stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
bikehansa
- สมาชิก
- โพสต์: 23
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2013, 01:08
stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดี/เหมาะสมกว่ากันครับ
ตย. เช่น
1. Stem 90 + Handlebar reach 90 = 180
2. Stem 100 + Handlebar reach 80 = 180
ตย. เช่น
1. Stem 90 + Handlebar reach 90 = 180
2. Stem 100 + Handlebar reach 80 = 180
แก้ไขล่าสุดโดย bikehansa เมื่อ 28 ธ.ค. 2013, 12:34, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
Supa
- ขาประจำ
- โพสต์: 683
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2008, 16:06
- team: จักรยานตาก
- Bike: Wheeler road / GIANT NRS MTB
- ติดต่อ:
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
เลือกข้อ2 ครับ ดูสวยกว่า และคอยาวๆทำให้รถนิ่งกว่าเวลาขี่
-
bugzila
- ขาประจำ
- โพสต์: 204
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2008, 22:26
- team: Enjoy Cycling
- Bike: TCR adv, Boardwalk, Albelt
- ติดต่อ:
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
เลือกข้อ3ครับ
3. Stem 110 + Handlebar reach 70 = 180
3. Stem 110 + Handlebar reach 70 = 180
Enjoy Cycling : ride more enjoy life.
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
สั่น อะไรก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ
แต่ถ้า สั้น ผมเรียก แฮนด์compact ที่มีค่า Reachสั้น แล้วใช้stem ยาวดีกว่าครับ สวยกว่า การบังคับควบคุมไม่ต่างกัน เพราะจับที่ฮูด หรือ ดรอป ก็ได้ค่า reachรวมๆเท่ากัน
แต่ถ้า สั้น ผมเรียก แฮนด์compact ที่มีค่า Reachสั้น แล้วใช้stem ยาวดีกว่าครับ สวยกว่า การบังคับควบคุมไม่ต่างกัน เพราะจับที่ฮูด หรือ ดรอป ก็ได้ค่า reachรวมๆเท่ากัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
mvpthailand
- ขาประจำ
- โพสต์: 297
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2012, 17:28
- ติดต่อ:
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ผมกำลังหาอยู่เลยแฮน Reach 70 เนี่ย จะได้ไม่ต้องหด Stem เพราะผมเป็นคนแขนสั้น 
- Obc
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 20:36
- Tel: 08-5067-2228
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ผมว่าเหมือนข้างบน ยังไงเสตม110 ก็น่าจะตอบสนองดีกว่า
และพรัอมจะให้แต่งทั้งแบบ เอื้อมมาก-น้อย ตาม รีท ที่จะใช้
และพรัอมจะให้แต่งทั้งแบบ เอื้อมมาก-น้อย ตาม รีท ที่จะใช้
นชท.๔๐
ดีใจที่ได้ทำดี
ดีใจที่ได้ทำดี
-
OSK 97
- ขาประจำ
- โพสต์: 13629
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
- team: ทุ่งสง
- Bike: focus max. neilpride bora
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ลองดู FSA K Force นะครับ ริสสั้น ช่วงปลายแฮนด์ก็โค้งยาวจับสบาบมากเลยครับmvpthailand เขียน:ผมกำลังหาอยู่เลยแฮน Reach 70 เนี่ย จะได้ไม่ต้องหด Stem เพราะผมเป็นคนแขนสั้น
-
bikehansa
- สมาชิก
- โพสต์: 23
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2013, 01:08
Re: stem สั่น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั่น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
lucifer เขียน:สั่น อะไรก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละครับ
แต่ถ้า สั้น ผมเรียก แฮนด์compact ที่มีค่า Reachสั้น แล้วใช้stem ยาวดีกว่าครับ สวยกว่า การบังคับควบคุมไม่ต่างกัน เพราะจับที่ฮูด หรือ ดรอป ก็ได้ค่า reachรวมๆเท่ากัน
อ้าว! พิมพ์ผิดครับ แก้ดีกว่า
-
bikehansa
- สมาชิก
- โพสต์: 23
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2013, 01:08
Re: stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ผมมองว่า Stem สั้นดีตอนขึ้นทางชันแล้วจับ handlebar ในแนวขวางได้ใกล้ตัวมากกว่า (ไม่รู้ว่าอธิยายถูกหรือเปล่าว
)
หรือท่านอื่นๆ เห็นว่าอย่างไรครับ
หรือท่านอื่นๆ เห็นว่าอย่างไรครับ
- Kraiwit
- ขาประจำ
- โพสต์: 278
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:33
Re: stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
เหมือนป๋าลูและท่านอื่นๆครับ ผมเลือกเสตมยาว reach สั้น เพราะสวยกว่า
ส่วนตอนขึ้นเขาผมว่าไม่น่ามีปัญหานะครับ เพราะมันใกล้ตัวมากอยู่แล้วเวลาเราจับแนวขวาง

ส่วนตอนขึ้นเขาผมว่าไม่น่ามีปัญหานะครับ เพราะมันใกล้ตัวมากอยู่แล้วเวลาเราจับแนวขวาง
- smerv
- ขาประจำ
- โพสต์: 435
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2010, 21:14
- Bike: Intense 951 / BMC GF02 / Ridley Fenix /Propel Adv
Re: stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
คอยาวทำให้รถนิ่งจริงๆ หรือครับ ไม่ใช่ว่าแฮนด์กว้างกว่า ก็จะนิ่งกว่าหรือ?
