ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ผมได้ตัดสินใจซื้อจักรยานคันแรกของครอบครัวแต่ผมปั่นได้คนเดียว สาเหตุมาจากเจ็บเข่าแต่อยากออกกำลังกาย แล้วเล็งเห็นว่าจักรยานน่าจะเป็นทางออกที่ดี ปกติตอนเช้าต้องขี่มอไซค์ออกจากบ้านเพื่อซื้ออาหารเช้ามาให้สมาชิกในครอบครัวทานกันเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว คิดแค่ว่าถ้าได้จักรยานซักคันมาปั่นไปซื้อแทนขี่มอไซค์ คงจะดี ได้ออกกำลังกายด้วย ครั้นจะซื้อจักรยานแม่บ้านก็กระไรอยู่ จึงคิดว่าไอ้จักรยานที่เค้าเรียกกันว่าเสือภูเขาน่าจะเป็นทางออกสำหรับไลฟ์สไตล์บ้านนอกอย่างเรา
จึงเริ่มหาร้านขายจักรยานใกล้ๆ บ้าน หรือ ในอำเภอเดียวกัน ... (มีเวลาหาร้านแต่ลืมศึกษาข้อมูลพื้นฐาน)...จนกระทั่งเจอ คันนี้ ราคาอยู่ในงบที่ตั้งไว้ (จริๆ เกินงบนิดหน่อย) ไปดูแล้วชอบ ตอนนั้นไม่รู้หรอกครับ ว่าจักรยานมีกี่ยี่ห้อ เฟรมไซส์อะไร รู้แค่ว่าคันนี้ ล้อ 29 นิ้ว มี 24 เกียร ดิสน้ำมัน แถมกระติกน้ำ แถมไฟท้าย แค่นี้จริงๆ แต่เห็นแล้วชอบ และหลังจากขึ้นคร่อมแล้วคิดว่าน่าจะพอดีกับตัวเรา...จึงจ่ายตังยกขึ้นกระบะเอากลับมาที่บ้าน
ได้ลองปั่นดูครั้งแรกสนุกดีปั่นแถวบ้าน ไปกลับก้อ ไม่น่าจะเกิน 8 กิโล แต่ทำไม มันเมื่อยๆ ปวดไหล่ ชามือ ปวดก้นกบ ถามเพื่อนที่ปั่นอยู่ เพื่อนถามกลับว่า ฟิตติ้งรึยัง งงซิครับ ไรว๊ะฟิตติ้ง (ยังไม่ยอมหาความรู้จากในอินเตอร์เนทอีก) เพื่อนก้อดีครับพยายามอธิบาย เราก้อปรับได้อย่างเดียวคือความสูงเบาะ เพราะไม่มีชุดเครื่องมืออื่นใดเลย แล้วสองอาทิตย์ต่อมาเหมือนพระเจ้ามาโปรด มีรุ่นพี่มาเยี่ยมที่บ้านแถมแกดันพก JAVA สีเหลืองอ๋อยไว้ท้ายรถด้วย ก้อเล่าให้แกฟัง คืนนั้นคุยกันเรื่องจักรยานจนเกือบตีหนึ่งพร้อมทั้งช่วยปรับนู่นนี่นั่นให้เท่าที่ปรับได้ วันรุ่งขึ้นเป็นครั้งแรกที่ปั่น 40 กิโลโดยมีแกคอยเป็นพี่เลี้ยงตลอดทาง แต่เฮ้ยอาการที่เคยปวดเมื่อยแม้ปั่นแค่เพียง 5 นาที ได้หายไป... อ้อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง ฟิตติ้ง...
หลังจากนั้นแกก้อแนะนำอีกนิดหน่อย ผมก้อเลยถึงบางอ้อว่า จักรยานมันเป็นศาสตร์ชนิดนึง ความรู้น่าจะมีบานตะไท ในโลกอินเตอร์เนท... จริงดังคาด แค่ ThaiMTB ก้ออ่านไม่หมดแล้วครับ เริ่มอ่านจากปัญหาที่เราเจอจริงๆ ตอนปั่น เช่นทำไมเกียร์ไม่ลงสุด, จาน3-4 มันชอบกระโดด ปรับนู่นนี่นั่นเอง จากความรู้ใน ThaiMTB นี่แหละครับ ทำให้ทำได้เองโดยไม่ต้องหาช่าง (ขอบคุณผู้ตั้งคำถาม และอาจารย์ผู้ไขปัญหาทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ) ปล. ผมยังไม่เจอปัญหาแบบแอดวานส์น๊ะครับ
นอกจากนั้นผมก็เริ่มมีอุปกรณ์ประกอบการปั่นมากขึ้น นอกจากไฟท้ายกับกระติกน้ำที่แถมมาแล้ว ไฟหน้า กระเป๋าคาดเฟรม แว่นเซฟตี้ หมวก กางเกง ผ้าบัฟ ถุงมือ เสื้อ สูบ ชุดปะ น้ำยาหยอดโซ่ ขาตั้งข้าง ชุดเครื่องมือ และปลอกแฮนด์อันใหม่ แค่นี้ก็ตอบวัตถุประสงค์เราได้แล้วครับ
ไมล์ผมยังไม่มีครับ อาศัยแอพของแอนดรอยไปก่อน กระเป๋าคาดเฟรม ก็เพื่อการนี้แหละครับ
ผมคิดว่าผมตกหลุมรักในกิจกรรมนี้ซ๊ะแล้ว ตอนนี้พยายามฝึกเพื่อให้ปั่นได้ไกลขึ้น นานขึ้น จะได้เปิดหูเปิดตาเรามากขึ้น ในเส้นทางใหม่ๆ เพื่อนๆ ที่หาดใหญ่ ใครเจอผมปั่นกวักมือเรียกได้เลยครับ...
สุดท้ายนี้ผมคิดได้ว่าถ้าผมได้อ่านเรื่องราวต่างๆในเวปนี้ก่อนซื้อจะดีมาก เพราะเราจะได้รถที่โดนเราจริงๆ สำหรับผมผมยังไม่คิดว่าผิดไซส์ มันโอเคสำหรับเราแล้ว ตอนนี้ก้อยังคงอ่านเทคนิคต่างๆ อยู่ ส่วนเรื่องอุปกรณ์หรืออัพเกรดรถคงดูแค่เป็นความรู้ก่อนครับ ตรงไหนที่เป็นปัญหาตอนปั่นก้อค่อยว่ากัน ที่สำคัญ เพื่อนบ้านหลายๆคน ที่เห็นผมปั่นเริ่มสนใจที่จะปั่นบ้างแล้ว และผมก็บอกเพื่อนๆที่สนใจจะซื้อจักรยานให้เข้ามาอ่านเรื่องราวต่างๆในเวปก่อน เพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจ
นักปั่นรุ่นพี่ มีอะไรจะแนะนำน้องใหม่แบบผมเชิญได้เลยน๊ะครับ
นี่แหละครับรถผม และเรื่องราวของความไม่รู้เรื่องจักรยาน ตอนซื้อรถ

Model: XDS MX530-24 29er, เฟรม 16"
ผมสูง 178 inseam ประมาณ 80