แสงอาทิตย์อันร้อนแรง คล้ายไม่มีผลกระทบต่อ “บุรุษชุดดำ” มันยังคงปั่นไป
ใช้หนังยางยิงต้นขาของมันไป บางคนไม่ทันสังเกตุ …แต่ “เก๊า” สหายสนิทของมันย่อมสังเกตุเห็น
มันมองสหายของมันด้วยสายตาห่วงใย.....
Bubike เขียน:สองข้างทางที่แลดูเขียวขจีเช่นนี้ ช่างเริ่มหายไปในชีวิตประจำวันเสียเหลือเกินขอรับ
kitti-u เขียน:คาราวะหนึ่งจอก![]()
![]()
ถ้าข้าพเจ้าไม่กลับไปก่อนแล้วไซร้ตุ๋ย K3 เขียน:…..บุรุษในอาภรณ์เขียวยังจำเหตุการณ์ได้ดีถึงช่วงเวลาก่อนที่จะกลับออกจากร้าน
มันจำได้ว่า... มันเดินเข้าไปยังด้านในเพื่อกล่าวคำร่ำลา เป็นการร่ำลาเพื่อมารยาท
นางคาดเดาได้ว่าบุรุษในอาภรณ์เขียวต้องเดินมาหานาง และยังทราบว่าตัวเองไม่จำเป็น
ต้องกล่าววาจาแล้ว เพราะดวงตาของนางพูดได้ รอยยิ้มของนางพูดได้ ทุกสัดส่วนของนางล้วนพูดได้.....
บุรุษอาภรณ์เขียว มองใบหน้านางพลันทอดถอนใจ กล่าวว่า.....
“ข้าพเจ้ามิสมควรเชิญชวนมิตรสหายมายังที่นี่”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” พลันยิ้มออกมา กล่าวเสียงนุ่มนวลว่า
“เพราะเหตุใด?”
“หลายครั้ง ที่สหายข้าพเจ้าพบเห็นท่าน ล้วนลำบากใจ”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” กล่าวว่า “สตรีที่งดงามน่าดูเช่นข้าพเจ้า สหายท่านกลับชมดูจนลำบากใจ?”
“นอกจากลำบากใจแล้ว พลังภายในของมันแทบสูญสิ้น!”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” หัวร่อแล้ว ขณะที่นางหัวร่อ รอยยิ้มมักน่าดูเป็นพิเศษ
เสียงหัวร่อก็ไพเราะน่าฟังเป็นพิเศษ กล่าวว่า.....
“เนื่องด้วยท่านเป็นลูกค้าเราหลายครั้ง ดังนั้น...ข้าพเจ้ามีวาจาประโยคหนึ่งคิดถามท่าน?”
“ข้าพเจ้ารอให้ท่านถามไถ่ตั้งแต่แรก”
“ท่านมาที่นี่นอกจากรับประทานอาหารแล้ว ยังมี.....รวมอยู่ด้วยใช่หรือไม่?”
นางไม่ได้บอกกล่าวเป็นคำพูด ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา ใบหน้าเริ่มแดงสดใส
บุรุษอาภรณ์เขียว กะพริบตา กล่าวอย่างครุ่นคิดว่า :
“ท่านต้องการให้ข้าพเจ้าบอกความจริง หรือต้องการให้กล่าวโป้ปด?”
“ความจริงข้าพเจ้าชมชอบฟังคำโป้ปดของบุรุษ ทั้งนี้เพราะคำโป้ปดของบุรุษย่อมน่าฟังกว่าความจริง”
“ท่านนับเป็นสตรีที่ชาญฉลาด มีแต่สตรีที่โง่เขลา จึงบีบบังคับให้บุรุษบ่งบอกความจริง”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” : แต่คราครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องการรับฟังความจริง.....
บุรุษอาภรณ์เขียว ใคร่ครวญอยู่นานจึงกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า : เรามาสถานที่นี้เพราะของสิ่งหนึ่ง
“มันคือสิ่งใด?”
“ชามะนาวปั่น”
_______________________“จบ”__________________________
prapon sangeiam เขียน:อ่านแล้ว เพลินเลย
สอบถามพิกัดด้วยครับ หากเข้ามาทางลำลูกกา ต้องขี่เข้ามาประมาณช่วงไหน ประมาณคลองอะไร
ขอบคุณครับ
leeo เขียน:ร้านสวยน่านั่งมากคับ
เหนียวครับ เขียน:ถ้าข้าพเจ้าไม่กลับไปก่อนแล้วไซร้ตุ๋ย K3 เขียน:…..บุรุษในอาภรณ์เขียวยังจำเหตุการณ์ได้ดีถึงช่วงเวลาก่อนที่จะกลับออกจากร้าน
มันจำได้ว่า... มันเดินเข้าไปยังด้านในเพื่อกล่าวคำร่ำลา เป็นการร่ำลาเพื่อมารยาท
นางคาดเดาได้ว่าบุรุษในอาภรณ์เขียวต้องเดินมาหานาง และยังทราบว่าตัวเองไม่จำเป็น
ต้องกล่าววาจาแล้ว เพราะดวงตาของนางพูดได้ รอยยิ้มของนางพูดได้ ทุกสัดส่วนของนางล้วนพูดได้.....
