mek777 เขียน:จากความเข้าใจมั่วๆของผมคำว่าล้อเหวี่ยงพอจะอธิบายได้ว่า
ลองนั่งเทียนนึกถึงล้อ 2 วงที่มีน้ำหนักเท่ากัน(สมมติว่า 1 kg) มีความลื่นเท่ากัน แต่วงแรกดุมล้อหนัก 7 ขีด ขอบล้อหนัก 3 ขีด (อย่าไปสนใจซี่ลวด เดี๋ยวมึน) อีกวง ดุมล้อหนัก 3 ขีด ขอบล้อ 7 ขีด
ถ้ามาหมุนเทียบกัน วงหลังจะเหวี่ยงมากกว่าคือหยุดหมุนได้ยากกว่า เพราะแรงเฉื่อยที่ทำให้ล้อหมุนส่วนของขอบล้อมีมากกว่า ส่วนวงแรกน้ำหนักจะไปตกที่ดุม อาจจะออกตัวได้ไวกว่าเพราะใช้แรงน้อยกว่าในการทำให้ขอบล้อเบาๆหมุนจากจุดหยุดนิ่งได้
เท่ากับว่าวงแรกเหมาะกับทางประเภทเนินมากๆ เพราะใช้แรงน้อยในการทำให้รถวิ่งและไต่เนิน
ส่วนวงหลังเหมาะกับทางราบ เพราะรักษาความเร็วได้ง่ายกว่า เติมแรงน้อยกว่า
งั้นถ้าตอบคำถามเจ้าของกระทู้ว่าถ่วงตะกั่วเหวี่ยงขึ้นมั้ย ฟันธงเลยว่า แน่นอน เพราะแรงเฉี่อยบริเวณขอบจะเพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่าออกตัวก็จะช้าลงตามเพราะน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียบ (คนอื่นจะหาแต่ล้อเบาๆ รายนี้จะถ่วงแฮะ

)
ผิดถูกยังไงบอกด้วยนะครับ เพราะอันนี้นั่งเทียนเอาเอง...

เข้าใจถูกแล้วครับ น้ำหนักรวมของล้อเป็นเรื่องสำคัญ แต่ตำแหน่งที่น้ำหนักนั้นอยู่สำคัญกว่าครับ
เรื่อง
"ความเหวี่ยง"ของล้อนี่ แค่ นิยามของแต่ละคนก็
ต่างกันครับ
จึงขอแนะนำว่าการรักษาการหมุนของล้อให้คงที่ ให้หมุนได้นานเป็นเรื่องสำคัญกว่า และมีจุดหนึ่งที่อยากบอกมาตรงๆว่าการทดสอบล้อใหม่ๆ ที่ส่วนมากจะเห็นลูกค้าทำกันที่ร้าน
และเป็น
ความเข้าใจผิดคือ
การเอามือสองข้างยกล้อขึ้นมาจับดุมทั้งสองข้างไว้แล้วหมุนล้อค้างไว้ ซึ่งมักจะ
เข้าใจว่าการที่ล้อเหวี่ยงตัวขึ้นๆ-ลงๆนั้น แปลว่าล้อนั่นเหวี่ยงดี และสรุปว่าล้อนั้นขี่ได้"เร็ว" แต่ในความเป็นจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์แล้ว การทดสอบล้อแบบนั้นไม่ได้เกี่ยวกับว่าล้อนั้นจะขี่ได้เร็วเลยแม้แต่นิดเดียว

(ถ้าพูดให้ลูกค้าฟังตอนขายของเพลินๆเผลอๆโดนต่อย เพราะขัดคอ:lol: ) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเรามักคิดว่าล้อยิ่ง"เหวี่ยง"ได้แรงๆยิ่งขี่ได้เร็ว
ขอเสนอว่า ถ้าอยากลองล้อที่เหวี่ยงมากๆนะครับ ลองเอาล้อรถ MTB ถูกๆหนักๆมาหมุนแรงๆดู รับรองว่าเหวี่ยงถึงใจสุดๆครับ แต่มันขี่ไม่ได้เร็วกว่าล้อเสือหมอบแน่นอน...
ดังที่หลายท่านกล่าวมาครับปัจจัยด้านแอโร่ไดนามิคส์สำคัญกว่าสำหรับความเร็วของล้อ ยิ่งขี่เร็วแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นระหว่างล้อกับอากาศยิ่งมากเป็นทวีคูณครับ เพราะล้อเป็นชิ้นส่วนที่"เคลื่อนไหว"
ส่วนเรื่องน้ำหนักหรือ"มวล"ของขอบล้อ ก็เป็นสิ่งสำคัญครับ
สมมติว่ามีล้อสองวงรูปทรงเหมือนกันทุกอย่าง คิดให้ว่าให้มีค่าแรงเสียดทานอากาศเท่ากันนะครับ
ล้อที่มีมวลที่ขอบมากกว่าจะรักษาอัตราการหมุนได้ดีกว่าครับ แต่อัตราเร่งของล้อที่หนักกว่าก็จะสู้ล้อที่มีขอบเบากว่าไม่ได้ และกีฬาจักรยานนี่แหละครับที่มันจะเหนื่อยอีตอนเร่งๆผ่อนๆนี่แหละ ถ้าความเร็วแช่เรื่อยๆยังขี่ง่ายกว่าจริงไหมครับ
แต่ยังไม่จบครับถ้่าสรุปแบบนี้ก็คงต้องคิดว่างั้นเอาล้อขอบหนาๆหนักๆขี่ไทม์ไทร์ก็ดีกว่าสิ
ผมขอเสนอว่าให้คิดเป็นเรื่องของทางสายกลางจะดีที่สุดครับ
ถ้าล้อมันทั้งแอโร่ลู่ลมแหวกอากาศได้ดี แถมยังมีน้ำหนักเบาไม่เสียเปรียบเรื่องอัตราเร่ง นั่นก็สุดยอดละครับ(ด้วยเทคโนโลยี่ที่ทำล้อขอบสูงให้มีน้ำหนักเบามากๆและมีความแข็งแรง มันก็จะแพงตรงนี้แหละครับ)
ล้อบางอย่างที่น้ำหนักเบามากๆ ผู้ผลิตมักไม่แนะนำให้ขี่ลงเขานะครับเพราะควบคุมยากมาก ล้อจะหวิวเมื่อเจอลมแรงๆตอนลงเขา และจะกะน้ำหนักเบรคค่อนข้างยากครับ
ดังนั้นหากจะหาซื้อล้อดีๆสักคู่แนะนำว่าควรจะดูล้อที่มีความแอโร่ไดนามิคส์พอสมควร ไม่จำเป็นต้องสูงมาก(ถ้าเกิดว่าเรามีได้แค่คู่เดียว) น้ำหนักของล้อ ความทนทาน และเงินในกระเป๋าครับ
ปล.ถ้าลองขี่ก่อนได้ก็จะยิ่งดีครับ ชอบก็ซื้อไม่ชอบก็ว่ากันไป จะสบายใจที่สุดทั้งคนซื้อคนขาย ล้อแบบ"DEMO" สำหรับทดลองใช้ที่ต่างประเทศในร้านจักรยานใหญ่ๆ หรือแม้แต่เจ้าของแบรนด์ของล้อนั้นเองก็จะบริการตรงนี้ค่อนข้างแพร่หลายมากครับ
อ้างอิงหลักฟิสิกส์เล็กน้อยว่างๆลองอ่านดูนะครับไม่ยาก
http://www.rmutphysics.com/physics/oldf ... mentum.htm
http://www.rmutphysics.com/physics/oldf ... tation.htm