
บ้านนี้เมืองนี้หนอ....
คนที่ใช้ ไม่ได้ทำ
คนที่ทำ ไม่ได้ใช้
ก่อนทำ ก็ไม่ถาม
ถามไปแล้ว ก็ไม่ทำ

ใครที่จะเป็นคนได้ใช้รางนี้
จักรยานแม่บ้านจ่ายกับข้าวมาเยอะแยะ ของหนัก แค่ยกให้ล้อเข้าร่องที่ขั้นแรกก็ยังไม่ไหว ตะกร้าชนราวบันไดเผลอๆ ได้เทกระจาดอีก เจอบันไดชันอีก ขาลงคงหัวทิ่มทั้งรถทั้งคน ...คงไม่ได้ใช้
จักรยานขายล็อตเตอรี่ที่มีแผงไม้ขายล็อตเตอรี่ก็คงเกะกะ โขกไปมากับราวบันได เผลอๆ พาลพากันกลิ้งตกบันได ...คงไม่ได้ใช้
สาวโรงงานถุงอาหารกลางวันแขวนเต็มแฮนด์ คนตัวกระจิ๊ดกับข้าวของส่วนตัว จั๊กหนัก 11 กิโลขึ้น ...นี่ก็คงไม่ได้ใช้ แต่อาจมีบ้างที่ได้ใช้
เด็กนักเรียนกับกระเป๋านักเรียนหรือเป้หลังหนักอึ้ง แล้วยังต้องมายกจั๊กเข้าๆ ออกๆ ราง กว่าจะขึ้นลงได้หลังคงหักเข้าสักวัน ...นี่ก็คงไม่ได้ใช้เช่นกัน

แล้วใครล่ะที่จะเป็นคนได้ใช้รางนี้
คนที่คล่องแคล่วคล่องตัว มีแต่ตัวกับจั๊ก
คนที่จั๊กเบาพอที่จะยก/แบกเป็นช่วงๆ
คนที่ไม่มั่นใจในการเอาจั๊กข้ามแยกพร้อมรถอื่นๆ ยอมยักแย่ยักยักยันเอาจักรยานไต่รางจนได้
ส่วนคนที่จั๊กเบาเหมือนปุยนุ่น กรณีนี้แบกจั๊กขึ้นบ่าเดินข้ามสะพานลอย ง่ายกว่าเข็นเยอะ
ดูแล้วคิดว่าจะได้ใ้ช้รางนี้กันสักกี่คน คงนับหัวเอาได้เลย
อยากรู้จริง...คนที่คิดโครงการนี้...ได้เคยลองใช้ลองเข็นก่อนคลอดโปรเจ็กนี้หรือยัง ...เฮ่ออออ...

ได้คอมเมนต์ เสียงวิจารณ์ ข้อเสนอแนะมากกว่านี้ จะรวบรวมเอาไปยื่น กทม. ค่ะ ว่าที่ทำมามีข้อดี/ข้อเสีย เกิดประโยชน์อย่างไรหรือไม่ เอาไว้เป็นข้อมูลให้เขาใช้ผลาญงบประมาณรอบใหม่ 5555!!!