Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
Warich
- สมาชิก
- โพสต์: 41
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2013, 12:14
- Tel: 0838636979
- team: หาดใหญ่ลื่นไหล
- Bike: SL4
- ตำแหน่ง: 38 ถ.คลองเรียน 1 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
- ติดต่อ:
Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
เห็นตอนนี้ Disc Brake กำลังเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของระบบเบรคในเสือหมอบยุคปัจจุบัน
ไม่ทราบว่าน้าๆ มีความคิดเห็นอย่างไีร ถึงความเหมาะสมของ Disc Brake กันบ้างครับ
ราคาเมื่อเทียบกับ Rim Brake แล้วแตกต่างกันมากไหมครับ
ถ้าจะประกอบเสือหมอบคันใหม่ ระบบ Disc Brake น่าสนใจไหมครับ
ไม่ทราบว่าน้าๆ มีความคิดเห็นอย่างไีร ถึงความเหมาะสมของ Disc Brake กันบ้างครับ
ราคาเมื่อเทียบกับ Rim Brake แล้วแตกต่างกันมากไหมครับ
ถ้าจะประกอบเสือหมอบคันใหม่ ระบบ Disc Brake น่าสนใจไหมครับ
- rocklee
- ขาประจำ
- โพสต์: 736
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2010, 15:30
- Tel: 087-2359848
- team: TREK
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: จ.มหาสารคาม
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
สำหรับของเดิมก็ดีอยู่มากแล้ว แต่ระบบเบรคดิสเบรคนั้นก็ต้องมีการดูแลรักษากันมากขึ้น
จุกจิ๊กตามมา แต่แรงเบรคแบบดิสเบรคกินขาดกดแบบลากล้อสบายๆ
แต่สุดท้ายผมก็เลือกของเดิมคือเบรคขอบล้อ เพราะมีปัญหาน้อยมากกว่าในเกือบจะทุกๆด้าน
จุกจิ๊กตามมา แต่แรงเบรคแบบดิสเบรคกินขาดกดแบบลากล้อสบายๆ
แต่สุดท้ายผมก็เลือกของเดิมคือเบรคขอบล้อ เพราะมีปัญหาน้อยมากกว่าในเกือบจะทุกๆด้าน
-
hks572
- ขาประจำ
- โพสต์: 415
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2010, 19:02
- Bike: Bianchi 1885
- ตำแหน่ง: https://www.facebook.com/hks572
- ติดต่อ:
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ผมก็กำลังสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ติดปัญหาที่ตอนนี้ทางUCIยังไม่ยอมรับให้โปรใช้
จึงยังไม่เป็นที่นิยม อีกเรื่องคือมีข่าวว่า SRAM มีการเรียกคือ Disk brake เมื่อไม่นานมานี้อะคับ
ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเหมือนกัน

จึงยังไม่เป็นที่นิยม อีกเรื่องคือมีข่าวว่า SRAM มีการเรียกคือ Disk brake เมื่อไม่นานมานี้อะคับ
ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเหมือนกัน
- Finrod
- ขาประจำ
- โพสต์: 555
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2012, 00:46
- Bike: BMC teammachine SLR02
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
นั่นมันคนละประเด็นกันแล้วครับhks572 เขียน:ผมก็กำลังสนใจอยู่เหมือนกัน แต่ติดปัญหาที่ตอนนี้ทางUCIยังไม่ยอมรับให้โปรใช้
จึงยังไม่เป็นที่นิยม อีกเรื่องคือมีข่าวว่า SRAM มีการเรียกคือ Disk brake เมื่อไม่นานมานี้อะคับ
ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเหมือนกัน![]()
![]()
ที่ sram เรียกคืนมันคือ ระบบไฮดรอลิคทั้งหมดที่ใช้กับทั้งเบรคแบบ caliper และแบบ disc นะครับ ตัว disc เองไม่ได้มีประเด็นอะไร
http://www.duckingtiger.com/2013/11/09/ ... ic-brakes/
http://www.bicycleretailer.com/recalls/ ... pCaKY0khn5
http://www.bikeradar.com/road/news/arti ... ted-38920/
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ทุกวันนี้เสือภูเขายี่ห้อยอดนิยมบางยี่ห้อปีใหม่ๆ แม้แต่รุ่นเริ่มต้นก็ไม่มีหู V-brake แล้วแต่ยังมีการเถียงกันได้อยู่เลยว่า disc brake ดีหรือไม่ดีกว่ายังไง พวก disc brake ด้วยกันยังเถียงกันว่าแบบสายหรือไฮดรอลิกอันไหนดีกว่ายังไงบ้าง ทั้งๆ ที่ผมว่าต่ำๆ มีการใช้ disc brake ในเสือภูเขาเกิน 5 ปีไปเยอะแล้วนะ ล้อขอบ V-brake กำลังเป็นของหายากและอื่นๆ ซึ่งในที่นี้ผมไม่ได้มีความเห็นว่า V หรือ disc อันไหนดีกว่ากันสำหรับเสือภูเขานะครับ...แต่ของหมอบผมว่ายังเถียงกันได้อีกพักใหญ่ๆ แน่ๆ ครับ
******************
เฟรมคาร์บอนออกมาเป็นสิบๆ ปีทุกวันนี้ยังมีบางคนงงๆ ว่ามันดีกว่าเฟรมโลหะหรือเปล่าอยู่เลยง่ะ
