Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
boostup
- ขาประจำ
- โพสต์: 255
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2011, 21:36
- Tel: 0917713092
- team: ไม่มี
- Bike: NICH Signature
- ติดต่อ:
Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
อยากทราบว่าเฟรม Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับใครพอจะรู้บ้าง
เห็นแบรนด์อื่นก็จะมีโฆษณาเทคโนโลยีของตนเอง รวมถึงเกรดของเส้นใยคาร์บอนที่ใช้
แต่เ้จ้านี้ผมหาข้อมูลไม่เจอครับ
เห็นแบรนด์อื่นก็จะมีโฆษณาเทคโนโลยีของตนเอง รวมถึงเกรดของเส้นใยคาร์บอนที่ใช้
แต่เ้จ้านี้ผมหาข้อมูลไม่เจอครับ
- seraph
- ขาประจำ
- โพสต์: 177
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2010, 18:51
- Tel: 0931246811
- team: 304 Bike
- Bike: M10
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
ของผมสีดำด้านจะมองออกเห็นลายUDได้แต่เกรด ไหน UDจริงหรือปล่าวยังไม่ทราบครับรอผู้รู้มาตอบอีกที
เน้นรถแพง แต่แรงไม่มี .......
-
Chatda
- ขาประจำ
- โพสต์: 596
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2012, 11:39
- Tel: 081-6808898
- team: "บ้ากามBIKE" by 9911 bike
- Bike: ผีเฝ้าเทรนเนอร์
- ตำแหน่ง: ดาวพลูโต
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
ที่แน่ๆผมว่าไม่น่าใช่hmแน่นอน 
-
boostup
- ขาประจำ
- โพสต์: 255
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2011, 21:36
- Tel: 0917713092
- team: ไม่มี
- Bike: NICH Signature
- ติดต่อ:
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
มันคงไม่ใช่ Hi mod แน่นอนครับเพราะมันไม่ใช่ทอปไลน์
อยากรู้จริงๆ ว่าเป็นตัวไหน
อยากรู้จริงๆ ว่าเป็นตัวไหน
- itzy
- สมาชิก
- โพสต์: 85
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มี.ค. 2011, 13:02
- Bike: SEMPRE PRO
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
อยากรู้ด้วยคน 
- tarn_tik
- สมาชิก
- โพสต์: 14
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ม.ค. 2014, 13:58
- team: Chill Out Cycling [COC]
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
กำลังสนใจเฟรม ตัวนี้มากๆครับ รบกวนผุ้ที่มีความรู้มาให้คำตอบที่ครับ อยากทราบด้วยด้วย อารมณ์เฟรมตัวนี้เป็นไงบ้าง ขอบคุณครับ
[youtube]yljahMSzyDA&feature=youtu.be[/youtube]
-
mvpthailand
- ขาประจำ
- โพสต์: 297
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2012, 17:28
- ติดต่อ:
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
B4P Series - Sempre Pro
รถเสือหมอบสำหรับการแข่งขัน
- ท่อคอใหญ่ขนาด 1.18 x 1.5” และท่อกระโหลกใหญ่แบบ BB 30 for good rigidity
- Chain Stays แบบ Oversized ส่งผ่านแรงได้ดีมาก power transmission
- เฟรมองศาแบบใช้แข่งขัน Bianchi Racing geometry (HoC)
- เฟรม Carbon Monocoque กับท่อคอ PF30 and tapered head tube 1.1/8” to 1.5”
- หางหลังแบบ UTSS Ultra Thin Seat Stay เบาขึ้นและส่งถ่ายแรงได้ดี (direct power transmission)
- ตะเกียบตรงแบบ Full Carbon ขนาด 1.1/8”-1.5”, “
- ใช้ได้กับเกียร์ทั้ง 2 แบบ - mechanical and electronic
- เฟรมแบบซ่อนสายไว่ภายใน - Internal cable routing
ข้อมูลจาก TCA ไม่รู้ช่วยให้กระจ่างรึเปล่า ...Carbon Monocoque... บอกแค่นี้ คงต้องให้ผู้รู้มาอธิบายอีกทีว่ามันคืออะไร
ไปหาเจอบทความจากกระทู้เก่าๆครับ
