แบบ Static ให้มาตลอด วันหนึ่งช่างได้ Retul มา ก็เลยเชิญให้ไปทำ Dynamic ซ้ำดูสักหน่อย ก็ปรากฏว่าทุกๆอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องปรับแก้อะไรอีกเลย แค่ปรับวิธีการปั่นอีกนิดหนึ่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่ผมพบก็คือ ผมไม่เคยบาดเจ็บจากการปั่นจักรยานที่ผิดท่าทางหรือตำแหน่งมาตั้งแต่คบหากับช่างประจำตัวของผม
แล้วแต่นะครับ
การทำ fitting มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. Static เช่น การวัดมุมเข่า มุมสะโพก มุมแขน มุมหลัง ในขณะที่เราอยู่กับที่ พูดง่ายว่าเขาจะให้เราปั่นไปสักพัก แล้วหยุด จัดท่า แล้ววัดมุม
2. Dynamic ก็คล้ายกับแบบStatic แต่เขาจะติด marker ตามจุดต่างๆ แล้วให้เราปั่น จากนั้นกล้องจะบันทึกลักษณะการปั่น และวัดมุมที่เป็นค่าเฉลี่ยออกมา ( หลักการของ dynamic ก็อิงมาจาก static แหละครับ แต่มันจะมี range ของมันที่ค่อนข้างจะกว้างสักนิด เพราะเวลาที่เราปั่นจักรยานท่าทางของเราอาจจะมีขยับไปมาได้บ้าง ) แล้วเอามาแปลผล ปรับแต่งจักรยานกันใหม่ แล้วทำการทดสอบใหม่
ทำแล้วช่วยได้หรือไม่ ทำแล้วแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
อันนี้ก็เหมือนกับไปหาหมอหนะครับ อาจจะหายหรือไม่หาย ขึ้นกับหมอและคนไข้เป็นสำคัญ
การทำฟิตติ้งก็เช่นกัน ถ้าคนทำfittingเก่ง มีความเข้าใจเรื่องราวต่างๆดี ก็จะปรับแก้ปัญหาให้ก่อน เช่น ขายาวไม่เท่ากัน เท้าเอียง ก็ต้องมาแก้กันเรื่องชิมรองเท้ากันก่อน ซึ่งบอกตามตรงว่ามันเสียเวลาค่อนข้างมาก บางคนอาจจะบอกว่ามันจะคุ้มกับเงิน 2,000 หรือ ? ถ้าเจอช่างfitting ที่เข้าใจเรื่องราวต่างๆดีพอ ก็บอกว่าคุ้มเงินครับ
ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็มาจากคนปั่นจักรยานเอง โดยเฉพาะคนที่ปั่นมาไม่นาน ปั่นไม่นิ่งพอ ปั่นกางขา เข่ากาง วัดแรงปั่นบันไดซ้ายขวาก็แตกต่างกันมากมาย คนกลุ่มนี้ทำfittingได้ค่อนข้างลำบาก และเสียเวลาในการทำครั้งแรกค่อนข้างมาก ถ้าเจอช่างทำfittingที่ไม่อยากจะเปลืองเวลามาก ก็จัดการวัดแบบ Dynamicไปให้หมดเรื่องหมดราว ซึ่งถ้าช่างทำfittingยอมเปลืองเวลา แต่อยากให้ผลงานออกมาดีพอ ก็จะแนะนำให้ทำแบบ Static ไปก่อน แล้วให้ปรับตัว ปรับท่า ปรับวิธีในการปั่นใหม่ จนลงตัวแล้วกลับมาทำแบบ Dynamic ในภายหลัง
บางรายที่แก้ไม่หาย ก็มักจะเป็นประเภทที่ไม่ยอมติดตามผล ดื้อ ชอบลองของไปเรื่อยๆ บางทีมันก็ไม่จบซะทีเหมือนกัน
ส่วนตัวแล้ว ผมเองปั่นจักรยานมานานพอสมควร ท่าทางต่างๆก็อยู่ในเกณฑ์ทุกอย่าง ออกแรงสม่ำเสมอทั้ง 2 ข้าง ช่างประจำตัวของผมทำfitting แบบ Static ให้มาตลอด วันหนึ่งช่างได้ Retul มา ก็เลยเชิญให้ไปทำ Dynamic ซ้ำดูสักหน่อย ก็ปรากฏว่าทุกๆอย่างอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องปรับแก้อะไรอีกเลย แค่ปรับวิธีการปั่นอีกนิดหนึ่งเท่านั้น
แต่สิ่งที่ผมพบก็คือ ผมไม่เคยบาดเจ็บจากการปั่นจักรยานที่ผิดท่าทางหรือตำแหน่งมาตั้งแต่คบหากับช่างประจำตัวของผม
แล้วแต่นะครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- soonchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 1188
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2013, 21:22
Re: การตั้งคลีทเสือหมอบ
ขอบคุณมากครับ คุณ lucifer ผมเองอยากปรับแค่ข้อ 1 เท่านั้นก็คงเพียงพอครับ เพราะผมปั่นแค่ออกกำลังกายเท่านั้นครับ เพียงแต่มันมีปัญหาว่าถ้าปั่นนานแล้วเท้าจะชาทำให้เสียอารมณ์ในการปั่นไปบ้างครับ ยังไงผมจะลองปรับคลีทดูอีกทีครับ ถ้าไม่ไหวจริงๆคงต้องไปทำ fitting ครับ