ใครช่วยอธิบายทีครับว่าคอยาวทำให้นิ่งกว่ายังไง
ใครช่วยอธิบายทีครับว่าคอยาวทำให้นิ่งกว่ายังไง
:::::::::::::::::::::::::::::::
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
คอยาวนิ่งกว่าจริงๆหรือ ? ก็ไม่แน่เสมอไปครับ
เสือหมอบจะแตกต่างจากเสือภูเขาแฮนด์ตรง ก็ตรงที่ระยะเอื้อมรวมๆของแฮนด์จะประกอบด้วยความยาวของคอ(stem) + Reach ของแฮนด์
ก่อนอื่นถ้าพูดกันถึงแค่ระยะการจับที่ตำแหน่งของ Hood บนแฮนด์ที่มีระยะ reach 85mm + stem 100mm กับ แฮนด์ที่มีระยะ reach 75mm + stem 110mm จะไม่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้สมาชิกชมรมนักอ่านแล้วเอามากล่าวต่อ ก็อาจจะเหมารวมอะไรไปผิดๆ โดยไม่ได้คิดถึงระยะเอื้อมรวมๆที่ผมกล่าวไปแล้ว
เพื่อตัดเรื่องนี้ ขอเทียบเฉพาะในกรณีที่ใช้แฮนด์ที่มีระยะ reach เท่ากัน แต่ใช้คอที่มีความยาวแตกต่างกัน สิ่งที่ต้องคิดเป็นองค์รวมอันจะส่งผลต่อนิสัยของรถมีดังนี้ครับ
1. จุดกึ่งกลางของน้ำหนักรวมของรถ ถ้าใช้คอที่ยาวขึ้น นน.รวมๆ คือ ทั้งตัวเรา+รถ ก็จะค่อนไปด้านหน้ามากขึ้น พูดง่ายๆว่า สัดส่วนของน้ำหนักที่ตกลงบนล้อหน้าก็จะมีมากขึ้น รถก็จะมีนิสัยปราดเปรียว เลี้ยวง่าย กลิ้งง่ายด้วยเช่นกัน
2. ความไวของพวงมาลััย อันนี้อาจจะใช้คำไม่เหมาะสม แต่ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ถ้าคอสั้นเราขยับแฮนด์นิดหนึ่ง ล้อหน้าก็จะขยับเลี้ยวได้มากกว่าในกรณีที่ใช้คอยาว นั่นคือคอสั้นจะเพิ่มความไวในการหักแฮนด์
แต่สิ่งที่เราต้องเอามาพิจารณาก็คือ การเลี้ยวของจักรยานไม่เหมือนกับรถยนต์ แต่จะเหมือนกับเครื่องบินคือจะเลี้ยวได้ด้วยอาการ 2 ลักษณะ คือ
1. เลี้ยวด้วยการหักแฮนด์ หรือ หักหางเสือ
2. เลี้ยวด้วยการเอียงตัวเข้าด้านที่จะเลี้ยว หรือ การปรับแอรอนของเครื่องบิน
โดยปกติแล้ว จักรยานจะรักษาการทรงตัวอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีความเร็วในระดับหนึ่งก่อน
- หากปั่นช้าๆ เวลาที่เราจะเลี้ยว เราก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์แทนการเอียงตัว เพราะถ้าความเร็วต่ำเกินไป เราจะไม่สามารถเอียงตัวได้ดีพอ ก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์เป็นสำคัญ ซึ่งนั่นก็คือ รถที่คอสั้น จะเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆได้ง่าย ในขณะที่รถคอยาวจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเก้งก้างระดับหนึ่ง แถมบางทีรู้สึกว่ามันว่อกแวกด้วยซ้ำไป เพราะอาจจะดึงขาดดึงเกินต้องแก้อาการกันบ่อยๆ เพราะน้ำหนักที่ตกลงล้อหน้ามากขึ้น ทำให้การรักษาเสถียรภาพที่ความเร็วต่ำไม่เป็นเรื่องที่ง่ายนัก