บุรุษอาภรณ์เขียว มองใบหน้านางพลันทอดถอนใจ กล่าวว่า.....
“ข้าพเจ้ามิสมควรเชิญชวนมิตรสหายมายังที่นี่”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” พลันยิ้มออกมา กล่าวเสียงนุ่มนวลว่า
“เพราะเหตุใด?”
“หลายครั้ง ที่สหายข้าพเจ้าพบเห็นท่าน ล้วนลำบากใจ”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” กล่าวว่า “สตรีที่งดงามน่าดูเช่นข้าพเจ้า สหายท่านกลับชมดูจนลำบากใจ?”
“นอกจากลำบากใจแล้ว พลังภายในของมันแทบสูญสิ้น!”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” หัวร่อแล้ว ขณะที่นางหัวร่อ รอยยิ้มมักน่าดูเป็นพิเศษ
เสียงหัวร่อก็ไพเราะน่าฟังเป็นพิเศษ กล่าวว่า.....
“เนื่องด้วยท่านเป็นลูกค้าเราหลายครั้ง ดังนั้น...ข้าพเจ้ามีวาจาประโยคหนึ่งคิดถามท่าน?”
“ข้าพเจ้ารอให้ท่านถามไถ่ตั้งแต่แรก”
“ท่านมาที่นี่นอกจากรับประทานอาหารแล้ว ยังมี.....รวมอยู่ด้วยใช่หรือไม่?”
นางไม่ได้บอกกล่าวเป็นคำพูด ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา ใบหน้าเริ่มแดงสดใส
บุรุษอาภรณ์เขียว กะพริบตา กล่าวอย่างครุ่นคิดว่า :
“ท่านต้องการให้ข้าพเจ้าบอกความจริง หรือต้องการให้กล่าวโป้ปด?”
“ความจริงข้าพเจ้าชมชอบฟังคำโป้ปดของบุรุษ ทั้งนี้เพราะคำโป้ปดของบุรุษย่อมน่าฟังกว่าความจริง”
“ท่านนับเป็นสตรีที่ชาญฉลาด มีแต่สตรีที่โง่เขลา จึงบีบบังคับให้บุรุษบ่งบอกความจริง”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” : แต่คราครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องการรับฟังความจริง.....
บุรุษอาภรณ์เขียว ใคร่ครวญอยู่นานจึงกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า : เรามาสถานที่นี้เพราะของสิ่งหนึ่ง
“มันคือสิ่งใด?”
“ชามะนาวปั่น”
_______________________“จบ”__________________________
เจ้าสำนัก แห่งคลอง13 คงจะยิ้มชื่นหัวใจยิ่งนัก
เนื่องจาก จะได้พูดคุยหยอกล้อกับ จอมยุทธ์ เจ้าสำราญ ในตำนาน อีแตะพิฆาตร
จอมยุทธ์ ผู้คีบ อีแตะ ท่องยุทธจักร ไม่สน สาวใหญ่น้อยหน้าไหน
ถ้าผิวขาวหุ่นดีแล้วไซร์ จะสนิทสนม ดังกับได้ รู้จักกันมาหลายสิบปี...
รอบนี้ข้าพเจ้า...ต่อให้ จอมยุทธ์อาภรณ์เขียว ได้ประดาบกับเจ้าสำนักคลอง 13 ไปก่อน
มีโอกาสเมื่อไร ข้าพเจ้าจะไปประมือกับท่านอีกหน....
![]()
![]()
ตุ๋ย K3 เขียน:เหนียวครับ เขียน:ถ้าข้าพเจ้าไม่กลับไปก่อนแล้วไซร้ตุ๋ย K3 เขียน:…..บุรุษในอาภรณ์เขียวยังจำเหตุการณ์ได้ดีถึงช่วงเวลาก่อนที่จะกลับออกจากร้าน
มันจำได้ว่า... มันเดินเข้าไปยังด้านในเพื่อกล่าวคำร่ำลา เป็นการร่ำลาเพื่อมารยาท
นางคาดเดาได้ว่าบุรุษในอาภรณ์เขียวต้องเดินมาหานาง และยังทราบว่าตัวเองไม่จำเป็น
ต้องกล่าววาจาแล้ว เพราะดวงตาของนางพูดได้ รอยยิ้มของนางพูดได้ ทุกสัดส่วนของนางล้วนพูดได้.....
