กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
- jomjone
- ขาประจำ
- โพสต์: 397
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 21:26
- Tel: 0818690658
- team: ลุ่มเจ้าพระยา........................
- Bike: รถเหล็ก
- ตำแหน่ง: มังกร-ขันดี เทพารักษ์ สมุทรปราการ
กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
สิ่งที่ผู้ป่วยควรทราบเกี่ยวกับโรคกรดไหลย้อน
ผศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
1. โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด (ยกเว้นจะผ่าตัดแก้ไข) จะเป็นๆ หายๆ อาการจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ยา อยู่ที่การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
2. อาการปวดแสบร้อน บริเวณหน้าอก, ลิ้นปี่ และคอ เกิดจากการที่ไหลขึ้นมาจากกระเพาะผ่านบริเวณหน้าอก, ลิ้นปี่และที่คอ ทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อนบริเวณดังกล่าว
3. การที่เรอ คลื่นไส้ หรือมีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาที่อก หรือคอ เกิดจากที่ความดันช่องท้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจาก
3.1) รับประทานอาหารมากเกินไปในแต่ละมื้อ
3.2) รับประทานอาหารที่ไม่ควรแนะนำให้รับประทานโดยเฉพาะอาหารมันๆ อาหารที่ปรุงด้วย การผัด และการทอดทุกชนิด (อาหารมัน จะย่อยยาก ทำให้ท้องอืดได้ง่าย, นม(รับประทานได้เฉพาะนมไร้ไขมัน คือ FAT=0%),มะเขือเทศ,ถั่ว, น้ำเต้าหู้ (ทำจากถั่ว จะทำให้เกิดแก๊สในช่องท้องมาก), ชา และกาแฟ (ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดระหว่างกระเพาะและหลอดอาหารส่วนหย่อน), ไข่ (รับประทานได้เฉพาะไข่ขาว), น้ำอัดลม (ทำให้เกิดแก๊สในช่องท้องมาก),พริก
3.3) น้ำหนักตัวที่เพิ่มหรือเกินค่าปกติ (การที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น) ควรลดน้ำหนักตัวท่านให้ต่ำกว่า .....(ตามแพทย์กำหนด)....... กิโลกรัม
3.4) ท้องผูก (ทำให้ต้องแบ่ง เวลาถ่าย ทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น) อาจต้องรับประทานยาถ่าย เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ควรแก้ที่ต้นเหตุโดยดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น (ดื่มน้อยๆแต่บ่อยๆ), รับประทานผัก ผลไม้ ที่มีกากให้มากขึ้น, ออกกำลังกายแบบอโรบิก การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือ การออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้นต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น วิ่ง เดินเร็ว ขึ้นลงบันได ว่ายน้ำ ขี่จักรยานฝืด (แบบปรับน้ำหนักได้เช่น ใน FITNESS) เตะฟุตบอล เล่นเทนนิส แบดมินตัน หรือบาสเกตบอล
3.5) ขาดการออกกำลังกาย (การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะทำให้กระเพาะ และลำไส้ เคลื่อนตัวได้ดี และลดอาการท้องอืด จุก เสียด แน่นท้อง)
4. รสเปรี้ยว ในปากหรือลำคอ เกินจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมา ส่วนรสขม ในปากหรือลำคอ เกิดจากน้ำดีที่ไหลย้อนขึ้นมา
5. เสียงแหบ เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาไปโดนสายเสียงที่อยู่ด้านหน้า ทำให้สายเสียงบวม ปิดไม่สนิท เกิดลมรั่ว ทำให้มีเสียงแหบได้ ที่มีเสียงแหบตอนเช้า เกิดจากเวลาเรานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลาที่เรานั่งหรือยืน สายเสียงจึงถูกกรดสัมผัสมากกว่าช่วงอื่นๆของวัน ทำให้ขณะตื่นมาตอนเช้า มีเสียงแหบได้