อายุงานมั่งการทนแรงกระแทกมั่งและอื่นๆ ผมว่าไม่เกินปีหน้าเราจะได้เห็นรถยนต์ทั้งคันและเครื่องบินทั้งลำที่บินได้จริง (แม้อาจจะยังเป็นต้นแบบหรือยังไม่เต็ม scale ก็ตาม) ที่สร้างจาก 3D printer ทั้งคันแล้วนะครับ วัสดุเทคโนโลยี่เป็นยี่สิบปีแล้วอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ไม่มีอะไรต้องสงสัยกันได้แล้วม้างงงง
******************
สมมตินะครับ disc brake ช่วยให้ล้อหมอบทั้งชุดเบาขึ้นได้เนื่องจากทำขอบให้บางลงได้ น้ำหนักถูกย้ายไปอยู่ใกล้ดุมบวกส่วนขอบล้อที่เบาอาจช่วยลดแรงต้านการเร่งได้ดีขึ้น ไม่มีความร้อนจากการเบรกช่วยให้ทำให้ยางเบาลงได้อีก (หนาเฉพาะหน้ายาง ขอบยางหรือส่วนสัมผัสกับขอบไม่จำเป็นต้องหนาหรือทนร้อนมากเหมือนเก่าทั้งยางในหรือยางฮาร์ฟ...เราอาจมีทางเลือกให้ปวดหัวเพิ่มขึ้น) แรงต้านการเร่งก็มีโอกาสน้อยลงได้อีก โดยรวมแล้วมีโอกาสจะช่วยให้ปั่นได้ดีขึ้นไหมอะครับ ? ผมนึกฝันเอาล้วนๆ นะครับ ส่วนประสิทธิภาพการเบรกกับความรู้สึกจากการตอบสนองของเบรก...ก็แล้วแต่บุคคลละกันเนาะครับ เช่น เบรกดีเกินก็ลดขนาดจานหรือกลับกันถ้าหยุดไม่ดีพอก็เพิ่มขนาดจานเอา ผ้าเบรกนิ่มเกินหรือไหม้เร็วก็ใช้ที่แข็งหน่อยทนร้อนมากหน่อยหรือกลับกันผ้าเบรกแข็งเกินก็ใช้ที่นิ่มหน่อย เป็นต้นครับ
******************
เฟรมคาร์บอนออกมาเป็นสิบๆ ปีทุกวันนี้ยังมีบางคนงงๆ ว่ามันดีกว่าเฟรมโลหะหรือเปล่าอยู่เลยง่ะ
******************
สมมตินะครับ disc brake ช่วยให้ล้อหมอบทั้งชุดเบาขึ้นได้เนื่องจากทำขอบให้บางลงได้ น้ำหนักถูกย้ายไปอยู่ใกล้ดุมบวกส่วนขอบล้อที่เบาอาจช่วยลดแรงต้านการเร่งได้ดีขึ้น ไม่มีความร้อนจากการเบรกช่วยให้ทำให้ยางเบาลงได้อีก (หนาเฉพาะหน้ายาง ขอบยางหรือส่วนสัมผัสกับขอบไม่จำเป็นต้องหนาหรือทนร้อนมากเหมือนเก่าทั้งยางในหรือยางฮาร์ฟ...เราอาจมีทางเลือกให้ปวดหัวเพิ่มขึ้น) แรงต้านการเร่งก็มีโอกาสน้อยลงได้อีก โดยรวมแล้วมีโอกาสจะช่วยให้ปั่นได้ดีขึ้นไหมอะครับ ? ผมนึกฝันเอาล้วนๆ นะครับ ส่วนประสิทธิภาพการเบรกกับความรู้สึกจากการตอบสนองของเบรก...ก็แล้วแต่บุคคลละกันเนาะครับ เช่น เบรกดีเกินก็ลดขนาดจานหรือกลับกันถ้าหยุดไม่ดีพอก็เพิ่มขนาดจานเอา ผ้าเบรกนิ่มเกินหรือไหม้เร็วก็ใช้ที่แข็งหน่อยทนร้อนมากหน่อยหรือกลับกันผ้าเบรกแข็งเกินก็ใช้ที่นิ่มหน่อย เป็นต้นครับ
แก้ไขล่าสุดโดย demolisher เมื่อ 25 พ.ย. 2013, 06:34, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- wannabe
- ขาประจำ
- โพสต์: 995
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 พ.ย. 2010, 21:47
- Tel: 0815542467
- Bike: ปั่นมันส์อยู่คันเดียว
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ Campagnolo หรือเปล่าครับ 
- drkija
- ขาประจำ
- โพสต์: 349
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2013, 19:09
- team: no team
- Bike: boardman , haro , chevvy
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ยังเป็นที่ถกเถียงต่อค่อนข้างแน่ เราลองมาดูข้อเปรียบเทียบดีเสีย เท่าที่ผมอ่านๆมาครับ
ที่ UCI ไม่ approve
- การเบรคที่แตกต่างกัน (ในกรณีลงแข่งกับ v ) ทำให้เกิดอันตรายแก่นักแข่งได้ เขาคงหมายถึงเบรคดีจัด หรือห่วยจัดแล้วทำให้เกิดการล้ม ใน peloton ล้มแล้วจานเบรคบาดขา ซึ่ง UCI เน้นที่สุดคือความปลอดภัยของนักแข่ง...
เพราะไม่งั้นก้อต้องให้ใช้เบรคชนิดเดียวกัน ประสิทธิภาพเดียวกันหมดทุกการแข่ง(ใครจะกล้าเปลี่ยน)
ข้อค้าน
- คนที่ค้านก็จะบอกว่าใน MTB ไม่ต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้วว่า disc กินขาด ในเรื่องการเบรค ถ้า UCI คิดแบบนั้นน่าจะอนุมัติให้นักแข่งติดไฟเบรคมากกว่า ... (คนเขียนเขาประชดฮะ)
พูดกันไปหลายที คาดว่า บริษัททั้งหลายถ้าอยากได้ คงต้องส่งแซมเปิ้ล พร้อมซองให้ใช้มั้ง (อันนี้เขาประชดเช่นกัน)
ในความเห็นผม มันดีแบบ 50-50 (จากที่ใช้ cyclocross) นะฮะ ที่มีปัญหาคือจุดรับแรงและความแข็งแรงของตะเกียบ และหางหลังที่อาจมีปัญหา ในเฟรมเก่าๆ คงต้องโมใหม่
อีกจุดคือการบำรุงรักษาที่มากกว่ามาก น้ำมันเปื้อนก้อไม่ได้ จานไม่ดี ปรับตั้งไม่ดี เป็นได้หมด เสียงดังหอน เบรคสะบัด แถมถ้าจานแบบขอบหยัก ก็อาจโดนขาเป็นแผล เวลาใส่ล้อก็ขูดเฟรม
สมดุลเสีย (จานเบรคอยู่ฝั่งเดียว)ต้องทำเฟรมและล้อแบบ asymmetry ไปอีก น้ำหนักก็มากกว่า
แต่สิ่งที่แลกมาคือ
- เบรค modulation ทุกสภาวะ (ลองนึกถึง v เบรคล้อคาร์บอนตอนฝนตกลงเขา ...)
