20.00เหลือระยะทางราวๆ45โลเริ่มมืดสนิท รถชักน้อยความมืดมาพร้อมความเงียบผมปั่นโดยแทบไม่ได้มองไปข้างหลัง บอกตรงๆมันก็หวิวๆอะน๊ะ
มองไม่เห็นแม้แต่ล้อตัวเอง เส้นทางข้างหน้าก็มีแต่ไฟแคทอายธรรมดาที่ใช้ในเมืองพอคลำๆได้(จะพกแบบแรงๆมันก็หนักแถมกินไฟอีกต้องพกถ่านสำรองวุ่นวายอีก)
ตอนนี้แค่เหรียญ10ผมยังอยากอับเปหิออกจากกระเป๋าเสื้อหึ...รู้สึกว่าการเอากล้อง ไอโฟน ถุงแขนฝากเมียเป็นความคิดที่ถูกขึ้นมาทันที
ทางเริ่มชันขึ้น แต่ก็ลงแบบปี๊ดๆบางช่วงผมลงมาเกือบ70โดยไม่รู้ตัวมองแต่เส้นกลางแล่วก็รูดมาเลย จะเห็นเนินว่าชันมากชันน้อยก็ต่อเมื่อมีรถสวนมา
เราก็จะเห็นแสงไฟลอดต้นไม้ มา ถ้ามองไปแล้วแหงนหน้าเห็นไฟอยู่สูงลิบๆก็เตรียมตัวเหนื่อยได้เลย มีเนินนึงผมแทบไม่เชื่อสายตาไฟรถที่สวนมามันอยู่สูงมาก
และแล้วผมก็เจอเนินยาวๆชันๆแทบจอด พาวนาอย่าเจอบ่อยๆหุหุหุ
21.00ผมมาถึงอช.เขาแหลม มีป้อมให้นั่งพักเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาคุยเป็นเพื่อน พี่เค้าบอกต่อจากนีี้ก็เจอเขาแล้วน๊ะ...เอาคิดในใจเมื่อกี้ยังไม่เขาเหรอครับ
แค่นั้นก็จะแย่แล้ว ขอให้เค้าพูดผิด5555แล้วเนินช้างร้อง...เหอไอ้เนินก่อนหน้าที่ยาวๆหอบๆที่ผมผ่านมานั่นยังไม่ใช่ชิมิ..(เก็บอาการ) ก็เลยเรียบๆเคียงๆ
ถามลักษณะเนินจะได้ทำใจ
"อ๋อมันจะตั้งเด่เลย มีโค้งด้วย" ....เออโค้งแล้วหมดเลยไม๊ยพี่.....
"ไม่..โค้งแล้วขึ้นไปอีกเรื่อยๆ"......ยาวไม๊ยพี่
"ราวๆ2โล".............................อืม!!!!!!!
"จากนั้นก็ไหลยาว"...................จริงเหรอพี่ หูผึ่ง แต่ผมก็ยังแอบไม่เชื่อเพราะจำได้ว่าก่อนถึงมันไม่เรียบน๊ะหุหุ
ผมนั่งคุยกับพี่เจ้าหน้าที่เพลินเกือบ20นาที
21.20ผมเหลือระยะทางราว29กม แต่ทาง15โลจากนี้มันเร็วมากเหมือนมันลงมากกว่าขึ้น ผมไม่ดีใจเลยยิ่งลงๆเดี๋ยวขึ้นหนักแน่ๆ
มาได้สัก10โล ช่วงขึ้นเนินผมชักออกอาการเป๋หน้าเริ่มมืด ขาเริ่มไม่มีแรง หายใจมะออก...มันมาแล้วคืออาการหมดสนิท ผมชินกับอาการนี้แล้วครับ
ขีไกลบ่อยๆเจอจนชักคุ้นเพียงแต่ว่าจะหมดแล้วมีเติมไม๊ย ผมจอดรถอยู่บนหัวเนิน ด้ายซ้ายติดกับเขื่อนเขาแหลมที่มีแต่ท้องน้ำแต่ไม่มีบ้านคน มืดสนิท
ท่ามกลางแสงดาว ผมว่ามันสวยมากที่สุดครั้งนึงในการปั่นของผม ผมควักเบรอร์เกอร์แปดโมงเช้าที่แบนแต๊ดแต๋ออกมากิน..โครตอร่อยเลยมรึง5555 แกะห่อ ทิ้งห่อไว้ข้างทางโดยไม่ลืมขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขา
พร้อมทั้งปล่อยน้ำออกจากตัว อิอิอิ ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยครับ นั่งพักอยู่เกือบ10นาที มีรถวิ่งผ่านไม่ถึง5คันครับ เค้าคงงงว่าไอ้บ้านี่มานั่งกินเบอร์เกอร์ตอนสามทุ่มตรงนี้ทำไม
21.30มันมาแล้วเนิน ช้างร้อง เหลือระยะราว14กม.จะถึงสังขละ ลุ้นว่าเนินอย่ายาวมาก ผมใต่มาเรื่อยๆจนสับเกียร์มั่วไปหมดจนโซ่ตก ทีแรกนึกว่าโซ่ขาด
รีบจอดรถ ถอดไฟมาส่อง โล่งใจไปแค่มันตก จังหวะนั้นเองมีรถตู้วิ่งพ้นโค้งฝ่าความมืดมา1คัน มาจอดข้างๆเป็นรถตู้ประจำทาง บอกว่าเอารถขึ้นรถตู้ไม๊ย ตรงนี้ทางมันชันมามันเหนื่อยม๊ากน๊ะ
แหมมันปี๊ดขึ้นมาทันที

ไม่ได้โกรธพี่เค้าน๊ะครับแค่เคือง อะล้อเล่น...ไม่ครับปี๊ดนี่มันถึงมันชันใช่ไม๊ย จากที่มีความคิดถ้าไม่ไหวเข็นก็ได้ไม่ซีเรียส แต่พี่มาทักแบบนี้มันต้องพิสูจน์กันหน่อย
ว่าเนินช้างร้องจะซักแค่ไหน ทีนี้จุดหมายคือฉันจะผ่านนายให้ได้น๊ะเนินช้างร้องแบบแมนๆกันเลยจะไม่เอาขาแตะพื้นจากตรงนี้...เมื่อกี้โซ่ตกไม่นับ555