6. ไอเรื้อรังเกิดจากกรดไหลย้อนลงไปในหลอดลม ทำให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรังโดยหลอดลมจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ของฉุน ฝุ่น ควัน อากาศที่เปลี่ยนแปลงมากผิดปกติ การที่มีอาการมากหลังรัปทานอาหาร ทำให้มีความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นทำให้กรดไหลลงไปในหลอดลมทำให้ไอหลังรัปทานอาหาร ส่วนการที่ไอตอนกลางคืน หรือก่อนนอนมักเกิดจาก
6.1 ห้องนอนอาจรก มีฝุ่นมาก เวลาสูดหายใจเข้าไป จะไปกระตุ้นภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ทำให้ไอกลางคืน หรือไอช่วงเช้า จึงควรจัดห้องนอน ตามคำแนะนำของแพทย์
6.2 อากาศในห้องนอนอาจเย็นเกินไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงอากาศเย็น โดยเฉพาะแอร์ พัดลมเป่า ถ้าต้องการเปิดแอร์ ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียสเพื่อไม่ให้อากาศเย็นจนเกินไป ในกรณีที่ใช้พัดลมไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด และควรให้พัดลมส่ายไปมา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมพอสมควร ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ เช่น นอนห่มผ้า ถ้าจะให้ดีควรใส่ถุงเท้า หรือผ้าพันคอ เวลานอนด้วย ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้าหรือ
6.3 เวลานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลานั่งหรือยืน
7. อาการจุกแน่นในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย มักเกิดจาก สาเหตุเดียวกับข้อ 3
8. อากาหอบหืด (ถ้ามี) แย่ลงหรือไม่ดีขึ้นนั้น เกิดกรดไหลลงไปในหลอดลมทำให้มีภาวะหลอดลมอักเสบมากขึ้น
9. อาการที่รู้สึกมีก้อนในคอ หรือแน่นคอ หรือกลืนติดๆ ขัดๆ หรือกลืนลำบาก คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมในคอ เกิดจากกรดไหลย้อนไปสัมผัสกับก้านเนื้อคอ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ทำให้มีความรู้สึกดังกล่าว การรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อคออักเสบ หรือลิ้นอักเสบ ทำให้มีอาการ กลืนเจ็บ, เจ็บคอ, แสบคอหรือปาก หรือแสบลิ้นได้ ที่มีอาการมากช่วงเช้า ก็เนื่องจากเหตุผลเดียวกับข้อ 5
10. การที่มีเสมหะอยู่ในคอตลอด เกิดจากการที่กรดไหลขึ้นมา สัมผัสกับต่อมสร้างเสมหะในลำคอ และกระตุ้นทำให้ต่อมดังกล่าวทำงานงานมากขึ้น นอกจากนั้นการที่กรดไปกระตุ้นเส้นประสาทในคอ อาจทำให้มีอาการคันคอ หรือระคายคอได้ และเมื่อกรดไหลลงไปในหลอดลม ทำให้มีอาการคันคอ หรือระคายคอได้ และเมื่อกรดไหลลงมาในหลอดลม ทำให้มีอาการกระแอมไอได้
11. อาการเจ็บหน้าอก เกิดจากกรดไหลย้อนขึ้นมาผ่านหลอดอาหาร ที่อยู่ในช่องอก ทำให้มีอาการดังกล่าวได้ และเมื่อกรดไหลลงไปในหลอดลม และปอด ทำให้มีอาการกระแอมไอได้
12. อาการไอ, สำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน เกิดจากกรดไหลลงไปในหลอดลม ทำให้หลอดลมอักเสบ และมีการหดตัวของหลอดลม ที่มักเป็นในเวลากลางคืน เนื่องจากเหตุผลข้อเดียวกับข้อ 5 เวลานอนจึงควรหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้น เริ่มประมาณ ½-1 นิ้วจากพื้นราบก่อน โดยใช้วัสดุรองขาเคียง เช่น ไม้ อิฐ แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น ถ้านอนพื้น หรือไม่สามารถยกเตียงได้ ให้หาแผ่นไม้ขนาดเท่าฟูก รองใต้ฟูก แล้วใช้ ไม้ หรืออิฐ ยกแผ่นไม้ดังกล่าวขึ้น
