มาและข้าวสวยใส่ห่อ จึงนั่งกันทานริมทาง ไข่ต้มยางมะตูมแสนอร่อยกับข้าวแค่นี้ก็สุขใจ ทันใดนั้นฝนก็ตกลงมาไม่ได้บอกกล่าวกันมาก่อน แถวนี้ฝนน่าจะตกตลอดเป็นหุบเขาที่เมฆฝนก่อตัวได้ง่าย และเริ่มจะตกแรงขึ้นจนผมต้องเก็บกล้องไว้ในกระเป๋าออลิบ ทำให้ไม่ได้ถ่ายรูปช่วงนี้มาเลย เส้นทางยังปั่นไปได้จนเส้นทางเปลี่ยนมาเป็นทางดินน้ำไหลจากป่าและฝนก็ตกอย่างหนักไม่ลืมหูลืมตากันมาก่อน จนต้องเปียกปอนไปหมด เราไม่รู้ทิศรู้ทางน้ำป่าเริ่มไหลหลากตามร่อง ผ่านป่ากล้วยมาก เราไปอย่างทุลักทุเลไม่เคยคิดจะได้เจอเส้นทางแบบนี้มาก่อน มันช่างแอดเวนเจอร์มากๆ อะเมซซิ่งเหลือเกิน แต่เราก็มีรอยยิ้มด้วยกันไปตลอดเส้นทาง ช่วยกันเข็นกันที่ละช่วง พี่ซาฯ ดูจะลำบากกับการเข็นช่วงนี้มากๆ ทำให้ต้องมาช่วยกันพะยุงกันไปที่ละก้าวๆ ค่อยๆ ไป เส้นทางยากจริงๆ ครับ บางช่วงต้องพยุงก้าวกันไป จอดพักถ่ายรูปกันเมื่อแสงแดดเริ่มสาดส่องและฝนก็หยุดตก ได้เจอน้องที่สวนทางกลับมาหลังจากส่ง
พี่อู๋แล้วบอกว่ากลุ่มหน้าคอยตรงทางแยกไม่ไกลแล้ว เริ่มมีความหวังว่าเจอทางออกแล้ว ปั่นออกมาจากป่าแล้วมองเห็นแนวเขาที่ผ่านมาจนพบสามแยกตัดผ่าน มีร่องรอยการต้มมาม่าของกลุ่มหน้าทิ้งรอยไว้ พวกเราก็เลยจอดนำผ้ามากางนั่งทำอาหารต้มมาม่ากันบ้าง พี่อุ้ยนำอาหารที่พกมาเหมือนพยายามกระจายโหลดให้เบาลง













