สิ้นแสงตะวันลับขอบฟ้า
นี่เป็นภาพสุดท้ายของกล้องตูนแปดสีของผม พยายามปรับให้มันทำงาน แต่ก็หลับไปไม่ตื่นมาลั่นชัตเตอร์ต่อจากภาพนี้
แรกๆ ก็ดูแบตเตอรี่ยังมีอยู่ขีด และไม่แสดงสัญญานกระพริบเตื่อนอะไรเลย แล้วมันก็ดับไปเฉยเลยเมื่อมาถึงที่พักที่ตัวอำเภอปางมะผ้า
รู้แล้วว่าอีกไม่นานเราก็ปั่นเข้าตัวเมืองปางมะผ้าแล้ว ผ่านชุมชนข้างทางที่พอมีแสงไฟส่องสว่างออกมาจากหมู่บ้านข้างทาง
ผ่านร้านค้ากำลังจัดเลี้ยงกันอยู่ กำลังหิวๆ แบบนี้น่าจะร่วมแจมกันหน่อยนะ บอกให้พี่ซาฯ ที่ไหลตามมาด้วยกันเก็บภาพตะวันตากผ้าอ้อมนี้ด้วย และหวังว่าภาพคงดีกว่าผมแน่นอน ปรับ iso ล่อเข้าไปตั้ง ๑๖๐๐ แบบนี้น๊อยบานเชียว
ข้ามสะพานมาได้หน่อย ปั่นเปิดไฟส่องสว่างตามกันล้อต่อล้อ บ้านคนเริ่มหนาแน่นซักแป๊ปก็ออกมาสู่ถนนใหญ่แล้ว ไม่อยากเชื่อเลยเราออกกันมาได้สำเร็จจากเวลา ๖ วันที่ลุยเส้นทางโหด พวกผมเราสี่คนได้เดินทางเป็นวงกลมได้สำเร็จ หุๆๆๆ แสงไฟจากร้านค้าใกล้ๆ ก่อนที่แรกเราได้แวะสอบถามว่ามีอาหารขายมั๊ย มองไปดูภายในร้านคงไม่เจอ มีแต่ผัก ผลไม้ ของชำ พี่ซาฯ เลยสอบถามจากชาวบ้าน สาวๆ วัยรุ่นขี่มอร์ไซต์มา น้องสาวพอจะหาที่พักที่ไหนได้บ้าง เป็นร้านอาหารได้บ้าง มีค่ะนั่งกินเบียร์ระเบียงริมน้ำได้เลย โอ้ๆๆๆ พาไปหน่อยได้มั๊ย ราคาค่าที่พักประมาณ ๑๒๐๐ บาท สอบถามจากประธานปิง บอกว่าคืนนี้งบไม่เกิน ๖๐๐ บาทเด้ออออ
เหมือนใกล้เกลือกินด่างนะเนี่ย ที่พักก็อยู่ตรงข้ามถนนเนี่ยแหละ ไม่ต้องไปไกล ว่าแล้วข้ามถนนไปกัน และก็ให้เฮียปิงติดต่อสอบถาม โอ้มีที่พักด้วยราคา ๔๕๐ บาทต่อห้อง/คืน เยี่ยมสุดๆ
สาวเจ้าหน้าที่เฮือนพักพาเราเข้าไป มีสวนต้นไม้ร่มรื่น แต่ความมืดมิดบดบังมองอะไรไม่ค่อยเห็นเลย ภายในห้องพักคืนนี้ผมนอนกับพี่อุ้ย และพี่ซาฯ นอนกับเฮียปิง อาบน้ำอาบท่า นัดกันออกมาทานมื้อเย็นด้วยกัน