13. การที่กรดไหลย้อยออกไปนอกหลอดอาหาร อาจไปถึง
13.1 เยื่อบุจมูกทางด้านบน ทำให้มีอาการคัน, จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล หรือมีเสมหะไหลลงคอได้ หรือทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ของจมูกอยู่แล้ว มีอาการแย่ลงได้
13.2 ถ้ากรดขึ้นไปสูงถึงรูเปิดของหูชั้นกลางและโพรงหลังจมูกทำหน้าที่ผิดปกติไป ทำให้เกิดหื้อ เป็นๆ หายๆ หรือมีอาการปวดหูได้
13.3 ถ้ากรดไหลเข้าไปในช่องปาก อาจกระตุ้นต่อมสร้างน้ำลาย ทำให้มีน้ำลายมากผิดปกติ หรือกรดไปกัดกร่อนฟัน ทำให้เกิดฟันผุ หรือเสียวฟันได้ การที่กรดไหลย้อนขึ้นมาด้วย ทำให้พาเอากลิ่นอาหารในกระเพาะอาหารขึ้นมาด้วย จึงอาจเป็นสาเหตุของการมีกลิ่นปากได้
14 โรคนี้แพทย์มิได้ให้ผู้ป่วยรับประทานยาไปตลอดชีวิต เมื่อผู้ป่วยปรับเปลี่ยนิสัย และการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ทั้งนิสัยส่วนตัว, นิสัยในการรับประทานอาหาร และนิสัยในการนอน (ตามที่เขียนไว้ในแผ่นพับข้อ 1) แพทย์จะค่อยๆลดขนาดยาลงเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดยาได้
15 ไม่ควรปรับยารับประทานเอง ในระยะแรก นอกจากแพทย์อนุญาต ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นหลลังให้การรักษาประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งจะดีขึ้น เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยว่า จะลดเหตุ (ตามที่เขียนไว้ในแผ่นพับข้อ 1) ได้มากน้อยเพียงใด
16 โรคนี้ถึงแม้ว่าแพทย์จะให้หยุดยาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้หายขาด ผู้ป่วยอาจมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ ถ้าปฏิบัติตนออกนอกคำแนะนำที่ให้ไว้ เช่น ไปรับประทานอานอาหารที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง เป็นต้น จะทำให้มีอาการกลับมาเป็นอีกได้ ซึ่งเมื่อมีอาการกลับมาใหม่ ให้รับประทานยาที่แพทย์ให้ไว้รับประทานเวลามีอาการ ได้ เมื่อใดก็ตามที่มีอาการดีขึ้น หรืออาการน้อยลง สามารถจะหยุดดังกล่าวได้
ผศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
1. โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด (ยกเว้นจะผ่าตัดแก้ไข) จะเป็นๆ หายๆ อาการจะดีขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ยา อยู่ที่การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
2. อาการปวดแสบร้อน บริเวณหน้าอก, ลิ้นปี่ และคอ เกิดจากการที่ไหลขึ้นมาจากกระเพาะผ่านบริเวณหน้าอก, ลิ้นปี่และที่คอ ทำให้เกิดอาการปวดแสบร้อนบริเวณดังกล่าว
3. การที่เรอ คลื่นไส้ หรือมีน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาที่อก หรือคอ เกิดจากที่ความดันช่องท้องเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจาก
3.1) รับประทานอาหารมากเกินไปในแต่ละมื้อ
3.2) รับประทานอาหารที่ไม่ควรแนะนำให้รับประทานโดยเฉพาะอาหารมันๆ อาหารที่ปรุงด้วย การผัด และการทอดทุกชนิด (อาหารมัน จะย่อยยาก ทำให้ท้องอืดได้ง่าย, นม(รับประทานได้เฉพาะนมไร้ไขมัน คือ FAT=0%),มะเขือเทศ,ถั่ว, น้ำเต้าหู้ (ทำจากถั่ว จะทำให้เกิดแก๊สในช่องท้องมาก), ชา และกาแฟ (ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดระหว่างกระเพาะและหลอดอาหารส่วนหย่อน), ไข่ (รับประทานได้เฉพาะไข่ขาว), น้ำอัดลม (ทำให้เกิดแก๊สในช่องท้องมาก),พริก