- ลดปริมาณและความหนาและนน.ขอบล้อที่ใช้เป็นbrake track
- น้ำหนักมาอยู่กลางล้อมากกว่า (มีทั้งดีและเสีย)
- ไม่ทำลายขอบล้อ
- ล้อคดนิดๆยังวิ่งต่อได้
- ซี่ลวดขาดนิดหน่อยยังวิ่งต่อได้
ซึ่งก็คงยังเป็น technical innovation ในความเห็นของ UCI อยู่
แต่ผมว่าน้อยคนนะครับ จะมีประสบการณ์ในการขี่ road bike + disc brake
เทียบกันกะ v brake หมัดต่อหมัด
ถ้าได้ลอง อาจเปลี่ยนใจก็ได้

ที่ UCI ไม่ approve
- การเบรคที่แตกต่างกัน (ในกรณีลงแข่งกับ v ) ทำให้เกิดอันตรายแก่นักแข่งได้ เขาคงหมายถึงเบรคดีจัด หรือห่วยจัดแล้วทำให้เกิดการล้ม ใน peloton ล้มแล้วจานเบรคบาดขา ซึ่ง UCI เน้นที่สุดคือความปลอดภัยของนักแข่ง...
เพราะไม่งั้นก้อต้องให้ใช้เบรคชนิดเดียวกัน ประสิทธิภาพเดียวกันหมดทุกการแข่ง(ใครจะกล้าเปลี่ยน)
ข้อค้าน
- คนที่ค้านก็จะบอกว่าใน MTB ไม่ต้องพิสูจน์อีกต่อไปแล้วว่า disc กินขาด ในเรื่องการเบรค ถ้า UCI คิดแบบนั้นน่าจะอนุมัติให้นักแข่งติดไฟเบรคมากกว่า ... (คนเขียนเขาประชดฮะ)
พูดกันไปหลายที คาดว่า บริษัททั้งหลายถ้าอยากได้ คงต้องส่งแซมเปิ้ล พร้อมซองให้ใช้มั้ง (อันนี้เขาประชดเช่นกัน)
ในความเห็นผม มันดีแบบ 50-50 (จากที่ใช้ cyclocross) นะฮะ ที่มีปัญหาคือจุดรับแรงและความแข็งแรงของตะเกียบ และหางหลังที่อาจมีปัญหา ในเฟรมเก่าๆ คงต้องโมใหม่
อีกจุดคือการบำรุงรักษาที่มากกว่ามาก น้ำมันเปื้อนก้อไม่ได้ จานไม่ดี ปรับตั้งไม่ดี เป็นได้หมด เสียงดังหอน เบรคสะบัด แถมถ้าจานแบบขอบหยัก ก็อาจโดนขาเป็นแผล เวลาใส่ล้อก็ขูดเฟรม
สมดุลเสีย (จานเบรคอยู่ฝั่งเดียว)ต้องทำเฟรมและล้อแบบ asymmetry ไปอีก น้ำหนักก็มากกว่า
แต่สิ่งที่แลกมาคือ
- เบรค modulation ทุกสภาวะ (ลองนึกถึง v เบรคล้อคาร์บอนตอนฝนตกลงเขา ...)
- ลดปริมาณและความหนาและนน.ขอบล้อที่ใช้เป็นbrake track
- น้ำหนักมาอยู่กลางล้อมากกว่า (มีทั้งดีและเสีย)
- ไม่ทำลายขอบล้อ
- ล้อคดนิดๆยังวิ่งต่อได้
- ซี่ลวดขาดนิดหน่อยยังวิ่งต่อได้
ซึ่งก็คงยังเป็น technical innovation ในความเห็นของ UCI อยู่
แต่ผมว่าน้อยคนนะครับ จะมีประสบการณ์ในการขี่ road bike + disc brake
เทียบกันกะ v brake หมัดต่อหมัด
ถ้าได้ลอง อาจเปลี่ยนใจก็ได้
cyclocross - boardman - haro - trek - chevvy
ชุมชนคนขี่จักรยานพัทยา หน้าตาดีบนเฟสบุค แจมกันได้ครับ
ชุมชนคนขี่จักรยานพัทยา หน้าตาดีบนเฟสบุค แจมกันได้ครับ
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ผมว่า cyclocross ถ้าเอาไปลุยน้ำลุยฝุ่นลุยโคลนก็คงหนี disc ลำบากเนอะครับ ซึ่งทำให้ผมงงว่าการแข่งขัน cyclocross เขาไม่ปั่นตามกันเป็นฝูงหรือเขาไม่ล้มกันเลยหรอ หรือล้มแล้วไม่มีโอกาสจานเบรกไปบาดนักปั่นอะ ? ถ้ามีเหมือนๆ กันนั่นแหละ...แล้วอย่างงี้...เรื่องอุบัติเหตุเป็นประเด็นของ UCI จริงๆ หรือเป็นเรื่อง "ข่าว" ที่เต้า+เดากันไปเองกันแน่นะ ? ส่วนเรื่องสมดุลล้อเสียไป...ปรกติล้อหน้า disc brake ของภูเขาก็ตรงๆ ซี่ลวดยาวเท่ากันนี่นาและล้อหลังแม้ของหมอบปรกติก็เยื้องศูนย์อยู่แล้วนี่เนาะ...น่าจะไม่ต้องกังวลเรื่องสมดุลของล้อจาก disc brake ก็น่าจะได้กระมังครับ ผมว่าหางหลังของเฟรมต่างหากที่ต้องย้ายจุดรับแรงไปจนอาจต้องใช้เฟรมเฉพาะอย่างที่ว่าอะครับ
เรื่่องน้ำมันเปื้อน การบำรุงรักษา เสียง และเทือกๆ นี้ disc brake น่าจะเหนือกว่านะครับ นอกนั้นผมยังนึกไม่ออก แล้วก็อาจจะกลายเป็นว่าอย่างวันนี้เสือภูเขาใหม่รุ่นราคาสูงหน่อยก็ไม่ต้องคิดไม่ต้องเลือกว่าจะเอาหรือไม่เอาแล้ว-เลือกได้แค่ว่าจะเอา disc brake รุ่นไหนระดับราคาเท่าไหร่แค่นั้น เสือหมอบคงอีกซักปีหนึ่งมั้งถ้าผู้ผลิตเจ้าใหญ่ร่วมมือกันจริงๆ (โดยอาจไม่จำเป็นต้องรอให้การแข่งขันพากันใช้) จึงจะมีหนาตาขึ้น