"หลังจากยุคที่เฟรมคาร์บอนได้รับความนิยมแพร่หลาย จากเทคนิคการขึ้นรูปเฟรมแบบท่อต่อกันด้วยข้อต่อ(Lug) ที่นำเอาเทคนิคการออกแบบเฟรมโลหะมาใช้กับเฟรมคาร์บอนแบบดื้อๆ ต่อมาได้นำเอาแนวคิดในการออกแบบเฟรมคาร์บอนโมโนค็อกขึ้นมาโดยบริษัท Kestrel USA ได้เป็นผู้บุกเบิกการผลิตและออกแบบเฟรมแบบนี้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 80s (เกือบๆ 30 ปีหลังจากที่มีการนำเสนอแนวคิดโครงสร้างแบบ monocoque และสิบกว่าปีหลังรถแข่งใช้โครงสร้างแบบ monocoque) เฟรมแบบนี้จะลดจุดเชื่อมต่อออกไปให้น้อยที่สุด โครงสร้างของทั้งเฟรมจะกรายจายแรงไปจนทั่วทั้งอันได้ดีกว่าเฟรมคาร์บอนที่ใช้ Lug หรือข้อต่อในการประกอบ คาร์บอนที่จำนำมาทำเฟรม monocoque จะเป็นคาร์บอนคอมโพสิทแบบใด ผสมกับโลหะแบบใหน มีสัดส่วนเท่าใด ขึ้นกับการออกแบบของแต่ละเจ้าแต่เทคนิคการผลิตและออกแบบจะเรียกแบบเดียวกันคือ monocoque อันที่จริงแล้วเฟรมคาร์บอนแบบ monocoqure จะออกแบบรูปแบบใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของสามเหลี่ยมสองอันเอาฐานมาชนกันอีกแล้ว ดังเช่นจะเริ่มเห็นในวงการออกแบบเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่เห็นเฟรมจักรยานรูปร่างประหลาดๆออกมา นั่นคือเฟรม monocoqure อย่างแท้จริง ผลที่ได้คือรูปทรงและความแข็งแรงอย่างสุดขีด แต่เนื่องจากในการแข่งขันจักรยานของ UCI คำจำกัดความของรถถนนที่นำมาแข่งข้อหนึ่งมีคำจำกัดว่าจักรยานหมายถึงพาหนะสองล้อ มีโครงสร้างประกอบด้วยโครงสร้างสามเหลี่ยมสองอัน เคลื่อนที่ไปด้วยการออกแรงถีบส่งไปตามโซ่และเฟือง ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังเท่านั้น ดังนั้นเฟรมหน้าตาประหลาดๆเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้แข่งในทัวร์ได้ (ในลู่ไม่แน่ใจ) เนื่องจากใช้วัสดุน้อยลง แข็งแรงกว่าเดิมผลที่ได้คือสิ่งที่นักออกแบบทุกคนต้องการคือ น้ำหนักเบาแต่ stiff จุดอ่อนยิ่งใหญ่ที่สุดของเฟรมที่ผลิตด้วยการออกแบบแบบ monocoque คือไม่สามารถทำขนาดให้หลากหลายได้ ทำให้เฟรมมีราคาสูงมาก อย่างไรก็ดี สำหรับจักรยานแล้วเทคนิคนี้ยังนับว่าใหม่ เมื่อนำมารวมกับคาร์บอนชนิดใหม่ๆ เทคโนโลยีนาโน ต่อไปการออกแบบเฟรมจะทำให้เฟรมที่ได้นั้นมีความแข็งกว่าเดิม ซับแรงได้ดีกว่าเดิม เบากว่าเดิม"
ตามความเข้าใจผม ...Carbon Monocoque... มันไม่ได้บอก Grade Carbon ใช่มั้ย ???
รถเสือหมอบสำหรับการแข่งขัน
- ท่อคอใหญ่ขนาด 1.18 x 1.5” และท่อกระโหลกใหญ่แบบ BB 30 for good rigidity
- Chain Stays แบบ Oversized ส่งผ่านแรงได้ดีมาก power transmission
- เฟรมองศาแบบใช้แข่งขัน Bianchi Racing geometry (HoC)
- เฟรม Carbon Monocoque กับท่อคอ PF30 and tapered head tube 1.1/8” to 1.5”
- หางหลังแบบ UTSS Ultra Thin Seat Stay เบาขึ้นและส่งถ่ายแรงได้ดี (direct power transmission)
- ตะเกียบตรงแบบ Full Carbon ขนาด 1.1/8”-1.5”, “
- ใช้ได้กับเกียร์ทั้ง 2 แบบ - mechanical and electronic
- เฟรมแบบซ่อนสายไว่ภายใน - Internal cable routing
ข้อมูลจาก TCA ไม่รู้ช่วยให้กระจ่างรึเปล่า ...Carbon Monocoque... บอกแค่นี้ คงต้องให้ผู้รู้มาอธิบายอีกทีว่ามันคืออะไร
ไปหาเจอบทความจากกระทู้เก่าๆครับ