3.3) น้ำหนักตัวที่เพิ่มหรือเกินค่าปกติ (การที่มีน้ำหนักตัวมากจะทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น) ควรลดน้ำหนักตัวท่านให้ต่ำกว่า .....(ตามแพทย์กำหนด)....... กิโลกรัม
3.4) ท้องผูก (ทำให้ต้องแบ่ง เวลาถ่าย ทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น) อาจต้องรับประทานยาถ่าย เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ควรแก้ที่ต้นเหตุโดยดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น (ดื่มน้อยๆแต่บ่อยๆ), รับประทานผัก ผลไม้ ที่มีกากให้มากขึ้น, ออกกำลังกายแบบอโรบิก การออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือ การออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หายใจเร็วขึ้นต่อเนื่องกันอย่างน้อยวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน เช่น วิ่ง เดินเร็ว ขึ้นลงบันได ว่ายน้ำ ขี่จักรยานฝืด (แบบปรับน้ำหนักได้เช่น ใน FITNESS) เตะฟุตบอล เล่นเทนนิส แบดมินตัน หรือบาสเกตบอล
3.5) ขาดการออกกำลังกาย (การออกกำลังกายแบบแอโรบิก จะทำให้กระเพาะ และลำไส้ เคลื่อนตัวได้ดี และลดอาการท้องอืด จุก เสียด แน่นท้อง)
4. รสเปรี้ยว ในปากหรือลำคอ เกินจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมา ส่วนรสขม ในปากหรือลำคอ เกิดจากน้ำดีที่ไหลย้อนขึ้นมา
5. เสียงแหบ เกิดจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาไปโดนสายเสียงที่อยู่ด้านหน้า ทำให้สายเสียงบวม ปิดไม่สนิท เกิดลมรั่ว ทำให้มีเสียงแหบได้ ที่มีเสียงแหบตอนเช้า เกิดจากเวลาเรานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลาที่เรานั่งหรือยืน สายเสียงจึงถูกกรดสัมผัสมากกว่าช่วงอื่นๆของวัน ทำให้ขณะตื่นมาตอนเช้า มีเสียงแหบได้
6. ไอเรื้อรังเกิดจากกรดไหลย้อนลงไปในหลอดลม ทำให้เกิดภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรังโดยหลอดลมจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ของฉุน ฝุ่น ควัน อากาศที่เปลี่ยนแปลงมากผิดปกติ การที่มีอาการมากหลังรัปทานอาหาร ทำให้มีความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นทำให้กรดไหลลงไปในหลอดลมทำให้ไอหลังรัปทานอาหาร ส่วนการที่ไอตอนกลางคืน หรือก่อนนอนมักเกิดจาก
6.1 ห้องนอนอาจรก มีฝุ่นมาก เวลาสูดหายใจเข้าไป จะไปกระตุ้นภาวะหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ทำให้ไอกลางคืน หรือไอช่วงเช้า จึงควรจัดห้องนอน ตามคำแนะนำของแพทย์
6.2 อากาศในห้องนอนอาจเย็นเกินไป ควรพยายามหลีกเลี่ยงอากาศเย็น โดยเฉพาะแอร์ พัดลมเป่า ถ้าต้องการเปิดแอร์ ควรตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้สูงกว่า 25 องศาเซลเซียสเพื่อไม่ให้อากาศเย็นจนเกินไป ในกรณีที่ใช้พัดลมไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุด และควรให้พัดลมส่ายไปมา ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสอากาศจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมโดยตรง ควรนอนอยู่ห่างจากเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมพอสมควร ไม่ควรเปิดแอร์หรือพัดลมจ่อ ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายให้เพียงพอ เช่น นอนห่มผ้า ถ้าจะให้ดีควรใส่ถุงเท้า หรือผ้าพันคอ เวลานอนด้วย ในกรณีที่ไม่ชอบห่มผ้าหรือ
