2 ม.ค. 57
ก่อนไปชม Angkor หรืด พระนคร (หรือปราสาทนครวัด และนครธม) เรามาเท้าความประวัติศาสตร์กันนิดหน่อยครับ
ก่อนนั้นแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอาณาจักรหนึ่งชื่อฟูนันในช่วง พ.ศ.6xx-10xx ต่อมาเป็นอาณาจักรเจนฟ้าหรือเจนละในช่วง พ.ศ.10xx-13xx และต่อมาเป็นจักรวรรดิขะแมร์ (หรืออาณาจักรเขมร หรืออาณาจักรขอม) ในช่วง พ.ศ.13xx-19xx ราว พ.ศ. 14xx อาณาจักรขอมก็ยิ่งใหญ่มีอาณาเขตกว้างที่สุดราวๆนี้

- Map-of-southeast-asia_900_CE.png (589.42 KiB) เข้าดูแล้ว 82 ครั้ง
พระเจ้าสุริยะชัยวรมันที่ 2 ได้สร้างนครวัดขึ้นในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 เดิมเป็นเทวสถานตามคติศาสนาฮินดู (ต่อมาภายหลังปรับเปลี่ยนมาเป็นศาสนาพุทธ) แต่เนื่องจากว่าตามประวัติศาสตร์ของมนุษย์ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันมีการแก่งแย่งชิงดีเข่นฆ่าทำศึกสงครามกันเสมอไม่รูปแบบใดก็แบบหนึ่งเหมือนกันทุกยุคทุกสมัย กับพวกเดียวกันบ้าง กับพวกติดกันบ้าง กับพวกไกลกันบ้าง อาณาจักรขอมก็เช่นเดียวกัน พอถึงช่วงของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 จึงได้ย้ายพระนครไปสร้างพระนครขึ้นใหม่คือนครธม ในบริเวณพระนครนี้มีศาสนสถานที่สำคัญเช่นปราสาทบาปวน ปราสาทบายน เป็นต้น
ช่วงนั้นเกิดเมืองสุโขทัยขึ้นแล้วในอาณาจักรขอม และเมื่อขอมเสื่อมลงสุโขทัยแข็งขึ้นก็ประกาศไม่ขึ้นกับขอม อาณาจัดรสุโขทัยก็ยิ่งใหญ่ขึ้น และมีอาณาเขตกว้างที่สุดราวพุทธศตวรรษที่ 17 (พ.ศ. 18xx) มีอาณาเขตราวๆนี้

- Map_of_Sukhothai_Kingdom.png (22.3 KiB) เข้าดูแล้ว 82 ครั้ง
ช่วงไล่เลี่ยกันนั้นก็มีอาณาจักรล้านช้างหรือลาวด้วย และมีอาณาเขตกว้างที่สุดราวพุทธศตวรรษที่ 20 (พ.ศ. 21xx) ราวนี้

- Map-of-southeast-asia_1400_CE.png (603.17 KiB) เข้าดูแล้ว 82 ครั้ง
ตอนนั้นอยุธยาก็เป็นเมืองหนึ่งในอาณาจักรสุโขทัย ต่อมาสุโขทัยเสื่อมลงอยุธยาแข็งขึ้น ก็ตั้งตัวและรวบเอาสุโขทัยเข้าด้วย ในพ.ศ.1974 ในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่2(เจ้าสามพระยา)อาณาจักรอยุธยายกทัพไปตีอังกอร์แตก อาณาจักรอยุธยายิ่งใหญ่ที่สุดในแถบนี้มีอาณาเขตกว้างที่สุดราว พุทธศตวรรษที่ 21 (พ.ศ. 22xx) ราวๆนี้

- Ayutthaya_Map_in_1605.gif (14.73 KiB) เข้าดูแล้ว 82 ครั้ง
เครดิตข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรื่องราวต่างๆนี้ก็กระทำด้วยการใช้กำลังอำนาจ ทำศึกเข่นฆ่ากันบ้าง ยอมกันบ้าง ผลัดกันไปผลัดกันมา ดังในประวัติศาสตร์เมื่อกองทัพอาณาจักรอยุธยาตีเมืองพระนคร(อังกอร์ /นครธม)ของขอมแตกก็ทำลายเมืองราบเป็นหน้ากลอง เมื่อกองทัพของพม่าตีเมืองอยุธยาแตกก็ทำลายเมืองราบเป็นหน้ากลอง ดังเช่นนั้น
บรรดาสัตว์รวมทั้งมนุษย์นั้นมีความดีและความร้ายอยู่ในตัว ตามปกติของมนุษย์ที่ยังไม่มีกิเลสเข้าครอบงำจะชอบใช้ความดีต่อกัน แต่เมื่อมีกิเลสบางอย่างเข้าครอบงำก็จะใช้ความร้ายต่อกัน หากยังไม่มีสัมมาทิฐิเพียงพอ มนุษย์ก็จะยังคงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายต่อกันกลับกลอกไปมาให้น่างงงวยเหมือนดังที่เราเห็นอยู่ทั่วไป ดังพระฤๅษีสอนสุดสาครว่า "...แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่เคี้ยวคดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน..."
แต่หากเราไม่มีความโลภมาก ไม่มีความโกรธมาก ไม่มีความหลงมาก ไม่สวมหัวโขนอันใด มนุษย์จะดีต่อกัน