"หลังจากยุคที่เฟรมคาร์บอนได้รับความนิยมแพร่หลาย จากเทคนิคการขึ้นรูปเฟรมแบบท่อต่อกันด้วยข้อต่อ(Lug) ที่นำเอาเทคนิคการออกแบบเฟรมโลหะมาใช้กับเฟรมคาร์บอนแบบดื้อๆ ต่อมาได้นำเอาแนวคิดในการออกแบบเฟรมคาร์บอนโมโนค็อกขึ้นมาโดยบริษัท Kestrel USA ได้เป็นผู้บุกเบิกการผลิตและออกแบบเฟรมแบบนี้ตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 80s (เกือบๆ 30 ปีหลังจากที่มีการนำเสนอแนวคิดโครงสร้างแบบ monocoque และสิบกว่าปีหลังรถแข่งใช้โครงสร้างแบบ monocoque) เฟรมแบบนี้จะลดจุดเชื่อมต่อออกไปให้น้อยที่สุด โครงสร้างของทั้งเฟรมจะกรายจายแรงไปจนทั่วทั้งอันได้ดีกว่าเฟรมคาร์บอนที่ใช้ Lug หรือข้อต่อในการประกอบ คาร์บอนที่จำนำมาทำเฟรม monocoque จะเป็นคาร์บอนคอมโพสิทแบบใด ผสมกับโลหะแบบใหน มีสัดส่วนเท่าใด ขึ้นกับการออกแบบของแต่ละเจ้าแต่เทคนิคการผลิตและออกแบบจะเรียกแบบเดียวกันคือ monocoque อันที่จริงแล้วเฟรมคาร์บอนแบบ monocoqure จะออกแบบรูปแบบใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของสามเหลี่ยมสองอันเอาฐานมาชนกันอีกแล้ว ดังเช่นจะเริ่มเห็นในวงการออกแบบเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่เห็นเฟรมจักรยานรูปร่างประหลาดๆออกมา นั่นคือเฟรม monocoqure อย่างแท้จริง ผลที่ได้คือรูปทรงและความแข็งแรงอย่างสุดขีด แต่เนื่องจากในการแข่งขันจักรยานของ UCI คำจำกัดความของรถถนนที่นำมาแข่งข้อหนึ่งมีคำจำกัดว่าจักรยานหมายถึงพาหนะสองล้อ มีโครงสร้างประกอบด้วยโครงสร้างสามเหลี่ยมสองอัน เคลื่อนที่ไปด้วยการออกแรงถีบส่งไปตามโซ่และเฟือง ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังเท่านั้น ดังนั้นเฟรมหน้าตาประหลาดๆเหล่านี้ไม่สามารถนำมาใช้แข่งในทัวร์ได้ (ในลู่ไม่แน่ใจ) เนื่องจากใช้วัสดุน้อยลง แข็งแรงกว่าเดิมผลที่ได้คือสิ่งที่นักออกแบบทุกคนต้องการคือ น้ำหนักเบาแต่ stiff จุดอ่อนยิ่งใหญ่ที่สุดของเฟรมที่ผลิตด้วยการออกแบบแบบ monocoque คือไม่สามารถทำขนาดให้หลากหลายได้ ทำให้เฟรมมีราคาสูงมาก อย่างไรก็ดี สำหรับจักรยานแล้วเทคนิคนี้ยังนับว่าใหม่ เมื่อนำมารวมกับคาร์บอนชนิดใหม่ๆ เทคโนโลยีนาโน ต่อไปการออกแบบเฟรมจะทำให้เฟรมที่ได้นั้นมีความแข็งกว่าเดิม ซับแรงได้ดีกว่าเดิม เบากว่าเดิม"
ตามความเข้าใจผม ...Carbon Monocoque... มันไม่ได้บอก Grade Carbon ใช่มั้ย ???
- JabaWack
- ขาประจำ
- โพสต์: 580
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:40
- team: Individual
- Bike: Fuji Roubaix 1.3C/Boardman Elite Air 9.8(2013)/Giant Propel Advance SL ISP+Fouriers
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
Monocoque ก็แค่การขึ้นรูปแบบทีเดียวทั้งเฟรมครับ
'Mors Certa, Hora Incerta'
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
- BOBORA
- สมาชิก
- โพสต์: 12
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2009, 02:00
- Tel: 0986152425
- team: Actv Cycling
- JabaWack
- ขาประจำ
- โพสต์: 580
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2011, 21:40
- team: Individual
- Bike: Fuji Roubaix 1.3C/Boardman Elite Air 9.8(2013)/Giant Propel Advance SL ISP+Fouriers
Re: Sempre pro ใช้วัสดุคาร์บอนเกรดไหนครับ
Carbon Fiber มันก็ Nano Tech ทั้งนั้นล่ะครับ
หาคำว่า Carbon Nano Techใน US Patents ก็ไม่เจออะไรพิเศษ
ดูจากสัญลักษณ์ เหมือนกับเอา C มาม้วนเป็นวงกลมแบบชั้นเดียว (Single Layer (หรือ Single wall) Carbon Nano tube)
ซึ่งที่ทำแบบนี้ได้มีแต่กราฟีน(Graphene)เท่านั้น แต่เทคโนโลยีขณะนี้ยังไปไม่ขั้น Mass แน่นอน
คำถามที่ว่า Sempre pro ใช้คาร์บอนเกรดไหน ผมจึงไม่กล้าฟันธงครับ
'Mors Certa, Hora Incerta'
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
อยากได้ Corima Aero Plus Shimano 11 sp