6.3 เวลานอน กรดจะไหลได้ง่ายกว่าเวลานั่งหรือยืน
7. อาการจุกแน่นในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย มักเกิดจาก สาเหตุเดียวกับข้อ 3
8. อากาหอบหืด (ถ้ามี) แย่ลงหรือไม่ดีขึ้นนั้น เกิดกรดไหลลงไปในหลอดลมทำให้มีภาวะหลอดลมอักเสบมากขึ้น
9. อาการที่รู้สึกมีก้อนในคอ หรือแน่นคอ หรือกลืนติดๆ ขัดๆ หรือกลืนลำบาก คล้ายมีสิ่งแปลกปลอมในคอ เกิดจากกรดไหลย้อนไปสัมผัสกับก้านเนื้อคอ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ทำให้มีความรู้สึกดังกล่าว การรับประทานยาคลายกล้ามเนื้อคออักเสบ หรือลิ้นอักเสบ ทำให้มีอาการ กลืนเจ็บ, เจ็บคอ, แสบคอหรือปาก หรือแสบลิ้นได้ ที่มีอาการมากช่วงเช้า ก็เนื่องจากเหตุผลเดียวกับข้อ 5
10. การที่มีเสมหะอยู่ในคอตลอด เกิดจากการที่กรดไหลขึ้นมา สัมผัสกับต่อมสร้างเสมหะในลำคอ และกระตุ้นทำให้ต่อมดังกล่าวทำงานงานมากขึ้น นอกจากนั้นการที่กรดไปกระตุ้นเส้นประสาทในคอ อาจทำให้มีอาการคันคอ หรือระคายคอได้ และเมื่อกรดไหลลงไปในหลอดลม ทำให้มีอาการคันคอ หรือระคายคอได้ และเมื่อกรดไหลลงมาในหลอดลม ทำให้มีอาการกระแอมไอได้
11. อาการเจ็บหน้าอก เกิดจากกรดไหลย้อนขึ้นมาผ่านหลอดอาหาร ที่อยู่ในช่องอก ทำให้มีอาการดังกล่าวได้ และเมื่อกรดไหลลงไปในหลอดลม และปอด ทำให้มีอาการกระแอมไอได้
12. อาการไอ, สำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกในเวลากลางคืน เกิดจากกรดไหลลงไปในหลอดลม ทำให้หลอดลมอักเสบ และมีการหดตัวของหลอดลม ที่มักเป็นในเวลากลางคืน เนื่องจากเหตุผลข้อเดียวกับข้อ 5 เวลานอนจึงควรหนุนหัวเตียงให้สูงขึ้น เริ่มประมาณ ½-1 นิ้วจากพื้นราบก่อน โดยใช้วัสดุรองขาเคียง เช่น ไม้ อิฐ แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้น ถ้านอนพื้น หรือไม่สามารถยกเตียงได้ ให้หาแผ่นไม้ขนาดเท่าฟูก รองใต้ฟูก แล้วใช้ ไม้ หรืออิฐ ยกแผ่นไม้ดังกล่าวขึ้น
13. การที่กรดไหลย้อยออกไปนอกหลอดอาหาร อาจไปถึง
13.1 เยื่อบุจมูกทางด้านบน ทำให้มีอาการคัน, จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล หรือมีเสมหะไหลลงคอได้ หรือทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ของจมูกอยู่แล้ว มีอาการแย่ลงได้
13.2 ถ้ากรดขึ้นไปสูงถึงรูเปิดของหูชั้นกลางและโพรงหลังจมูกทำหน้าที่ผิดปกติไป ทำให้เกิดหื้อ เป็นๆ หายๆ หรือมีอาการปวดหูได้
13.3 ถ้ากรดไหลเข้าไปในช่องปาก อาจกระตุ้นต่อมสร้างน้ำลาย ทำให้มีน้ำลายมากผิดปกติ หรือกรดไปกัดกร่อนฟัน ทำให้เกิดฟันผุ หรือเสียวฟันได้ การที่กรดไหลย้อนขึ้นมาด้วย ทำให้พาเอากลิ่นอาหารในกระเพาะอาหารขึ้นมาด้วย จึงอาจเป็นสาเหตุของการมีกลิ่นปากได้
14 โรคนี้แพทย์มิได้ให้ผู้ป่วยรับประทานยาไปตลอดชีวิต เมื่อผู้ป่วยปรับเปลี่ยนิสัย และการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ทั้งนิสัยส่วนตัว, นิสัยในการรับประทานอาหาร และนิสัยในการนอน (ตามที่เขียนไว้ในแผ่นพับข้อ 1) แพทย์จะค่อยๆลดขนาดยาลงเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดยาได้
15 ไม่ควรปรับยารับประทานเอง ในระยะแรก นอกจากแพทย์อนุญาต ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นหลลังให้การรักษาประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งจะดีขึ้น เร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยว่า จะลดเหตุ (ตามที่เขียนไว้ในแผ่นพับข้อ 1) ได้มากน้อยเพียงใด