เรื่่องน้ำมันเปื้อน การบำรุงรักษา เสียง และเทือกๆ นี้ disc brake น่าจะเหนือกว่านะครับ นอกนั้นผมยังนึกไม่ออก แล้วก็อาจจะกลายเป็นว่าอย่างวันนี้เสือภูเขาใหม่รุ่นราคาสูงหน่อยก็ไม่ต้องคิดไม่ต้องเลือกว่าจะเอาหรือไม่เอาแล้ว-เลือกได้แค่ว่าจะเอา disc brake รุ่นไหนระดับราคาเท่าไหร่แค่นั้น เสือหมอบคงอีกซักปีหนึ่งมั้งถ้าผู้ผลิตเจ้าใหญ่ร่วมมือกันจริงๆ (โดยอาจไม่จำเป็นต้องรอให้การแข่งขันพากันใช้) จึงจะมีหนาตาขึ้น
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
คุณน้อง drkija ใช้เสือหมอบเบรคดิสก์มาพอสมควรแล้ว ก็เลยให้ความเห็นจากการใช้งานได้ดีครับ ซึ่งสิ่งที่บรรยายออกมาแล้วทั้งหมดนั้นผมเห็นด้วยทั้งสิ้น
คุณ demolisher ก็ให้ความเห็นในอีกแง่มุมที่น่าสนใจเช่นกัน
ผมมีความเห็นจากมุมมองของคนขี่จักรยาน ที่เริ่มต้นมาในยุคที่วิเบรคกำลังรุ่งเรือง และดิสเบรคยังเป็นแค่เด็กแรกคลาน ผ่านกาลเวลามาจนดิสเบรคกลายเป็นนักวิ่งโอลิมปิค ส่วนวีเบรคกลายเป็นคนแก่ถือไม้เท้าค่อยๆเดิน
ในเชิงกลศาสตร์สำหรับดิสก์เบรคนั้น มันเป็นการเบรคในลักษณะไม่สมมาตร เพราะดิสก์อยู่ทางด้านซ้ายของดุมล้อ ผิดกับริมเบรคที่ออกแรงกระทำกับเซนเตอร์ของชุดล้อ การที่เบรคไม่สมมาตรนี้เคยสร้างปัญหากับเสือภูเขาบางยี่ห้อมาแล้ว
ในอดีตในสมัยที่เสือภูเขาเริ่มพัฒนามาเป็นดิสก์เบรคนั้น ชอคหน้าของRockShox เป็นชอคที่แกนเล็ก บูชชิ่งสั้นและเปราะ หลังจากคบกับดิสเบรคได้ไม่นาน ก็เกิดปัญหาบูชชิ่งของขาชอคด้านซ้ายหลวมคลอน นำไปเคลมใหม่ เปลี่ยนบูชชิ่งได้ไม่นาน ก็เจอปัญหาเดิมๆอีก ผิดกับวีเบรคที่ใช้งานกันไปนาน บูชชิ่งของชอคคลอนพร้อมๆกัน 2 ข้าง แม้แต่ชอคหน้าถึกๆอึดๆอย่าง Fox เองในยุคต้นๆ ก็มีปัญหาเรื่องบูชชิ่งด้านซ้ายให้สัมผัสได้ว่ามันคลอนมากกว่าด้านขวา เพียงแต่ไม่ถึงกับโยกเหมือนกับRockShoxในสมัยนั้น
ยังไม่นับMTBเฟรมคาร์บอนยี่ห้อหนึ่ง มีปัญหาเรื่อง"การแตก"ของรอยต่อระหว่างตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่เป็นคาร์บอนกับรอยบรรจบของตะเกียบโซ่-ตะเกียบอานที่เป็นอลูมิเนียมและเป็นส่วนที่ยึดcaliperของชุดดิสเบรค แม้ทางผู้ผลิตจะ"อ้าง"ว่า ความร้อนจากการเบรค แผ่ไปทำอันตรายให้กับเนื้อคาร์บอนและกาวประสานในบริเวณดังกล่าว ซึ่งก็คงจะทำให้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐานเหล่านี้"หลง"เชื่อได้บ้าง แต่ถ้าซื่อสัตย์กันจริงๆ ก็ควรยอมรับเถอะว่ามันเป็นความผิดพลาดของการออกแบบที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องแรงบิดแบบไม่สมมาตร ที่เกิดอย่างซ้ำๆซากๆ จากการใช้เบรค จนสุดท้ายถึงจุดวิกฤติจนวัสดุเกิดการแยกตัว
สิ่งที่ต้องคิดสำหรับดิสก์เบรคอีกเรื่องหนึ่งก็คือ หากมาดูกันที่กายวิภาคของดุมล้อที่ติดตั้งดิสเบรค กับดุมล้อแบบธรรมดาที่ใช้กับริมเบรค เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ระยะห่างระหว่างปีกดุมทั้ง 2 ข้าง จะแตกต่างกัน เพราะจะต้องเหลือที่ด้านซ้ายของดุมสำหรับติดตั้งใบดิสก์ และต้องคิดถึงระยะห่างระหว่างใบดิสก์กับตะเกียบโซ่-อานด้านซ้ายอีก
