มาดูความแตกต่างด้านการทำงานดูบ้างครับ
ปรับปรุงการทำงานของกล้องใหม่และปรับปรุงแบตเตอรี่่ใหม่ให้มีความจุกระแสไฟมาขึ้นจาก 1050 เป็น 1180 มิลลิแอมป์ ทำให้ใช้งานได้นานมากขึ้นถึง 30% หรือเพิ่มเป็นเกือบ 2 ชั่วโมง
การถ่ายวิดิโอ เพิ่มโหมดความละเอียดเป็น 8K (8000 pixel) และ 2.8K (2800 pixel) ซึ่่งเป็นระดับความคมชัดสำหรับทีวีหรือจอภาพความละเอียดสูงมาก ที่เรายังไม่มีโอกาสได้ทดสอบเพราะยังไม่มีจอภาพระดับนี้ไว้รองรับ และเพิ่มโหมด super view สำหรับความละเอียด 1080 เป็นโหมด 1080 s ทำให้ได้มุมภาพกว้างขึ้น แต่ผลจากการทดสอบถ่ายคลิปเปรียบเทียบกันแล้ว ปรากฏว่าขนาดสัดส่วนของภาพวัตถุผิดเพี้ยนไปเยอะพอสมควร
และเพิ่ม Auto Low Light mode ทำให้ถ่ายภาพในเวลาที่มีแสงน้อยได้ชัดเจนขึ้นมาก
โหมดภาพนิ่ง สามารถตั้งให้ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 30 ครั้งใน 1 วินาที และยังตั้งให้ถ่ายภาพต่อเนื่องเป็นจังหวะได้ทุกๆ 0.5, 1, 2, 5, 10, 30, 60 วินาทีได้ด้วย และปรับปรุงคุณภาพเลนส์และคุณภาพของไมค์บันทึกเสียงให้ดีขึ้นอีกด้วย
โดยสรุปรวมๆ นอกจากขนาดของตัวกรอบกันกระแทกที่ออกแบบใหม่ให้เล็กกระทัดรัดดีขึ้นแล้ว ถึงแม้จะมีคุณสมบัติของตัวกล้องที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกหลายอย่าง แต่ก็ได้ใช้จริงเพียงไม่กี่อย่าง ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีกล้องรุ่น Hero 3 อยู่แล้วและไม่ต้องการคุณสมบัติเหล่านี้ ก็อาจจะยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรืออัพเกรดเป็นรุ่นใหม่ Hero 3+ ก็ยังอาจจะใช้งานถ่ายภาพได้ในคุณภาพใกล้เคียงกันเหมือนเดิมครับ