16 โรคนี้ถึงแม้ว่าแพทย์จะให้หยุดยาแล้ว ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้หายขาด ผู้ป่วยอาจมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้ ถ้าปฏิบัติตนออกนอกคำแนะนำที่ให้ไว้ เช่น ไปรับประทานอานอาหารที่แนะนำให้หลีกเลี่ยง เป็นต้น จะทำให้มีอาการกลับมาเป็นอีกได้ ซึ่งเมื่อมีอาการกลับมาใหม่ ให้รับประทานยาที่แพทย์ให้ไว้รับประทานเวลามีอาการ ได้ เมื่อใดก็ตามที่มีอาการดีขึ้น หรืออาการน้อยลง สามารถจะหยุดดังกล่าวได้
-
green_t
- ขาประจำ
- โพสต์: 1000
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2008, 22:29
- team: ยังไม่กล้าสมัคร
- Bike: ยังไม่มีเลย เก็บเงินอยู่ครับ
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ 
- rak monthon2
- ขาประจำ
- โพสต์: 13924
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 14:31
- Tel: โทร โทรโทร ไม่ติดอย่าโทร
- team: กินลมชมวิว
- Bike: รถถีบมือสอง
- ตำแหน่ง: ใต้ฟ้าเดียวกัน
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูลดีๆ เพราะผมเพิ่งจะเจอมา แต่ดีขึ้นแล้ว จากการออกกำลังกายและปั่นจักรยานประกอบกันไป
- kunyai
- ขาประจำ
- โพสต์: 539
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2009, 14:30
- Tel: 085-7269529
- team: ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
- Bike: Specialized S-WORKS M5
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
พี่สาวผมอยู่อุตรดิตถ์..ก็เป็นโรคนี้กำลังแนะนำให้มาอ่านกระทู้นี้อยู่..และก็แนะนำให้ปั่นจักรยานไปแล้วครับ
- jomjone
- ขาประจำ
- โพสต์: 397
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 21:26
- Tel: 0818690658
- team: ลุ่มเจ้าพระยา........................
- Bike: รถเหล็ก
- ตำแหน่ง: มังกร-ขันดี เทพารักษ์ สมุทรปราการ
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
มีอะไรสงสัย สอบถามได้นะครับ เพราะผมก็เป็น และก็อีกหลายๆคนที่ขี่ด้วยกันก็มีเป็นบ้าง 
- manj
- สมาชิก
- โพสต์: 94
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 เม.ย. 2009, 16:28
- Tel: 0847491555
- team: จักรยานภูเ๋ก็ต
- Bike: Red M4
- จุ๋ย
- ขาประจำ
- โพสต์: 970
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:34
- Tel: 0818075060
- Bike: MONGOOSE, Specialized
- byron
- สมาชิก
- โพสต์: 34
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2009, 20:29
- team: No Club
- Bike: THAI BIKE
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ครบทุกอาการและสาเหตุเลยครับ เป็นประโยชน์จริงๆ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
- nai_keng
- ขาประจำ
- โพสต์: 1209
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2008, 22:10
- Tel: 0850615506
- team: NAKHONPATHOM BIKE CLUB
- Bike: Trek 8500 , sl3
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
เมื่อก่อนผมก็เป็นครับ มันคอยจะแสบขึ้มาถึงลิ้นปี่บ่อยๆ แต่ 1 ปีที่ผ่านมานี่(ตั้งแต่เริ่มปั่นจักรยาน) ไม่มีอาการเลยครับ เลยเป็นขัออ้างกับเมียว่าจะเปลี่ยนคันใหม่ 
- OpenEarth
- ขาประจำ
- โพสต์: 2118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 10:17
- Tel: 086แปด92สามสาม0สาม