ปัญหานี้ในเสือภูเขาอาจจะไม่รุนแรงนัก เพราะดุมหลังของเสือภูเขากว้าง 135 mm ในขณะที่เสือหมอบเพียงแค่ 130mm ระยะห่างจากจุดกึ่งกลางต่างกัน 2.5mm องศาของซี่ลวดด้านซ้ายก็แตกต่างกันมากพอสมควรแล้ว ยิ่งถ้าเปลี่ยนดุม 130mm ให้ใช้กับดิสก์เบรค องศาของซี่ลวดด้านซ้ายก็ย่อมจะต้องชันขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะชดเชยด้วยการใช้ปีกดุมที่สูงขึ้น แต่โดยรวมแล้วก็ใช่ว่าจะคงองศาของมุมซี่ลวดได้เหมือนเดิม จริงอยู่ ถึงแม้ว่าเสือหมอบจะไม่ได้ลุยโหดเหมือนกับเสือภูเขา แต่สิ่งที่ต้องรับมือด้วยตลอดเวลาก็คือ torsion ที่เกิดขึ้นระหว่างขอบล้อกับดุมล้อ โดยมีซี่ล้อเป็นตัวถูกกระทำ ซี่ลวดที่ยาวกว่า เน้นซี่ที่น้อยกว่าเพื่อลดน้ำหนัก บางทีก็อาจจะเป็นการบ้านขนาดใหญ่ให้กับผู้ผลิตพอสมควร
ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน SRAM จะสามารถผลิต Hydraulic disc brake ที่มีน้ำหนักโดยรวมของระบบได้ไม่แตกต่างจากการใช้ริมเบรคทั้งระบบเท่าไหร่นัก ( แต่น้ำหนักของชุดล้อ การเลือกวัสดุสำหรับซี่ล้อเพื่อแก้ไขเรื่องแรงดึงในซี่ล้อที่ต้องเอามาชดเชยมุมซี่ล้อที่ชันขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของปัญหา ) แต่สิ่งใดก็ตามที่เป็นนวัตกรรมย่อมจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อด้อยอยู่ด้วยกัน ย่อมมีทั้งประโยชน์และปัญหาควบคู่กันไปเสมอๆ เวลาจะเป็นข้อพิสูจน์ต่อไป
สำหรับเสือภูเขา มันคงจะเชยมาก ถ้าหากจะมาถกเถียงกันเรื่องข้อดีข้อเสียของดิสเบรค เทียบกับวีเบรค
แต่ผมก็ยังคงใช้วีเบรคอย่างไม่เปลี่ยนใจ แม้แต่ทางเขาร่วนๆ ดินมันปูที่เปียกฝน และท่ามกลางสายฝน ผมก็เคยเลี้ยงรถลงมาแล้ว ( ด้วยใจระทึก
)
แม้แต่ลงเขา ลงทางชัน ผมเองก็สามารถใช้วีเบรคในการชะลอความเร็วลงมาได้อย่างปลอดภัย
ทั้งหมดขึ้นกับทักษะของแต่ละคน ความสุขในการเลือกที่จะใช้ ความสบายใจที่ได้ใช้ และทุนทรัพย์ในการจับจ่าย
ใครจะไปรู้ UCI อาจจะยอมให้ดิสเบรคหลุดเข้ามาในโปรทัวร์ก็ได้ โดยอาจจะ"กำหนด"ให้ต้องมึ"ครอบ" หรือ "การ์ด" สำหรับป้องกันอันตรายจากใบดิสก์ที่จะบาดเนื้อนักแข่งในขณะที่"ล้มหมู่" ก็ได้ ใครจะไปรู้ ตรงนั้น นน.ส่วนเกินของรถก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก โปรอาจจะใช้เพราะสปอนเซอร์ให้มา แต่พวกบ้าโปรและบ้าเบา อาจจะหงุดหงิดก็ได้ ใครจะไปทราบได้
คุณ demolisher ก็ให้ความเห็นในอีกแง่มุมที่น่าสนใจเช่นกัน
ผมมีความเห็นจากมุมมองของคนขี่จักรยาน ที่เริ่มต้นมาในยุคที่วิเบรคกำลังรุ่งเรือง และดิสเบรคยังเป็นแค่เด็กแรกคลาน ผ่านกาลเวลามาจนดิสเบรคกลายเป็นนักวิ่งโอลิมปิค ส่วนวีเบรคกลายเป็นคนแก่ถือไม้เท้าค่อยๆเดิน
ในเชิงกลศาสตร์สำหรับดิสก์เบรคนั้น มันเป็นการเบรคในลักษณะไม่สมมาตร เพราะดิสก์อยู่ทางด้านซ้ายของดุมล้อ ผิดกับริมเบรคที่ออกแรงกระทำกับเซนเตอร์ของชุดล้อ การที่เบรคไม่สมมาตรนี้เคยสร้างปัญหากับเสือภูเขาบางยี่ห้อมาแล้ว
ในอดีตในสมัยที่เสือภูเขาเริ่มพัฒนามาเป็นดิสก์เบรคนั้น ชอคหน้าของRockShox เป็นชอคที่แกนเล็ก บูชชิ่งสั้นและเปราะ หลังจากคบกับดิสเบรคได้ไม่นาน ก็เกิดปัญหาบูชชิ่งของขาชอคด้านซ้ายหลวมคลอน นำไปเคลมใหม่ เปลี่ยนบูชชิ่งได้ไม่นาน ก็เจอปัญหาเดิมๆอีก ผิดกับวีเบรคที่ใช้งานกันไปนาน บูชชิ่งของชอคคลอนพร้อมๆกัน 2 ข้าง แม้แต่ชอคหน้าถึกๆอึดๆอย่าง Fox เองในยุคต้นๆ ก็มีปัญหาเรื่องบูชชิ่งด้านซ้ายให้สัมผัสได้ว่ามันคลอนมากกว่าด้านขวา เพียงแต่ไม่ถึงกับโยกเหมือนกับRockShoxในสมัยนั้น
ยังไม่นับMTBเฟรมคาร์บอนยี่ห้อหนึ่ง มีปัญหาเรื่อง"การแตก"ของรอยต่อระหว่างตะเกียบโซ่ด้านซ้ายที่เป็นคาร์บอนกับรอยบรรจบของตะเกียบโซ่-ตะเกียบอานที่เป็นอลูมิเนียมและเป็นส่วนที่ยึดcaliperของชุดดิสเบรค แม้ทางผู้ผลิตจะ"อ้าง"ว่า ความร้อนจากการเบรค แผ่ไปทำอันตรายให้กับเนื้อคาร์บอนและกาวประสานในบริเวณดังกล่าว ซึ่งก็คงจะทำให้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องพื้นฐานเหล่านี้"หลง"เชื่อได้บ้าง แต่ถ้าซื่อสัตย์กันจริงๆ ก็ควรยอมรับเถอะว่ามันเป็นความผิดพลาดของการออกแบบที่ไม่ได้คิดถึงเรื่องแรงบิดแบบไม่สมมาตร ที่เกิดอย่างซ้ำๆซากๆ จากการใช้เบรค จนสุดท้ายถึงจุดวิกฤติจนวัสดุเกิดการแยกตัว