- หากปั่นเร็วขึ้น เวลาที่เราเลี้ยว เราจะพึ่งการเอียงตัวเข้าโค้งเป็นสำคัญ ( จริงๆแล้วยังมีเทคนิคการเข้าโค้งอีกประเภทหนึ่ง สำหรับใช้ที่ระดับความเร็วที่สูงขึ้น แต่พื้นผิวทางไม่น่าไว้วางใจ หรือ มีความร่วนค่อนข้างมาก ในกรณีนี้จะเอียงตัว แต่ไม่เอียงรถ คือ เอียงตัวออกไปนอกรถ แต่ผลักรถไว้ไม่ให้เอียงตาม ร่วมกับการหักแฮนด์ช่วย แล้วก็ยังมีเทคนิคที่สูงขึ้นไปอีก แต่มักจะใช้กับมอเตอร์ไซค์ คือ เอียงรถเข้าโค้ง แต่ขืนตัวออกมา ร่วมกับการหักแฮนด์ต้านโค้ง อันนี้จักรยานทำได้ยาก แต่มอเตอรไซค์ทำได้ เพราะมันใช้เครื่อง ไม่ต้องมาคอยปั่น ) รถที่คอยาวจะมีน้ำหนักตกไปล้อหน้ามากกว่า ทำให้การเอียงตัวเพื่อเลี้ยวโค้งส่งผลได้ดีกว่าพวกที่คอสั้นแล้วน้ำหนักตัวตกไปที่ล้อหน้าน้อยกว่า
หลายคนก็อาจจะสรุปว่า งั้นคอสั้นเอามาลงเขา หน้ามันก็จะวอกแวกง่ายกว่าพวกคอยาวหละสิ ก็อาจจะถูกระดับหนึ่ง แต่ไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เพราะถ้าคนที่มีทักษะในการบังคับรถ เขาก็จะพบว่าพวกคอสั้นเวลาเข้าโค้งเล็กๆด้วยความเร็วจะกลับกลายเป็นเข้าโค้งได้ยากกว่า เปลี่ยนทิศทางของรถได้ช้ากว่า ซึ่งหากจะเลี้ยวจริงๆก็จะต้องออกแรงโหนรถมากกว่าพวกที่ใช้คอยาว
พื้นฐานเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นรถในตำนานอย่าง Gary Fisher ที่ออกแบบรถให้ท่อบนยาว แล้วใช้คอสั้นๆ น้ำหนักคนปั่นจะค่อนไปทางล้อหลังมากขึ้น คนที่จะขี่รถพวกนี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานมากพอสมควร เพราะถ้าขี่โดยทักษะระดับพื้นฐาน แล้วเอาเข้าsingle tract รถมันจะเลี้ยวยากมาก แต่ถ้าแข็งแรงพอจะโหนรถร่วมกับหักแฮนด์ช่วย รถก็จะตอบสนองได้อย่างว่องไว แถมลงเขาได้อย่างนิ่ง ปลอดภัย รวมไปถึงลดอุบัติการณ์บินข้ามแฮนด์ได้
รถในปัจจุบันส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ท่อบนยาวขึ้น และใช้คอที่สั้นลงกว่ารถในสมัยก่อน จุดประสงค์หลักๆคือ ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง
แต่คนที่ปั่นเสือหมอบอีกหลายๆคนกลับไม่ชอบconceptตรงนี้ จักรยานเสือหมอบส่วนใหญ่ที่เราเห็นและชอบแนะนำใครต่อใครให้ใช้ตามเราก็คือ รถที่มีขนาดเล็กกว่าที่ผู้ผลิตตั้งใจออกแบบไว้ 1size เสมอๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ทั้งๆที่รถที่มีขนาดเล็กกว่าsizeที่ควรจะขึ่ จะเป็นรถที่ขี่ไม่สบาย ต้องก้มมาก ต้องยืดตัวมาก รถไม่ค่อยจะนิ่ง แต่หลายๆคน ( รวมทั้งผมด้วย
) กลับชอบมัน
เสือหมอบจะแตกต่างจากเสือภูเขาแฮนด์ตรง ก็ตรงที่ระยะเอื้อมรวมๆของแฮนด์จะประกอบด้วยความยาวของคอ(stem) + Reach ของแฮนด์
ก่อนอื่นถ้าพูดกันถึงแค่ระยะการจับที่ตำแหน่งของ Hood บนแฮนด์ที่มีระยะ reach 85mm + stem 100mm กับ แฮนด์ที่มีระยะ reach 75mm + stem 110mm จะไม่แตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้สมาชิกชมรมนักอ่านแล้วเอามากล่าวต่อ ก็อาจจะเหมารวมอะไรไปผิดๆ โดยไม่ได้คิดถึงระยะเอื้อมรวมๆที่ผมกล่าวไปแล้ว