- team: Weekend Bike Club
- Bike: จักรยานเก่าๆ สาวไม่แล คนแก่ไม่มอง
- ติดต่อ:
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ผมก็เป็นครับ โรคนี้ทำใจอย่างเดียวดูแลสุขภาพดีๆ อย่าเครียด(ทำยาก) แต่คุณ nai_keng ระวังกรดไหลย้อนหายแต่จะโดนอย่างอื่นแทนนะครับ หาเหตุผลดีๆนะครับnai_keng เขียน:เมื่อก่อนผมก็เป็นครับ มันคอยจะแสบขึ้มาถึงลิ้นปี่บ่อยๆ แต่ 1 ปีที่ผ่านมานี่(ตั้งแต่เริ่มปั่นจักรยาน) ไม่มีอาการเลยครับ เลยเป็นขัออ้างกับเมียว่าจะเปลี่ยนคันใหม่
- นพพล
- ขาประจำ
- โพสต์: 1289
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ส.ค. 2008, 16:01
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ขอบคุณครับ 
ลาวใต้... ภาพที่ไม่ได้บันทึก http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1141421
ถนนกลับบ้านพ่อ บนแผ่นดินแม่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=306129
ถนนกลับบ้านพ่อ บนแผ่นดินแม่ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=306129
- photograph
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ค. 2009, 12:03
- Bike: Bianchi Nirone7 2014
- ตำแหน่ง: Lumlukka Pathumtani
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ขอบคุณคับ โรคนี้ น่ากัวเหมือนกันแฮะ ภาวะแทรกซ้อนเยอะ
เคยฟังรายการวิทยุ ที่คุณมอสที่เป้นนักร้อง ก็เป็นนะคับ ถ้าเป็นหนัก สามารถ เป็นมะเร็งได้เลยนะคับ
เคยฟังรายการวิทยุ ที่คุณมอสที่เป้นนักร้อง ก็เป็นนะคับ ถ้าเป็นหนัก สามารถ เป็นมะเร็งได้เลยนะคับ
-
เสือพานทอง2
- ขาประจำ
- โพสต์: 314
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 15:38
- team: เสือภูเขาพานทอง
- Bike: เสือภูเขา
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
ขอบคุณมากครับเสือปุ่ม...ย้ายออฟฟิตเสร็จเจอกันที่เขาสำโรง...ครับ
- jomjone
- ขาประจำ
- โพสต์: 397
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 21:26
- Tel: 0818690658
- team: ลุ่มเจ้าพระยา........................
- Bike: รถเหล็ก
- ตำแหน่ง: มังกร-ขันดี เทพารักษ์ สมุทรปราการ
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
เสือพานทอง2 เขียน:ขอบคุณมากครับเสือปุ่ม...ย้ายออฟฟิตเสร็จเจอกันที่เขาสำโรง...ครับ
ยินดีครับพี่ดอน แต่คงเดือนหน้าครับเพราะ 29-30 ก็ไปงานเขื่อนไปลงแค่ขำๆเอามันนะ วันที่ 5 ก.ย.ก็จะไปหนุกๆที่สระบุรี เอามันๆก็พอไปป่าวพี่ดอน
- katip
- ขาประจำ
- โพสต์: 115
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2009, 01:17
- Bike: specialized sirrus merida
Re: กรดไหลย้อน สำหรับนักปั่นเวลาปั่นแล้วแสบหน้าอก
โรคนี้ผมก็เป็นครับ เกิดจากความเครียด กินอาหารแล้วนอนโดยไม่รอให้ย่อยก่อน
อาการประมาณในบทความครับ วิธีแก้ง่ายๆที่ผมทำครับ ทำใจให้สงบ คล้ายกับทำสมาธิ
แล้วก็กินนำเข้าไปครับ ค่อยๆกินอย่ารีบ อาการก็จะดีขึ้นครับ ตั้งแต่ได้รถมาอาการนี้ยังไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ
ขอเป็นอีกเสียงที่สนับสนุนให้หันมาออกกำลังกายกันครับ
อาการประมาณในบทความครับ วิธีแก้ง่ายๆที่ผมทำครับ ทำใจให้สงบ คล้ายกับทำสมาธิ
แล้วก็กินนำเข้าไปครับ ค่อยๆกินอย่ารีบ อาการก็จะดีขึ้นครับ ตั้งแต่ได้รถมาอาการนี้ยังไม่เกิดขึ้นอีกเลยครับ
ขอเป็นอีกเสียงที่สนับสนุนให้หันมาออกกำลังกายกันครับ