สิ่งที่ต้องคิดสำหรับดิสก์เบรคอีกเรื่องหนึ่งก็คือ หากมาดูกันที่กายวิภาคของดุมล้อที่ติดตั้งดิสเบรค กับดุมล้อแบบธรรมดาที่ใช้กับริมเบรค เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ระยะห่างระหว่างปีกดุมทั้ง 2 ข้าง จะแตกต่างกัน เพราะจะต้องเหลือที่ด้านซ้ายของดุมสำหรับติดตั้งใบดิสก์ และต้องคิดถึงระยะห่างระหว่างใบดิสก์กับตะเกียบโซ่-อานด้านซ้ายอีก
ปัญหานี้ในเสือภูเขาอาจจะไม่รุนแรงนัก เพราะดุมหลังของเสือภูเขากว้าง 135 mm ในขณะที่เสือหมอบเพียงแค่ 130mm ระยะห่างจากจุดกึ่งกลางต่างกัน 2.5mm องศาของซี่ลวดด้านซ้ายก็แตกต่างกันมากพอสมควรแล้ว ยิ่งถ้าเปลี่ยนดุม 130mm ให้ใช้กับดิสก์เบรค องศาของซี่ลวดด้านซ้ายก็ย่อมจะต้องชันขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะชดเชยด้วยการใช้ปีกดุมที่สูงขึ้น แต่โดยรวมแล้วก็ใช่ว่าจะคงองศาของมุมซี่ลวดได้เหมือนเดิม จริงอยู่ ถึงแม้ว่าเสือหมอบจะไม่ได้ลุยโหดเหมือนกับเสือภูเขา แต่สิ่งที่ต้องรับมือด้วยตลอดเวลาก็คือ torsion ที่เกิดขึ้นระหว่างขอบล้อกับดุมล้อ โดยมีซี่ล้อเป็นตัวถูกกระทำ ซี่ลวดที่ยาวกว่า เน้นซี่ที่น้อยกว่าเพื่อลดน้ำหนัก บางทีก็อาจจะเป็นการบ้านขนาดใหญ่ให้กับผู้ผลิตพอสมควร
ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน SRAM จะสามารถผลิต Hydraulic disc brake ที่มีน้ำหนักโดยรวมของระบบได้ไม่แตกต่างจากการใช้ริมเบรคทั้งระบบเท่าไหร่นัก ( แต่น้ำหนักของชุดล้อ การเลือกวัสดุสำหรับซี่ล้อเพื่อแก้ไขเรื่องแรงดึงในซี่ล้อที่ต้องเอามาชดเชยมุมซี่ล้อที่ชันขึ้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของปัญหา ) แต่สิ่งใดก็ตามที่เป็นนวัตกรรมย่อมจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อด้อยอยู่ด้วยกัน ย่อมมีทั้งประโยชน์และปัญหาควบคู่กันไปเสมอๆ เวลาจะเป็นข้อพิสูจน์ต่อไป
สำหรับเสือภูเขา มันคงจะเชยมาก ถ้าหากจะมาถกเถียงกันเรื่องข้อดีข้อเสียของดิสเบรค เทียบกับวีเบรค
แต่ผมก็ยังคงใช้วีเบรคอย่างไม่เปลี่ยนใจ แม้แต่ทางเขาร่วนๆ ดินมันปูที่เปียกฝน และท่ามกลางสายฝน ผมก็เคยเลี้ยงรถลงมาแล้ว ( ด้วยใจระทึก
แม้แต่ลงเขา ลงทางชัน ผมเองก็สามารถใช้วีเบรคในการชะลอความเร็วลงมาได้อย่างปลอดภัย
ทั้งหมดขึ้นกับทักษะของแต่ละคน ความสุขในการเลือกที่จะใช้ ความสบายใจที่ได้ใช้ และทุนทรัพย์ในการจับจ่าย
ใครจะไปรู้ UCI อาจจะยอมให้ดิสเบรคหลุดเข้ามาในโปรทัวร์ก็ได้ โดยอาจจะ"กำหนด"ให้ต้องมึ"ครอบ" หรือ "การ์ด" สำหรับป้องกันอันตรายจากใบดิสก์ที่จะบาดเนื้อนักแข่งในขณะที่"ล้มหมู่" ก็ได้ ใครจะไปรู้ ตรงนั้น นน.ส่วนเกินของรถก็จะเพิ่มขึ้นมาอีก โปรอาจจะใช้เพราะสปอนเซอร์ให้มา แต่พวกบ้าโปรและบ้าเบา อาจจะหงุดหงิดก็ได้ ใครจะไปทราบได้
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- Machonut
- ขาประจำ
- โพสต์: 1772
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2012, 03:31
- Tel: 0845355858
- team: Bike Thailand & Novice Bkk
- Bike: Phaesant ,Radac ,Ecciti
- ตำแหน่ง: เสนานิคม1
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
จัดดิสก์คู่ แก้ปัญหาความไม่สมดุล
TS57.3 CS35± AV28 LT240
- Titti
- ขาประจำ
- โพสต์: 317
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2011, 19:08
- Tel: 0816596564
- Bike: Canyon
- ติดต่อ:
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ความคิดผม Disc ให้กำลังเบรคที่ดีมาก แต่การหยุดรถนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงที่ทำให้ล้อหยุดแต่เพียงอย่างเดียว ผิวล้อที่สัมผัสกับถนนนั้นจำเป็นต้องมี Friction อยู่มากเช่นกัน หากว่าเบรคดีมากๆกดปุ็บปั้บ แต่ล้อมันยังไถลไปกับพื้นถนน โดยเฉพาะหน้ายางเสือหมอบนั้นเล็กนิดเดียว ลองจินตนาการว่าหลังจากเบรคแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ผมเคยเห็นเสือหมอบเบรคกระทันหันแต่รถนี่ไถลไปไกลกลิ้งไม่เป็นท่า ซึ่งบา
งครั้งการที่หยุดรถได้เร็วๆก็ไม่เป็นผลดีต่อคนขับนะ รถยนต์ก็เช่นกันการที่รถแรงต้องเปลี่ยนหน้ายางที่ใหญ่ขึ้น นอกจากจะช่วยยึดเกาะถนนแล้วยังช่วยให้การเบรคแรงๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก
งครั้งการที่หยุดรถได้เร็วๆก็ไม่เป็นผลดีต่อคนขับนะ รถยนต์ก็เช่นกันการที่รถแรงต้องเปลี่ยนหน้ายางที่ใหญ่ขึ้น นอกจากจะช่วยยึดเกาะถนนแล้วยังช่วยให้การเบรคแรงๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ขอบคุณครับพี่ lucifer เรื่องสมมาตรข้างต้นน่าจะแบ่งเป็นกรณีหนึ่งระหว่าง "สมมาตร" VS "ไม่สมมาตร" กับอีกกรณีหนึ่งระหว่างไม่สมมาตร "ขนาดหนึ่ง" VS "อีกขนาดหนึ่ง" อะครับ ตอนนี้ล้อหน้าขึ้นซี่สมมาตรอยู่แล้วเนาะไม่ว่าจะ disc หรือไม่ ส่วนล้อหลังก็ "ไม่สมมาตร" อยู่แล้วแม้จะไม่ใช่ disc เนอะครับ...จะเยื้องเบี้ยวมากหรือจะน้อยกว่านี้ผู้ผลิตล้อก็คงต้องคิดสร้างไปพร้อมๆ กับจะผลิตล้อสำหรับ disc brake อยู่แล้วใช่ป่าวอะครับ เป็นอันว่าล้อก้ามปูเดิมๆ คงลืมไปได้เลยที่จะเอามาใส่จาน disc ในภายหลัง อีกอย่าง cyclocross ที่ใช้ disc brake ก็เป็นล้อแบบไม่สมมาตรแบบเดียวกับหมอบธรรมดาใช่ป่าวอะครับ ขนาดดุมก็น่าจะกว้างเหมือนหมอบทั่วไปเนาะ ถ้าความกว้างและขนาดของความไม่สมมาตรเป็นข้อจำกัด...ก็น่าจะคล้ายๆ กับของหมอบทั่วไปซึ่งทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ก็น่าจะได้เริ่มเรียนรู้กันไปบ้างแล้วหรือเปล่าอะครับ
ผมไม่ได้ชื่นชอบ disc เป็นพิเศษเลยนะครับ เฉยๆ ...ประมาณขี้งก...ยิ่งถ้าของไหนเทียบแล้วไม่ต่างกันมาก...มีอะไรอยู่ผมมักก็ใช้ไปอย่างนั้นแหละฮ่ะ แหะๆ
แค่ชอบสนใจของพวกนี้เอ๊งงงง...ยังไม่ต้องเสียเงินก็หยวนน่ะ

ผมไม่ได้ชื่นชอบ disc เป็นพิเศษเลยนะครับ เฉยๆ ...ประมาณขี้งก...ยิ่งถ้าของไหนเทียบแล้วไม่ต่างกันมาก...มีอะไรอยู่ผมมักก็ใช้ไปอย่างนั้นแหละฮ่ะ แหะๆ
แก้ไขล่าสุดโดย demolisher เมื่อ 24 พ.ย. 2013, 15:12, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
Titti เขียน:ความคิดผม Disc ให้กำลังเบรคที่ดีมาก แต่การหยุดรถนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแรงที่ทำให้ล้อหยุดแต่เพียงอย่างเดียว ผิวล้อที่สัมผัสกับถนนนั้นจำเป็นต้องมี Friction อยู่มากเช่นกัน หากว่าเบรคดีมากๆกดปุ็บปั้บ แต่ล้อมันยังไถลไปกับพื้นถนน โดยเฉพาะหน้ายางเสือหมอบนั้นเล็กนิดเดียว ลองจินตนาการว่าหลังจากเบรคแล้วอะไรจะเกิดขึ้น ผมเคยเห็นเสือหมอบเบรคกระทันหันแต่รถนี่ไถลไปไกลกลิ้งไม่เป็นท่า ซึ่งบา
งครั้งการที่หยุดรถได้เร็วๆก็ไม่เป็นผลดีต่อคนขับนะ รถยนต์ก็เช่นกันการที่รถแรงต้องเปลี่ยนหน้ายางที่ใหญ่ขึ้น นอกจากจะช่วยยึดเกาะถนนแล้วยังช่วยให้การเบรคแรงๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก
Disc brake ดีเกินก็ลดขนาดจานเบรกลงสิครับ
ใส่เบรกดีๆ แล้วต้องใส่ยางใหญ่ก็กินแรงรถเปลืองน้ำมันแถมแพงเปล่าๆ งิ แล้วทีนี้เงื่อนไขไหนที่เราจะต้องใส่หรือใช้เบรกที่มีแรงเยอะๆ อะครับ ?