เพื่อตัดเรื่องนี้ ขอเทียบเฉพาะในกรณีที่ใช้แฮนด์ที่มีระยะ reach เท่ากัน แต่ใช้คอที่มีความยาวแตกต่างกัน สิ่งที่ต้องคิดเป็นองค์รวมอันจะส่งผลต่อนิสัยของรถมีดังนี้ครับ
1. จุดกึ่งกลางของน้ำหนักรวมของรถ ถ้าใช้คอที่ยาวขึ้น นน.รวมๆ คือ ทั้งตัวเรา+รถ ก็จะค่อนไปด้านหน้ามากขึ้น พูดง่ายๆว่า สัดส่วนของน้ำหนักที่ตกลงบนล้อหน้าก็จะมีมากขึ้น รถก็จะมีนิสัยปราดเปรียว เลี้ยวง่าย กลิ้งง่ายด้วยเช่นกัน
2. ความไวของพวงมาลััย อันนี้อาจจะใช้คำไม่เหมาะสม แต่ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ถ้าคอสั้นเราขยับแฮนด์นิดหนึ่ง ล้อหน้าก็จะขยับเลี้ยวได้มากกว่าในกรณีที่ใช้คอยาว นั่นคือคอสั้นจะเพิ่มความไวในการหักแฮนด์
แต่สิ่งที่เราต้องเอามาพิจารณาก็คือ การเลี้ยวของจักรยานไม่เหมือนกับรถยนต์ แต่จะเหมือนกับเครื่องบินคือจะเลี้ยวได้ด้วยอาการ 2 ลักษณะ คือ
1. เลี้ยวด้วยการหักแฮนด์ หรือ หักหางเสือ
2. เลี้ยวด้วยการเอียงตัวเข้าด้านที่จะเลี้ยว หรือ การปรับแอรอนของเครื่องบิน
โดยปกติแล้ว จักรยานจะรักษาการทรงตัวอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีความเร็วในระดับหนึ่งก่อน
- หากปั่นช้าๆ เวลาที่เราจะเลี้ยว เราก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์แทนการเอียงตัว เพราะถ้าความเร็วต่ำเกินไป เราจะไม่สามารถเอียงตัวได้ดีพอ ก็จะต้องพึ่งการหักแฮนด์เป็นสำคัญ ซึ่งนั่นก็คือ รถที่คอสั้น จะเลี้ยวที่ความเร็วต่ำๆได้ง่าย ในขณะที่รถคอยาวจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเก้งก้างระดับหนึ่ง แถมบางทีรู้สึกว่ามันว่อกแวกด้วยซ้ำไป เพราะอาจจะดึงขาดดึงเกินต้องแก้อาการกันบ่อยๆ เพราะน้ำหนักที่ตกลงล้อหน้ามากขึ้น ทำให้การรักษาเสถียรภาพที่ความเร็วต่ำไม่เป็นเรื่องที่ง่ายนัก
- หากปั่นเร็วขึ้น เวลาที่เราเลี้ยว เราจะพึ่งการเอียงตัวเข้าโค้งเป็นสำคัญ ( จริงๆแล้วยังมีเทคนิคการเข้าโค้งอีกประเภทหนึ่ง สำหรับใช้ที่ระดับความเร็วที่สูงขึ้น แต่พื้นผิวทางไม่น่าไว้วางใจ หรือ มีความร่วนค่อนข้างมาก ในกรณีนี้จะเอียงตัว แต่ไม่เอียงรถ คือ เอียงตัวออกไปนอกรถ แต่ผลักรถไว้ไม่ให้เอียงตาม ร่วมกับการหักแฮนด์ช่วย แล้วก็ยังมีเทคนิคที่สูงขึ้นไปอีก แต่มักจะใช้กับมอเตอร์ไซค์ คือ เอียงรถเข้าโค้ง แต่ขืนตัวออกมา ร่วมกับการหักแฮนด์ต้านโค้ง อันนี้จักรยานทำได้ยาก แต่มอเตอรไซค์ทำได้ เพราะมันใช้เครื่อง ไม่ต้องมาคอยปั่น ) รถที่คอยาวจะมีน้ำหนักตกไปล้อหน้ามากกว่า ทำให้การเอียงตัวเพื่อเลี้ยวโค้งส่งผลได้ดีกว่าพวกที่คอสั้นแล้วน้ำหนักตัวตกไปที่ล้อหน้าน้อยกว่า