บุรุษอาภรณ์เขียว มองใบหน้านางพลันทอดถอนใจ กล่าวว่า.....
“ข้าพเจ้ามิสมควรเชิญชวนมิตรสหายมายังที่นี่”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” พลันยิ้มออกมา กล่าวเสียงนุ่มนวลว่า
“เพราะเหตุใด?”
“หลายครั้ง ที่สหายข้าพเจ้าพบเห็นท่าน ล้วนลำบากใจ”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” กล่าวว่า “สตรีที่งดงามน่าดูเช่นข้าพเจ้า สหายท่านกลับชมดูจนลำบากใจ?”
“นอกจากลำบากใจแล้ว พลังภายในของมันแทบสูญสิ้น!”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” หัวร่อแล้ว ขณะที่นางหัวร่อ รอยยิ้มมักน่าดูเป็นพิเศษ
เสียงหัวร่อก็ไพเราะน่าฟังเป็นพิเศษ กล่าวว่า.....
“เนื่องด้วยท่านเป็นลูกค้าเราหลายครั้ง ดังนั้น...ข้าพเจ้ามีวาจาประโยคหนึ่งคิดถามท่าน?”
“ข้าพเจ้ารอให้ท่านถามไถ่ตั้งแต่แรก”
“ท่านมาที่นี่นอกจากรับประทานอาหารแล้ว ยังมี.....รวมอยู่ด้วยใช่หรือไม่?”
นางไม่ได้บอกกล่าวเป็นคำพูด ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา ใบหน้าเริ่มแดงสดใส
บุรุษอาภรณ์เขียว กะพริบตา กล่าวอย่างครุ่นคิดว่า :
“ท่านต้องการให้ข้าพเจ้าบอกความจริง หรือต้องการให้กล่าวโป้ปด?”
“ความจริงข้าพเจ้าชมชอบฟังคำโป้ปดของบุรุษ ทั้งนี้เพราะคำโป้ปดของบุรุษย่อมน่าฟังกว่าความจริง”
“ท่านนับเป็นสตรีที่ชาญฉลาด มีแต่สตรีที่โง่เขลา จึงบีบบังคับให้บุรุษบ่งบอกความจริง”
เจ้าสำนัก “กาแฟในสวน” : แต่คราครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องการรับฟังความจริง.....
บุรุษอาภรณ์เขียว ใคร่ครวญอยู่นานจึงกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า : เรามาสถานที่นี้เพราะของสิ่งหนึ่ง
“มันคือสิ่งใด?”
“ชามะนาวปั่น”
_______________________“จบ”__________________________
เจ้าสำนัก แห่งคลอง13 คงจะยิ้มชื่นหัวใจยิ่งนัก
เนื่องจาก จะได้พูดคุยหยอกล้อกับ จอมยุทธ์ เจ้าสำราญ ในตำนาน อีแตะพิฆาตร
จอมยุทธ์ ผู้คีบ อีแตะ ท่องยุทธจักร ไม่สน สาวใหญ่น้อยหน้าไหน
ถ้าผิวขาวหุ่นดีแล้วไซร์ จะสนิทสนม ดังกับได้ รู้จักกันมาหลายสิบปี...
รอบนี้ข้าพเจ้า...ต่อให้ จอมยุทธ์อาภรณ์เขียว ได้ประดาบกับเจ้าสำนักคลอง 13 ไปก่อน
มีโอกาสเมื่อไร ข้าพเจ้าจะไปประมือกับท่านอีกหน....
![]()
![]()
…..ต่อให้ข้าพเจ้ารักษาสุขภาพแข็งแรงเช่นคนหนุ่ม ไหนเลยจะทนทานรับการกัดกร่อนของกาลเวลาได้
ครานี้คงต้องวางมือ ปล่อยให้ “สหายเหนียว” ร่ายรำกระบวนท่าไปพลางๆก่อน.....
zephyr เขียน:สามารถวิ่งถนนเลียบคลองฝั่งเดียวกับวัดมูลยาวไปได้ถึงคลอง13เลยใช่ใหมครับ ไม่ต้องข้ามสะพานไปปั่นเส้นถนนใหญ่รังสิต-นครนายกใช่ใหมครับ
chon50 เขียน:รูปสวยครับ
ข้าน้อยขอคารวะด้วยสุรา3จอก