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
ดุมหลังของ Cyclocross ที่ใช้ริมเบรค เท่าที่จำได้จะเท่าๆกับเสือหมอบ คือ 130mm เพราะมันใช้ชุดเกียร์ร่วมกับเสือหมอบ รวมถึงจานหน้าด้วย ทำให้ระยะchainline ของเขาเท่ากัน ถ้าไปใช้กับ 135mm ระยะchainline มันผิดไป ทำให้จานหน้าเดิมและสับจานหน้าเดิมซึ่งเป็นของเสือหมอบจะต้องได้รับการปรับแต่งอีกพอสมควร เพราะมันจะทำงานได้ไม่ดีเหมือนกับดุมหลัง130mm
แค่พอมันกลายเป็น disc brake cyclocross ก็มีบางค่ายที่ใช้ดุมหลังกว้าง 135mm เหมือนกันนะครับ ลองอ่านดูที่ http://www.bikerumor.com/2012/11/28/tec ... -shifting/ ตัวมันเล็กจัด อ่านผ่าน iPad แล้ว สว.เกิดอาการหงุดหงิด ฮ่า ฮ่า
เขาก็แสดงให้เห็นปัญหาเรื่องของระยะ chainline ที่เปลี่ยนไปเมื่อใช้ดุมหลังที่กว้างขึ้น ปัญหาเรื่องการshifting ก็จะตามมา
ดูแล้วมีความเป็นไปได้ว่า ถ้าเสือหมอบดิสค์เบรคเป็นที่นิยม และUCI ยอมapprove บางทีมาตรฐานล้อหลังกว้าง 135mm ก็อาจจะถือกำเนิดขึ้นมาก็ได้นะครับ ซึ่งหมายความว่าต้องมีการออกแบบจานหน้าใหม่ให้เหมาะสมกับค่า chainline ที่กว้างขึ้นอีก 2.5mm รวมถึงสับจานที่่ต้องสอดคล้องกันด้วย
แค่พอมันกลายเป็น disc brake cyclocross ก็มีบางค่ายที่ใช้ดุมหลังกว้าง 135mm เหมือนกันนะครับ ลองอ่านดูที่ http://www.bikerumor.com/2012/11/28/tec ... -shifting/ ตัวมันเล็กจัด อ่านผ่าน iPad แล้ว สว.เกิดอาการหงุดหงิด ฮ่า ฮ่า
เขาก็แสดงให้เห็นปัญหาเรื่องของระยะ chainline ที่เปลี่ยนไปเมื่อใช้ดุมหลังที่กว้างขึ้น ปัญหาเรื่องการshifting ก็จะตามมา
ดูแล้วมีความเป็นไปได้ว่า ถ้าเสือหมอบดิสค์เบรคเป็นที่นิยม และUCI ยอมapprove บางทีมาตรฐานล้อหลังกว้าง 135mm ก็อาจจะถือกำเนิดขึ้นมาก็ได้นะครับ ซึ่งหมายความว่าต้องมีการออกแบบจานหน้าใหม่ให้เหมาะสมกับค่า chainline ที่กว้างขึ้นอีก 2.5mm รวมถึงสับจานที่่ต้องสอดคล้องกันด้วย
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 24 พ.ย. 2013, 15:35, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- demolisher
- ขาประจำ
- โพสต์: 6654
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2009, 14:38
- Bike: Cannondale, Trek, Gary Fisher
Re: Disc Brake กับเสือหมอบ ตอนนี้เหมาะสมแล้วหรือยังครับ
lucifer เขียน:ดุมหลังของ Cyclocross เท่าที่จำได้จะเท่าๆกับเสือหมอบ คือ 130mm เพราะมันใช้ชุดเกียร์ร่วมกับเสือหมอบ รวมถึงจานหน้าด้วย ทำให้ระยะchainline ของเขาเท่ากัน ถ้าไปใช้กับ 135mm ระยะchainline มันผิดไป ทำให้จานหน้าเดิมและสับจานหน้าเดิมซึ่งเป็นของเสือหมอบจะต้องได้รับการปรับแต่งอีกพอสมควร เพราะมันจะทำงานได้ไม่ดีเหมือนกับดุมหลัง130mm
เรื่องดุมหลัง 130mm กับ 135mm ในdisc brake cyclocross ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงกันพอสมควรในเวปบอร์ดต่างประเทศนะครับ กำลังจะค้นดูหน่อยว่าโลกไหลไปถึงไหนแล้ว Netของที่ผมใช้อยู่ เกิดอาการ"ทุย"ขึ้นมาซะงั้นแหละ ต่อออกตปท.ไม่ได้ ต่อได้ก็ช้ามาก ในประเทศเองspeed test ก็เหลือ 1mb เท่านั้นแหละ อะไรมันจะทุยได้ขนาดนั้น
_