หลายคนก็อาจจะสรุปว่า งั้นคอสั้นเอามาลงเขา หน้ามันก็จะวอกแวกง่ายกว่าพวกคอยาวหละสิ ก็อาจจะถูกระดับหนึ่ง แต่ไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เพราะถ้าคนที่มีทักษะในการบังคับรถ เขาก็จะพบว่าพวกคอสั้นเวลาเข้าโค้งเล็กๆด้วยความเร็วจะกลับกลายเป็นเข้าโค้งได้ยากกว่า เปลี่ยนทิศทางของรถได้ช้ากว่า ซึ่งหากจะเลี้ยวจริงๆก็จะต้องออกแรงโหนรถมากกว่าพวกที่ใช้คอยาว
พื้นฐานเรื่องนี้ก็กลายมาเป็นรถในตำนานอย่าง Gary Fisher ที่ออกแบบรถให้ท่อบนยาว แล้วใช้คอสั้นๆ น้ำหนักคนปั่นจะค่อนไปทางล้อหลังมากขึ้น คนที่จะขี่รถพวกนี้ได้จะต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานมากพอสมควร เพราะถ้าขี่โดยทักษะระดับพื้นฐาน แล้วเอาเข้าsingle tract รถมันจะเลี้ยวยากมาก แต่ถ้าแข็งแรงพอจะโหนรถร่วมกับหักแฮนด์ช่วย รถก็จะตอบสนองได้อย่างว่องไว แถมลงเขาได้อย่างนิ่ง ปลอดภัย รวมไปถึงลดอุบัติการณ์บินข้ามแฮนด์ได้
รถในปัจจุบันส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ท่อบนยาวขึ้น และใช้คอที่สั้นลงกว่ารถในสมัยก่อน จุดประสงค์หลักๆคือ ต้องการความปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง
แต่คนที่ปั่นเสือหมอบอีกหลายๆคนกลับไม่ชอบconceptตรงนี้ จักรยานเสือหมอบส่วนใหญ่ที่เราเห็นและชอบแนะนำใครต่อใครให้ใช้ตามเราก็คือ รถที่มีขนาดเล็กกว่าที่ผู้ผลิตตั้งใจออกแบบไว้ 1size เสมอๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ทั้งๆที่รถที่มีขนาดเล็กกว่าsizeที่ควรจะขึ่ จะเป็นรถที่ขี่ไม่สบาย ต้องก้มมาก ต้องยืดตัวมาก รถไม่ค่อยจะนิ่ง แต่หลายๆคน ( รวมทั้งผมด้วย
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
bikehansa
- สมาชิก
- โพสต์: 23
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2013, 01:08
Re: stem สั้น + handlebar ยาว หรือ stem ยาว + handlebar สั้น อย่างไหนดีกว่ากันครับ
ขอขอบคุณทุกข้อมูลและทุกความคิดเห็นครับ
ผมอยากเห็นความคิดในหลายๆแง่ครับ
มีกระทู้เก่ากระทู้หนึ่งซึ่งผมเห็นว่าเกี่ยวเนื่องกันจึงขอนำมารวบรวมเป็น link ไว้ให้หาอ่านกันง่ายขึ้น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=319967
และกระทู้นี้อีกหนึ่ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=40316
อยากตั้งเป็นกระทู้รวมเรื่อง Fitting รถจังเลย
ผมอยากเห็นความคิดในหลายๆแง่ครับ
มีกระทู้เก่ากระทู้หนึ่งซึ่งผมเห็นว่าเกี่ยวเนื่องกันจึงขอนำมารวบรวมเป็น link ไว้ให้หาอ่านกันง่ายขึ้น
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=319967
และกระทู้นี้อีกหนึ่ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=40316
อยากตั้งเป็นกระทู้รวมเรื่อง Fitting รถจังเลย